You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ลู่หมิงหยางวางฟืนลง แต่ไม่ได้วิ่งไปที่ห้องครัวทันที เขากลับมองดูฝีเท้าที่เดินโซเซของเสิ่นเมิ่งด้วยความตกใจ

นี่มันกระสุนหุ้มน้ำตาล นี่มันคือกระสุนหุ้มน้ำตาลชัดๆ!!!

นางผู้หญิงใจร้ายลูกไม้เยอะจริงๆ ผ่านไปแค่วันเดียว น้องชายสองคนกับน้องสาวอีกหนึ่งคนก็ดูเหมือนจะถูกปราบซะอยู่หมัดแล้ว แค่ได้เศษบุญคุณเล็กๆ น้อยๆ ก็ลืมเรื่องราวในอดีตไปจนหมดสิ้น ช่างโง่เขลาเสียจริง ลู่หมิงหยางกำหมัดแน่น คืนนี้… ไม่ว่าคืนนี้นางผู้หญิงใจร้ายจะทำของอร่อยแค่ไหน เขาก็จะไม่ยอมกินเด็ดขาด ไม่กินเด็ดขาด!

“พี่ ยืนเหม่อทำไมอยู่น่ะ น้ำซุปถั่วเขียวหวานชื่นใจ ชามเบ้อเริ่มเลยนะ พี่รีบมากินสิ อากาศร้อนขนาดนี้ เดี๋ยวเราไม่ต้องไปเก็บฟืนแล้วเนอะ”

ลู่หมิงหยางเดินเข้าไปในห้องครัว ยกชามน้ำซุปถั่วเขียวบนโต๊ะขึ้นมาซดไปสองอึก

“ไม่ไปแล้ว ฟืนก็เก็บมาแล้ว คำพูดที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว เดี๋ยวกลับไปนอนพักบนเตียงเตากันเถอะ เอ๊ะ เมื่อกี้ตอนเดินเท้านายไปเหยียบโดนอะไรเข้าหรือเปล่า เดี๋ยวเอาน้ำสะอาดล้างหน่อยนะ”

“ได้เลย!” ลู่หมิงเลี่ยงรับคำ ดวงตากวาดมองไปรอบๆ พอเห็นหม้อดินตั้งอยู่บนเตา ก็ลองเปิดฝาดู ในนั้นยังมีน้ำซุปถั่วเขียวเหลืออยู่อีกเพียบ เขาดีใจมาก รีบคว้าทัพพีที่อยู่ข้างๆ มาตักซดไปหนึ่งอึก

“พี่ ยังจะกินอีกไหม ในนี้ยังมีอีกนะ”

“ไม่กินแล้ว ชามเดียวก็พอแล้ว ถ้านายอยากกินก็กินเพิ่มอีกนิดสิ แอบๆ กินล่ะ!”

“ฮี่ๆ!”

สองพี่น้อง คนหนึ่งแอบกินไปอีกครึ่งชาม ส่วนอีกคนก็ชะโงกหน้าออกไปคอยดูลาดเลา ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้เดินออกมาจากห้องครัว หลังจากเอาฟืนไปตาก ล้างมือล้างเท้าเสร็จ ก็กลับไปนอนพักในห้องทางทิศตะวันตก

ลู่หมิงฟางและลู่หมิงข่ายที่นอนอยู่บนเตียงเตาเริ่มจะตื่นแล้ว ยกมือขึ้นขยี้ตา ถึงได้มองเห็นชัดเจนว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน ลู่หมิงข่ายรู้สึกดีใจมาก เขาถูกเสิ่นเมิ่งกอดไว้ตลอดช่วงบ่าย ความกล้าก็เริ่มมีมากขึ้น ฉวยโอกาสตอนที่เสิ่นเมิ่งยังไม่ตื่น ร้องเรียก “แม่” เสียงเบา

