You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“ลำบากเธอต้องเดินมาอีกรอบแล้วนะ เจียวเจียว เอ่อ คือว่า เสื้อผ้าที่เด็กๆ เพิ่งเปลี่ยนเมื่อคืนอยู่ในกะละมังข้างโอ่งน้ำน่ะ เธอเอาไปซักได้เลยนะ ลำบากหน่อยนะจ๊ะ”

โจวเจียวเจียวยิ้มตอบบางๆ แล้ววางอาหารเช้าไว้บนโต๊ะในห้องโถงโดยไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้ลู่เจียเซวียนยกกะละมังข้างโอ่งน้ำ แล้วรีบจ้ำอ้าวออกไปทันที เพราะกลัวว่าจะถูกใช้งานอะไรอีก

หลังจากรอจนพวกเขาเดินลับสายตาไป เสิ่นเมิ่งก็ยืดตัวขึ้น เธอก้าวไปที่โต๊ะ เปิดอาหารเช้าที่โจวเจียวเจียวเอามาส่งดู ก็เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ มีแค่หมั่นโถวถั่วดำไม่กี่ลูก กับน้ำข้าวใสแจ๋วที่มองทะลุเห็นเงาได้หนึ่งชาม

เธอรู้อยู่แล้วว่ายายแก่จอมงกอย่างหลิวซานจิน ไม่มีทางยอมให้พวกเธอกินของดีๆ ไปตลอดหรอก ของพรรค์นี้เธอไม่มีทางกินแน่ๆ และแน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมให้เด็กๆ กินด้วย

อาศัยจังหวะที่เด็กๆ ยังไม่ตื่น เสิ่นเมิ่งรีบเดินเข้าไปในห้องครัว หลังจากล้างกระทะจนสะอาด ก็หยิบโจ๊กข้าวฟ่างหนึ่งถังออกมาจากมิติ เทใส่กระทะไปครึ่งถัง วางไข่ไก่ห้าฟองลงในชั้นนึ่ง แล้วใส่แป้งม้วนไส้กะหล่ำปลีวุ้นเส้นอีกสองชิ้นลงไปในกระทะ ปิดฝาแล้วก็จุดไฟที่เตา

พอลู่หมิงหยางและลู่หมิงเลี่ยงตื่นขึ้นมา ก็รีบวิ่งตรงไปที่ห้องฝั่งตะวันออกทันที พอเห็นว่าน้องชายและน้องสาวยังคงหลับสนิทอยู่ ถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“พี่ ทำไมถึงต้องรีบวิ่งมาดูหมิงฟางกับเสี่ยวข่ายตั้งแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ เอ๊ะ แม่หายไปไหนล่ะ ร่างกายยังไม่หายดีเลย จะวิ่งเพ่นพ่านไปไหนเนี่ย!”

ลู่หมิงหยาง: “…”

ไอ้หน้าโง่ ไม่ให้มาดูน้องๆ ถ้าถูกจับไปขายจะทำยังไงล่ะ เอะอะก็แม่ แม่ แม่ เอาแต่เรียกแม่ ไอ้เด็กไร้เดียงสาเอ๊ย!

“ข้าว พี่ บนโต๊ะในห้องโถงมีข้าวด้วย อาสะใภ้สี่ต้องเป็นคนเอามาส่งแน่ๆ ฮี่ๆ ต้องมีไก่แน่เลย… อ้าว ทำไมถึงมีแค่หมั่นโถวแป้งดำกับน้ำข้าวใสแจ๋วเองล่ะ!”

“มีให้กินก็ดีแค่ไหนแล้ว นายอย่าเพิ่งไปแตะต้องมันเลย รอแม่กลับมาก่อนค่อยว่ากัน ไปล้างหน้าล้างตาก่อนไป ฉันจะอยู่เฝ้าหมิงฟางกับหมิงข่ายที่นี่เอง”

ถ้าเป็นเมื่อก่อน แค่มีอะไรตกถึงท้องก็ทำให้ดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว แต่เมื่อวานได้กินแต่ของดีๆ มาทั้งวัน เขาเลยนึกว่าวันนี้ก็จะได้กินของอร่อยอีก

ลู่หมิงเลี่ยงเดินคอตกออกไปข้างนอก จู่ๆ ฝีเท้าก็ชะงักกึก ในห้องครัวมีเสียงความเคลื่อนไหว!!!

เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ๆ จมูกเล็กๆ สูดดมกลิ่นอย่างแรง โอ้โห มีของอร่อยนี่นา

เสิ่นเมิ่งจุดไฟแล้วเติมฟืนเข้าไปสองกำ โจ๊กข้าวฟ่างเดิมทีก็ร้อนอยู่แล้ว พอเอามาอุ่นในกระทะอีกนิดเดียวก็เริ่มมีควันลอยกรุ่นขึ้นมาทันที เธอเห็นว่าได้ที่แล้ว ก็ลุกขึ้นยืน

พอทำท่าจะเดินออกจากประตู ก็ไปสบเข้ากับดวงตากลมโตเป็นประกายคู่หนึ่ง

“แม่ แม่ทำกับข้าวเหรอครับ” สีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังนั้น แสดงให้เห็นว่าเขาแทบจะรอฟังคำตอบไม่ไหวแล้ว

เสิ่นเมิ่งก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง

“ใช่จ้ะ เมื่อเช้าอาสะใภ้สี่ของลูกเอาข้าวมาส่ง แม่อ่านดูก็รู้เลยว่าพวกเธอคงไม่ชอบกินแน่ๆ พอดีที่บ้านเรายังมีข้าวฟ่างเหลืออยู่นิดหน่อย แม่ก็เลยเอามาต้มโจ๊ก แล้วก็เอาผักกาดขาวที่คุณป้าเถียนให้มาทำแป้งม้วนอีกสองชิ้น ลูกรีบไปล้างหน้าล้างตาเร็วเข้า เราจะได้กินข้าวกัน”

ลู่หมิงเลี่ยงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ “แม่ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ ฮี่ๆ แม่ใจดีที่สุดเลย ผมเห็นข้าวที่อาสะใภ้สี่เอามาส่งแล้ว แม่ทายแม่นจริงๆ ผมไม่ชอบกินหมั่นโถวแป้งดำเอาซะเลย!”

เขาก้าวเท้าเปล่าเดินไปหน้าหลังสองก้าว ก่อนจะตัดสินใจวิ่งกลับไปที่ห้องโถง

“พี่ รีบไปล้างหน้าเร็ว แม่ไม่ได้วิ่งเพ่นพ่านไปไหน แม่ทำของอร่อยไว้ด้วยนะ เรากินเสร็จแล้วจะได้รีบไปทำงาน ไม่ต้องไปเฝ้าหมิงฟางกับเสี่ยวข่ายหรอก เดี๋ยวพวกเขาก็คงจะตื่นกันแล้ว”

พอเขาพูดจบก็เห็นลู่หมิงหยางยังคงยืนนิ่ง พอหันกลับไปก็เห็นเสิ่นเมิ่งกำลังส่งยิ้มหวานมาให้ หัวใจเขาเต้นรัวขึ้นมาทันที จึงรีบทำเสียงประจบประแจงเรียก “แม่!”

เสิ่นเมิ่งโบกมือให้ทั้งสองคน แล้วเดินเข้าไปในห้องฝั่งตะวันออก หมิงฟางและหมิงข่ายลุกขึ้นนั่งแล้ว เมื่อกี้เสียงของลู่หมิงเลี่ยงดังเกินไปจนปลุกพวกเขาให้ตื่นขึ้นมา

“ตื่นกันแล้วเหรอ รีบลุกไปกินข้าวเถอะ หมิงฟาง วันนี้อาสะใภ้สามของลูกจะมาตัดเสื้อให้ ลูกกับเสี่ยวข่ายอยู่แต่ในบ้านนะ ไม่ต้องออกไปไหน เข้าใจไหม”

ลู่หมิงฟางเพิ่งจะเคยตื่นขึ้นมาบนเตียงเตาของเสิ่นเมิ่งเป็นครั้งแรก รู้สึกขวยเขินเป็นอย่างมาก

เสิ่นเมิ่งมองดูเด็กที่ผอมแห้ง ในใจคิดอยากจะรีบขุนพวกเขาให้มีเนื้อมีหนัง มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นกว่านี้

“มานี่สิ เดี๋ยวแม่จะมัดผมให้”

ลู่หมิงฟางชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นผมของเธอก็ถูกรวบขึ้นด้วยมือที่อบอุ่นของเสิ่นเมิ่ง เมื่อก่อนเธอทำได้แค่มัดลวกๆ เท่านั้น

หมิงข่ายสวมแค่เสื้อท่อนบน ท่อนล่างเปลือยเปล่า นั่งมองแม่มัดผมให้พี่สาว ไม่กล้าปริปากพูดอะไร

เสิ่นเมิ่งเอาอาหารเช้าที่โจวเจียวเจียวเอามาส่งไปวางไว้มุมหนึ่ง สิ่งที่เธอกับเด็กๆ กินคืออาหารที่เธอทำเอง แป้งม้วนสองชิ้นถูกหั่นเป็นหกชิ้น เธอเองกินไปหนึ่งชิ้น ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้เด็กๆ กินกันจนหมดเกลี้ยง

โจ๊กข้าวฟ่างเนื้อเนียนข้น แป้งม้วนหอมกรุ่น และไข่ต้ม อาหารเช้ามื้อนี้ทำให้เด็กๆ กินกันอย่างเอร็ดอร่อยและพึงพอใจ ลู่หมิงเลี่ยงคนเดียวกินแป้งม้วนไปตั้งสองชิ้นครึ่ง จนพุงน้อยๆ ป่องออกมาราวกับลูกบอล

