ตอนที่ 11 คนเราต้องไม่หน้าด้านเกินไป
แปลโดย เนสยังเสิ่นเมิ่งพิงตู้บนเตียงเตาอย่างอ่อนแรง มองดูท่าทางโกรธเกรี้ยวของโจวเจียวเจียวกับลู่เจียเซวียนแล้วรู้สึกสะใจมาก ชาติที่แล้วเจ้าของร่างเดิมอาจจะร้ายกาจก็จริง แต่สองคนนี้มันก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?
ภายนอกทำเป็นเรียบง่าย ไม่แก่งแย่งชิงดีกับใคร แต่คนที่ได้ผลประโยชน์ไปเต็มๆ จะบริสุทธิ์ผุดผ่องได้ยังไง โดยเฉพาะเรื่องที่ทำร้ายลู่หมิงข่าย พวกเขารู้ดีว่าลูกของตัวเองเป็นคนทำให้ลู่หมิงข่ายต้องตาย แต่กลับแค่ยอมรับผิดแล้วก็จบกันไป ชีวิตของลู่หมิงข่ายทั้งชีวิตเชียวนะ
เธอมองดูเด็กน้อยเนื้อตัวสะอาดสะอ้านที่ได้รับการดูแลอย่างดีตรงหน้า แล้วก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นความรู้สึกตกค้างของเจ้าของร่างเดิมที่กำลังออกฤทธิ์ เธอจึงเอามือกุมหน้าอกแล้วพูดกับเธอเบาๆ ในใจว่า สิ่งที่ควรชดใช้ เธอจะชดใช้ให้ สิ่งที่ควรชดเชย เธอจะช่วยชดเชยให้ ถือเป็นการตอบแทนที่เจ้าของร่างเดิมมอบชีวิตที่สองให้กับเธอ
พอคิดจบ เสิ่นเมิ่งก็รู้สึกผ่อนคลายลงทันที
คนเราน่ะ ต้องไม่หน้าด้านเกินไป ถ้าหน้าด้านเกินไป ก็จะมีเรื่องให้ต้องกังวลเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะเวลาที่มีคนนอกอยู่ด้วย ลู่ปังเต๋อกับจางหงฟาเห็นว่าหลิวซานจินยอมจ่ายเงินและยอมคืนบ้านให้ ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถือว่าเรื่องนี้คลี่คลายลงได้แล้ว
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่วางใจเถอะ เดี๋ยวฉันกับเจียเซวียนจะย้ายออกไปเดี๋ยวนี้แหละ ก่อนหน้านี้เราก็ปรึกษากันไว้แล้วว่าจะรีบย้ายออก เพื่อให้พี่กับเด็กๆ ได้เข้ามาอยู่ แต่ช่วงนี้งานยุ่งมาก ก็เลยผลัดมาเรื่อยๆ เดี๋ยวคืนนี้ฉันกับเจียเซวียนจะช่วยพี่กับเด็กๆ ย้ายของมานะ แล้วก็ต้องขอบคุณพี่มากที่เห็นแก่ส่วนรวม ฉันเตรียมน้ำตาลทรายแดงกับไข่ไก่ไว้ให้พี่ด้วย เดี๋ยวจะเอามาให้ด้วยเลยนะ!”
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจเป็นหมื่นเป็นแสน แต่ในสถานการณ์แบบนี้ โจวเจียวเจียวก็ต้องจำใจยอมตกลง ถ้าขืนปล่อยให้เสิ่นเมิ่งตายตาไม่หลับเพราะเรื่องนี้ ความผิดของเธอคงใหญ่หลวงนัก ในเมื่อเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เธอก็ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและเลขาธิการพรรคให้ได้
พูดจบเธอก็ดึงลู่เจียเซวียนวิ่งออกไปทันที
เสิ่นเมิ่งมุมปากกระตุกเล็กน้อย หันไปมองลู่เต๋อปังกับจางหงฟาแล้วพูดว่า “รบกวนผู้ใหญ่บ้านกับท่านเลขาฯ ที่ต้องลำบากมาถึงที่นี่ เห็นแก่หน้าเจิ้นผิง ฉันคงต้องขอหน้าด้านรบกวนท่านผู้นำทั้งสองอีกสักเรื่อง ตอนที่เราย้ายมา แม่ของฉันบอกว่าให้เอาเสบียงมารวมกัน ถึงฉันกับเด็กๆ จะไม่ได้ออกไปทำงานมากนัก แต่แต้มแรงงานก็พอจะแลกเสบียงมาได้บ้าง พ่อจ๊ะ พ่อพารพหมิงหยางไปกับผู้ใหญ่บ้านนะ ไปแยกเสบียงของฉันกับเด็กๆ ออกมา หมิงหยางโตแล้ว ต่อไปก็ต้องเป็นผู้นำครอบครัว เขาเป็นถึงลูกชายคนโตของเจิ้นผิงเชียวนะ”
พอได้ยินคำว่าลูกชายคนโต ลู่หมิงหยางก็ยืดอกขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
