ตอนที่ 107 ซุปเซี่ยงจี๊บำรุงกำลัง
แปลโดย เนสยังเสิ่นเมิ่งหลับสนิทไปจนถึงสิบเอ็ดโมงกว่าของวันรุ่งขึ้น ตอนที่ตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นลู่เจิ้นผิงอยู่ข้างกายแล้ว ข้างๆ ตัวหล่อนในระยะที่เอื้อมมือถึง มีแก้วน้ำอุ่นวางอยู่ หล่อนเพิ่งจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง อาการปวดเมื่อยที่เอวก็แล่นริ้วขึ้นมา ทำเอาต้องล้มตัวลงนอนกลับไปอีกรอบ
เสิ่นเมิ่งไม่กล้าขยับตัวอีกเลย หล่อนรู้สึกเหมือนร่างกายถูกรถบรรทุกทับไปมาจนแบนแต๊ดแต๋ ปวดเมื่อยไปหมด เมื่อคืนนี้ลู่เจิ้นผิงช่างน่ากลัวจริงๆ ทั้งเอวนั่น ขานั่น แล้วก็พละกำลังนั่นอีก จิ๊ๆๆ!!!
ถึงแม้จะเหนื่อยมาก แต่ในที่สุดเสิ่นเมิ่งก็ได้ลิ้มลองเนื้อชิ้นนี้สมใจอยาก ในใจหล่อนก็ยังรู้สึกพึงพอใจสุดๆ ก็ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์แวบเข้าไปรื้อค้นตู้เสื้อผ้าในมิติ จนเจอชุดกระโปรงที่ทั้งดูเรียบร้อยแต่ก็แฝงความเซ็กซี่เย้ายวนเอาไว้
หลังจากลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล หล่อนก็จัดการดื่มน้ำอุ่นบนโต๊ะจนหมด แล้วก็หยิบซาลาเปาไส้เนื้อลูกโตจากในมิติมากินรองท้องไปก่อน เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ถ้าไม่หาอะไรลงท้องซะหน่อย หล่อนก็คงไม่มีแรงลุกเดินหรอก
พอเสิ่นเมิ่งเดินออกมาที่ลานบ้าน หมิงเลี่ยงกับหมิงข่ายที่กำลังนั่งเขี่ยฝูงมดเล่นอยู่บนพื้น ก็รีบวิ่งเข้าไปหาหล่อนทันที
“แม่ยังเหนื่อยอยู่ไหมจ๊ะ พ่อบอกว่าเมื่อคืนแม่ช่วยพ่อแบ่งเนื้อจนเหนื่อยมาก ก็เลยไม่ให้พวกเราเข้าไปกวนแม่จ้ะ ในหม้อมีข้าวเก็บไว้ให้แม่ด้วยนะ เดี๋ยวผมไปยกมาให้แม่นะจ๊ะ!”
หมิงเลี่ยงพูดจบก็รีบวิ่งแจ้นไปที่ห้องครัว เสิ่นเมิ่งกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบว่าหมิงหยางกับหมิงฟางไม่อยู่ หล่อนจึงเอื้อมมือไปขยี้ผมหมิงข่ายเบาๆ
“เสี่ยวข่าย พ่อกับพี่ใหญ่แล้วก็พี่สาวของลูกไปไหนกันล่ะจ๊ะ?”
เสิ่นเมิ่งพูดจบก็ถึงกับชะงักงันไปเลย เสียงของหล่อนแหบแห้งมากจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง หล่อนกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อคืนนี้นอนดิ้นจนเจ็บคอขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
“ออกไปข้างนอกแล้วฮะ แม่จะพักหน่อยไหมฮะ ทำไมแม่พูดไม่ชัดเลยล่ะ ไม่สบายเหรอฮะ?”
