You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ลู่เจียเซิ่งยังอยากจะพูดอะไรต่อ เซี่ยจิ้งห่าวก็รีบกระแทกก้นดันเขาให้หลบไปอยู่ด้านข้างทันที ก่อนหน้านี้ก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ตอนนี้ยังมีอะไรที่ไม่เข้าใจอีกล่ะ พี่สะใภ้ใหญ่ของหล่อนกำลังหาวิธีทวงของขวัญให้พวกหล่อนอยู่นี่เอง!

“พี่สะใภ้ใหญ่ ของขวัญนี่ฉันขอรับไว้ก็แล้วกันนะจ๊ะ ขอบคุณพี่สะใภ้ใหญ่มากๆ เลยนะจ๊ะที่อุตส่าห์เป็นธุระให้ แล้วก็ขอบคุณพี่ใหญ่ด้วยนะจ๊ะ ช่วงที่ผ่านมาบ้านฉันสร้างเสร็จได้ ก็เพราะพี่ใหญ่มาช่วยออกแรงไปตั้งเยอะ เจียเซิ่งซื้อเหล้าขาวมาด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ใหญ่ต้องดื่มให้เยอะๆ เลยนะจ๊ะ”

“นี่มันเรื่องเล็กน้อยจ้ะ พี่ใหญ่ของเธอน่ะมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไร ก็ให้เขามาช่วยทำงานเยอะๆ หน่อย ตอนกลางคืนจะได้หลับสนิทขึ้นไงล่ะจ๊ะ”

เสิ่นเมิ่งพูดจาไร้สาระเป็นตุเป็นตะ โดยไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของลู่เจิ้นผิงที่อยู่ข้างๆ ที่เริ่มจะมืดครึ้มลงไปเลยสักนิด

หลังจากเซี่ยจิ้งห่าวและเสิ่นเมิ่งนั่งลงด้วยกันแล้ว ทั้งสองคนก็จ้องมองไปที่หลิวซานจินและคนอื่นๆ เป็นตาเดียว ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้วล่ะ

บ้านลู่คนที่สามแยกบ้าน ญาติพี่น้องที่สนิทสนมกัน ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็ต้องให้ของขวัญติดไม้ติดมือมาบ้าง สองสามีภรรยาแยกตัวออกไปเป็นครอบครัวเดี่ยวแล้ว ช่วงแรกๆ ก็ต้องพึ่งพาเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน บ้านนู้นให้เสบียงมานิดหน่อย บ้านนี้ให้ของใช้มานิดหน่อย ค่อยๆ ประคับประคองใช้ชีวิตกันไป

ขนาดญาติที่สนิทกันยังทำกันขนาดนี้ แล้วกับคนในครอบครัวล่ะ จะต้องให้พูดอะไรอีกไหม?

หลิวซานจินฝืนยิ้มที่ดูแข็งทื่อมองเซี่ยจิ้งห่าว แต่ในแววตากลับแฝงไปด้วยความเคียดแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เตรียมไว้แล้วล่ะ ยายแก่อย่างฉันเตรียมคูปองอาหารยี่สิบชั่งกับเงินอีกสิบหยวนให้ครอบครัวเจ้าสาม นอกจากนี้ยังมีน้ำตาลทรายแดงอีกสองชั่งนะ คนเราพอแก่ตัวลง ความจำก็ไม่ค่อยจะดี รีบๆ ร้อนๆ ก็เลยมางานเลี้ยงเลย เดี๋ยวเจียเซิ่งก็แวะกลับไปเอาที่บ้านแม่หน่อยก็แล้วกันนะ แยกบ้านแล้วก็ต้องตั้งใจทำมาหากินนะลูก ถ้ามีเรื่องอะไรตัดสินใจไม่ได้ ก็กลับมาปรึกษาพ่อกับแม่ได้นะ พ่อกับแม่ถึงจะแก่แล้ว แต่ก็ยังพอทำงานไหวไปได้อีกสองสามปี ที่สำคัญที่สุดนะ ต้องหมั่นพาเสี่ยวกังกับเสี่ยวหยามาเยี่ยมแม่บ่อยๆ นะ แม่น่ะ คิดถึงเด็กสองคนนี้ที่สุดเลย”