ลู่หมิงฟางมองดูเสิ่นเมิ่ง สัญชาตญาณบอกให้เธอรีบคว้าตัวน้องชายวิ่งหนี แต่พอคิดถึงตอนบ่ายที่แม่นอนกอดเธอ แถมยังบอกให้อาสะใภ้รองทำเสื้อกันหนาวและรองเท้ากันหนาวให้เธออีก ผ้าและสำลีดีๆ ขนาดนั้นเอามาทำของให้เธอ เธอรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเลยจนถึงตอนนี้

ช่วงบ่ายเสิ่นเมิ่งไม่ได้หลับเลย สองวันมานี้เธอเอาแต่นอนจนตัวขี้เกียจไปหมดแล้ว อาศัยช่วงที่เด็กทั้งสองคนหลับ เธอแอบเข้าไปดูหนังในมิติมาเรื่องหนึ่ง แล้วก็ยกหม้อใส่น้ำซุปถั่วเขียวออกมาด้วย

เธอแกล้งทำเป็นเพิ่งตื่น ขมวดคิ้วมองเด็กทั้งสองคน

“อ้าว พวกลูกตื่นกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เรียกแม่ล่ะ”

“แม่นอนหลับอยู่ ไม่เรียกหรอก” ลู่หมิงข่ายหดตัวเล็กน้อย แต่ไม่ได้ผละออกจากอ้อมกอดของเสิ่นเมิ่ง เขาถูกแม่กอดจนรู้สึกสบายใจ ไม่อยากจะห่างจากแม่เลยแม้แต่นิดเดียว จึงรวบรวมความกล้าตอบกลับไปประโยคหนึ่ง

เสิ่นเมิ่งมองดูหมิงข่ายตัวนุ่มนิ่ม ในใจรู้สึกยินดี จึงหอมแก้มเขาไปฟอดใหญ่ “จ๊วบ”

“เด็กดี หมิงฟาง แม่ฉวยโอกาสตอนที่พวกลูกหลับไปต้มน้ำซุปถั่วเขียวไว้ให้ ใส่ใส่น้ำตาลกรวดด้วยนะ ลูกพาหมิงข่ายไปกินหน่อยสิ เบาๆ เสียงหน่อยนะ หมิงหยางกับหมิงเลี่ยงนอนพักอยู่ในห้องฝั่งตะวันตกน่ะ”

ลู่หมิงฟางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบลงจากเตียงเตา รับคำ แล้วอุ้มลู่หมิงข่ายที่กำลังงัวเงียอยู่เดินออกไป พอถึงหน้าประตู เธอก็หันกลับมามองเสิ่นเมิ่งแวบหนึ่ง

“แม่ แม่นอนพักอีกหน่อยเถอะนะ มีอะไรก็เรียกหนูได้เลย”

“จ้ะ ไปเถอะลูก”

ลู่หมิงฟางได้ยินคำพูดของเสิ่นเมิ่ง ก็ยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะอุ้มลู่หมิงข่ายเดินจากไป

ตอนที่สองพี่น้องได้ดื่มน้ำซุปถั่วเขียว ในใจก็เอาแต่ชื่นชมว่าอร่อยเหลือเกิน ลู่หมิงข่ายดื่มไปก็หัวเราะคิกคักไปด้วย

“พี่ แม่เพิ่งหอมหนูด้วยนะ พี่เห็นหรือเปล่า หอมที่หน้าผากหนูเลย ฮี่ๆ!”

“เห็นแล้ว หมิงข่ายเป็นเด็กดี แม่ต้องชอบหนูแน่ๆ” ลู่หมิงฟางพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยเล็กน้อย ไม่ว่ายังไงหมิงข่ายก็เป็นลูกแท้ๆ ที่แม่คลอดออกมา แม่บอกว่าจะดีกับเธอ แต่ว่า… แต่ว่าเมื่อกี้แม่ไม่ได้หอมเธอเลย

ลู่หมิงฟางกัดริมฝีปาก คิดว่าตัวเองทำตัวหมางเมินเกินไปหรือเปล่า ในเมื่อแม่ก็บอกแล้วว่าจะปรับปรุงตัว แถมยังทำดีกับพวกเขาขนาดนี้ ป่วยอยู่แท้ๆ ยังอุตส่าห์ทำบะหมี่เส้นขาวจากธัญพืชเนื้อละเอียดให้พวกเขากิน แถมยังมีน้ำซุปถั่วเขียวหวานชื่นใจอีก เธอไม่ได้ทำอะไรเลย แถมยังเอาแต่คิดจะวิ่งหนี แม่จะเสียใจหรือเปล่า จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไหม

