ตอนที่ 576 เหตุไม่คาดฝันที่ซ่างตั่ง
แปลโดย เนสยังหลังจากข้ามแม่น้ำสายใหญ่มาได้ เมื่อเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองฮอตั๋ง ขบวนของเผยเชียนก็พบกับขบวนการค้าที่มีข้อตกลงทำการค้าร่วมกับชุยโฮ่ว เนื่องจากมีบุคลากรและรถม้าของขบวนการค้า การตั้งค่ายจึงรวดเร็วมาก ด้านหนึ่งอาศัยภูมิประเทศของภูเขา อีกด้านหนึ่งใช้รถสัมภาระจัดเป็นค่ายกลรถม้าที่วงนอก จึงเกิดเป็นวงแหวนป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
เส้นทางการค้าที่มุ่งสู่ซ่างตั่งเส้นนี้ ความจริงแล้วโดยพื้นฐานชุยโฮ่วก็ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายมากนัก ส่วนใหญ่ก็คือแบ่งผลกำไรให้ตระกูลเล่งหูเป็นผู้บริหารจัดการ ด้านหนึ่งตระกูลเล่งหูก็เป็นผู้มีชื่อเสียงในด่านฮูกวนแห่งซ่างตั่ง มีอิทธิพลในพื้นที่พอสมควร อีกด้านหนึ่งก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและกำลังคนของเผยเชียนเองด้วย…
ตอนนี้มูลค่าทรัพย์สินของชุยโฮ่วเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ หรือพูดอีกอย่างก็คือทรัพย์สินในด้านการค้าที่เขาเป็นตัวแทนให้เผยเชียนนั้นขยายตัวอย่างมาก แต่เนื่องจากในปัจจุบันระบบเงินตราแทบจะถูกยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้จึงยากที่จะประเมินตัวเลขที่แน่ชัดออกมาได้…
แม้จะนำสิ่งของมาคำนวณเทียบกับราคาก่อนหน้านี้ ก็ประเมินได้ยากเช่นกัน เพราะตอนนี้ราคาสินค้าหลายอย่างกำลังพุ่งสูงขึ้น บางอย่างก็พุ่งทะยานจนเกินจริงไปมาก ดังนั้นจึงยากที่จะสรุปตัวเลขที่ถูกต้องออกมาได้จริงๆ
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการค้าก็คือการผูกขาด และตอนนี้เผยเชียนไม่เพียงแต่ผูกขาดวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังผูกขาดอุตสาหกรรมการแปรรูปด้วย ในยุคที่วุ่นวายเช่นนี้ การขายชุดเกราะและอาวุธนับเป็นธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาลจริงๆ
ตกกลางคืน เล่งหูจงผู้นำขบวนการค้ากลุ่มนี้ได้มาขอเข้าพบเผยเชียนอีกครั้ง ชีซีที่อยู่ข้างกายเผยเชียนย่อมต้องอยู่ร่วมสนทนาด้วย ส่วนจ่าวจือและไทสูหมิงที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ประกอบกับยังเป็นวัยรุ่นที่ต้องการการพักผ่อน จึงเข้านอนแต่หัวค่ำ
เล่งหูจง มีชื่อรองว่าเมิ่งอวี๋ ชายผู้นี้มีท่วงท่าสง่างาม ดูเป็นบัณฑิตผู้ทรงภูมิ แม้อายุจะมากกว่าเผยเชียนและชีซี แต่กลับถ่อมตนเป็นอย่างมาก ในการทำความเคารพก็วางตัวไว้ต่ำมาก แต่เรื่องเหล่านี้ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือเขานำข่าวที่น่าหนักใจมาแจ้งให้ทราบ
หลังจากทักทายกันสองสามประโยค เผยเชียนก็ถามถึงสถานการณ์ในซ่างตั่ง เล่งหูจงย่อมอธิบายอย่างละเอียด จากนั้นก็กล่าวว่า “ตอนนี้ท่านขุนพลรถม้าอ้วน ได้แต่งตั้งเตียวเอี๋ยนเป็นเจ้าเมืองซ่างตั่ง… ยกทัพบุกด่านฮูกวนหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ จึงหันไปปล้นสะดมอำเภอต่างๆ ก่อกรรมทำเข็ญมากมาย ชาวบ้านในบ้านเกิดต่างเดือดร้อนแสนสาหัส…”
