You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เลขานุการของหลี่ชวนยังไม่ทันเดินไปถึงหน้าประตู ก็ถูกเด็กคนหนึ่งผลักจนเซถลา

“พวกคุณจะทำอะไร มาจากไหน มาทำอะไรที่บ้านฉัน?”

“มาทำอะไรน่ะเหรอ?”

หมิงฟางไม่ได้พูดอะไร ยืนอยู่ข้างๆ พี่ชายทั้งสองคนด้วยความหวาดกลัว

“เด็กๆ ไม่ต้องกลัวนะ พวกเรามาหาสหายเสิ่นเมิ่ง เมื่อวานหล่อนช่วยชีวิตคนอย่างกล้าหาญ ช่วยลูกสาวของเลขาธิการหลี่ของเราไว้ พวกเราก็เลยมาขอบคุณหล่อนถึงบ้าน ไม่ได้มาหาเรื่องหรอกนะ”

เลขานุการอธิบายให้เด็กทั้งสามคนฟังอย่างใจเย็น พอได้ยินว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด หมิงหยางก็รีบกระแอมไอสองสามเสียง แล้วผลักประตูเปิดออก เรื่องช่วยคน เมื่อคืนแม่ของเขาก็พูดถึงอยู่เหมือนกัน

“ขอโทษทีนะครับ ผมไม่รู้ นึกว่าพวกคุณเป็นคนไม่ดีซะอีก งั้นพวกคุณเข้ามาข้างในเถอะครับ เดี๋ยวผมไปเรียกพ่อกับแม่ให้”

หมิงหยางพูดจบก็วิ่งเข้าไปในลานบ้าน หมิงเลี่ยงที่อยู่ข้างหลังก็เชิญคนเข้ามาในลานบ้าน

“งั้นพวกคุณเข้ามาเถอะครับ พ่อกับแม่ผมอาจจะกำลังทำงานอยู่”

“ทำงานอยู่!”

หมิงฟางพูดจบก็ปรายตามองหมิงเลี่ยง แม่ของพวกเขานอนตื่นสายโด่งทุกวัน ป่านนี้ไม่รู้ว่ายังนอนอยู่บนเตียงเตาหรือเปล่า มีคนอยู่หน้าประตูตั้งเยอะแยะ จะปล่อยให้คนอื่นเอาไปพูดไม่ได้ว่าแม่ของพวกเขาเป็นผู้หญิงขี้เกียจ ต้องพยายามกู้ภาพลักษณ์กลับมาสักหน่อย

ลู่เจิ้นผิงกับเสิ่นเมิ่งได้ยินเสียงเอะอะโวยวายข้างนอก พอเดินออกจากห้องโถงก็แทบจะชนเข้ากับหมิงหยางที่วิ่งพรวดพราดเข้ามา

“พ่อครับ แม่ครับ หน้าประตูมีรถเก๋งมาจอดสองคัน บอกว่ามาหาแม่ จะมาขอบคุณแม่ครับ”

“ลู่เจิ้นผิง นายใช่ไหม?”

หลี่ชวนมองผู้ชายตรงหน้าก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ตอนที่เขาไปทำงานและแวะไปเยี่ยมลูกชายที่กองทัพ ก็บังเอิญได้เจอกับรองผู้บังคับการกรมของลูกชาย ซึ่งก็คือลู่เจิ้นผิงที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้นี่เอง ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าลู่เจิ้นผิงคอยดูแลหลี่เหอผิงลูกชายของเขาเป็นอย่างดี และด้วยความที่เป็นคนอำเภอเดียวกัน เขาก็เลยรู้สึกประทับใจลู่เจิ้นผิงขึ้นมาทันที

“คุณอาหลี่ ทำไมคุณอาถึงมาที่นี่ได้ล่ะครับ”

