ตอนที่ 559 ฆ่าศัตรูหนึ่งพัน สูญเสียแปดร้อย
แปลโดย เนสยังความหวาดกลัวอย่างไม่มีสาเหตุ จู่ๆ ก็ลุกลามไปในหมู่ทหารแนวหน้าของซุนเกี๋ยน ท่าทางการเคลื่อนไหวของแต่ละคนก็เริ่มแข็งทื่อและผิดเพี้ยนไป ซุนเกี๋ยนเห็นท่าไม่ดี จึงชูดาบขึ้นตะโกนก้อง “ฆ่า! บุกเข้าไป! บุกเข้าไป!” พร้อมกับวิ่งถือโล่นำหน้าไป
ทหารของซุนเกี๋ยนจึงได้สติกลับมา หากไม่เข้าไปปะทะกับทหารราบของฮองตง ในวินาทีถัดไปก็อาจจะถูกมัจจุราชผู้นี้จับจ้องเอาได้ มีเพียงการตะลุมบอนกันเท่านั้นจึงจะปลอดภัยขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยตอนตายก็ยังเห็นคมดาบของศัตรู ดีไม่ดีอาจจะแลกชีวิตกันได้…
ขืนถูกยิงตายจากระยะไกลแบบนี้ มันช่างไม่คุ้มเอาเสียเลย!
ภัยคุกคามจากฮองตงนั้นยิ่งใหญ่เกินไป เมื่อต้องเผชิญกับเกาทัณฑ์อันทรงพลัง ซุนเกี๋ยนก็ไม่กล้าประมาท การนั่งอยู่บนหลังม้าก็ไม่ต่างอะไรกับเป้ายิงปืน สู้ลงจากหลังม้าไปปะปนกับทหารองครักษ์ยังปลอดภัยกว่า อานุภาพระดับนี้ อย่างน้อยในระยะร้อยห้าสิบก้าวก็ยังสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากโดนจุดสำคัญ ไม่มีใครรอดไปได้
ซุนเกี๋ยนสั่งให้พลธนูที่อยู่รั้งท้ายรีบเร่งความเร็วขึ้นมา เพื่อกดดันฮองตงและทหารเหล่านี้ให้เร็วที่สุด…
“ฆ่า!” ทหารของซุนเกี๋ยนที่ไร้ทางถอย กัดฟันพุ่งทะยานเข้าใส่
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอีกครั้ง แต่ด้วยวีรกรรมอันห้าวหาญของฮองตง ทำให้ทหารรักษาการณ์เมืองเกงจิ๋วฮึกเหิมขึ้นมาก สู้รบกับทหารราบของซุนเกี๋ยนอย่างดุเดือด ดาบ หอก กระบี่ ง้าว ผลัดกันรุกรับ เสียงร้องโหยหวนดังระงมพร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็น สมรภูมิวุ่นวายกลายเป็นสมรภูมิเลือด
ฮองตงนั่งตระหง่านอยู่บนหลังม้า สายตาดุจพญาอินทรีจับจ้องไปทั่วสนามรบ หยิบลูกเกาทัณฑ์ออกมายิงใส่ขุนพลน้อยและผู้บังคับกองร้อยที่อยู่แนวหน้าของกระบวนทัพซุนเกี๋ยนอย่างแม่นยำเป็นระยะๆ…
บรรยากาศในหมู่ทหารราบของซุนเกี๋ยนเริ่มตึงเครียดและแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายหนึ่งคือทหารทั่วไปที่กำลังโจมตีอย่างบ้าคลั่ง อีกฝ่ายคือขุนพลน้อยที่ถูกฮองตงสอยร่วงไปทีละคน กำลังใจก็ค่อยๆ ลดฮวบลง ขุนพลน้อยที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างก็ฉลาดพอที่จะปลอมตัวเป็นทหารทั่วไป แม้แต่การออกคำสั่งก็ยังไม่กล้า เพราะกลัวว่ามัจจุราชที่อยู่ด้านบนจะเล็งเป้ามาที่ตน
