ตอนที่ 44 แม่ก็ทำเพื่อแกทั้งนั้นนะ
แปลโดย เนสยังเซี่ยจิ้งห่าวนอนอยู่บนเตียงเตา พักอยู่นานกว่าอาการปวดจะทุเลาลงบ้าง แต่คนเป็นแม่ ย่อมอดไม่ได้ที่จะกังวลใจ สองตาจ้องมองหน้าท้องของตัวเองเขม็ง กลัวว่าเด็กในท้องจะเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นมา
ข้างหูยังมีเสียงหลิวซานจินบ่นพึมพำไม่หยุด นางใช้มือที่หยาบกร้านและดำคล้ำตบลงไปอย่างแรง
“แกนี่มันรนหาที่ตายจริงๆ ท้องไส้อยู่แท้ๆ ไม่รู้จักอยู่ติดบ้าน วันๆ เอาแต่วิ่งมาที่นี่ทำไม ตอนฉันยังสาว ท้องไส้ก็ยังต้องไปทำงาน พอคลอดเสร็จวันที่สองก็ต้องลงนาแล้ว แกนี่ดีจริงๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยยังจะมากระทบกระเทือนครรภ์อีก ถ้าจะให้ฉันพูด ก็เป็นเพราะทำงานน้อยไปนั่นแหละ หนังเหนียวชีวิตราคาถูก ยังจะมาทำตัวมีค่าขึ้นมาอีก”
“ฉันพูดแกได้ยินไหม นั่งบื้ออยู่ทำไม รีบลงจากเตียงเตาแล้วกลับบ้านไปเลย แกคิดว่าแกวาสนาดีนักเหรอ ถึงได้มานอนอยู่บนเตียงเตาของพี่สะใภ้ใหญ่เนี่ย ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าครรภ์นี้ของแกมีปัญหาอะไรขึ้นมา ฉันจะให้เจียเซิ่งหย่ากับแกแน่!”
เซี่ยจิ้งห่าวฟังคำพูดของนางแล้วก็ไม่ปริปากพูดอะไรเลย เสี่ยวกังที่นอนซุกตัวอยู่กับลู่หมิงข่ายข้างๆ รู้สึกสงสารแม่ตัวเอง พอเห็นแม่ถูกย่าด่าอยู่ตลอด ก็ยื่นมือน้อยๆ ไปจับมือแม่มาแนบไว้ที่แก้มของตัวเอง
มือน้อยๆ ที่ไร้เดียงสาราวกับกำลังส่งผ่านพลังมาให้ เซี่ยจิ้งห่าวรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ
เธอเองก็คิดว่าการนอนอยู่บนเตียงเตาของพี่สะใภ้ใหญ่ตลอดมันไม่ค่อยเหมาะสมนัก จึงตบก้นเสี่ยวกังเบาๆ ขยับขากำลังจะลงไป
ตอนที่เสิ่นเมิ่งเดินเข้ามา เธอกำลังลงจากเตียงพอดี ทำเอาเสิ่นเมิ่งโกรธจนหน้าตึง
“ทำอะไรน่ะ รีบกลับขึ้นเตียงไปเลยนะ เด็กน่ะยังอยากได้อยู่ไหม ตอนนี้ขยับตัวไม่ได้รู้หรือเปล่า พรุ่งนี้ไปโรงพยาบาลในอำเภอ ให้หมอตรวจดูอาการให้ละเอียดหน่อย ท้องไส้อยู่แท้ๆ ไม่รู้จักระวังตัวบ้างเลย ห้ามยกของหนัก ห้ามทำงานหนัก ไม่รู้หรือไง?”
หลิวซานจิน: “…”
ทำไมถึงมองหน้าฉันตอนพูดด้วย? พูดแบบนี้หมายความว่าไง??? ประชดใครกันเนี่ย???