“ฉันมาหาสหายเสิ่นเมิ่งน่ะ นายคือ… อ้าว ดูฉันสิ มิน่าล่ะหมอเฉิงถึงบอกว่าเสิ่นเมิ่งเป็นครอบครัวทหาร ที่แท้หล่อนก็เป็นภรรยาของนายนี่เอง บังเอิญจริงๆ เลยนะ”

เสิ่นเมิ่งก็เดินออกมาพอดี เมื่อกี้หล่อนเผลองีบหลับไปในห้อง แดดอุ่นๆ ส่องเข้ามาจนทำเอาตัวขี้เกียจไปหมด ทนไม่ไหวจริงๆ

“มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ”

หลี่ชวนมองสำรวจเสิ่นเมิ่ง สลับกับมองลู่เจิ้นผิง แล้วก็หัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง

“เจิ้นผิงเอ๊ย นายยอดเยี่ยมจริงๆ นะ ไม่เพียงแต่เป็นทหารที่เก่งกาจ ภรรยาที่แต่งมาก็ยังเก่งไม่แพ้กัน นายคงยังไม่รู้ล่ะสิว่า ภรรยาของนายเมื่อวานได้ช่วยชีวิตหญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งไว้อย่างกล้าหาญ แถมยังมอบโสมให้อีกหนึ่งราก หญิงตั้งครรภ์คนนั้นก็คือลูกสาวของฉัน น้องสาวของเหอผิงนั่นแหละ”

ลู่เจิ้นผิงรู้ว่าเสิ่นเมิ่งช่วยชีวิตคนไว้ แต่ไม่รู้เลยว่าจะบังเอิญขนาดนี้ ที่ช่วยไว้ดันเป็นลูกสาวของเลขาธิการหลี่

“งั้นก็บังเอิญมากจริงๆ ครับ คุณอาหลี่รีบเข้ามานั่งข้างในเถอะครับ สหายที่อยู่ข้างหลังด้วย เชิญเข้ามาข้างในกันให้หมดเลยครับ”

เขาเชิญคนเข้ามา เสิ่นเมิ่งมองดูบุคลิกและท่าทางการพูดจาของหลี่ชวน ในใจก็รู้ดีว่าคนคนนี้คงมีฐานะไม่ธรรมดาแน่ๆ หล่อนจึงรีบหันไปรินน้ำต้อนรับ

หลินหรงเดินเข้ามาในลานบ้านก็สอดส่ายสายตามองไปทั่ว พอเข้ามาในบ้าน เห็นครอบครัวนี้อาศัยอยู่ในบ้านอิฐที่กว้างขวาง เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็ดูดี หล่อนก็เบ้ปาก

เลขานุการวางของที่นำมาด้วยทั้งหมดลงบนโต๊ะ หลี่ชวนก็หยิบซองแดงออกมาจากถุงใบหนึ่ง

“สหายเสิ่นเมิ่ง นี่คือค่าโสมที่คุณให้เชี่ยนเชี่ยนกินเพื่อยื้อชีวิตเอาไว้นะ ฉันให้คนไปประเมินดูแล้ว โสมรากนั้นถ้าเอาไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า ก็คงได้ราคาประมาณสามร้อยยี่สิบกว่าหยวน ในเมื่อลูกสาวฉันกินเข้าไปแล้ว ฉันในฐานะพ่อ ก็ต้องเป็นคนจ่ายเงินส่วนนี้ให้”

หูเปียวสีหน้าเปลี่ยนไป รีบคว้าเงินที่หลี่ชวนยื่นให้เอาไว้ทันที ตอนที่อยู่บ้านเขาเตรียมตัวมาพร้อมแล้ว เงินก้อนนี้ไม่ว่าจะเป็นเขาออกเอง หรือพ่อแม่เขาเป็นคนออกก็ยังได้ แต่จะให้คนบ้านหลี่เป็นคนออกไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นวันข้างหน้าเขาจะเอาหน้าไปสู้หน้าหลี่เชี่ยนเชี่ยน แล้วก็เป่ากั๋วลูกชายของเขาได้ยังไง