“แม่ แม่สงสัยคงจะคออักเสบนิดหน่อยน่ะจ้ะ ไม่เป็นไรหรอก ไม่เป็นอะไรเลยจริงๆ ไม่ต้องห่วงนะลูก”
หล่อนพูดจบก็รีบหุบปากฉับ ไม่อยากจะเอ่ยปากพูดอะไรอีกแล้ว
“แม่ย่อตัวลงสิฮะ เดี๋ยวเสี่ยวข่ายจะเป่าให้แม่นะ แล้วแม่ก็จะหายดีฮะ”
เด็กน้อยดึงเสื้อของหล่อน พยายามจะปีนขึ้นมาบนตัวหล่อน เสิ่นเมิ่งก็เลยต้องยอมย่อตัวลง มองดูเด็กน้อยที่ขยับเข้ามาใกล้ เป่าลมรดที่คอหล่อนไปสองที หล่อนนึกว่าเขาจะเป่าเสร็จแล้ว แต่จู่ๆ มือน้อยๆ ของลู่หมิงข่ายก็ยื่นมาจับที่คอหล่อน แล้วก็กดลงไปตรงกระดูกไหปลาร้า
“แดงด้วยฮะ มีแมลงกัดแม่ด้วย เดี๋ยวเด็กดีจะเป่าเพี้ยงๆ ให้นะฮะ”
“แค่กๆๆ… ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เป็นไร ตรงนี้ไม่เจ็บหรอกนะ ไม่เจ็บเลย แม่ไปพักที่ห้องโถงก่อนนะ ลูกก็เขี่ยฝูงมดเล่นต่อไปเถอะ!”
“ไม่ได้เขี่ยฝูงมดนะฮะ เด็กดีกำลังผ่าตัดให้มดอยู่ต่างหาก”
เสิ่นเมิ่ง: “…งั้นลูกก็ผ่าตัดต่อไปเถอะ!”
พอเข้าไปนั่งในห้องโถง หล่อนก็นึกถึงรอยแดงบนกระดูกไหปลาร้าของตัวเองขึ้นมาได้ ก็เลยรีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ติดกระดุมคอเสื้อซะมิดชิด ส่องกระจกดูจนแน่ใจแล้ว ถึงได้เดินออกจากห้องอย่างสบายใจ
“แม่ ข้าววางอยู่บนโต๊ะนะจ๊ะ เดี๋ยวผมจะออกไปตามพ่อ วันนี้หมู่บ้านเราจะแล่เนื้อแพะต้มซุปเนื้อแพะกินกันนะจ๊ะ ทุกคนก็ไปรับกันได้เลย พ่อก็ไปช่วยเขาทำงาน พี่ชายกับพี่สาวกลัวว่าเดี๋ยวจะมีคนแย่งเอาหนังแพะไป ก็เลยไปยืนเฝ้ากันอยู่ ผมกับเสี่ยวข่ายก็อยากไปดูเหมือนกันนะฮะ แม่ให้พวกเราไปได้ไหมฮะ?”
“ไปเถอะจ้ะ เดินระวังๆ หน่อยล่ะ อย่ามัวแต่วิ่งเล่นนะ เดี๋ยวจะหกล้มเอาได้”
“ฮะ!”
เสิ่นเมิ่งมองส่งเด็กทั้งสองคนเดินออกจากบ้านไป แล้วถึงค่อยก้มหน้าลงมองดูชามข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะ
เสิ่นเมิ่ง: “…”
ลู่เจิ้นผิงไอ้ผู้ชายหน้าหมา เก็บซุปเซี่ยงจี๊ไว้ให้หล่อนชามนึง นี่มันหมายความว่ายังไงกันเนี่ย???