เผยเชียนและชีซีสบตากัน ก่อนจะถามว่า “ท่านขุนพลรถม้าอ้วนได้ส่งทหารมาที่นี่หรือไม่?” คำถามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง
โชคดีที่เล่งหูจงตอบว่า “ไม่เคยได้ยินเลย เตียวเอี๋ยนแต่เดิมเป็นเพียงผู้ติดตามฝ่ายบู๊ การได้รับตำแหน่งสูงอย่างกะทันหัน ทำให้ผู้อาวุโสในซ่างตั่งหลายคนเกิดความสงสัย ท่านเจ้าเมืองอุนก็กล่าวว่าไม่เห็นหนังสือหรือราชทูตจากราชสำนัก เกรงว่าเตียวเอี๋ยนจะแอบอ้างชื่อของท่านขุนพลรถม้าอ้วน…”
ค่อยยังชั่ว ค่อยยังชั่ว เผยเชียนแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในช่วงเวลานี้ เผยเชียนไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับอ้วนเสี้ยวมากนัก ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ไม่ดีทั้งนั้น
เตียวเอี๋ยน มีชื่อรองว่าย่าซู ในชื่อมีคำว่า ‘ย่า’ แต่ในความเป็นจริงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับความ ‘สง่างาม’ เลยสักนิด แต่เดิมเป็นเพียงผู้ติดตามฝ่ายบู๊ของเต๊งหงวนข้าหลวงแคว้นเป๊งจิ๋ว ในแง่นี้ เตียวเอี๋ยนและลิโป้ก็ถือเป็นเพื่อนร่วมงานกัน แต่ความสัมพันธ์ที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรนั้นไม่เป็นที่แน่ชัด
แต่จากรูปแบบการจัดวางของเต๊งหงวน ดูเหมือนจะปฏิบัติต่อเตียวเอี๋ยนดีกว่าสักหน่อย เพราะหลังจากที่เตียวเอี๋ยนตามเต๊งหงวนลงใต้ ก็ได้รับหน้าที่เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเต๊งหงวนกับโฮจิ๋น โดยดำรงตำแหน่งซือหม่าในกองทหารรักษาพระองค์ซีหยวน ต่อมาก็ถูกโฮจิ๋นส่งไปเกณฑ์ทหารที่ซ่างตั่ง และถือโอกาสกวาดล้างกลุ่มโจรเฮยซานประปรายในซ่างตั่งด้วย…
ดังนั้นในใจของเต๊งหงวน ลิโป้จึงดูเหมือนเป็นนักเลงหัวไม้ หรือองครักษ์ ที่ต้องเก็บไว้ข้างกาย ส่วนเตียวเอี๋ยนนั้นเห็นได้ชัดว่ามีระดับสูงกว่า อย่างน้อยก็สามารถส่งออกไปทำงานเพียงลำพังได้
แต่เตียวเอี๋ยนผู้รับหน้าที่เพียงลำพังนี้ ก็ได้พลาดเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงในลกเอี๋ยงไป ในขณะที่เขากำลังเหน็ดเหนื่อยกับการเกณฑ์ทหารในซ่างตั่ง โฮจิ๋นก็ตาย ตั๋งโต๊ะเข้าเมืองหลวง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขุนนางฝ่ายบู๊ที่แต่เดิมก็ไม่ได้มีตำแหน่งสูงส่งอะไร กลับถูกราชสำนักหลงลืมไปอย่างน่าโชคร้าย
เจ้านายเก่าถูกฆ่าตาย เพื่อนร่วมงานเก่าได้เลื่อนขั้น ส่วนตัวเองกลับกลายเป็นเด็กกำพร้าทางการเมืองที่ ‘ไร้พ่อขาดแม่’ ถูกลืมทิ้งไว้กลางหุบเขาลึกในซ่างตั่ง…
อุนโฮ่ว เจ้าเมืองซ่างตั่งเป็นคนแก่เจ้าเล่ห์ พอเห็นว่าราชสำนักไม่ได้ให้การสนับสนุนเตียวเอี๋ยนอีกต่อไป ก็รีบตัดเสบียงของเตียวเอี๋ยนทันที และเรียกร้องให้เตียวเอี๋ยนเข้ามารวมอยู่ในสังกัดแม่ทัพของซ่างตั่ง แบบนี้เตียวเอี๋ยนจะทนได้อย่างไร?
