ตอนที่ 574 อดีตลูกน้อง ปัจจุบันคือลูกพี่
แปลโดย เนสยังบางทีอาจเป็นเพราะอ้วนสุดหวาดระแวงเกงจิ๋วอยู่บ้าง เนื่องจากเรื่องที่ซุนเกี๋ยนพ่ายแพ้และเสียชีวิต ดังนั้นเมื่อขบวนของเผยเชียนออกจากเกงจิ๋วแล้วเดินทางขึ้นเหนือ ผ่านเหลียงตงเลี้ยวไปข้ามแม่น้ำที่เสี่ยวผิงจิน ตลอดทางจึงไม่พบกับการสกัดกั้นใดๆ เลย
อย่างไรเสีย ตอนนี้พื้นที่ทั่วทั้งเมืองลกเอี๋ยงล้วนว่างเปล่า ทหารม้าที่เผยเชียนพามาก็ล้วนเป็นทหารผ่านศึก เมื่อกระจายกำลังออกไปก็เหมือนกับตาข่าย จัดการกับทหารสอดแนมที่พบเจอประปรายจนหมดสิ้น ส่งผลให้หลายๆ เมืองและอำเภอคิดว่ามีกองทัพใหญ่จากที่ใดบุกมา จึงหดหัวตั้งรับ แล้วค่อยส่งคนออกมาสืบดูทีหลัง ซึ่งในตอนนั้น ขบวนของเผยเชียนก็จากไปไกลแล้ว
ตลอดเส้นทาง เผยเชียนและคนอื่นๆ ก็ไม่ได้ว่างเว้น ไทสูหมิงเริ่มตั้งแต่วันแรกก็มุ่งตรงไปช่วยบริหารจัดการโรงงาน จึงขลุกอยู่กับช่างฝีมือของตระกูลฮองเป็นส่วนใหญ่
ส่วนจ่าวจือก็ไปหาช่างตีเหล็กผู้หนึ่ง เขามีความคิดสร้างสรรค์และแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับเครื่องมือการเกษตรที่เขาเห็นตามท้องนาในเกงจิ๋ว จึงได้พูดคุยถกเถียงกับช่างตีเหล็กผู้นั้นอย่างออกรส บางครั้งเมื่อต่างฝ่ายต่างยืนกรานในความคิดของตนจนหาข้อสรุปไม่ได้ ก็จะเถียงกันจนหน้าดำหน้าแดง จากนั้นก็ตกลงกันว่าเมื่อถึงเป๊งจิ๋วจะสร้างขึ้นมาคนละอัน เพื่อมาประลองกันดูว่าวิธีของใครเป็นวิธีที่ถูกต้อง…
บางทีอาจเป็นเพราะเผยเชียนเองก็เป็นลูกเขยของตระกูลฮอง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นชีซี หรือจ่าวจือ ไทสูหมิง ต่างก็ไม่ได้รู้สึกว่าการพูดคุยกับช่างฝีมือเช่นนี้เป็นเรื่องผิดแปลก หรือทำให้เสียเกียรติแต่อย่างใด
ในยุคนี้ บัณฑิตของราชวงศ์ฮั่นยังไม่ได้เหมือนกับพวกหนอนหนังสือในยุคหลัง ที่คิดว่าตัวเองสูงส่งนักหนาและต้องรักษาระยะห่างจากคนทั่วไป ในยุคราชวงศ์ฮั่น บัณฑิตหลายคนถึงกับภาคภูมิใจที่ตนเองยังสามารถทำนาได้สองหมู่ ปลูกผักได้หนึ่งแปลง ปลูกไม้ผลได้สองสามต้น อย่างเช่นจ่าวจือ บางครั้งก็ลงไปคลุกโคลนอยู่กับชาวนาชราทั้งวัน ก็ไม่มีใครมาพูดจานินทาหรือต่อว่าอะไร มีแต่คำสรรเสริญเยินยอเท่านั้น
ส่วนชีซี ก็พูดคุยถกเถียงกับเผยเชียนเกี่ยวกับเรื่องราวของชนเผ่าเซียนเปยมาตลอดทาง เห็นได้ชัดว่าชีซีได้ทำการบ้านล่วงหน้าเกี่ยวกับชนเผ่าเซียนเปยมาไม่น้อย เช่นเดียวกับเผยเชียน ชีซีก็รู้สึกว่าการผงาดขึ้นอย่างกะทันหันของชนเผ่าเซียนเปยนั้น มีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกอยู่เหมือนกัน
เซียนเปย แต่เดิมเป็นเพียงชนเผ่าเร่ร่อนเล็กๆ แต่มาวันนี้ กลับกลายเป็นยักษ์ใหญ่ไปเสียแล้ว
เมื่อพูดถึงเซียนเปย ก็ไม่อาจไม่พูดถึงซยงหนู
ซยงหนูที่ตกต่ำลงในตอนนี้ คือชนเผ่าเร่ร่อนโบราณที่รุ่งเรืองขึ้นในพื้นที่มองโกเลียในและมองโกเลียนอกในยุคหลัง ส่วนเซียนเปยในตอนแรกเป็นเพียงลูกน้องตัวเล็กๆ ภายใต้อำนาจของซยงหนูที่ถูกรังแกอย่างหนัก