ส่วนหลิวซานจินนั้นโกรธจนตาลาย อยากจะฉีกหน้ากากอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะมีคนนอกอยู่ด้วย นางจึงทำไม่ได้ ในใจก็แอบกลัวว่าเสิ่นเมิ่งจะตายไปจริงๆ นางยังคงเชื่อมั่นในฝีมือการรักษาของลู่ฉางหงอยู่
อู๋เซียงหลานรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก เสบียงที่บ้านก็มีพอกินอยู่แล้ว เธอวางแผนไว้ว่าจะแอบขโมยเอากลับไปบ้านเดิมสักหน่อย แต่พอสบตากับเสิ่นเมิ่ง เธอก็รีบก้มหน้าลงทันที
ช่างเถอะๆ รอให้นางตายก่อนแล้วกัน ถึงตอนนั้นข้าวของของบ้านพี่ใหญ่ เธอก็คงจะได้ส่วนแบ่งมาบ้าง โอมเพี้ยง
ลู่เจียเหอที่เงียบมาตลอด เป็นเพราะสิ่งที่เสิ่นเมิ่งพูดไม่ได้กระทบผลประโยชน์อะไรของเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นเงินที่แม่เขาให้ หรือบ้านที่น้องชายเขายอมคืนให้ มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา แต่เรื่องเสบียงนี่ไม่ได้นะ เขาเป็นแรงงานหลักของบ้าน หาแต้มแรงงานได้มากที่สุด แม่บอกแล้วว่าการที่บ้านพี่ใหญ่ย้ายออกไป ไม่ได้แปลว่าแยกบ้าน ในเมื่อไม่ได้แยกบ้าน แล้วทำไมถึงต้องมาแบ่งเสบียงของเขาไปด้วยล่ะ
“ไม่ได้ เสบียงนั่นห้ามแตะต้อง พวกผู้ชายอย่างเราอุตส่าห์อาบเหงื่อต่างน้ำหามา ทำไมถึงต้องแบ่งให้พวกเธอด้วย เสบียงแบ่งไม่ได้ เธอพาหมิงหยางกับน้องๆ กลับมากินข้าวที่นี่ก็พอ ยังไงก็ยังไม่ได้แยกบ้านกันสักหน่อย”
เสิ่นเมิ่งตาแดงก่ำ ไอค่อกแค่กติดๆ กัน ทำท่าเหมือนคนใกล้จะสิ้นใจ ทำเอาอู๋เซียงหลานตกใจจนกระโดดโหยง รีบหันไปทุบตีลู่เจียเหอไปหลายที
“หยุดพูดเถอะ พี่สะใภ้ใหญ่อาการหนักขนาดนี้แล้ว เมื่อกี้ฉันเพิ่งได้ยินหมอลู่บอกว่า ถ้าคืนนี้พี่สะใภ้ใหญ่ไข้ขึ้น ก็อาจจะไม่รอดเลยนะ พี่หุบปากไปเลย ถ้าเกิดพี่สะใภ้ใหญ่ตายตาไม่หลับ กลางดึกจะมาเคาะประตูบ้านเรานะ” เธอขยับเข้าไปกระซิบข้างหูลู่เจียเหอเบาๆ
ลู่เจียเหอใช้ข้อศอกกระทุ้งอู๋เซียงหลานจนกระเด็นไปอยู่ข้างๆ
“หลบไป ผู้ชายเขาจะคุยกัน ผู้หญิงอย่ามาแส่ ฉันบอกว่าห้ามแตะเสบียง ก็คือห้ามแตะ เสิ่นเมิ่ง เธอกับไอ้เด็กพวกนี้วันๆ หนึ่งหาแต้มแรงงานได้สักเท่าไหร่กันเชียว วันๆ ดีแต่อ้าปากรอรับข้าว ฉันจะบอกอะไรให้นะ แม่กลัวเธอ แต่ฉันไม่กลัว อยากจะแบ่งเสบียงงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ”
จางหงฟากรอกตาไปมา เขาเป็นคนลากลู่เต๋อปังมาที่นี่ เหตุผลแรกก็เพราะชาวบ้านหลายคนเห็นหวังคุ่ยจือร้องห่มร้องไห้โวยวาย ถ้าไม่มาก็คงไม่ได้ เหตุผลที่สองก็คืออยากจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลู่เจิ้นผิง น้องชายคนเล็กของเขากำลังจะอายุครบสิบหกปีแล้ว อีกไม่นานกองทัพก็จะเปิดรับสมัครทหารใหม่ ถ้าสอบติด ก็คงต้องรบกวนให้คนในกองทัพช่วยดูแล ซึ่งก็มีคนรู้จักอยู่ที่นั่นพอดี เขาจึงอยากจะผูกมิตรไว้ก่อน
“เจียเหอ พูดแบบนี้ไม่ได้นะ เมื่อกี้พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอก็บอกแล้วว่า พวกเธอไม่ได้เรียกหมิงหยางกับน้องๆ มากินข้าวด้วย ปล่อยให้เด็กๆ ต้องไปจับนกกระจอกกินประทังหิว ตอนนี้พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอก็บาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ ถ้าไม่แบ่งเสบียงให้เลยสักนิด จะให้พวกเขากินลมกินแล้งหรือไง?”