พอลู่หมิงฟางคิดแบบนี้ ในใจก็รู้สึกว้าวุ่นขึ้นมาทันที แต่พอมองดูท่าทางมีความสุขของน้องชาย เธอก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า คราวหน้า… คราวหน้าเธอจะต้องพูดจาดีๆ กับแม่ ผู้ใหญ่ทุกคนก็ชอบเด็กที่พูดจาไพเราะออดอ้อนทั้งนั้นแหละ อืม ต้องพูดจาให้ออดอ้อนกว่านี้

หลิวซานจินรู้สึกไม่สบายใจนัก ตอนบ่ายทำงานไปได้ครึ่งเดียวก็ขอลาหยุดกลับบ้าน เรื่องนี้ทำเอาลู่เต๋อปังเกือบจะโกรธเอา นี่มันช่วงฤดูเก็บเกี่ยวนะ ทุกบ้านยกเว้นคนที่ทำงานไม่ไหว ก็พากันลงนาไปหมดทั้งคนแก่คนหนุ่ม นางเองก็ดูแข็งแรงดีแท้ๆ แต่กลับทำไปได้ครึ่งเดียวแล้วก็กลับบ้าน ทำให้พวกผู้นำหมู่บ้านที่ดูแลเรื่องการผลิตรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก

เซี่ยจิ้งห่าวยกชามน้ำเย็นมาวางไว้ข้างเตียงเตาของนาง ร้องเรียก “แม่” เบาๆ หลิวซานจินแค่นเสียง “หึ” อย่างเย็นชา

เซี่ยจิ้งห่าวไม่ได้ใส่ใจอะไรอยู่แล้ว ในบ้านหลังนี้ นอกจากสามีกับลูกของเธอแล้ว ก็มีแค่ครอบครัวพี่ใหญ่เท่านั้นที่เธอแคร์

“แม่ แม่บอกว่าตากแดดจนปวดหัวไม่ใช่เหรอจ๊ะ ดื่มน้ำเย็นสักหน่อยจะได้ดีขึ้น ดื่มแล้วค่อยนอนนะจ๊ะ”

“หึ เก็บความกตัญญูของแกไปเถอะ แค่ทำให้ฉันโมโหน้อยลงหน่อย ฉันก็คงอยู่ได้นานขึ้นอีกหลายปีแล้วล่ะ!”

เซี่ยจิ้งห่าวไม่ได้ตอบกลับ วางชามน้ำเย็นไว้บนโต๊ะข้างเตียงเตา รู้อยู่แล้วว่านางจะต้องรื้อฟื้นเรื่องเก่าขึ้นมาพูดเพื่อจงใจหาเรื่องด่าเธอ เธอจึงปล่อยให้ฟังไปเงียบๆ

“เจ้าสามบ้านเรานี่มันซวยจริงๆ ถ้าไม่ได้แต่งกับตัวซวยอย่างแก ก็คงไม่พลาดโอกาสได้เรียนหนังสือ จนป่านนี้ต้องไปทำงานรับจ้างชั่วคราวที่เหมืองแร่ อาบเหงื่อต่างน้ำหาเลี้ยงพวกแกแม่ลูก” หลิวซานจินลุกพรวดขึ้นมานั่ง ชี้หน้าด่าเซี่ยจิ้งห่าว

