You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

   เผยเชียนไม่อาจพำนักอยู่ในเกงจิ๋วได้นานนัก เพราะยิ่งจากเป๊งจิ๋วมานานเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขายังได้ช่วยเล่าเปียวกำจัดซุนเกี๋ยน แม้ฉากหน้าจะบอกว่าเป็นเล่าเปียวผู้เป็นผู้นำศึกนี้ แต่ในแวดวงชนชั้นสูงของเกงจิ๋ว อย่างน้อยตระกูลบัง ตระกูลชัว และตระกูลฮอง ย่อมรู้ความจริงอย่างชัดแจ้ง

   เมื่อเล่าเปียวอาศัยจังหวะที่ซุนเกี๋ยนตาย เริ่มต้นการเกลี้ยกล่อมและโจมตีเกงจิ๋วตอนใต้ระลอกใหม่ ตระกูลบัง ตระกูลชัว และตระกูลฮองต่างก็นัดแนะกันเงียบกริบ ไม่แสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของเล่าเปียว…

   สำหรับเผยเชียน การกระทำของเล่าเปียวกลับกลายเป็นม่านพรางตาให้กับเขาได้เป็นอย่างดี เขาไม่อยากให้ตอนที่กลับเป๊งจิ๋ว ต้องตกเป็นเป้าสายตาของอ้วนสุด จนต้องถูกตั้งแถวรอต้อนรับ

   หากอ้วนสุดและเจ้าหนูซุนเซ็ก รู้ความจริงเข้า อ้วนสุดยังพอพูดคุยได้ แต่ไอ้หนุ่มหัวร้อนอย่างซุนเซ็ก อืม ดีไม่ดีอาจจะนำคนบุกทะลวงเข้ามาโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมเลยก็เป็นได้…

   แต่ตอนนี้ สิ่งที่เผยเชียนให้ความสนใจคือปัญหาที่พ่อตายินดีจะมอบความช่วยเหลือให้ตนเท่าใด ในยุคนี้ บุคลากรด้านช่างฝีมือก็ไม่ต่างอะไรกับชนชั้นแรงงานระดับสูงในยุคหลัง ไม่ใช่ว่าทุกหน้าที่จะมีคนเก่งกาจ แต่ถึงกระนั้นในยุคหลัง ก็ยังมีคนจำนวนมากที่มองว่าการสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวนั่งในห้องแอร์ถึงจะเรียกว่างานที่แท้จริง ส่วนงานที่ต้องเสียเหงื่อนั้น ล้วนเป็นงานชั้นต่ำที่ไม่ได้เรื่อง…

   อย่างไรก็ตาม การที่เผยเชียนนำกองกำลังป้องกันเกงจิ๋ว ต้องแลกด้วยความสูญเสียราวแปดร้อยนาย เพื่อกวาดล้างทหารศัตรูกว่าสองพันนาย ผลงานระดับนี้ย่อมมีความน่าเชื่อถือสำหรับฮองเสงหงันมากยิ่งขึ้น อย่างน้อยก็ทำให้ฮองเสงหงันมั่นใจว่า เผยเชียนมีฝีมืออยู่ไม่น้อย ผลงานที่ทำได้ในเป๊งจิ๋วก่อนหน้านี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ

   ภายในเรือนลับตระกูลฮอง ฮองเสงหงันและเผยเชียนยืนอยู่บนลานกว้างของโรงงาน เบื้องหน้าคนทั้งสอง คือชิ้นส่วนหน้าไม้ชนิดต่างๆ และลูกหน้าไม้ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ จำนวนหนึ่ง

   ในยุคราชวงศ์ฮั่น ลูกเกาทัณฑ์และลูกหน้าไม้เป็นของที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อธิบายง่ายๆ คือ ความยาวโดยรวมของลูกเกาทัณฑ์จะยาวกว่าลูกหน้าไม้เล็กน้อย ขนนกที่หางก็จะยาวกว่า แต่หัวของลูกหน้าไม้จะแหลมคมกว่า ดังนั้นโดยทั่วไปแล้ว ลูกเกาทัณฑ์และลูกหน้าไม้จึงไม่สามารถใช้ร่วมกันได้

   ไม่ว่าจะเป็นลูกเกาทัณฑ์หรือลูกหน้าไม้ ฝีมือการประดิษฐ์ที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะความสมดุลของลูกธนูและหน้าไม้ หากจุดศูนย์ถ่วงไม่ได้มาตรฐาน ก็จะทำให้ลูกธนูและหน้าไม้เบี่ยงเบนไปหลังจากยิงออกไป ผิดพลาดเพียงนิดเดียว อาจคลาดเคลื่อนไปไกลนับพันลี้

