ตอนที่ 117 ไอ้เด็กเวรนี่มันจะตีหนู
แปลโดย เนสยังลู่เจิ้นผิงปรายตามองเขาด้วยหางตา แล้วพูดว่า “ไม่อร่อยแล้วแกจะคายออกมาทำไมล่ะ เมื่อกี้ฉันเห็นแกกินซะมูมมามเชียว หลายปีมานี้ไม่เคยได้กินเนื้อเลยล่ะสิ หมาที่บ้านฉันยังได้กินดีกว่าแกอีกนะ โตป่านนี้แล้ว ยังต้องมารังแกเด็กตัวเล็กๆ เพื่อแย่งเนื้อกินชิ้นนึง ช่างน่าสมเพชจริงๆ”
เต๋อจื่อเคยทำตัวเป็นอันธพาลวางอำนาจอยู่ในบ้าน ไม่เคยมีใครมาพูดจาถากถางเขาแบบนี้มาก่อนเลย ประกอบกับลู่เจิ้นผิงก็ตัวสูงใหญ่ สีหน้าก็ดุดัน เขาเบ้ปาก แล้วก็ปล่อยโฮออกมาทันที
ลู่เจิ้นผิงไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด หิ้วคอเสื้อเต๋อจื่อ แล้วก็อุ้มลู่หมิงข่ายเดินตรงไปที่บ้านของไหลจื่อ
เช้าตรู่ยังไม่ถึงเวลาทำงาน ภรรยาไหลจื่อกำลังถือชามป้อนข้าวลูกสาวคนเล็กอยู่ ลูกสาวคนโตก็อาศัยจังหวะที่คนในบ้านกำลังกินข้าว แอบคีบกับข้าวใส่ชามของตัวเอง กะว่าจะเก็บไว้ให้แม่กิน
“กินๆๆ รู้จักแต่กิน นี่มันเวลาไหนแล้ว ทำไมหลานชายสุดที่รักของฉันยังไม่กลับมาอีกล่ะ ต้ายา เลิกกินได้แล้ว รีบออกไปตามหาน้องชายแกเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วก็แกด้วย นังตัวขาดทุน มีของดีๆ อะไรต้องเอามาป้อนให้มันกิน โตป่านนี้แล้วยังกินข้าวเองไม่เป็นอีก รีบๆ ท้องลูกชายให้เป่าเกินซะที นั่นแหละเรื่องสำคัญที่สุด”
ภรรยาไหลจื่อได้ยินก็ทำหูทวนลม ไหลจื่อมองหน้าเมียตัวเองแล้วก็รู้สึกรำคาญใจ เขายกเท้าขึ้นถีบเข้าไปทีนึง ภรรยาไหลจื่อถูกถีบจนล้มลงไปกองกับพื้น ชามข้าวในมือก็หลุดมือ น้ำแกงกระเด็นไปโดนเสี่ยวยาเข้าเต็มๆ
“อ๊า~ ฮือๆๆ… ร้อนๆ ฮือๆ… แม่”
“แม่!”
ต้ายาเห็นแม่โดนตี ก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบพุ่งเข้าไปหาแม่ ภรรยาไหลจื่อรีบคว้าตัวเสี่ยวยามาตรวจดูตั้งแต่หัวจรดเท้า พอเห็นว่าลูกไม่ได้โดนน้ำร้อนลวก ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วก็ดึงต้ายามาหลบอยู่ข้างหลังตัวเอง
“ไม่ต้องกลัวนะ แม่ไม่เป็นไร”
ไหลจื่อวางชามในมือกระแทกลงบนโต๊ะดังปัง ก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาเมียตัวเอง พ่อแม่ของไหลจื่อก็มองดูอยู่โดยไม่ได้ห้ามปรามอะไรเลย แถมแม่ของไหลจื่อยังถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรงอีกต่างหาก
“ตีเลย ตีให้หนักๆ เลย นังผู้หญิงไม่ได้เรื่อง พูดไปตั้งยืดยาว ไม่ยอมปริปากตอบเลยสักคำ แล้วก็นังต้ายาอีกคน ลูกตีไปเลย ไม่ต้องสงสาร ตีมันให้ตายไปเลย เดี๋ยวแม่ค่อยหาเมียใหม่ให้ลูกเอง”
บ้านของไหลจื่อแซ่สวี ถือเป็นคนนอกที่ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านเฉียวเจีย ในรุ่นของเขาก็มีเขาเป็นลูกชายคนเดียว พ่อแม่ก็เลยตามใจมาก ตอนที่ไหลจื่อจะหาเมีย ก็ไปดูตัวมาหลายคน จนกระทั่งมาถูกใจเมียคนปัจจุบัน อวี๋เสวี่ยลี่ ก็เลยหาทางแต่งงานเอาหล่อนมาเป็นเมียจนได้
