You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ก่อนหน้านี้ทุกคนเพิ่งจะเห็นสองสามีภรรยาบ้านลู่คนที่สี่เอาข้าวมาส่งให้เสิ่นเมิ่งกับเด็กๆ อยู่หลัดๆ นี่ยังไม่ทันข้ามวันเลย ทำไมถึงไม่ยอมส่งข้าวให้แล้ว ปล่อยให้คนป่วยกับเด็กสี่คนต้องหิวโซจนต้องออกไปหาของกินเองแบบนี้

หลิวซานจินโกรธจัดจนกระทืบเท้าแรงๆ ชี้หน้าเสิ่นเมิ่งด้วยมือที่สั่นเทา

“แกพูดจาเหลวไหล นังสะใภ้ใหญ่ แกมันตัวกาลกิณีชัดๆ หมอลู่บอกว่าแกต้องนอนพักฟื้นเป็นปีครึ่งปีถึงจะลงจากเตียงได้ แต่เผลอแป๊บเดียวแกก็วิ่งไปตัวอำเภอได้แล้ว ที่ไกลขนาดนั้น นึกจะไปก็ไปได้เลยเหรอ? ตอนที่พวกแกย้ายกลับมาบ้านก็แบ่งเสบียงไปแล้วนี่นา ทางหน่วยผลิตก็ให้ทั้งธัญพืชละเอียดกับไข่ไก่มาตั้งเยอะ ทำไมถึงปล่อยให้หมิงหยางกับหมิงเลี่ยงต้องหิวจนต้องออกไปจับปลากินเองได้ล่ะ แกมันตอแหล แกพูดจาแบบนี้ไม่กลัวบาปกรรมบ้างหรือไง?”

เรื่องนี้ตอนที่เสิ่นเมิ่งย้ายบ้าน ลู่เต๋อปังกับจางหงฟาไม่เพียงแต่จะหิ้วของมาเยี่ยมด้วยตัวเอง แต่ยังให้คนในครอบครัวหิ้วของมาเยี่ยมด้วย เรื่องนี้ชาวบ้านหลายคนก็รู้ดี แถมชื่อเสียงของหลิวซานจินตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกคนก็รู้กันทั่วว่านางเป็นคนยังไง ไม่มีทางที่จะทำเรื่องกลั่นแกล้งลูกสะใภ้ได้ลงคอหรอก

“แม่ ฝีมือการรักษาของหมอลู่ ทั่วทั้งสิบหมู่บ้านนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้ แน่นอนว่าต้องเก่งอยู่แล้ว ตอนแรกที่ร่างกายฉันทรุดหนัก ฉันกลัวว่าพวกแม่จะรับไม่ได้ ก็เลยขอให้เขาช่วยพูดให้ดูร้ายแรงหน่อย จะได้เตรียมใจไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นตอนที่ผู้ใหญ่บ้านมา ฉันก็คงไม่ทันได้สั่งเสียหรอก เจิ้นผิงก็ไม่อยู่บ้าน ถ้าเด็กๆ ไม่มีแม่ ฉันก็ควรจะวางแผนอนาคตให้พวกเขาไว้ล่วงหน้าสิ เมื่อวานพอได้รับจดหมายจากเจิ้นผิง ก็ไม่รู้ว่าเหมือนคนใกล้ตายที่จู่ๆ ก็มีแรงฮึดขึ้นมาหรือเปล่า รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงดี ก็เลยฉวยโอกาสไปตัวอำเภอ ขากลับนั่งเกวียนจนปวดหัวไปหมด พอถึงบ้านก็ต้องนอนซมอยู่บนเตียงเตา ที่บ้านก็พอจะมีเสบียงเหลืออยู่นิดหน่อย แต่จะให้กล้ากินได้ยังไง ถ้าเกิดฉันตายไปจริงๆ แล้วพวกหมิงหยางยังดูแลตัวเองไม่ได้ ต่อให้ฉันตายไปแล้ว ก็คงต้องปีนขึ้นมาจากหลุมศพเพื่อมาร้องไห้แน่ๆ”

หลิวซานจิน: “…”

ช่างกล้าพูดออกมาได้นะ เด็กๆ โตมาจนป่านนี้ เคยพึ่งพาแกบ้างหรือเปล่าล่ะ!!!