ฮองตงเปรียบเสมือนคราดขนาดใหญ่ที่คอยสางขุนพลน้อยของทหารซุนเกี๋ยนจนหมดเกลี้ยง ทหารหลายคนเมื่อเห็นขุนพลน้อยข้างกายถูกยิงทะลุหัวหรือหัวใจ ความกดดันทางจิตใจก็ค่อยๆ สะสมขึ้น จนในที่สุดก็ตื่นจากสภาวะบ้าเลือด…
สีหน้าของซุนเกี๋ยนดูถมึงทึง หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ ฮองตงคงพรุนเป็นรังผึ้งไปแล้ว เขาหันไปมองฮันต๋งที่อยู่ข้างๆ ฮันต๋งเข้าใจความหมาย รีบย่อตัวลง วิ่งเบี่ยงไปด้านข้างสองสามก้าว
ฮันต๋งก็เชี่ยวชาญด้านธนูเช่นกัน แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับฮองตงแล้วก็ยังมีช่องว่างอยู่บ้าง จึงต้องเข้าใกล้ให้มากกว่านี้ถึงจะมั่นใจ ฮันต๋งแอบย่อตัวลง หลบอยู่หลังพุ่มไม้ ง้างคันธนูเล็งไปที่ฮองตง
จู่ๆ ฮองตงก็เหมือนรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เมื่อหันไปมองก็เห็นฮันต๋งกำลังง้างธนูอยู่ด้านข้าง จึงรีบตวัดตัวกระโดดลงจากหลังม้า ซ่อนตัวอยู่ในหมู่ทหารราบ
หากฮองตงเป็นแม่ทัพที่คุมทัพมาเป็นเวลานาน บางทีอาจจะมีทหารองครักษ์คอยคุ้มกัน แต่ตอนนี้เขาเพียงแต่นำทหารรักษาการณ์เมืองเกงจิ๋วมาสู้รบชั่วคราว จึงไม่มีทหารคุ้มกันใดๆ ต้องพึ่งพาความระมัดระวังของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น ฮองตงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเกาทัณฑ์ ย่อมไม่ยอมเอาตัวเข้าแลกกับอาวุธหน้าไม้
เมื่อเป้าหมายหายไป ฮันต๋งก็สบตากับซุนเกี๋ยน ส่ายหน้าอย่างเสียดาย
ซุนเกี๋ยนขมวดคิ้ว จู่ๆ ก็ตะโกนก้อง “แม่ทัพข้าศึกตายแล้ว! แม่ทัพข้าศึกตายแล้ว!”
ฮันต๋งเข้าใจทันที รีบตะโกนตาม ทำให้ทหารคนอื่นๆ เริ่มส่งเสียงโห่ร้องตามไปด้วย
ทหารราบของฮองตงหันไปมองตามสัญชาตญาณ แต่กลับไม่พบแม่ทัพวัยกลางคนที่เคยนั่งอยู่บนหลังม้า แม้ธงประจำตัวแม่ทัพจะยังไม่ขยับ แต่เนื่องจากไม่มีความคุ้นเคยกันมาก่อน จิตใจของพวกเขาก็เริ่มหวั่นไหว
ในเวลานี้ พลธนูของซุนเกี๋ยนที่ตามมาสมทบก็มาถึง ซุนเกี๋ยนรีบสั่งให้พวกเขาระดมยิงครอบคลุมพื้นที่ที่ทหารทั้งสองฝ่ายกำลังสู้รบกันอยู่ ขุนพลน้อยของพลธนูลังเลเล็กน้อย กล่าวว่า “ข้างหน้ายังมีทหารของเราอยู่นะขอรับ…”
ซุนเกี๋ยนคว้าคอเสื้อของเขา กัดฟันพูดว่า “ข้าสั่งให้เจ้ายิงเดี๋ยวนี้!”