“แค่ท้องก็ทำตัวมีค่าขึ้นมาเชียว ยังจะไปโรงพยาบาลอีก ไปโรงพยาบาลแกมีเงินจ่ายหรือไง ถ้าแกยินดีจะจ่ายเงิน แกก็พาไปเลยสิ แกจะพาไปกินเนื้อเนรมิตก็ไม่มีใครว่าแกหรอก”
เสิ่นเมิ่งตั้งใจจะประชดนางนั่นแหละ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่สภาพร่างกายของคนเราไม่เหมือนกันหรอก ต่อให้ร่างกายแข็งแรงดี ตอนท้องก็ไม่ควรทำงานหนัก พอแก่ตัวไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าจะมีปัญหาตามมาเป็นพรวน ตัวเองก็เคยเป็นลูกสะใภ้มาก่อนแท้ๆ พอแก่ตัวลง กลับมาจ้องแต่จะกดขี่ลูกสะใภ้
“แม่ ป้าพูดแบบนี้ไม่ถูกนะ จิ้งห่าวไม่ได้ท้องลูกฉัน ไม่ได้ท้องหลานฉัน ฉันจะไปเสียเงินทำไม ปัญหาที่ครรภ์กระทบกระเทือนจนทำให้ร่างกายบาดเจ็บของหล่อน อู๋เซียงหลานเป็นคนก่อเรื่องขึ้นมา ค่าหมอ ค่าบำรุงร่างกายของจิ้งห่าว ยังไงก็ต้องให้อู๋เซียงหลานเป็นคนจ่ายสิ แม่ก็รู้นิสัยของเจียเหอดีนี่นา ถ้าเขารู้เรื่องเข้า สองสามีภรรยาคงได้ทะเลาะกันบ้านแตกแน่ๆ”
หลิวซานจินลุกพรวดขึ้นมาทันที ชี้หน้าเสิ่นเมิ่งแล้วพูดว่า “แล้วแกหมายความว่าไง จะให้ฉันเป็นคนจ่ายงั้นเหรอ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันไม่มีเงิน ฉันไม่มีเงินเลยสักแดงเดียว”
นางกลัวว่าเสิ่นเมิ่งจะให้ตัวเองออกเงิน จึงรีบก้าวเท้าเล็กๆ เตรียมจะเดินหนีไป
“แม่ อีกไม่กี่วันเจียเซิ่งก็จะกลับมาแล้วนะ ถ้าครรภ์ของจิ้งห่าวเกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมา บ้านลู่ก็คงไม่สงบสุขแน่ ช่วงนี้บ้านลู่มีเรื่องวุ่นวายให้ชาวบ้านได้ดูเป็นงิ้วไม่เว้นแต่ละวัน จนกลายเป็นตัวตลกของหมู่บ้านลู่ไปแล้ว แม่เป็นคนดูแลบ้านแท้ๆ วันหลังไม่รู้จะเอาหน้าไปอธิบายให้พ่อฟังยังไงเลยนะ”
ลู่ฉางจู้เป็นคนที่ห่วงหน้าตาตัวเองมาก ถ้าเขากลับมาแล้วรู้ว่าที่บ้านมีเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน หลิวซานจินคงไม่มีชีวิตที่สงบสุขแน่
หลิวซานจินหันขวับมามองเสิ่นเมิ่งด้วยความโกรธแค้นจนกัดฟันกรอด นางคลำๆ ที่เสื้อผ้า ล้วงเอาธนบัตรสิบหยวนออกมาจากขอบกางเกงแล้วโยนลงบนพื้น จ้องมองเสิ่นเมิ่งอย่างดุร้าย
“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่แล้วนะ แกเป็นแม่ฉันต่างหาก ฉันไม่มีวาสนาพอให้แกมาเรียกหรอก บ้านใหญ่ของพวกแกฉันคงไม่กล้ามาเหยียบแล้วล่ะ ขืนมาอีกสักสองครั้ง ฉันคงต้องอกแตกตายเพราะความโกรธแน่ๆ”
ยายแก่พูดจบก็เดินกระฟัดกระเฟียดออกจากประตูบ้านไป โจวเจียวเจียวและลู่เจียเซวียนยืนรออยู่ที่เดิม พอเห็นนางเดินออกมา ก็รีบเข้าไปหาทันที
“แม่ ตอนนี้พี่สะใภ้สามเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยังจ๊ะ?”
“แม่ ตัวแม่สั่นๆ นะ หนาวหรือเปล่า?”