“เฮ้อ แม่ แม่ตั้งใจมาที่นี่เพื่อด่าฉันงั้นเหรอ? ฉันก็นึกว่า แค่กๆๆ… นึกว่าแม่จะมาเยี่ยมเด็กๆ มาเยี่ยมฉันเสียอีก เงินค่าเลี้ยงดูที่เจิ้นผิงส่งมาให้ ฉันก็ฝากให้จิ้งห่าวเอาไปให้แม่แล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วก็เส้นหมี่กับเห็ดจากเตียนหนาน ตอนที่หมิงหยางออกไป เขาก็แวะเอาไปให้แม่แล้วนี่นา!”

“เหลวไหล ตอนที่ฉันมา ฉันไม่เห็นแม้แต่เงาของหมิงหยางเลยนะ เสิ่นเมิ่ง นั่นมันของที่ลูกชายฉันส่งมาให้ มันก็ต้องมีส่วนของสองตายายอย่างพวกเราอยู่แล้วสิ แล้วจดหมายที่เจิ้นผิงส่งมา แกก็ไม่ยอมให้ฉันดู แกคิดจะทำอะไรกันแน่ แค่ส่งข้าวช้าไปหน่อยเดียว แกก็กล้าปล่อยให้เด็กออกไปจับปลาที่แม่น้ำตอนกลางคืนเลยเหรอ เป็นแม่ประสาอะไรฮะ?”

เสิ่นเมิ่งยืนโอนเอนไปมา แทบจะต้องเกาะขอบประตูเพื่อฟังคำด่าทอของหลิวซานจิน คนที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็พลอยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ไปด้วย กลัวว่าคำพูดรุนแรงของหลิวซานจินจะบีบคั้นให้เสิ่นเมิ่งต้องตายไปจริงๆ

“คุณป้าสาม คุณป้าสามใจเย็นๆ ก่อนนะจ๊ะ คนครอบครัวเดียวกัน มีอะไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันสิ!”

“ใช่จ้ะคุณป้า ปกติป้าเป็นคนใจดีที่สุด พอโมโหขึ้นมาก็น่ากลัวเหมือนกันนะ เจิ้นผิงเป็นลูกชายของป้า เขาต้องเป็นห่วงป้าแน่ๆ เสี่ยวเมิ่งเอ๊ย เธอเข้าไปหยิบจดหมายมาเถอะ เอามาให้แม่เธอดูหน่อยสิ”

“เสี่ยวเมิ่งรีบไปเถอะ อย่าทำให้แม่สามีเธอต้องโมโหเลย แกคงคิดถึงลูกชายนั่นแหละ เธอเดินไหวไหม ถ้าไม่ไหวก็ให้หมิงฟางไปหยิบมาให้สิ เอ้อ คุณอา ช่วยไปดูที่แม่น้ำหน่อยสิว่าหมิงหยางกับหมิงเลี่ยงอยู่ที่นั่นหรือเปล่า ป้าสามพูดถูกแล้วนะ ฟ้าจะมืดแล้ว มันค่อนข้างอันตรายนะ”

………

เสิ่นเมิ่งมองดูใบหน้าแข็งค้างของหลิวซานจิน ในใจก็แอบหัวเราะเยาะ อยากสร้างภาพลักษณ์คนดีนักใช่ไหม ตอนนี้เป็นไงล่ะ พออยากจะอาละวาดก็ทำไม่ได้ โมโหจนอกแตกตายไปเลยสิ ยายแก่เอ๊ย!

