You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เฟยเฉียนซึ่งเคยใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนในยุคหลังรู้ดีว่า การมีฝักมีฝ่ายเยอะแยะนี่แหละคือเรื่องที่น่ารำคาญใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสำหรับตัวประธานบริษัทเอง หรือสำหรับพนักงานระดับล่าง ต่างก็เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวที่สุดที่ต้องเผชิญ

เรื่องบางเรื่องที่ปกติน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบริษัท แต่ก็อาจจะถูกจงใจทำพังเพื่อใช้โจมตีคู่แข่งในการแข่งขันระหว่างฝ่าย โดยไม่สนใจผลประโยชน์ส่วนรวมเลยแม้แต่น้อย

อย่างเช่นสถานการณ์ของลูกน้องหลิวเปี่ยวในตอนนี้ ระหว่างฝ่ายท้องถิ่นจิงเซียงกับฝ่ายที่มาจากภายนอก เฟยเฉียนแทบไม่ต้องคิดก็รู้เลยว่า ต้องมีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันอย่างแน่นอน การสู้รบนองเลือดในสนามรบว่าโหดร้ายแล้ว แต่การต่อสู้แย่งชิงอำนาจที่เชือดเฉือนกันด้วยคำพูดแบบนี้ ก็ไม่ได้นุ่มนวลไปกว่ากันสักเท่าไรหรอก

แต่หลังจากที่เฟยเฉียนทำความเคารพทุกคนทีละคนแล้ว เขาก็พบว่าหลิวเปี่ยวเหมือนจะจงใจปิดบังเรื่องหนึ่งไว้ นั่นคือเรื่องที่ตกลงกับเฟยเฉียนไว้ว่าจะมีหน้าที่แค่ให้คำแนะนำแต่จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารงาน

ไม่ว่าหลิวเปี่ยวจะแนะนำเฟยเฉียนให้ใครรู้จัก เขาไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่คำเดียว!

ผู้ช่วยพิเศษของประธานบริษัทกับที่ปรึกษาพิเศษของประธานบริษัท มันต่างกันมากนะรู้ไหม? ตำแหน่งหนึ่งอาจจะดึงอำนาจของคนอื่นมาได้ แต่อีกตำแหน่งแทบจะไม่มีผลอะไรเลย แล้วหลิวเปี่ยวจงใจปิดบังด้วยจุดประสงค์อะไรกันนะ?

เห็นได้ชัดว่าหลิวเปี่ยวไม่ได้ตั้งใจจะพูดเรื่องนี้ในโอกาสนี้ หรือบางทีอาจจะไม่อยากพูดเลยด้วยซ้ำ เขาตบมืออย่างอารมณ์ดีแล้วสั่งให้คนรับใช้นำจอกสุรา ‘ซานหย่า’ ของเขาออกมา!

หลิวเปี่ยว หลิวจิ่งเซิงก็เป็นคนชอบดื่มสุราเช่นกัน สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือการสั่งทำจอกสุรา ‘ซานหย่า’ ขึ้นมา ใบใหญ่เรียกว่า ปั๋วหย่า ใบกลางเรียกว่า จงหย่า และใบเล็กเรียกว่า จี้หย่า

คนรับใช้ก็เคลื่อนไหวรวดเร็ว ไม่นานก็มีคนหลายคนช่วยกันยกจอกสุราซานหย่าเข้ามาตรงกลางลาน ใช่แล้ว ยกเข้ามา

เฟยเฉียนเพิ่งเคยเห็นของจริงเป็นครั้งแรก พอเห็นปุ๊บก็ถึงกับวิงเวียนไปชั่วขณะ บ้าเอ๊ย ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย? ไอ้ของแบบนี้มันยังเรียกว่าจอกสุราได้อีกหรือ?