   ฮองเสงหงันกล่าวว่า “หากหน้าไม้ต้องการความรุนแรง คันศรต้องแข็งแกร่ง เมื่อคันศรและสายธนูประสานกำลังกัน จึงจะสามารถเจาะเกราะได้ หากหน้าไม้ต้องการความเสถียร กลไกต้องนิ่ง ไกปืนต้องคล่องแคล่ว ไม่ฝืดเคืองจึงจะดีที่สุด”

   ส่วนประกอบสำคัญของหน้าไม้โดยทั่วไปมีสามส่วน คือ ส่วนแขนหน้าไม้ คันศรหน้าไม้ และกลไก

   “ส่วนแขนหน้าไม้” โดยทั่วไปทำจากไม้ “คันศรหน้าไม้” วางพาดขวางอยู่ส่วนหน้าของแขนหน้าไม้ “กลไก” ติดตั้งอยู่ส่วนหลังของแขนหน้าไม้ ส่วนที่มีความต้องการด้านกลไกเครื่องยนต์มากที่สุดก็คือ “กลไก” กลไกหน้าไม้โดยทั่วไปทำจากสำริด ติดตั้งอยู่ใน “ช่องกลไก” ด้านหน้ามี “ฟัน” สำหรับเกี่ยวสายธนู ด้านหลัง “ฟัน” มี “ศูนย์เล็ง” ด้านล่างมี “ไกปืน” ยื่นออกมา เมื่อออกแบบ หากเหนี่ยวไกปืน ก็จะทำให้ “ฟัน” หดตัวลง ปล่อยให้ลูกหน้าไม้พุ่งออกไป

   คันศรหน้าไม้โดยทั่วไปใช้ไม้ไผ่และเศษไม้หลายชั้นมาประกบกันแล้วทากาว ทุกครั้งที่ทากาวหนึ่งชั้น ต้องรอให้แห้งสนิทก่อนจึงจะดำเนินการขั้นตอนต่อไปได้…

   ดังนั้น ความจริงแล้วสิ่งที่จำกัดเวลาในการสร้างหน้าไม้ ไม่ใช่ “ส่วนแขนหน้าไม้” หรือ “กลไก” แต่เป็น “คันศรหน้าไม้” การจะสร้างคันศรหน้าไม้ที่ดีและได้มาตรฐานนั้น ต้องใช้เวลานานมากจริงๆ

   เผยเชียนหยิบคันศรหน้าไม้ขึ้นมาอันหนึ่ง พลางกล่าวว่า “ไม่สามารถทำให้เร็วกว่านี้ได้หรือ?” ขืนต้องมานั่งทำทีละอันแบบนี้ จะต้องรอไปถึงปีไหนกันล่ะ?

   ฮองเสงหงันพยักหน้า กล่าวว่า “ทำให้เร็วก็ทำได้ โดยใช้ไฟรนแทนการตากแดด เพียงแต่จะเปลืองแรงคนและสิ้นเปลืองวัสดุ…” เรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว และหากไม่ใช่ช่างฝีมือผู้ชำนาญการ ก็ไม่อาจทำเรื่องเช่นนี้ได้ หากผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็จะกลายเป็นของเสียทันที

   เผยเชียนขมวดคิ้ว กล่าวว่า “ไม่สามารถใช้วัสดุอื่นมาแทนได้หรือ อย่างเช่น แผ่นเหล็กกล้าสามสิบหลอม…”

   “แผ่นเหล็กกล้า?! เจ้าอย่ามาล้อข้าเล่น…” ฮองเสงหงันตอบกลับไปโดยสัญชาตญาณ แต่ก็ต้องครุ่นคิดขึ้นมาทันที “…แผ่นเหล็กกล้า อืม…”

   เทคโนโลยีการตีเหล็กในยุคราชวงศ์ฮั่นได้ก้าวมาถึงระดับหนึ่งแล้ว แต่สำหรับคนจำนวนมาก กลับยังไม่เคยคิดที่จะนำเหล็กกล้าชั้นดีมาทำเป็นคันศรหน้าไม้เลย คนส่วนใหญ่เมื่อได้เหล็กกล้าชั้นดี ย่อมต้องเลือกนำไปทำเป็นคมดาบ ใครจะไปคิดนำมาทำเป็นแผ่นเหล็กเพื่อทำคันศรหน้าไม้กัน?