ไม่ใช่ว่าซุนเกี๋ยนโหดร้าย แต่เป็นเพราะซุนเกี๋ยนเลือกวิธีสู้รบที่ถูกต้องแต่แฝงความโหดร้ายไว้ในเวลาอันสั้นที่สุด เสียงโห่ร้องลวงโลกเมื่อครู่ส่งผลได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น หากฮองตงโผล่หัวมาเมื่อไหร่ คำโกหกก็ย่อมถูกเปิดเผย ดังนั้นจึงต้องฉวยโอกาสนี้ ตอนที่ทหารเกงจิ๋วยังคงลังเล ระดมยิงเป็นวงกว้าง จึงจะสามารถสั่นคลอนขวัญกำลังใจของข้าศึกได้ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ทหารของตนก็มีมากกว่าข้าศึก แต่เนื่องจากถูกจำกัดด้วยเส้นทางภูเขา ทำให้ไม่สามารถบุกขึ้นไปได้ พื้นที่ปะทะมีเพียงช่องแคบๆ ทหารหลายนายต้องยืนรออยู่ด้านหลัง หากทำลายกระบวนทัพข้าศึก เปิดทางผ่านช่องแคบนี้ได้ ก็จะสามารถนำทหารเข้าไปได้มากขึ้น ทหารเกงจิ๋วย่อมพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!
เมื่อเห็นแม่ทัพโกรธจัด ขุนพลน้อยของพลธนูก็ไม่กล้าโต้แย้ง สั่งให้พลธนูเดินหน้า แล้วเริ่มระดมยิงอย่างดุเดือด!
ห่าธนูลอยขึ้นฟ้า ก่อนจะพุ่งลงมาปักร่างทหารของทั้งสองฝ่ายที่กำลังสู้รบกันอย่างไม่ระวังตัว ทำให้เกิดพายุคาวเลือดขึ้นในพริบตา ดอกไม้เลือดเบ่งบาน ทหารที่กำลังสู้รบอยู่แนวหน้าบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก ราวกับถูกไม้กวาดขนาดใหญ่กวาดจนเหี้ยน…
เสียงสายธนูดังขวับๆ เสียงลูกธนูพุ่งแหวกอากาศ การระดมยิงอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ทหารในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้ล้มตายเกือบหมดในพริบตา ทหารทั้งสองฝ่ายที่วินาทีที่แล้วยังฟาดฟันกันอยู่ วินาทีถัดมาก็ถูกลูกธนูจากเบื้องบนยิงตายทั้งคู่
ทางเดินแคบๆ ปากหุบเขา เต็มไปด้วยซากศพ
ภาพอันน่าสยดสยองทำให้สนามรบตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ เหลือเพียงสีแดงฉานและก้านธนูสีดำที่มีขนนกสีขาว…
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
ซุนเกี๋ยนคำรามก้องอย่างบ้าคลั่ง เร่งเร้าให้ทหารฉวยโอกาสนี้บุกทะลวงผ่านช่องแคบไปให้ได้ ทหารส่วนตัวของซุนเกี๋ยนตั้งสติได้ก่อน รีบผลักดันทหารที่อยู่ด้านหน้า ร้องคำรามและเบียดเสียดกันไปข้างหน้า
การโจมตีด้วยธนูยังคงดำเนินต่อไป ทหารของทั้งสองฝ่ายต่างได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้ทหารของซุนเกี๋ยนจะสูญเสียมากกว่า แต่จำนวนทหารก็มากกว่าทหารของฮองตงอยู่แล้ว ดังนั้นกลยุทธ์ฆ่าศัตรูหนึ่งพันสูญเสียแปดร้อยนี้จึงได้ผลอย่างเห็นได้ชัด…
แม้ฮองตงจะกล้าหาญ แต่ทหารใต้บังคับบัญชาบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ก็ไม่อาจต้านทานแนวป้องกันในช่องแคบได้อีกต่อไป หลังจากยิงธนูออกไปสองสามดอก เมื่อเห็นว่าสุดวิสัยแล้ว เขาก็นำทหารที่เหลือถอยร่นกลับไป
ซุนเกี๋ยนดีใจเป็นอย่างยิ่ง รีบสั่งให้ทหารบุกเข้าไปในหุบเขา…

0 Comments