ในตอนที่ซยงหนูเรืองอำนาจ ได้ทำการเหยียบย่ำชนเผ่าตงหูซึ่งเป็นชนเผ่าที่ดำรงชีพด้วยการประมงและการล่าสัตว์ที่รุ่งเรืองขึ้นในแถบเทือกเขาต้าซิงอันหลิ่งอย่างหนักหน่วง จากนั้นตงหูทั้งหมดก็ถูกตีจนแตกพ่ายกลายเป็นสองเผ่า เผ่าหนึ่งคืออูหวนในเวลาต่อมา ส่วนอีกเผ่าหนึ่งคือผู้ที่หลบหนีขึ้นไปทางเหนือลึกเข้าไปยังภูเขาเซียนเปย กลายเป็นชนเผ่าเซียนเปย
ทั้งสองชนเผ่านี้ต่างก็หมอบกราบอยู่แทบเท้าของมั่วตู๋ฉานอวี๋แห่งซยงหนู เป็นกองกำลังทัพหน้าบุกตะลุยเข้ามาในดินแดนฮั่น ในตอนที่มีการรวมตัวครั้งใหญ่ของชนเผ่ากลุ่มน้อยเพื่อบุกตะลุยลงใต้ ชาวฮั่นจึงได้รู้ว่า อ้อ ในซอกหลืบแห่งหนึ่ง ยังมีชนเผ่าสองเผ่านี้อยู่ด้วย…
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอูหวนก็ดี หรือเซียนเปยก็ดี ล้วนไม่ได้มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกเทศของตนเอง ส่วนใหญ่จะเรียนรู้ตามแบบอย่างของซยงหนู ไม่ว่าจะเป็นภาษา ตัวอักษร หรือแม้กระทั่งประเพณีก็แทบจะไม่ต่างกันเลย
ภายหลัง เมื่อซยงหนูต้องล่มสลายลงภายใต้การปฏิบัติต่ออย่างเป็นมิตรของราชวงศ์ฮั่น ลูกน้องทั้งสองก็ฉวยโอกาสนี้เก็บกวาดทรัพย์สินของลูกพี่เดิม อูหวนเดินทางข้ามอิวจิ๋วและกิจิ๋ว เพื่อสะสางความขัดแย้งภายในของชนเผ่ากลุ่มน้อยที่สั่งสมมานาน โดยการแทงทะลุราชสำนักฝ่ายเหนือของซยงหนูที่ว่างเปล่าเนื่องจากต้องป้องกันกองทัพฮั่น ส่วนเซียนเปยก็เริ่มขยายอาณาเขตจากเทือกเขาต้าซิงอันหลิ่งไปทางตะวันตกอย่างเงียบๆ กลืนกินเผ่าใหญ่น้อยที่แต่เดิมเป็นของซยงหนูเหนือ…
จากนั้นเซียนเปยก็ผงาดขึ้นอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ภายในเวลาเพียงไม่กี่สิบปี ก็สามารถสร้างกลุ่มชนเผ่าขนาดใหญ่ที่ทอดตัวข้ามทวีปเอเชีย ตั้งแต่พื้นที่ทางตะวันตกสุดโต่งใต้เทือกเขาอัลไตไปจนถึงเทือกเขาต้าซิงอันหลิ่งทางตะวันออก หรือแม้กระทั่งทอดยาวไปถึงชายฝั่งทะเลทางตะวันออก! กลายเป็นชนเผ่ากลุ่มน้อยที่พุ่งเป้าไปที่ราชวงศ์ฮั่นโดยตรง และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างวงไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชีย
ทว่า… “โชคดีที่ถานสือหวยตายไปแล้ว…” เผยเชียนกล่าว
ชีซีก็พยักหน้า กล่าวว่า “ไม่ผิด อืม โชคดีที่ถานสือหวยตายไปแล้ว”
ถานสือหวย ผู้นำใหญ่แห่งเซียนเปยผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ราวกับเป็นมั่วตู๋คนที่สอง จู่ๆ ก็ด่วนจากไปอย่างน่าประหลาดใจ ในตอนที่กำลังจะเปิดฉากการผสมผสานทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่กับราชวงศ์ฮั่น
เมื่อถานสือหวยตาย เซียนเปยที่เพิ่งจะรวมตัวกันได้ไม่นานก็แตกแยกออกเป็นสามกลุ่มในทันที และสิ่งที่เผยเชียนกำลังจะมุ่งเป้าจัดการก็คือหนึ่งในกลุ่มนั้น