แต่ผู้หญิงสวยๆ พออยู่ด้วยกันนานๆ ไป ก็เริ่มจะชินตาไปเอง ประกอบกับพอแต่งงานเข้ามา เมียคนนี้ก็ไม่ร่าเริงสดใสเหมือนเมื่อก่อน เอาแต่ทำตัวขี้เกียจสันหลังยาว นานวันเข้าเขาก็เริ่มจะรำคาญ จากที่ตอนแรกแค่ลงไม้ลงมือเบาๆ นานๆ ไปก็เริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงตอนนี้ แค่ไม่พอใจนิดหน่อยก็ทุบตีหล่อนซะแล้ว
อวี๋เสวี่ยลี่ก็ดูเหมือนจะชินชาไปแล้วเหมือนกัน แต่ตอนที่ไหลจื่อทำท่าจะเตะต้ายากับเสี่ยวยา หล่อนถึงจะยอมลุกขึ้นมาตอบโต้บ้าง
ลู่เจิ้นผิงหิ้วคอเสื้อเต๋อจื่อเดินมาถีบประตูบ้านเปิดออก พอเข้าไปในลานบ้าน ก็เห็นอวี๋เสวี่ยลี่กำลังกอดลูกสาวสองคน ทนรับการทุบตีอยู่ เขาโยนเต๋อจื่อลงบนพื้น ปรายตามองดูแม่ลูกสามคนที่กอดกันกลมโดยไม่ได้พูดอะไร
คนบ้านสกุลสวีพอเห็นว่าเป็นลู่เจิ้นผิง บรรยากาศวุ่นวายเมื่อกี้ก็เงียบลงทันที ไหลจื่อก็รีบหดเท้ากลับ
“อ้าว เจิ้นผิง ทำไมมาบ้านฉันได้ล่ะเนี่ย เต๋อจื่อ แกไปไหนมาฮะ ย่าตามหาแกตั้งแต่เช้าแล้ว หิวไหมหลานรักของย่า”
“ย่า ไอ้เด็กเวรนี่มันจะตีหนู ย่าช่วยตีมันที ตีมันให้หน่อย ถุย สั่งสอนมันให้รู้สำนึกซะบ้าง ให้มันรู้ว่าบ้านเราเก่งแค่ไหน”
แม่ไหลจื่อพอได้ยินแบบนั้น ก็โกรธขึ้นมาทันที หันไปมองลู่เจิ้นผิง
“เจิ้นผิง นี่แกทำอะไรของแกเนี่ย เต๋อจื่อก็เป็นแค่เด็ก แกจะมารังแกเด็กทำไม แล้วนี่แกยังจะมาบุกตีถึงบ้านอีก มีอำนาจวาสนาก็ไปเบ่งที่บ้านสิ จะมาเบ่งอะไรที่บ้านฉัน”
หล่อนพูดไปพลาง ก็ดึงเต๋อจื่อเข้ามากอดไว้ในอก ลูบหัวลูบหางด้วยความรักความเอ็นดู
“เมื่อเช้านี้ หลานชายหัวแก้วหัวแหวนของป้า พากลุ่มเด็กไปดักรอลูกชายผม บังคับให้ลูกผมไปขโมยของกินที่บ้านมาให้ ถ้าไม่ให้ก็จะพากันไปรุมตีหมิงหยาง หมิงเลี่ยง แล้วก็หมิงฟาง พอดีผมจับได้คาหนังคาเขา ลองบอกมาสิครับ ว่าเรื่องนี้ป้าจะจัดการยังไง?”
แม่ไหลจื่อพอได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็ผ่อนคลายลง ฟังจากคำพูดของเขาก็รู้แล้วว่า หลานชายของหล่อนไม่ได้เสียเปรียบอะไร
“โอ๊ยยย ฉันก็นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องเด็กๆ ทะเลาะกันนิดๆ หน่อยๆ แกจะมาจริงจังอะไรนักหนาล่ะ ไม่ใช่ว่าป้าจะว่าแกหรอกนะเจิ้นผิง เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ แกถึงกับบุกมาหาเรื่องถึงบ้านเลยเหรอ จริงๆ เลย ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้ โฮะๆๆ ไม่เป็นไรหรอกน่า เด็กสองคนไม่ได้ตีกัน แล้วก็ไม่มีใครบาดเจ็บอะไรด้วย ไม่เป็นไรแล้วล่ะ เอาล่ะๆ ใกล้จะได้เวลาทำงานแล้ว แกไม่มีอะไรก็กลับไปเถอะ!”
ลู่เจิ้นผิงเลิกคิ้วขึ้น ถามย้ำอีกครั้งว่า “นี่ป้ามั่นใจนะว่านี่เป็นแค่เรื่องเด็กๆ ทะเลาะกัน ผู้ใหญ่ไม่สมควรเข้ามายุ่งเหรอครับ?”