   แต่สำหรับตระกูลฮองนั้น เสบียงเหล็กกล้าและเหล็กธรรมดามีอยู่พร้อมสรรพ ดังนั้นภายใต้แนวคิดของเผยเชียน ฮองเสงหงันจึงรีบสั่งให้ช่างฝีมือไปเบิกแท่งเหล็กกล้าที่ทำเสร็จแล้วในโกดังออกมา นำไปเผาไฟใหม่ แล้วก็เริ่มตีเสียงดังติงตัง

   ฮองเสงหงันมองไปพลาง กล่าวไปพลาง “ความคิดของลูกเขยช่างแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร แต่ต่อให้ใช้ได้จริง… ก็สิ้นเปลืองเกินไปหน่อย…”

   ในยุคราชวงศ์ฮั่น ดาบห้าสิบหลอม โดยทั่วไปมีราคาประมาณหกพันถึงแปดพันอีแปะ ส่วนดาบร้อยหลอมนั้น ราคาเกินหมื่นอีแปะขึ้นไป แม้ดาบสามสิบหลอมจะราคาถูกกว่า แต่คำนวณแล้วก็ยังตกอยู่ที่สามถึงสี่พันอีแปะ แน่นอนว่านี่คือราคาในสภาวะที่ข้าวของราคาคงที่ และในสภาวะเช่นนี้ ข้าวสารหนึ่งสือโดยทั่วไปจะมีราคาประมาณ 300 ถึง 400 อีแปะ ซึ่งเท่ากับว่าหากใช้แผ่นเหล็กกล้าสามสิบหลอมมาทำหน้าไม้ มูลค่าของคันศรหน้าไม้ก็แทบจะเทียบเท่ากับเสบียงอาหารสิบสือเลยทีเดียว เมื่อรวมกับราคาของชิ้นส่วนอื่นๆ แล้ว หน้าไม้หนึ่งกระบอกราคาเกินหมื่นอีแปะก็ยังถือว่าน้อยไป…

   ภายใต้สภาวะที่ข้าวของราคาค่อนข้างคงที่ เงินหนึ่งหมื่นอีแปะหากนำไปซื้อเสบียงอาหาร ก็เพียงพอที่จะให้ทหารหนึ่งนายกินได้อิ่มหนำตลอดทั้งปีโดยไม่มีปัญหา

   คิดดูแล้ว หน้าไม้ที่ใช้แผ่นเหล็กกล้าก็จะกลายเป็นอาวุธระดับสูงในพริบตา หากไม่ใช่เศรษฐีคงไม่มีปัญญาใช้ ความรู้สึกนี้ก็เหมือนกับพนักงานออฟฟิศในเมืองใหญ่ ที่ต้องเอาเงินเดือนทั้งปีไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมสักใบ…

   ช่างฝีมือของตระกูลฮองมีความชำนาญอย่างแท้จริง เพียงเห็นเขานำแท่งเหล็กกล้าไปเผาจนอ่อนตัว จากนั้นก็ตีเสียงดังติงตังจนกลายเป็นรูปทรงยาวๆ เมื่อตัดขาดก็นำไปเผาไฟและตีซ้ำอีกครั้ง ใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูป ก็ได้แผ่นเหล็กกล้าออกมาหนึ่งแผ่น จากนั้นก็นำไปชุบแข็ง ขัดเงาเล็กน้อย แล้วก็นำมาส่งให้ฮองเสงหงันและเผยเชียน

   เผยเชียนมองดูช่างฝีมือที่ยืนหอบหายใจอยู่ด้านข้าง ในใจก็อดรู้สึกสะท้อนใจไม่ได้ กำลังคนนั้นมีขีดจำกัด มีเพียงการพัฒนาไปสู่เครื่องจักรกลเท่านั้น จึงจะสามารถทำลายข้อจำกัดที่มองไม่เห็นนี้ได้

   ฮองเสงหงันนำแผ่นเหล็กกล้ามาประกอบเข้ากับแขนหน้าไม้อย่างตื่นเต้น ใช้เชือกป่านมัดแผ่นเหล็กกล้าไว้ชั่วคราว จากนั้นก็หยิบสายธนูมาขึง พอออกแรงดึง เขาก็ต้องขมวดคิ้ว กล่าวว่า “อันนี้ใช้สายธนูสี่ตั้นไม่ได้แล้ว อย่างน้อยต้องใช้หกตั้น…” จากนั้นก็ตวัดสายตามองเผยเชียนแวบหนึ่ง

   อั๊ยหยา ช่างไม่มีไหวพริบเอาเสียเลย!

   เผยเชียนเข้าใจความหมายทันที รีบเข้าไปช่วยจับ จึงสามารถขึงสายหน้าไม้ที่กลายเป็นหน้าไม้ทรงพลังหกตั้นได้สำเร็จ จากนั้นก็ทำตัวประจบประแจง หยิบลูกหน้าไม้มาให้ฮองเสงหงันหนึ่งดอก ยื่นให้ด้วยสองมือ…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note