ลู่เจียเหอเป็นพวกเก่งแต่ในบ้าน เขาไม่กล้ามีปากมีเสียงกับเลขาธิการพรรคหรอก แต่พอเป็นเรื่องเสบียง เขาก็ยังคงดื้อดึงไม่ยอมแพ้ “ครั้งนี้หาคนไม่เจอไง ครั้งหน้าฉันจะไปตามพวกเขาเอง รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้หิวแน่ๆ แต่เรื่องแบ่งเสบียงน่ะ ไม่ได้เด็ดขาด”
“แบบนี้มันไม่มีเหตุผลเลยนะ ฉันยังคิดอยู่เลยว่า ยังไงซะสะใภ้เจิ้นผิงก็ถูกวัวของหน่วยผลิตขวิด ทางหน่วยผลิตเราก็ต้องแสดงความรับผิดชอบบ้าง เอาอย่างนี้แล้วกัน ทางหน่วยผลิตจะจ่ายเงินชดเชยให้สิบหยวน กับธัญพืชละเอียดอีกสามสิบชั่ง ถือเป็นค่าทำขวัญ สะใภ้เจิ้นผิง เธอพักผ่อนรักษาตัวให้ดีนะ อย่าคิดมาก เจิ้นผิงไปเป็นทหารอยู่ข้างนอก ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ เธอต้องรักษาสุขภาพให้ดี เพื่อรอเจอกับเขาให้ได้นะ!”
เสิ่นเมิ่งแอบหยิกต้นขาตัวเองอย่างแรง ทำให้น้ำตาไหลพรากออกมาอีกครั้ง
“ขอบคุณท่านผู้นำที่เมตตา ขอบคุณมากจริงๆ ส่วนเรื่องแบ่งเสบียงของบ้านเรา…”
“ไม่ได้ อยากจะแบ่งเสบียง ก็ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ” ลู่เจียเหอโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมแรง อู๋เซียงหลานที่อยู่ข้างๆ พยายามดึงไว้ก็ไม่อยู่
“แบ่ง ฉันเป็นคนตัดสินใจเอง ถ้าไม่แบ่ง ฉันกับปังเต๋อก็จะไม่ยุ่งเรื่องนี้แล้ว ให้ป้าหวังกับลุงเสิ่นไปโวยวายที่ที่ว่าการคอมมูนเลย ให้ทุกคนได้รู้กันไปเลยว่า บ้านสกุลลู่ฉวยโอกาสตอนที่เจิ้นผิงไม่อยู่ บีบบังคับให้เมียเขาต้องตาย ความจริงบางเรื่องฉันก็ไม่อยากจะพูดให้มันชัดเจนนักหรอกนะ แต่ก็อย่าคิดว่าคนอื่นเขาโง่ คำพูดหลอกเด็กแบบนั้น มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่เชื่อ ป้าหลิว ป้าว่าจริงไหม?”
เสิ่นเมิ่ง: “…”
รู้สึกเหมือนเขากำลังด่าเธอกลายๆ ยังไงก็ไม่รู้ มั่นใจเลยล่ะ!!!
จางหงฟาก็ไม่ได้อยากจะพูดจารุนแรงหรอกนะ แต่ลู่เจียเหอมันดื้อด้านเกินไป ถ้าไม่สั่งสอนซะบ้าง เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในฐานะเลขาธิการพรรค
หลิวซานจินตัวสั่นเทา รีบชี้หน้าด่าลู่เจียเหอทันที “แบ่ง แบ่งแน่นอน เจียเหอ แกหยุดพูดได้แล้ว พี่สะใภ้ใหญ่ของแกบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ แกหุบปากไปเลยนะ แล้วก็แกด้วย ตายแล้วหรือไง เห็นผัวแกมารังแกพี่สะใภ้ใหญ่ ยังไม่รีบดึงตัวออกไปอีก หึๆๆ เอาล่ะ พ่อดอง พ่อพาหมิงหยางไปแบ่งเสบียงกับฉันเถอะ แม่ดองก็ดูแลเสี่ยวเมิ่งให้ดีนะ เดี๋ยวฉันจะเอาเงินมาให้ทีหลัง พักผ่อนให้สบายนะ เด็กดี”
นางพูดจบก็รีบพาคนเดินออกไปอย่างร้อนรน กลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้ เสิ่นเมิ่งจะมีข้อเรียกร้องอะไรอีก หลังจากที่ทุกคนออกไปหมดแล้ว เสิ่นเมิ่งถึงได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
การต่อสู้ครั้งแรกหลังทะลุมิติ ถือว่าชนะใสๆ

0 Comments