ชาวบ้านในหมู่บ้านที่ไปทำงานหาแต้มแรงงานกัน ต่างก็มีเรี่ยวแรงกันอย่างเหลือล้น ตอนที่เสียงระฆังดังขึ้นในตอนเช้าตรู่ ผู้ใหญ่บ้านก็ประกาศแล้วว่า วันนี้จะมีเนื้อแพะภูเขาให้กินกัน เจิ้นผิงเป็นคนไปล่ามาเมื่อคืน พอได้ยินแบบนี้ ใครบ้างล่ะจะไม่ดีใจ
ลู่เจิ้นผิงเพิ่งจะกลับมาถึงหมู่บ้าน ก็มีน้ำใจเอาของมาแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านแบบนี้ เดี๋ยวพอเขากลับไปที่กองทัพ เพื่อนบ้านก็คงจะคอยช่วยเหลือดูแลลูกเมียของเขาเป็นอย่างดี นี่คือสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านต้องการสื่อให้ทุกคนรับรู้ ซึ่งชาวบ้านทุกคนก็เห็นด้วย ตอนนี้ก็ตั้งใจทำงานกันอย่างขะมักเขม้น รอจนถึงเวลาเลิกงานก็จะได้ไปซดน้ำซุปเนื้อแพะ แถมยังได้กินตั้งสองมื้อเลยนะ
เมื่อเช้าหลิวซานจินก็ได้ยินเรื่องนี้มาจากปากของโจวเจียวเจียวและลู่เจียเซวียนแล้ว พอมองดูเพื่อนบ้านมากมายพากันมาชื่นชมลู่เจิ้นผิงต่อหน้านาง นางก็ต้องฝืนยิ้มรับ แต่ในใจกลับอยากจะอาเจียนออกมา แพะตัวเบ้อเริ่มหนักตั้งหลายสิบชั่ง เขาช่างใจกว้างเป็นแม่น้ำเลยนะ ไม่คิดเลยว่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าจะได้กินสักกี่คำเชียว
ตอนเอาไปให้คนในหมู่บ้าน ก็ไม่รู้จักคิดเผื่อแผ่คนในบ้านบ้างเลย แค่ดึงหัวแพะออกมาสักหัวแล้วแบ่งกันกินสองบ้าน มันจะเป็นไรไปล่ะ ผู้ใหญ่บ้านจะกล้าพูดอะไรได้ นี่เป็นยังไงล่ะ คนทั้งหมู่บ้านก็ได้กินกันถ้วนหน้า ไอ้พวกที่ปกติไม่เคยจะมาสุงสิงกัน ก็ยังถือชามมารอกินของฟรีจากบ้านลู่ได้เลย เรื่องนี้ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดใจ
ภรรยาของไหลจื่อเพิ่งจะถอนหญ้าตรงหน้าไปได้แค่นิดเดียว ก็ทิ้งตัวลงนั่งแหมะกับพื้น หล่อนมองดูโจวเจียวเจียวที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างหนัก มุมปากก็กระตุกยิ้มเยาะเย้ยออกมา
“เจียวเจียวเอ๊ย วันนี้เราก็ถือว่าได้รับอานิสงส์จากพี่ใหญ่ของหล่อนนะเนี่ย ถึงได้มีซุปเนื้อแพะกินตั้งสองมื้อ หล่อนลองพูดมาสิ พี่ใหญ่ของหล่อนจับแพะภูเขาตัวเบ้อเริ่มมาได้ขนาดนั้น ทำไมถึงไม่ยอมแบ่งเนื้อให้พวกหล่อนบ้างล่ะ ถ้าไม่ให้เนื้อ แบ่งไขมันแพะมาให้สักนิดก็ยังดีนะ นี่เล่นเอาไปแจกคนอื่นจนหมดเกลี้ยงเลย ที่บ้านหล่อนไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ?”