“พ่อครับ จะให้พ่อเป็นคนจ่ายเงินก้อนนี้ได้ยังไงล่ะครับ ในเมื่อเชี่ยนเชี่ยนเป็นคนกินโสมเข้าไป เงินก้อนนี้ก็ต้องเป็นผมในฐานะสามีที่ต้องเป็นคนจ่ายสิครับ สหายเสิ่นครับ ผมชื่อหูเปียว เป็นสามีของหลี่เชี่ยนเชี่ยนครับ ต้องขอขอบคุณคุณมากๆ เลยนะครับที่เมื่อวานคุณยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างกล้าหาญ แถมยังมอบโสมชั้นดีให้อีก นี่คือค่าโสมครับ แล้วก็ของพวกนี้ ล้วนเป็นน้ำใจจากผมและเชี่ยนเชี่ยน หวังว่าคุณจะรับไว้นะครับ ต้องรับไว้จริงๆ นะครับ”

เขาพูดไปเหงื่อแตกพลั่กไป ตอนที่แต่งงานกับหลี่เชี่ยนเชี่ยน พ่อตาและพี่เขยก็คัดค้านกันหัวชนฝา ตอนนี้ท่าทีของพ่อตาที่มีต่อเขาก็เริ่มจะเปลี่ยนไปบ้างแล้ว ถ้าเกิดพี่เขยที่อยู่กองทัพรู้เรื่องเข้า ขาของเขาคงได้หักแน่ๆ

ซองแดงที่หูเปียวให้หนากว่าของหลี่ชวนเสียอีก ทำเอาหลินหรงตาขวากระตุกยิกๆ ถึงแม้หล่อนจะรู้ราคาของโสมรากนั้นแล้ว แต่พอต้องมาควักเงินจ่ายจริงๆ ก็ยังอดรู้สึกเสียดายไม่ได้ หล่อนมองดูเสิ่นเมิ่งที่แต่งตัวเรียบง่าย ในใจก็เริ่มเกิดความสงสัย ผู้หญิงคนนี้คงไม่ได้วางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วหรอกนะ โสมราคาสามร้อยกว่าหยวน ครอบครัวไหนจะกล้าซื้อมาเก็บไว้กันล่ะ!

ยิ่งไปกว่านั้น เจียวเจียวก็บอกแล้วนี่นา ว่าเชี่ยนเชี่ยนบอกแต่แรกแล้วว่าเป็นสะใภ้ของโรงงานทอผ้า หล่อนเองก็เคยเป็นคนบ้านนอกมาก่อน ทำไมจะไม่รู้นิสัยคนบ้านนอกล่ะ ผู้หญิงบางคนหน้าตาดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่จริงๆ แล้วเจ้าเล่ห์เพทุบายจะตายไป

“สหายเสิ่น ลองดูความตั้งใจของครอบครัวหูของเราสิคะ เงินก็ไม่น้อยเลยนะ คนบ้านนอกทำงานหาแต้มแรงงานตั้งสามสี่ปี ก็อาจจะหาเงินได้ไม่เท่านี้เลยด้วยซ้ำ อ้อ จริงสิ ของพวกนี้คุณก็อย่าเพิ่งรีบรับไปหมดล่ะ เพราะไม่ได้ให้คุณคนเดียวหรอกนะ ยังไงซะเจียวเจียวก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวหูเราเหมือนกัน จะขอบคุณก็ต้องขอบคุณด้วยกันสิคะ”

คำพูดของหลินหรง ทำเอาบรรยากาศที่กำลังครึกครื้นเมื่อครู่ เงียบกริบลงในพริบตา หลี่ชวนขมวดคิ้วมองหูจิ้นปู้ แล้วก็หันไปมองหูเปียว

ตอนแรกที่เขาคัดค้านการแต่งงานครั้งนี้ ก็เพราะรังเกียจหลินหรง แม่สามีที่ใจแคบและหัวโบราณคนนี้นี่แหละ