หลิวซานจินถูกยั่วโมโหมาหมาดๆ พอมาเห็นลูกชายและลูกสะใภ้ที่แสนจะใส่ใจ ก็รู้สึกสะท้อนใจขึ้นมา
“กลับบ้าน กลับบ้านไปเลย วันนี้ฉันจะต้องไปจัดการสั่งสอนอู๋เซียงหลานให้เข็ด นางรนหาที่ตายชัดๆ ทำเอาบ้านช่องต้องมาอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านไปหมด ถ้าพี่ใหญ่ของพวกแกรู้ว่านางรังแกพวกลูกๆ ของหมิงหยาง แถมยังมีคนรู้เห็นตั้งเยอะแยะ โอ๊ย ไม่จบง่ายๆ แน่ ใครก็อย่าหวังจะได้อยู่อย่างสงบสุขเลย”
“แม่ เรื่องนี้จะปล่อยให้บานปลายไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ ไม่อย่างนั้น ต่อให้พี่สะใภ้ใหญ่ไม่เขียนจดหมายไปฟ้องพี่ใหญ่ หมอลู่หรือคนอื่นๆ ก็ต้องไปฟ้องพี่ใหญ่อยู่ดี แม่ ผมเคยบอกแม่แล้วไงว่าผมอยากจะไปเป็นเจ้าหน้าที่ที่คอมมูน เรื่องนี้มีแค่พี่ใหญ่คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยจัดการให้ได้ จะทำให้พี่ใหญ่โกรธไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ”
ทำไมหลิวซานจินจะไม่รู้ล่ะ หลายปีมานี้ต่อให้นางจะไม่ชอบหมิงหยาง หมิงเลี่ยง และหมิงฟาง ก็แค่แอบไม่ชอบอยู่เงียบๆ ไม่เคยแสดงออกมากดขี่ให้เห็นโจ่งแจ้ง เสิ่นเมิ่งพูดก็ถูก บ้านลู่ได้รับผลประโยชน์จากเด็กสามคนนี้มาไม่น้อยเลยจริงๆ แต่คนนอกเขาไม่รู้เรื่องด้วยนี่ คนนอกเขาคิดแค่ว่า บ้านลู่เอาเสบียงของตัวเองไปเลี้ยงดูไอ้พวกเด็กกาฝากสามคนนี้
คืนนี้โดนแฉออกมาซะหมดเปลือก บ้านลู่ก็เสียทั้งหน้าเสียทั้งศักดิ์ศรีไปจนหมดแล้ว
“นังหน้าด้านเสิ่นเมิ่งนั่นมันจะพาเซี่ยจิ้งห่าวไปหาหมอที่โรงพยาบาลในอำเภอ แล้วก็จะไปทวงเงินจากพี่รองของแก แกก็รู้นิสัยพี่รองของแกดี ถ้าเกิดเรื่องไปถึงหูเขา มีหวังได้ลงไม้ลงมือกันแน่ๆ ตอนนี้เขาก็ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน เป็นเพราะอะไรล่ะ ก็ไม่ใช่เพราะเรื่องจะสร้างบ้านใหม่หรอกเหรอ เมื่อกี้แม่ก็เพิ่งจะให้เงินพี่สะใภ้สามแกไปสิบหยวน เรื่องนี้ก็ถือว่าจบๆ กันไปแล้ว เจียเซวียนเอ๊ย แม่ก็ทำเพื่อแกทั้งนั้นนะ ไม่อย่างนั้นแม่จะยอมเสียเงินตั้งสิบหยวนไปง่ายๆ ได้ยังไง แม่ปวดใจจะแย่อยู่แล้ว ถ้าแกได้ไปทำงานที่คอมมูน ก็ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อแม่ให้ดีๆ นะ เงินเดือนของแกก็เอามาให้แม่เก็บไว้ ตกลงไหม?”