“แม่ ที่บ้านเรายังมีเสบียงเหลืออยู่อีกเท่าไหร่กัน เดี๋ยวหลังจากนี้บ้านเราจะต้องทนหิวหรือเปล่าเนี่ย” แม้เขาจะกินอย่างมีความสุข แต่ก็ไม่ควรใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ หมั่นโถวแป้งดำถึงจะไม่อร่อย แต่หลายบ้านก็กินกัน กินไปก็อิ่มท้องได้เหมือนกัน ไม่มีบ้านไหนจะทนกินล้างกินผลาญแบบนี้หรอกนะ

“พวกลูกมีหน้าที่กินก็กินไปเถอะ เรื่องอาหารการกินในบ้านไม่ต้องให้พวกลูกมาเป็นห่วงหรอก”

เธอเพิ่งพูดจบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากข้างนอก

“ครอบครัวของลู่เจิ้นผิงอยู่บ้านไหม มีจดหมายมาส่งครับ!”

“อยู่จ้ะ รอเดี๋ยวนะ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงเช้ากว่าแล้ว แดดเริ่มออก ร้อนจนคนเหงื่อตก เสิ่นเมิ่งยกชามน้ำข้าวใสแจ๋วที่โจวเจียวเจียวเอามาส่งขึ้นมา แล้วโรยน้ำตาลทรายแดงลงไปหยิบมือหนึ่ง

“สวัสดีจ้ะสหาย ลำบากคุณต้องเดินทางมาส่งแล้ว ที่บ้านกำลังกินน้ำข้าวกันอยู่พอดี นี่เป็นส่วนที่เหลือ สหายดื่มแก้กระหายสักหน่อยสิ!”

บุรุษไปรษณีย์มาส่งของที่นี่ตั้งหลายรอบแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นรอยยิ้มของเสิ่นเมิ่ง พอมองเห็นน้ำตาลทรายแดงที่โรยอยู่บนน้ำข้าว ในใจก็รู้สึกซาบซึ้ง

“แบบนี้จะดีเหรอครับสหาย นี่จดหมายกับใบรับเงินของคุณครับ รบกวนเซ็นชื่อตรงนี้หน่อยนะครับ”

เสิ่นเมิ่งยื่นชามน้ำข้าวให้เขา แล้วรับเอาของจากมือบุรุษไปรษณีย์มา พลางเซ็นชื่อพลางพูดว่า “น้ำข้าวแค่นี้ไม่เท่าไหร่หรอกจ้ะ เดี๋ยวสหายยังต้องปั่นจักรยานไปส่งของต่ออีก แดดร้อนขนาดนี้ ลำบากแย่เลย เซ็นตรงนี้ใช่ไหม เรียบร้อยแล้วจ้ะ!”

บุรุษไปรษณีย์ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ซดน้ำข้าวรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง รับของจากมือเสิ่นเมิ่งมาเก็บ เพิ่งจะเก็บของเสร็จ ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูดังมาจากบ้านใกล้ๆ พอหันไปมองก็เห็นว่าเป็นหญิงชราของบ้านนี้ จึงรีบเก็บข้าวของให้เรียบร้อย กระโดดขึ้นจักรยานแล้วปั่นหนีไปทันทีโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

หลิวซานจินที่เพิ่งผลักประตูเปิดออกพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง มองตามแผ่นหลังของบุรุษไปรษณีย์ด้วยความเจ็บใจ แค่โดนขวางทางถามนู่นถามนี่ไม่กี่ครั้งเอง ถึงกับต้องหลบหน้าหลบตากันขนาดนี้เลยเชียวหรือ

หลิวซานจินกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด รีบสาวเท้าเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเสิ่นเมิ่ง

“แม่ของหมิงหยาง เอาจดหมายที่เจ้าใหญ่เขียนมาให้เจียเซวียนดูหน่อยสิ เดี๋ยวจะให้เขาอ่านให้แกฟัง เอาใบรับเงินให้เขาไปด้วย ให้เขาไปเบิกเงินมาให้แก ในจดหมายนี่มีใบรับพัสดุมาด้วยใช่ไหม เอามาให้หมดเลย…”

เสิ่นเมิ่งกลอกตาบน ยกมือขึ้นกุมหัวแล้วพูดว่า “อะไรนะ แม่พูดว่าอะไรนะ ฉันไม่ได้ยินเลย ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ฉันกลับไปนอนในบ้านก่อนนะ”

“นัง…”

“ปัง!”

หลิวซานจินถูกกระแทกด้วยประตูจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว เมื่อกี้เกือบจะโดนนังเด็กเหลือขอเสิ่นเมิ่งกระแทกหน้าเข้าให้แล้ว นังผู้หญิงใจดำอำมหิต คิดจะฮุบเงินที่ลูกชายส่งมาให้นางงั้นสิ หึ เขียนจดหมาย คราวนี้ต้องเขียนจดหมายไปหาเจ้าใหญ่ให้ได้ ให้เขารีบกลับมาหย่ากับนังผู้หญิงคนนี้ซะ!

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note