เซี่ยจิ้งห่าวเงียบ ไม่ปริปากพูด เธอเป็นเด็กกำพร้าที่คุณย่าใจดีเลี้ยงดูมา พอคุณย่าเสียชีวิต ญาติสนิทก็ฮุบบ้านเก่าไป แถมยังจะไล่เธอออกจากบ้าน เธอไม่มีที่พึ่งพิง ไม่มีภาระผูกพันใดๆ อีกแล้ว ตอนที่เธอกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ลู่เจียเซิ่งเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้ เดิมทีปีนั้นหลิวซานจินหมายตาผู้หญิงคนหนึ่งให้ลู่เจียเซิ่งไว้แล้ว ถ้าได้แต่งเข้าบ้าน ไม่เพียงแต่จะได้ดองกับครอบครัวที่ดี แต่ยังอาจได้รับการแนะนำให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยกงหนงปิง ซึ่งพอเรียนจบก็จะได้รับการบรรจุเข้าทำงานทันที ถือเป็นงานที่มั่นคงไปตลอดชีวิต แต่ตอนนั้นญาติของเซี่ยจิ้งห่าวฉวยโอกาสปล่อยข่าวลือว่าลู่เจียเซิ่งทำลายชื่อเสียงของเธอ จนเรื่องราวใหญ่โต บีบบังคับให้บ้านลู่ต้องยอมรับเธอเป็นสะใภ้

ตอนนั้นเธอไม่อยากเป็นคนเลว คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยชีวิตเธอไว้ เธอจะไปทำลายอนาคตเขาได้ยังไง ลู่เจียเซิ่งเป็นคนมาหาเธอ ยืนกรานว่าจะแต่งงานกับเธอ และสาบานว่าจะดูแลเธอให้ดี ลู่เจิ้นผิงเป็นคนออกเงินซ่อมแซมบ้านและจ่ายค่าสินสอดให้ ทำให้เซี่ยจิ้งห่าวได้มีบ้านอยู่เป็นของตัวเองอีกครั้ง

หลังแต่งงานความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีมาก เพียงแต่หลิวซานจินมักจะดูถูกลูกสะใภ้คนที่สามที่ไม่มีบ้านเดิมคอยหนุนหลังคนนี้เสมอ

หลิวซานจินเห็นเธอเอาแต่เงียบ ก็ขมวดคิ้วมุ่น พอนึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อตอนบ่าย จึงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ตอนเย็นแกเป็นคนทำกับข้าวนะ ต้มน้ำซุปแป้งข้าวโพดปั้นก้อน แล้วก็ต้มไข่สักสองฟองเอาไปให้บ้านใหญ่ด้วย ผัดกับข้าวอีกสักอย่างนึง ตอนผัดก็ใส่น้ำมันหมูลงไปสักหน่อย แกเป็นคนยกไปให้ ไม่สิ ให้เจียวเจียวกับเจียเซวียนไปด้วยกัน ยกไปให้บ้านใหญ่ ฉวยโอกาสตอนที่คนกำลังเลิกงานนั่นแหละไปส่ง”

ดวงตาของเซี่ยจิ้งห่าวไหววูบ นี่คงไปได้ยินคำพูดระคายหูอะไรมาจากข้างนอกแน่ๆ ถึงได้คิดจะทำของดีๆ ไปส่งให้ เพื่อจะกู้หน้าให้บ้านตัวเองล่ะสิ!

ขณะที่เสิ่นเมิ่งกำลังนอนเบื่อๆ อยู่บนเตียงเตา ลู่หมิงข่ายก็ค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้ามาหา พอเห็นแม่มองมาที่ตัวเอง เขาก็หัวเราะ “ฮี่ๆ” ออกมา

“แม่ ตอนเย็นเราจะกินอะไรกันเหรอ” เขาเพิ่งดื่มน้ำซุปถั่วเขียวหมดไป ก็ตั้งตารออาหารเย็นแล้ว ประจวบเหมาะกับที่ลู่หมิงหยางเดินออกมาจากห้องทางทิศตะวันตกพอดี ในใจลู่หมิงหยางแค่นเสียงหึ ไม่ว่าจะทำอะไร เขาก็จะไม่กินเด็ดขาด

“ตอนเย็นไม่ทำกับข้าวจ้ะ เดี๋ยวย่าของลูกเขาก็คงให้คนเอามาส่งเองแหละ”

ลู่หมิงหยาง: “…”

น่าหงุดหงิดชะมัด เขาพูดเร็วเกินไปแล้ว!!!

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note