นี่มันโอ่งหมักสุราขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ชัดๆ เลยนะ…

หลิวเปี่ยวในฐานะเจ้าบ้าน เป็นผู้ออกคำสั่งก่อน ให้คนรับใช้รินสุราลงในใบที่เล็กที่สุด นั่นก็คือ จี้หย่า จนเต็ม

เฟยเฉียนเห็นคนรับใช้ถือเหยือกสุราจินเจียงเทลงไปหนึ่งเหยือก ไม่เต็ม

ถือมาเทอีกเหยือก ก็ยังไม่เต็ม

เหยือกที่สามเทไปกว่าครึ่ง ถึงจะเต็ม…

ในใจของเฟยเฉียนตอนนี้เหลือเพียงความคิดเดียว ดูท่าวันนี้คงต้องถูกหามออกไปแน่ๆ ดูจากทรงแล้ว แค่โอ่งจี้หย่าก็จุสุราได้ตั้งขนาดนั้น แล้วยังมีอีกสองใบที่ใหญ่กว่านี้อีก ต่อให้คอแข็งแค่ไหน ดีกรีสุราจะอ่อนแค่ไหน แต่เจอปริมาณขนาดนี้เข้าไปก็คงไม่รอด…

เมื่อรินสุราเต็มแล้ว คนรับใช้ก็ใช้กระบวยตักสุราจากจอกจี้หย่า ตักแบ่งให้ทุกคนคนละหนึ่งจอก แล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะของแต่ละคน

หลิวเปี่ยวหันไปพูดกับอีจี๋ว่า “ป๋อจี คราวนี้ก็ยังให้เจ้าเริ่มก่อนดีไหม?”

อีจี๋ยิ้ม พยักหน้ารับ เดินออกไปตรงกลางลาน วางกระบวยตักสุราลงในจอกจี้หย่า โดยให้ด้ามกระบวยยาวๆ โผล่ออกมา

อีจี๋มองเฟยเฉียนแวบหนึ่ง ดูเหมือนจะตั้งใจอธิบายกฎของงานเลี้ยงซานหย่าของหลิวเปี่ยวให้เฟยเฉียนฟังโดยเฉพาะ

ขั้นแรก ทุกคนในลานจะต้องดื่มสุราหนึ่งจอก จากนั้นผู้ที่เป็นคนเริ่มคนแรกจะเป็นคนหมุนกระบวยตักสุรา เมื่อกระบวยหยุดหมุน ปลายด้ามชี้ไปที่ใคร คนนั้นจะต้องเลือกร้องเพลง ร่ายรำ ท่องบทกวี หรือแต่งร้อยแก้ว อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อแสดงให้ทุกคนดูตรงนั้น หากเป็นจอกจี้หย่า จะต้องมีคนเอ่ยชมอย่างน้อยหนึ่งคน จอกจงหย่าต้องมีคนชมสองคน และจอกปั๋วหย่าต้องมีคนชมสามคน จึงจะถือว่าผ่านด่าน เมื่อผ่านด่านแล้ว ทุกคนจะต้องดื่มสุราหนึ่งจอก จากนั้นก็รินสุราเพิ่มลงในจอกใหญ่ตามใจชอบ แล้วหมุนกระบวยเพื่อเลือกคนต่อไป…

หากไม่สามารถแสดงได้ หรือมีคนชมน้อยกว่าเกณฑ์ ก็จะต้องดื่มสุราให้ครบตามจำนวนคนในลาน มีกี่คนก็ต้องดื่มเท่านั้นจอก จากนั้นก็รินสุราเพิ่มลงในจอกใหญ่ตามใจชอบ แล้วหมุนกระบวยเพื่อเลือกคนต่อไป…

ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าสุราในจอกจี้หย่าจะหมด แล้วค่อยไปดื่มสุราในจอกจงหย่า และปั๋วหย่าตามลำดับ จึงจะเลิกงานเลี้ยงได้…

แน่นอนว่ายังมีอีกวิธีหนึ่ง คือ ทุกคนเมาพับล้มกลิ้งไปกับพื้นกันหมด

เพื่อป้องกันการโกง หลิวเปี่ยวจึงมีเครื่องตรวจสอบโดยเฉพาะ นั่นคือไม้เท้าที่มีเข็มยาวตอกติดไว้ ต้องใช้เข็มทิ่มแล้วไม่ตื่น จึงจะถือว่าเมาจริง…

เฟยเฉียนสัมผัสได้ถึงความมุ่งร้ายอย่างรุนแรงในทันที…

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ขนาดของโอ่ง แต่เป็นเพราะว่าทุกรอบต้องรินสุราเพิ่มตามใจชอบต่างหาก ถ้าเกิดรินเพิ่มจนเต็มทุกรอบล่ะก็ แบบนี้ดื่มจนฟ้ามืดดินถล่มก็ไม่มีวันดื่มหมดสามโอ่งนี้หรอก…

ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องได้รับคำชมจากคนในลานอย่างน้อยหนึ่งคน มากสุดสามคน นี่มันกะจะแกล้งกันให้ตายชัดๆ…

แกล้งเมาก็ยังต้องโดนเข็มยาวๆ ทิ่มอีก เข็มนั่นฆ่าเชื้อหรือยังก็ไม่รู้ ถึงจะไม่ติดเอดส์ แต่ถ้าโดนทิ่มจนเป็นบาดทะยักขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องตลกหรอกนะ…

อีจี๋มองเฟยเฉียน ยิ้มอย่างมีเลศนัย ยกจอกสุราของตัวเองขึ้น แล้วกล่าวด้วยเสียงกังวานว่า “เชิญดื่ม!”

ทุกคนในลานรวมถึงหลิวเปี่ยวต่างก็ยกจอกสุราขึ้นขานรับพร้อมเพรียงกัน

เฟยเฉียนก็ทำได้เพียงส่งยิ้มเจื่อนๆ ยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมดเหมือนกับทุกคน…

จากนั้นสายตาของทุกคนก็ไปจับจ้องอยู่ที่กระบวยตักสุราในมือของอีจี๋ที่อยู่กลางลาน เห็นเพียงอีจี๋ออกแรงเบาๆ ด้ามกระบวยยาวๆ ก็เริ่มหมุนเป็นวงกลม…

อย่าชี้มาที่ข้านะ อย่าชี้มาที่ข้า

เฟยเฉียนพึมพำภาวนาอยู่ในใจไม่หยุดหย่อน…

แต่มองดูด้ามกระบวยที่หมุนไปมาอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ ชี้ตรงมาทางเฟยเฉียน…

ในที่สุดมันก็หยุดลง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำภาวนาของเฟยเฉียนได้ผลจริงๆ หรือเป็นเพราะอีจี๋ออกแรงมากไปนิด ท้ายที่สุดกระบวยก็หมุนเลยเฟยเฉียนไป และไปชี้ที่หวังเวย

หวังเวยก็ไม่มัวชักช้า ลุกขึ้นมาถือจอกสุราแล้วกล่าวว่า “ข้าน้อยบุ๋นไม่เอาไหน บู๊ก็ไม่ได้เรื่อง ขอไม่แสดงความอัปลักษณ์ให้เป็นที่ขบขันก็แล้วกัน ขอใช้สุราจอกนี้แสดงความยินดีกับนายท่านที่ได้ยอดคนมาครอบครอง และขอแสดงความยินดีกับการรับตำแหน่งใหม่ของท่านเปี๋ยเจี้ยเฟยด้วย!”

พูดจบ หวังเวยก็ยกจอกดื่มรวดเดียวเพื่อแสดงความเคารพต่อหลิวเปี่ยวก่อน จากนั้นก็ดื่มให้กับทุกคนในลานทีละคนจนครบ แล้วคว้าเหยือกสุราที่อยู่ด้านข้างขึ้นมา ถามว่า “จะให้เต็มหรือไม่เต็ม?”

“เต็ม! เต็ม!”

“ให้เต็มเลย!”

ทุกคนในลานยกเว้นเฟยเฉียน ต่างก็ตะโกนให้รินจนเต็ม…

หวังเวยหัวเราะร่วน แล้วกล่าวว่า “เอาตามที่ทุกท่านต้องการ! ให้เต็มไปเลย!” จากนั้นเขาก็รินสุราจนเต็มจอกจี้หย่าอีกครั้ง

เฟยเฉียนร้องโหยหวนอยู่ในใจ ไอ้พวกขี้เมาพวกนี้ ไม่กลัวเรื่องจะบานปลายเลยใช่ไหม…

มองดูหวังเวยจับกระบวย เล็งจังหวะเล็กน้อย แล้วออกแรงหมุนกระบวยให้หมุนเป็นวงกลม

หนึ่งรอบ สองรอบ…

ในที่สุดกระบวยก็หยุดลง และชี้มาที่เฟยเฉียน

เอาเถอะ เฟยเฉียนพอจะมองออกแล้ว ไอ้พวกนี้ตั้งใจจะพุ่งเป้ามาที่ข้ากันหมดเลยใช่ไหม ตอนแรกอีจี๋เป็นขุนนางบุ๋น การกะแรงอาจจะไม่แม่นยำนัก เลยหมุนเลยไปหน่อย แต่คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นขุนพลบู๊ลงสนามเอง อยากจะให้ชี้ไปที่ใครก็ชี้ได้ดั่งใจนึกเลยล่ะสิ?

ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็คงต้องยอมเสี่ยงแล้ว เฟยเฉียนคิดทบทวนอย่างรวดเร็ว ถือจอกสุราเดินออกไปกลางลาน ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นของทุกคนที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจมองมา เขากล่าวด้วยเสียงกังวานว่า “ข้าน้อยไร้ความสามารถ ขอแต่งบทกวีสักบทเพื่อมอบให้เป็นที่ขบขันของทุกท่าน…

“คัมภีร์ขงจื่อสืบทอดสู่อ๋องหลู่ ต้นกำเนิดนั้นยาวนาน

บุกเดี่ยวเข้าฮั่นหยาง พูดคุยหัวร่อโจรตระกูลก็พินาศ!

ในอกมีหุบผาเหวลึก เมตตาอารีดึงดูดผู้คน

ผงาดดั่งสายฟ้าฟาด เพียงส่งประกาศก็ปราบจิงเซียง!”

เมื่อเฟยเฉียนกล่าวจบ เกิดความเงียบงันขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่ผางจี้ ผางจื่อลิ่งจะร้องตะโกนขึ้นมาเป็นคนแรกว่า “ประเสริฐ!” จากนั้นเสียงชื่นชมก็ดังระงมไปทั่วทั้งลาน

ใครจะกล้าบอกว่าไม่ดีล่ะ?

บทกวีของเฟยเฉียนบทนี้เป็นการประจบสอพลอหลิวเปี่ยวล้วนๆ แต่ก็เป็นการประจบที่มีเหตุมีผล หลิวเปี่ยวสืบเชื้อสายมาจากอ๋องหลู่กง ว่ากันว่าเคยได้รับตำราของขงจื่อ…

ส่วนคำว่า ‘บุกเดี่ยว’ อาจจะฟังดูเกินจริงไปสักนิด แต่ความจริงก็คือเขาไม่ได้นำทหารมาด้วยนั่นแหละ ส่วน ‘ฮั่นหยาง’ ก็หมายถึงดินแดนทางตอนเหนือของแม่น้ำฮั่นสุ่ย…

แล้วท่อนหลังๆ ก็แน่นอนว่าเป็นคำสรรเสริญเยินยอทั้งนั้น…

อย่างไรเสีย ตอนที่เฟยเฉียนประจบเจ้านายในยุคหลัง เขาก็ยังไม่เคยเจอลูกน้องโง่ๆ คนไหนกล้าลุกขึ้นมาแฉเรื่องเสื้อผ้าชุดใหม่ของพระราชาเลยนี่นา (หมายถึงการประจบที่ทุกคนรู้ว่าไม่จริงแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัด) วงการราชการในยุคโบราณกับยุคปัจจุบันก็เหมือนกันนั่นแหละ ปฏิกิริยาของทุกคนจึงอยู่ในความคาดหมายของเฟยเฉียนอยู่แล้ว

หลิวเปี่ยวโบกมือรัวๆ แสร้งทำเป็นถ่อมตน แล้วกล่าวว่า “จื่อเยวียนชมเกินไปแล้ว ชมเกินไปแล้ว… ฮ่าฮ่าฮ่า…”

เฟยเฉียนรับกระบวยตักสุรามา รินสุราให้ทุกคนในลานจนเต็ม แล้วยกจอกสุราขึ้น กล่าวว่า “เชิญดื่ม!”

“ดื่ม!”

จากนั้นเฟยเฉียนก็ทำเช่นเดียวกัน เขาหยิบเหยือกสุราขึ้นมาถามทุกคนในลานว่า “จะให้เต็มหรือไม่เต็ม?”

“เต็ม! เต็ม! เต็ม!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note