ชีซีกล่าวว่า “ชนเผ่าเร่ร่อน ให้ความสำคัญกับสามสิ่งเป็นหลัก คือ ‘แหล่งน้ำและหญ้า’ ‘พืชผลและหญ้าแห้ง’ ‘แหล่งเกลือ’ ความขัดแย้งต่างๆ ล้วนเกิดจากสิ่งเหล่านี้ ในอดีต ถานสือหวยมีคนจำนวนมาก แต่การทำนา ปศุสัตว์ และการล่าสัตว์ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ เมื่อได้ยินว่าชาวหลัวเชี่ยวชาญการจับปลา จึงยกทัพไปตีเมืองชาวหลัวทางตะวันออก ได้มาพันกว่าครอบครัว ให้อพยพไปอยู่ริมแม่น้ำฉิน สั่งให้หาปลามาเป็นเสบียงอาหาร” พูดจบก็ชำเลืองมองเผยเชียน
เผยเชียนพยักหน้า กล่าวว่า “ความหมายของหยวนจื๋อ ข้าพอจะเข้าใจ ปัจจุบันสิ่งที่ข้ากำลังทำอยู่ก็เป็นเช่นนี้ ทว่าก็ไม่ใช่แผนการระยะยาว…”
ดังคำกล่าวโบราณที่ว่า ประชาชนถือเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่
ทว่านี่ก็คือความแตกต่างโดยกำเนิดระหว่างชนเผ่าเกษตรกรรมและชนเผ่าเร่ร่อน
ชนเผ่าเกษตรกรรม หากเผลอมีประชากรมากเกินไป เมื่อเผชิญกับภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ก็จะตะโกนก้องว่า “กบฏแม่มเลย!” จากนั้นก็ลากคนที่อยู่เบื้องบนลงมา แล้วขึ้นไปนั่งแทน…
ชนเผ่าเร่ร่อน หากเผลอมีประชากรมากเกินไป และเผชิญกับภัยธรรมชาติและภัยพิบัติเช่นกัน ส่วนใหญ่ก็จะตะโกนก้องว่า “ปล้นแม่มเลย!” จากนั้นก็บุกทะลวงลงใต้เพื่อทำการผสมผสานเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่…
ดังนั้น ตอนนี้สิ่งที่เผยเชียนกำลังทำอยู่ก็คือการสนับสนุนอวี๋ฝูลัวฉานอวี๋แห่งซยงหนูใต้ ปลูกฝังความคิดให้เขาว่า แม้ชาวฮั่นจะไม่ค่อยดุร้าย แต่ก็เจ้าคิดเจ้าแค้นมาก แค้นฝังหุ่นไปหลายชั่วอายุคน ปล้นไปก็ไม่คุ้ม ดังนั้นเป็นเพื่อนกันดีกว่า ข้าจะสนับสนุนดาบหอกให้เจ้า เห็นเจ้านั่นที่อยู่ทางเหนือไหม มีทั้งเสื้อคลุมขนหมี มีคาเวียร์ และยังมีสาวงามอีกเพียบ อืม น้องชาย จะได้โอบซ้ายอุ้มขวาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้วล่ะ…
จากนั้นก็ไปติดต่อบรรดาประเทศเล็กประเทศน้อยที่เคยถูกเซียนเปยรังแกอย่างหนักหน่วงในอดีต เหมือนกับที่เคยจัดการกับซยงหนูในตอนนั้น กวัดแกว่งจอบเล็กๆ นานาชนิด ขุดคุ้ยบ่อนทำลายชนเผ่าเร่ร่อน เรื่องพรรค์นี้ ชาวฮั่นถนัดนัก…
ทว่าพวกชนเผ่าหูก็ไม่ใช่คนโง่ โดนหลอกบ่อยๆ เข้า ก็ย่อมจำได้ว่าเคยหกล้มตรงไหน ดังนั้นวิธีนี้ ในความเป็นจริงบางครั้งก็ได้ผล บางครั้งก็ไม่ได้ผล จะฝากความหวังไว้ทั้งหมดก็ไม่ได้
สรุปก็คือความหมายประมาณนี้แหละ
ดังนั้นหากต้องการแก้ไขความขัดแย้งของชนเผ่าเร่ร่อนทางตอนเหนืออย่างเด็ดขาด ความจริงแล้วลูกไม้เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ เพราะขึ้นชื่อว่าลูกไม้ ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องมีวันถูกจับได้…
ดังนั้นเผยเชียนจึงกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า “ความจริงแล้วข้าเอาแต่คิดมาตลอด หากอ้างอิงจากวิธีการจัดการกับดินแดนตะวันตกในอดีต…”
ชีซีหันขวับกลับมา เบิกตากว้าง ตกใจจนแทบพูดไม่ออก “ท่านจงหลาง! ที่ท่านพูดมา สิ่งนี้… สิ่งนี้มัน…”
ชีซีมักจะคิดมาตลอดว่าตนเองก็ถือเป็นคนที่ใจกล้าพอตัวแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้รับฟังแนวคิดที่กล้าหาญบ้าบิ่นยิ่งกว่าจากเผยเชียน…

0 Comments