สายตานี้ทำเอาหูจิ้นปู้กลัวแทบตาย เขารีบเข้ามาพูดไกล่เกลี่ยทันที “ฮ่าๆๆ แม่ของเปียวเปียวพูดจาไม่ค่อยเข้าหู สหายเสิ่นอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะครับ ส่วนของสหายโจว พวกเราก็เตรียมไว้อีกชุดหนึ่งแล้ว ของพวกนี้เป็นของคุณทั้งหมดครับ ได้โปรดให้เกียรติรับไว้ด้วยเถอะครับ”

เขาเป็นถึงผู้อำนวยการโรงงานทอผ้า นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องมาพูดจาประจบประแจงใครแบบนี้ แน่นอนล่ะ ถ้าหลี่ชวนไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย คำพูดที่ออกมาก็คงจะเป็นอีกแบบหนึ่งแน่ๆ

เสิ่นเมิ่งตอนแรกก็ไม่ได้กะจะรับของและเงินพวกนี้หรอก แต่ในเมื่อยายแก่นี่กล้ามาพูดจาถากถางหล่อน ถ้างั้นหล่อนก็ขอรับไว้ก็แล้วกัน ไม่รับก็โง่แล้ว

“ถ้างั้นก็ต้องขอบคุณมากนะคะ ในเมื่อคุณอุตส่าห์เอ่ยปากมาขนาดนี้ ฉันก็ต้องขอรับน้ำใจไว้ก็แล้วกันค่ะ”

หลินหรงหน้าดำคร่ำเครียด อ้าปากเตรียมจะด่า แต่หลี่ชวนก็กระแอมไอขึ้นมาเสียก่อน แล้วชี้ไปที่ลู่เจิ้นผิง “คิดว่าคุณแม่สามีและหูเปียวคงยังไม่รู้จักเขาสินะครับ ท่านนี้คือรองผู้บังคับการกรมลู่ เป็นผู้บังคับบัญชาของเหอผิงลูกชายผม เป็นบุคคลแนวหน้าในเตียนหนานเลยนะครับ ของที่พวกเราเอามามอบให้ ถึงแม้จะดูมีค่า แต่จะเทียบกับเกียรติยศและผลงานที่เขาสร้างมาได้ยังไง จะเทียบกับชีวิตของเชี่ยนเชี่ยนและเป่ากั๋วของครอบครัวเราได้ยังไง”

คำพูดของเขาทำเอาหลินหรงอ้าปากค้าง คำพูดที่อัดอั้นอยู่ในคอหอยก็พูดไม่ออกอีกเลย หล่อนนึกว่าเป็นแค่ทหารจนๆ คนหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าจะมีตำแหน่งสูงส่งในกองทัพ แถมยังเป็นผู้บังคับบัญชาสายตรงของพี่ชายลูกสะใภ้อีกต่างหาก

ส่วนหูเปียวก็ถึงกับขาสั่นพั่บๆ ในใจก็ร้องครวญคราง ขาของเขาคงรักษาไว้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง แม่ทำแบบนี้ได้ยังไง ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าวันนี้จะไม่พูดอะไร ทำไมถึงกล้าทำตัวกร่างต่อหน้าพ่อตาแบบนี้ล่ะ เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ไม่เข้าใจเลยสักนิด

หูจิ้นปู้ตาขวากระตุกยิกๆ ลอบมองลู่เจิ้นผิง ตั้งแต่เดินเข้ามา เขาก็รู้สึกแล้วว่าคนคนนี้มีออร่าที่น่าเกรงขาม ไม่ใช่คนธรรมดาๆ แน่นอน เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ!

ทางด้านโจวเจียวเจียวกับลู่เจียเซวียนที่ชะเง้อคอรออยู่ที่บ้าน อยากจะออกไปดู แต่ก็ต้องสงวนท่าทีไม่ยอมเปิดประตู ในใจก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก ทำไมผ่านไปตั้งนานแล้วยังไม่มีใครมาเคาะประตูอีก มาหาผิดบ้านหรือเปล่านะ?

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note