ลู่เจิ้นผิงเงยหน้ามองนางแวบหนึ่ง หลิวซานจินดูเหมือนจะเรียนรู้วิธีการทำตัวแบบนี้มาจากไป๋ซูอวี้เสียมากกว่า มักจะพูดจาให้ดูดีไปเสียทุกเรื่อง สิ่งที่ได้กลับมาก็มีแต่ชื่อเสียงดีๆ ทั้งนั้น

พอนางพูดแบบนี้ คนในงานก็พากันชื่นชมนางกันใหญ่

“ดูสิ คุณป้าสามเป็นแม่สามีที่แสนดีขนาดนี้ จิ้งห่าวเอ๊ย หล่อนนี่มีบุญจริงๆ เลยนะ”

“แม่สามีก็แสนดี สะใภ้ก็แสนดี ทั่วทั้งสิบหมู่บ้านนี้คงหาครอบครัวที่ปรองดองกันแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ มิน่าล่ะลูกชายของคุณป้าสามถึงได้เป็นคนเก่งกันทุกคนเลย”

“เจิ้นผิง เจียเซิ่ง เจียเหอ วันข้างหน้าพวกเธอต้องกตัญญูต่อพี่สามและพี่สะใภ้สามให้มากๆ นะ วันนี้เจียเซวียนไม่อยู่ ถ้าเจียเซวียนอยู่ ฉันก็จะบอกเขาแบบนี้เหมือนกัน ถึงฉันจะเป็นแค่คุณอา แต่ก็ต้องพูดแบบนี้แหละ แล้วก็เสิ่นเมิ่ง เจียวเจียว แล้วก็เซียงหลาน พวกเธอต้องกตัญญูต่อแม่สามีให้ดีๆ นะ ถ้าทำไม่ดีกับหล่อน ฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วยนะ!”

เสิ่นเมิ่งแอบกลอกตาบน คุณเป็นใครกันล่ะ มาพูดจาไม่ยอมรับนู่นไม่ยอมรับนี่ที่นี่ ถ้าไม่ยอมรับก็รับไปเลี้ยงดูเอาใจใส่ที่บ้านตัวเองสิ จะมาใช้คำพูดใหญ่โตมากดดันพวกเราทำไมกัน

โจวเจียวเจียวก็พอจะมีของดีๆ เก็บไว้บ้าง ในเมื่อหลิวซานจินออกทั้งเงิน ทั้งคูปอง แล้วก็น้ำตาลทรายแดงไปแล้ว หล่อนก็เลยคิดไปคิดมา สุดท้ายก็ต้องบอกว่าจะเอาปลอกหมอนสองผืนที่เก็บไว้ในตู้บนเตียงเตามาให้

มีเพียงอู๋เซียงหลานเท่านั้นที่เอาแต่ก้มหน้างุด ในมือหล่อนไม่มีของดีๆ อะไรเลยจริงๆ ตอนที่แยกบ้านคราวก่อน ลู่เจียเหอพูดซะดูดีว่าจะเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้หล่อนกับลูกๆ แต่พอได้เงินมาก็เปลี่ยนใจ ฮุบเอาไปหน้าตาเฉย จนป่านนี้ก็ยังไม่ยอมบอกหล่อนเลยว่าเอาเงินไปทำอะไร

เงินไม่กี่หยวนที่หล่อนอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมา ก็ต้องเอาไปชดใช้ให้เซี่ยจิ้งห่าวจนหมด ตอนนี้ต่อให้เอาหล่อนไปขาย หล่อนก็ไม่มีของดีๆ อะไรจะเอามาให้เซี่ยจิ้งห่าวหรอก

“ฉัน ฉัน ฉัน…”