โจวเจียวเจียวที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ก็ตาขวากระตุกยิกๆ เธอเองก็รู้สึกเสียดายเงินสิบหยวนนั่นเหมือนกัน ถ้าไม่ให้บ้านสาม เงินที่แม่สามีเก็บไว้ ก็ต้องตกเป็นของผัวเธอทั้งหมดนั่นแหละ ครอบครัวทั่วไป มีบ้านไหนบ้างที่ไม่รักไม่ห่วงลูกชายคนเล็ก แต่ตอนนี้งานของผัวเธอสำคัญที่สุด
“แม่วางใจเถอะจ้ะ ถึงเวลาเงินเดือนของเจียเซวียนก็ต้องให้แม่ช่วยดูแลให้อยู่แล้ว แม่ทำงานเหนื่อยมามากจริงๆ ต้องมาทนรองรับอารมณ์ใครต่อใครก็เพื่อพวกเราสองคน พรุ่งนี้ฉันจะต้มไข่ใส่น้ำตาลทรายแดงให้แม่บำรุงร่างกายนะจ๊ะ”
“เฮ้อ มีแต่เจียวเจียวที่รู้ใจ เจียเซวียนเอ๊ย วันข้างหน้าแกต้องดูแลเมียแกให้ดีๆ นะ เดี๋ยวรอพี่ใหญ่แกกลับมา แม่จะคุยกับเขาเรื่องสร้างบ้านใหม่ให้พวกแกเอง”
โจวเจียวเจียวดีใจจนเนื้อเต้น บีบมือหลิวซานจินแน่นขึ้นอีก
“แม่ แม่ดีจังเลย ตอนฉันอยู่บ้านก็ไม่เคยมีใครรักฉันแบบนี้มาก่อนเลย วันข้างหน้าฉันกับเจียเซวียนจะดูแลแม่ยามแก่เฒ่าเป็นอย่างดี จะไม่ให้แม่ต้องเหนื่อยทำอะไรเลย”
“ดีๆๆ เธอก็ขยันทำผลงานกับเจียเซวียนหน่อยนะ คลอดหลานชายตัวอ้วนจ้ำม่ำให้ฉันสักคน ฉันถึงจะดีใจ!”
“แม่จ๋า ~”
ลู่เจียเซวียนมองดูเมียกับแม่เข้ากันได้ดี ก็รู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก ขอแค่เรื่องงานที่คอมมูนสำเร็จลุล่วง วันข้างหน้าชีวิตก็คงจะสุขสบายขึ้นอีกไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
เสิ่นเมิ่งก้มเก็บเงินบนพื้น แล้วยัดใส่มือเซี่ยจิ้งห่าว
“รับไว้เถอะ ถ้าผ่านคืนนี้ไปแล้ว ร่างกายยังไม่ดีขึ้น เราค่อยไปหาหมอที่โรงพยาบาลในอำเภอกัน ถ้าอาการดีขึ้นแล้ว เราก็ออกไปเดินเล่นกันข้างนอก ถือซะว่าไปโรงพยาบาลในอำเภอมาแล้วก็แล้วกัน เงินก้อนนี้เธอก็เก็บไว้เป็นเงินเก็บส่วนตัวเถอะ”
เซี่ยจิ้งห่าวรีบดันเงินคืนให้เสิ่นเมิ่ง
“พี่สะใภ้ใหญ่ เงินก้อนนี้ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าฝากพี่เก็บไว้ก็แล้วกัน วันข้างหน้าฉันกับเสี่ยวกังมาหาพี่ก็ยังจะได้กินของดีๆ บ้าง ถ้าเงินนี้มาอยู่ที่ฉัน คืนนี้ฉันซ่อนไว้ พรุ่งนี้แม่ก็คงจะขุดเจอ ต่อให้ไปซ่อนไว้บนขื่อบ้าน แม่ก็หาเจออยู่ดีแหละ”
เสิ่นเมิ่งคิดดูแล้วก็เห็นด้วย เธอมีมิติอยู่ ต่อให้หลิวซานจินจะขุดรากถอนโคนบ้านหลังนี้ ก็ไม่มีทางหาเงินเจอหรอก
“งั้นก็ได้ ฝากฉันไว้ที่นี่แหละ เธอพักผ่อนไปก่อนนะ มีอะไรเดี๋ยวค่อยคุยกัน มีดทำครัวของฉันยังปักอยู่บนต้นไหวหน้าประตูอยู่เลย ขืนปล่อยทิ้งไว้เดี๋ยวจะมีคนขโมยไป ฉันต้องรีบไปดึงมันกลับมาก่อน”
เซี่ยจิ้งห่าว: “…”
พี่สะใภ้ใหญ่ดีเกินไปแล้ว ผู้หญิงตัวคนเดียวยอมทำเพื่อเธอ ถึงขนาดต้องหยิบมีดทำครัวมาใช้เลย!!!

0 Comments