“หมิงหยางกับหมิงเลี่ยงไปกับหย่งจุนน่ะจ้ะ แวะอาบน้ำด้วย ไม่เป็นไรหรอกจ้ะแม่ แม่รอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปหยิบจดหมายมาให้”

เสิ่นเมิ่งหันหลังกลับ เดินโซเซเข้าไปในลานบ้าน คราวนี้คนที่เพิ่งจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมเมื่อครู่ก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นมา สภาพร่างกายก็ร่อแร่ขนาดนี้แล้ว ยังจะไปบีบบังคับให้เข้าไปหยิบจดหมายอีก ถ้าเป็นคนมีเหตุผลหน่อย ตอนนี้ก็ควรจะปล่อยให้เข้าไปพักผ่อนได้แล้ว

แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ ดันมาติดแหง็กอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ อยากจะปลีกตัวกลับก็กลับไม่ได้ซะแล้ว

ผ่านไปไม่นาน ลู่หมิงหยางกับลู่หมิงเลี่ยงก็เดินเนื้อตัวมอมแมมเหมือนลิงคลุกโคลนกลับมา ในมือหิ้วปลาเฉาตัวไม่ใหญ่นักมาด้วย เดินยิ้มแฉ่งมาแต่ไกล พอเข้าใกล้ก็เห็นคนกลุ่มใหญ่ยืนอออยู่หน้าประตูบ้าน

“ย่า ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”

หลิวซานจินเพิ่งจะถูกคนมองด้วยสายตาตำหนิ พอเห็นลู่หมิงหยางก็ทำเป็นรักใคร่เอ็นดู รีบพุ่งเข้าไปกอดไว้แน่น เบียดจนลู่หมิงเลี่ยงที่ยืนอยู่ข้างๆ ต้องถอยหลังไปสองก้าว

“หลานรัก หลานรักของย่า หลานนี่ใจกล้าจริงๆ เลยนะ หิวข้าวทำไมถึงไม่รู้จักไปหาย่าล่ะ ไปเชื่อฟังแม่ของหลานได้ยังไง ดึกดื่นป่านนี้ยังกล้าไปที่แม่น้ำอีก ถ้ามีตัวอะไรโผล่มาจะทำยังไงล่ะฮึ?”

นางพูดไปพลาง กวาดสายตาสำรวจลู่หมิงหยางตั้งแต่หัวจรดเท้าไปพลาง

“ย่า ผมไม่เป็นไรหรอก ผมกับหมิงเลี่ยงไปกับคุณอาหย่งจุน อาหย่งจุนยังแบ่งปลาให้พวกเราตั้งสองตัวแน่ะ!” ตอนที่ลู่หมิงหยางพูด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดีใจ นับตั้งแต่ที่ได้รับของที่เสิ่นเมิ่งซื้อมาให้วันนี้ อารมณ์ของเขาก็ดีมาตลอด

หลายวันมานี้ แม่ก็ทำตัวดีกับเขามาตลอด เขาแค่อยากจะให้แม่ทำตัวดีแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ขอร้องล่ะ อย่ากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนเลย

ลู่หย่งจุนยิ้มซื่อๆ แล้วพูดว่า “ตอนลงไปอาบน้ำ ก็บังเอิญจับปลามาได้ตั้งเยอะแหนะ ฮ่าๆๆ ป้าสาม หลานชายสองคนของป้านี่กตัญญูจริงๆ นะ เป็นห่วงแม่ของพวกเขา อยากจะจับปลาไปให้แม่กินบำรุงร่างกายซะด้วยสิ เออ คือว่า นี่ก็ดึกมากแล้ว ฉันขอตัวกลับบ้านก่อนนะจ๊ะ”