“เซียงหลานเมื่อปีที่แล้วเพิ่งจะซื้อผ้าพันคอสีแดงมาไม่ใช่เหรอจ๊ะ ฉันว่าผืนนั้นแหละกำลังดีเลย จิ้งห่าวเพิ่งจะคลอดลูกมาในปีนี้ พอเข้าหน้าหนาวก็ต้องระวังอย่าให้โดนความเย็น เอาผ้าพันคอผืนนั้นให้จิ้งห่าวก็น่าจะดีนะจ๊ะ”

เสิ่นเมิ่งพูดด้วยรอยยิ้ม อู๋เซียงหลานไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แต่ก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน ในนิยายต้นฉบับหล่อนก็คอยเกาะติดโจวเจียวเจียว แล้วก็คอยกลั่นแกล้งพวกลู่หมิงหยางอยู่บ่อยๆ วันข้างหน้าชีวิตหล่อนก็ถือว่าสุขสบายไม่น้อย

โจวเจียวเจียวในชาตินี้ไม่ได้มีเส้นทางที่ราบรื่นเหมือนในหนังสือ หล่อนเอาตัวเองแทบจะไม่รอด ย่อมไม่มีทางช่วยเหลืออู๋เซียงหลานได้

ถ้าอยากจะทำให้นางเอกอยู่ไม่เป็นสุข ก็ต้องเริ่มจากการถอนเขี้ยวเล็บของหล่อนออกเสียก่อน!!!

อู๋เซียงหลานถูกหล่อนพูดใส่จนหน้าซีดเผือด หันขวับไปมองหล่อน ผ้าพันคอสีแดงผืนนั้น หล่อนเพิ่งจะเคยเอามาผูกแค่ครั้งเดียวเองนะ คือตอนวันตรุษจีน หลังจากนั้นหล่อนก็พับเก็บไว้อย่างดีในตู้บนเตียง ไม่เคยหยิบออกมาอีกเลย ปีนี้หล่อนยังกะว่าจะเอาผ้าพันคอผืนนี้ไปแลกของ กะว่าจะหาแลกรองเท้ากันหนาวคู่ใหม่ให้เด็กๆ สักคนละคู่

หล่อนกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ไม่มีใครเอ่ยปากช่วยหล่อนเลยสักคน แม้แต่โจวเจียวเจียวที่สนิทกับหล่อนที่สุดก็ยังก้มหน้าเงียบ อู๋เซียงหลานรู้สึกหนาวเหน็บในใจ รู้สึกเหมือนตัวเองตัวคนเดียว เมื่อกี้ตอนได้ยินว่ามากินเลี้ยง หล่อนเป็นคนที่วิ่งมาเร็วที่สุด แต่ตอนนี้หล่อนรู้สึกว่าตัวเองเป็นไอ้หน้าโง่ชัดๆ

“พี่สะใภ้ใหญ่พูดถูกแล้วจ้ะ ขอแค่จิ้งห่าวไม่รังเกียจก็พอจ้ะ”

ถึงแม้จะไม่เต็มใจ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ แม่สามีกับน้องสะใภ้ก็ให้กันหมดแล้ว ถ้าหล่อนไม่ให้ ก็คงจะไม่มีหน้าไปสู้หน้าใครแล้วล่ะ

“ไม่รังเกียจหรอกจ้ะ ไม่รังเกียจ ขอบคุณพี่สะใภ้รองนะจ๊ะ”

เซี่ยจิ้งห่าวรับสายตาที่ไม่เป็นมิตรจากแม่สามีและพี่สะใภ้คนอื่นๆ ถึงแม้ในใจจะยังรู้สึกหวั่นๆ อยู่บ้าง แต่ก็พยายามทำใจให้สงบที่สุด ก็มีพี่สะใภ้ใหญ่อยู่ข้างๆ นี่นา จะไปกลัวอะไร

ตั้งแต่ลู่เจิ้นผิงถูกกินจนหมดจด พวกลู่หมิงหยางก็ไม่ได้กินอาหารเช้าฝีมือเสิ่นเมิ่งอีกเลย หล่อนตื่นสายขึ้นทุกวัน