“เด็กๆ ทะเลาะกัน แกเป็นผู้ชายอกสามศอก จะมาจริงจังอะไรนักหนา ขืนเอาไปเล่าให้ใครฟัง มีหวังโดนคนอื่นหัวเราะเยาะตายเลย”
แม่ไหลจื่อพูดไปหัวเราะไป พยายามจะไล่ลู่เจิ้นผิงและลูกชายออกจากบ้านไป โดยไม่ได้สนใจจะให้บอกให้อวี๋เสวี่ยลี่ลุกขึ้น หรือให้เต๋อจื่อกล่าวขอโทษเลยแม้แต่น้อย
เต๋อจื่อรู้สึกน้อยใจมาก ที่ไม่ได้เป็นดั่งใจหวัง เขาเดินเข้าไปหาอวี๋เสวี่ยลี่ ต้ายา และเสี่ยวยา เตะไปสองสามที แล้วก็สบถด่าก่อนจะวิ่งหนีไป ทำเอาพ่อแม่ของไหลจื่อรู้สึกปวดใจแทน
ไหลจื่อมองตามหลังลู่เจิ้นผิงไป แล้วก็ถ่มน้ำลายใส่อวี๋เสวี่ยลี่ หันหลังกลับไปนอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง อวี๋เสวี่ยลี่เจ็บปวดไปทั้งตัว ต้ายาและเสี่ยวยาต่างก็ลูบคลำใบหน้าของหล่อนด้วยความสงสาร
ลู่เจิ้นผิงอุ้มลู่หมิงข่ายเดินออกจากประตูมา สองพ่อลูกไม่ได้คุยอะไรกันเลยตลอดทาง จนกระทั่งใกล้จะถึงบ้าน เด็กน้อยก็เริ่มทนไม่ไหว ขมวดคิ้วแน่น ซบหน้าลงบนไหล่ของลู่เจิ้นผิงอย่างโกรธเคือง
“พ่อ ทำไมเมื่อกี้พ่อไม่ตีเต๋อจื่อล่ะ ทำไมไม่ตีเขา เขายังด่าพ่อด้วยนะ!”
“เรื่องของเด็กๆ พ่อไม่ต้องลงมือหรอก เดี๋ยวตอนเที่ยงรอให้พี่ชายพี่สาวของหนูเลิกเรียนกลับมา พ่อจะบอกให้พวกเขาไปจัดการแก้แค้นให้หนูเอง จะตีให้หนักๆ เลย พ่อจะคอยสนับสนุนพวกหนูเอง”
ลู่หมิงข่ายได้ยินแบบนั้น ก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที บนใบหน้าก็มีรอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นมา
“แล้วถ้าคุณย่าของเต๋อจื่อมาด่าล่ะฮะ?”
“เต๋อจื่อมีปู่มีย่า หนูก็มีปู่มีย่าเหมือนกันนี่นา ไม่ต้องไปกลัวเขาหรอก แต่พ่อจะบอกอะไรให้นะ คราวหน้าถ้าเจอเรื่องแบบนี้อีก ต้องบอกให้คนที่บ้านรู้ก่อนนะลูก พ่อกับแม่จะเป็นคนจัดการให้หนูเอง อย่าออกไปจัดการเองคนเดียวเลย มันอันตรายนะลูก เมื่อกี้หนูเกือบจะโดนตีแล้วนะ ถ้าเกิดหน้าเป็นแผลขึ้นมา แม่เห็นเข้าก็คงจะปวดใจแย่เลย ใช่ไหมลูก?”
“เด็กดีจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วฮะ เด็กดีคราวหน้าจะบอกพ่อกับแม่ฮะ”
ลู่เจิ้นผิงเอาหัวไปถูกับหัวของลู่หมิงข่ายเบาๆ ในใจก็รู้สึกอ่อนยวบ แล้วก็รู้สึกผิดและละอายใจในเวลาเดียวกัน ช่วงเวลาหลายปีที่เขาไม่อยู่บ้าน ไม่รู้ว่าเด็กๆ ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้มากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว
ถ้าเป็นหลิวซานจินในอดีต หล่อนก็คงจะไม่สนใจใยดีหรอก แต่ตอนนี้หล่อนคงจะสนใจบ้างแหละ อย่างน้อยก็เพราะเห็นแก่เงินหล่อนก็คงจะออกโรงปกป้องพวกหมิงข่ายบ้าง
ส่วนเรื่องที่ไหลจื่อทุบตีเมียตัวเองนั้น คนในหมู่บ้านก็รู้กันดี เคยมีคนเข้าไปตักเตือนอยู่หลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะพูดอะไร เขาก็ยังคงทำตัวเหมือนเดิม จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครอยากจะเข้าไปยุ่งเรื่องของครอบครัวนี้อีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวี๋เสวี่ยลี่ที่ไม่เคยจะสู้เพื่อตัวเองเลย

0 Comments