เพื่อนบ้านที่ยืนเก้อเขินอยู่เมื่อครู่ พอเห็นลู่หย่งจุนหิ้วถังน้ำเดินจากไป โดยไม่สนใจเลยว่าทำไมถึงมีคนมายืนอออยู่ตรงนี้เยอะแยะ แถมยังไม่ถามสักคำว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แค่บอกลาคำเดียวแล้วก็เดินจากไปเลย ในใจก็รู้สึกตำหนิ แต่ลึกๆ แล้วก็แอบอิจฉาคนซื่อบื้อแบบนี้เหมือนกันนะ บางทีการใช้ชีวิตแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวก็คงจะไม่มีเรื่องให้ต้องปวดหัวดี

“หมิงหยาง แม่ของหลานบอกว่าเส้นหมี่กับเห็ดที่พ่อของหลานส่งมาให้ หลานกับหมิงเลี่ยงเอาไปส่งให้ย่าแล้วห่อหนึ่ง จริงหรือเปล่า?”

“เปล่านะครับ ย่า…”

หลิวซานจินตาเป็นประกาย เชิดหน้าขึ้นแล้วพูดต่อทันที “ฉันกะไว้แล้วเชียว ว่านางจะไปมีน้ำใจนึกถึงฉันได้ยังไง จะยอมเอาของที่ลูกชายฉันส่งมาให้ฉันได้ยังไงล่ะ ถ้าเต็มใจจะให้จริงๆ ก็ไม่ควรจะแค่เอาจะหมายที่เจิ้นผิงเขียนมาให้อ่านหรอกนะ แล้วก็ใบเบิกเงินด้วย เอาออกมาให้หมดเลย ให้คนแก่อย่างฉันได้ดูให้เต็มตาเสียหน่อย หลายปีมานี้ฉันอุตส่าห์รักและเอ็นดูนางเหมือนลูกสาวแท้ๆ แต่นางกลับทำตัวดีนักนะ คอยระแวดระวังฉันไปเสียทุกเรื่อง ทำเหมือนกับว่าฉันจะไปฮุบสมบัติของนางอย่างนั้นแหละ ฉันล่ะอยากจะ…”

“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับย่า ของพวกนั้นพ่อไม่ได้เป็นคนส่งมาหรอกครับ แต่เป็นสหายทหารของคุณพ่อในกองทัพส่งของป่าจากเตียนหนานมาให้ครับ เมื่อก่อนก็มีหลายครั้งที่คุณอาทหารส่งมาให้ เงินเดือนที่คุณพ่อส่งมาให้แต่ละเดือนก็ไม่ได้มากมายอะไรนี่ครับ ทุกครั้งแม่ก็ต้องเจียดเงินค่าเลี้ยงดูไปให้ย่าก่อนไม่ใช่เหรอครับ ไหนจะคูปองอาหาร คูปองผ้า คูปองน้ำมันก๊าดอีก ย่าชอบบอกว่าที่บ้านเรามีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ให้แม่คอยนึกถึงครอบครัวบ้าง แม่เองก็รักและเคารพย่าเหมือนแม่แท้ๆ นะครับ มีของดีๆ อะไรก็นึกถึงย่าตลอดเลย!”

ลู่หมิงเลี่ยงใจคอไม่ดี แต่ก็พยายามควบคุมสติให้สงบที่สุด เรื่องอื่นเขาไม่รู้หรอก แต่ของที่พ่อกับพวกคุณอาทหารส่งมาให้ บ้านของพวกเขาจะเก็บไว้ได้เท่าไหร่ก็ต้องเก็บไว้เท่านั้น เพราะนั่นมันเป็นของๆ บ้านใหญ่

เสิ่นเมิ่งถือจดหมายไว้ในมือ พอได้ยินคำพูดของลู่หมิงเลี่ยงก็แทบจะร้องตะโกนออกมาดังๆ สมแล้วที่ในอนาคตจะเป็นพ่อค้าคนกลางลักลอบนำเข้าสินค้า หัวหมอตั้งแต่เด็ก ปากช่างฉอเลาะเสียจริง หวานหยดย้อยจริงๆ

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note