คืนนี้พอกินข้าวเสร็จ พวกลู่หมิงหยางก็ยังไม่ยอมกลับเข้าห้องไปทำการบ้าน แต่กลับมาล้อมหน้าล้อมหลังเสิ่นเมิ่ง ถามหล่อนว่าคืนนี้จะต้องออกไปทำงานอีกไหม ทำเอาเสิ่นเมิ่งหน้าแดงก่ำ

“แม่จ๊ะ แม่มีงานอะไรก็บอกผมได้นะ ผมจะไปทำเอง แม่จ๋า ผมอยากกินซาลาเปาทอดฝีมือแม่จังเลย อยากกินมากๆ เลยครับ”

“แล้วก็ซุปเผ็ดร้อนด้วย มีซาลาเปาด้วย แม่จ๋า ตอนเช้าอย่าให้พ่อทำกับข้าวเลยนะ กินแต่ชาหมั่นโถวทุกวัน ถ่ายไม่ออกเลย ปวดท้องไปหมดแล้ว”

“พี่รอง ฉันยังกินข้าวไม่เสร็จเลยนะ พี่อย่าพูดเรื่องอึได้ไหม”

ลู่หมิงข่ายกอดชามใบเล็กของตัวเอง มองลู่หมิงเลี่ยงด้วยความไม่พอใจ ส่วนลู่หมิงเลี่ยงก็ยิ้มยิงฟันหัวเราะแหะๆ สองเสียง แล้วก็หันไปมองแม่ตัวเอง

เสิ่นเมิ่งกัดฟันกรอด ถลึงตาใส่ผู้ชายที่กำลังกลั้นขำอยู่ข้างๆ แล้วก็แอบกระทืบเท้าเขาใต้โต๊ะอย่างแรง

“คืนนี้แม่ไม่ไปทำงานแล้วจ้ะ พรุ่งนี้เช้าจะทำของอร่อยๆ ให้กินนะ เดี๋ยวแม่จะไปแช่วุ้นเส้นกับเห็ดแห้งไว้ก่อน พรุ่งนี้เช้าจะได้ทำของอร่อยๆ ให้พวกหนูกินนะ”

“จริงเหรอครับ?”

“ดีจังเลยแม่ แหะๆๆ!”

“ในที่สุดก็ไม่ต้องกินฝีมือพ่อแล้ว ดีใจจังเลย”

“หนูก็ไม่อยากกินฝีมือพ่อเหมือนกัน”

เสียงบ่นพึมพำของเด็กๆ ทำเอาผู้ชายที่เมื่อกี้ยังกลั้นขำอยู่ถึงกับหน้าตึงขึ้นมาทันที เขาอุตส่าห์ตื่นแต่เช้าตรู่ทุกวัน ก็เพื่อให้เด็กๆ ได้กินข้าว แต่ไอ้พวกเด็กไม่มีหัวใจพวกนี้กลับมารังเกียจฝีมือเขาซะได้

เอาเวลาไปทำอาหารเช้า สู้เขานอนกอดเมียอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆ ยังจะดีกว่าอีก!!!

เช้าวันต่อมา เสิ่นเมิ่งก็ทำซาลาเปาไส้เห็ดหอมผักกวางตุ้งเนื้อแกะหม้อใหญ่ แล้วก็ซาลาเปาทอดอีกหนึ่งหม้อ กระทะเหล็กใบนี้หล่อนก็เอามาจากมิติ หล่อนเก็บไว้ในตู้กับข้าวมาตลอด ก่อนหน้านี้ตอนลู่เจิ้นผิงถาม หล่อนก็บอกไปว่าสั่งทำมาเป็นพิเศษ หมดเงินไปตั้งเยอะ

หลังจากนอนตื่นสายมาหลายวัน พอต้องมาตื่นเช้ากะทันหัน เสิ่นเมิ่งก็รู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไหร่ อากาศก็หนาวมาก ตอนเช้าตื่นมาในลานบ้านก็มีแต่หมอก หล่อนกะว่าวันนี้จะเข้าไปในอำเภอสักหน่อย จะได้เอาเตาถ่านกับถ่านออกมาจากมิติ ไม่อย่างนั้นฤดูหนาวคงจะทำกับข้าวลำบากน่าดู

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note