“นี่ๆๆ ภรรยาไหลจื่อ หล่อนพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง คนบ้านลู่อุตส่าห์เอาแพะมาแบ่งให้ทุกคนกิน หล่อนกินแล้วยังจะมาพูดจาหาเรื่องอีก ถ้าหล่อนไม่อยากกิน เดี๋ยวก็อย่าถือชามกระเบื้องไปต่อคิวรอรับก็แล้วกัน ไม่มีใครบังคับให้หล่อนไปหรอกนะ”
“ใช่น่ะสิ อย่าว่าแต่แพะภูเขาเลย บ้านไหนล่ากระต่ายป่าหรือไก่ป่ามาได้ ก็แทบจะปิดประตูกินกันเงียบๆ ไม่ยอมให้ใครเห็นแม้แต่ขนไก่หรือขนกระต่ายสักเส้น หล่อนยังจะมาพูดจายุแยงตะแคงรั่วอยู่อีกนะ”
“เจียวเจียว หล่อนอย่าไปสนใจนางเลย นางก็แค่อิจฉาบ้านลู่ของหล่อนเท่านั้นแหละ”
ผู้หญิงหลายคนที่กำลังทำงานอยู่ด้วยกันต่างก็พากันพูดจาเข้าข้างโจวเจียวเจียว รุมต่อว่าภรรยาไหลจื่อ แต่ภรรยาไหลจื่อหน้าหนาเกินร้อย ไม่สนใจคำพูดของพวกนางเลยสักนิด เอาแต่นั่งพักเหนื่อยอยู่บนพื้น
โจวเจียวเจียวรอให้คนอื่นๆ พูดจบ ถึงได้หันไปมองภรรยาไหลจื่อ
“พี่สะใภ้ไหลจื่อจ๊ะ พี่ใหญ่ของฉันกำลังทำความดีนะจ๊ะ เขามีของดีก็อยากจะแบ่งปันให้ทุกคนได้กิน นี่ถือเป็นเรื่องดี คนในครอบครัวเราไม่มีใครขัดข้องเลยจ้ะ สนับสนุนเขาเต็มที่เลย ทุกคนก็ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก อุตส่าห์ได้แพะมาสักตัว จะได้มีเนื้อตกถึงท้องบ้าง มันก็สมควรที่จะแบ่งให้ทุกคนได้กินด้วยกันสิจ๊ะ”
“อ้อ อย่างนั้นเหรอ?”
ภรรยาไหลจื่อก็ไม่ได้ใส่ใจคำตอบของหล่อนมากนัก นางนั่งพักเหนื่อยไปสักพัก แล้วก็เริ่มใช้เสียมถอนหญ้าต่อไป
โจวเจียวเจียวแอบปรายตามองนางแวบหนึ่ง รู้สึกรังเกียจพฤติกรรมของนางมาก หน้าตาก็สะสวย รูปร่างก็ดี ทำไมถึงได้ขี้เกียจสันหลังยาวขนาดนี้นะ
แต่นี่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหล่อนมากนัก ในเมื่อที่บ้านไม่ได้ส่วนแบ่งเนื้อแพะ ชื่อเสียงดีๆ ก็ต้องช่วยกันรับไว้ วันข้างหน้าก็คงจะมีประโยชน์ต่องานของลู่เจียเซวียนด้วย
ลู่เจิ้นผิงกลับมาถึงบ้าน พอเห็นสีหน้าของเสิ่นเมิ่งดูไม่ค่อยดี เขาก็ลูบจมูกตัวเองด้วยความรู้สึกผิด กระแอมไอเบาๆ สองสามเสียง แล้วก็เดินเข้าไปหาเสิ่นเมิ่ง
“เอ่อ เสี่ยวเมิ่ง ซุปที่เก็บไว้ให้ เธอได้กินหรือยังล่ะ เธอตื่นสาย ก็เลยให้กินซุปพอรองท้องไปก่อน เดี๋ยวตอนเที่ยงค่อยกินของอร่อยๆ นะ”
ถ้าไม่พูดถึงเรื่องนี้ เสิ่นเมิ่งก็คงไม่โกรธขนาดนี้หรอก พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เสิ่นเมิ่งก็เอื้อมมือไปหยิกเนื้อนิ่มๆ ที่เอวของเขาอย่างแรง
“เก็บซุปเซี่ยงจี๊ไว้ให้ฉันทำไม ฉันจะกินของพรรค์นั้นไปทำไมกัน?”
“ก็ร่างกายเธอไม่ค่อยแข็งแรงนี่นา ต้องบำรุงให้ดีๆ หน่อย ไม่อย่างนั้นคราวหน้าพอทำไปได้ครึ่งทาง เธอก็สลบเหมือดไปอีก”
เสิ่นเมิ่ง: “…”

0 Comments