ดังนั้นเตียวเอี๋ยนที่โกรธจัด จึงเปิดศึกกับอุนโฮ่ว เจ้าเมืองซ่างตั่ง การที่เขายกทัพมาบุกโจมตีหลายครั้งก็คงเป็นเพราะเหตุนี้ แต่ถึงอย่างไรทหารของเตียวเอี๋ยนก็ล้วนเป็นทหารใหม่ที่เพิ่งเกณฑ์มา การจะอาศัยคนเหล่านี้ตีทลายด่านฮูกวน แทบจะเป็นเรื่องตลก
อย่างไรเสียฮูกวนก็เป็นด่านสำคัญ จะให้ทหารใหม่เพียงหนึ่งถึงสองพันนายตีแตกได้อย่างง่ายดายได้อย่างไร แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ พื้นที่บางส่วนนอกด่านฮูกวนจึงถูกเตียวเอี๋ยนปล้นสะดม เพราะเตียวเอี๋ยนถูกตัดเสบียง ย่อมไม่มีเสบียงทหาร การกระทำเช่นนี้จึงพอคาดเดาได้
ทว่าพอเดาได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมรับได้ เตียวเอี๋ยนที่เดิมทีเป็นทหารของราชสำนัก ตอนนี้โดยพื้นฐานแล้วก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับโจรภูเขา…
เล่งหูจงลุกออกจากที่นั่ง คุกเข่าลงบนพื้น แล้วล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ กล่าวว่า “การกลับมาผิงหยางในครั้งนี้ ข้าน้อยได้รับมอบหมายจากท่านเจ้าเมืองอุน ให้มาขอความช่วยเหลือจากท่านจงหลางเผย หวังว่าท่านจงหลางจะเมตตา ช่วยเหลือชาวบ้านในซ่างตั่งให้พ้นจากความทุกข์ยากด้วยเถิด!” กล่าวจบก็โขกศีรษะกราบกราน
เผยเชียนรีบเข้าไปประคองเขาขึ้น รับจดหมายมา แกะครั่งที่ผนึกไว้ออก คลี่อ่านดู แม้จะไม่เคยติดต่อกับอุนโฮ่ว เจ้าเมืองซ่างตั่งมาก่อน แต่จดหมายนี้ประทับตราประจำตำแหน่งเจ้าเมืองซ่างตั่งอย่างชัดเจน
เผยเชียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง กล่าวว่า “เมิ่งอวี๋ เรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง ขอเวลาให้ข้าได้ไตร่ตรองสักหน่อย พรุ่งนี้ข้าจะให้คำตอบ ได้หรือไม่?”
นี่ก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว เล่งหูจงจึงไม่อาจพูดอะไรได้อีก จึงขอตัวลากลับไป
เผยเชียนยื่นจดหมายให้ชีซี ชีซีกวาดตามองอย่างรวดเร็ว ขมวดคิ้วใช้นิ้วเคาะลงบนจดหมาย กล่าวว่า “เจ้าเมืองซ่างตั่งต้องการจะปลีกตัวออกไป ปล่อยให้พวกเราสู้รบกับท่านขุนพลรถม้าอ้วน”
เผยเชียนชำเลืองมองจุดที่ชีซีชี้ ก็พยักหน้าเช่นกัน
อุนโฮ่ว เจ้าเมืองซ่างตั่งแม้อายุจะมาก แต่ความจริงแล้วสติปัญญาไม่ได้เชื่องช้าเลย ในภูมิภาคนี้ มีเพียงเผยเชียนในฐานะจงหลางเจียงพิทักษ์ซยงหนูเท่านั้นที่มีอำนาจในการบัญชาการทหารในแดนเหนือเพื่อต่อต้านการรุกรานของชาวหูอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงมีหน้าที่ในการกวาดล้างโจรผู้ร้ายเมื่อเกิดภัยคุกคามในแดนเหนือด้วย
ดังนั้นการที่อุนโฮ่ว เจ้าเมืองซ่างตั่งขอให้เผยเชียนยื่นมือเข้าช่วยจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปัญหาอยู่ที่จุดที่ชีซีชี้ให้เห็น ในจดหมาย เจ้าเมืองซ่างตั่งอ้างว่าเตียวเอี๋ยนสมรู้ร่วมคิดกับโจรเฮยซาน ปล้นสะดมชาวบ้าน ก่อกรรมทำเข็ญต่างๆ นานา แต่กลับไม่เอ่ยถึงเรื่องที่เล่งหูจงเพิ่งบอกไปเลยว่า เตียวเอี๋ยนอ้างว่าท่านขุนพลรถม้าอ้วนได้มอบตำแหน่งเจ้าเมืองซ่างตั่งให้แล้ว…
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพราะเจ้าเมืองซ่างตั่งไม่ได้บอกเล่าเนื้อหาในจดหมายให้เล่งหูจงฟัง หรือเป็นเพราะเล่งหูจงที่เป็นตัวแทนของตระกูลเล่งหูมีแนวโน้มจะเข้าข้างฝ่ายเผยเชียนมากกว่า จึงจงใจบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างให้ทราบ
เผยเชียนหันไปมองชีซี ถามว่า “หยวนจื๋อ ตามความเห็นของเจ้า เรื่องนี้ควรจัดการอย่างไร?”
ชีซีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวถ้อยคำอันน่าตื่นตะลึงออกมา…

0 Comments