You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

   ลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่าน ใบไม้สองสามใบหลุดร่วง ปลิวม้วนหมุนวนผ่านร่างของเผยเชียน ในชั่วพริบตา บรรยากาศก็เงียบเหงาลงถึงขีดสุด…

   บังทองชำเลืองมองหางตา แล้วส่ายหัวด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างแรง

   “เอ่อ… ข้าทำอะไรผิดงั้นหรือ?” เผยเชียนรู้สึกตกตะลึง

   บังทองพูดช้าๆ ว่า “ไม่ได้ทำผิดหรอก แต่ทำถูกเกินไปต่างหาก”

   เผยเชียนกะพริบตา ส่ายหัว กล่าวว่า “ไม่ว่าอย่างไร เรื่องที่ควรพูดก็ต้องพูด ในเมื่อพูดจบแล้ว ข้าก็ขอตัวก่อน…”

   เรื่องพวกนี้เผยเชียนคิดมานานแล้ว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะพูดให้ชัดเจน

   นี่คือประสบการณ์การใช้ชีวิตในสังคมยุคอนาคตของเผยเชียน แม้อาจจะขัดกับธรรมเนียมของยุคฮั่นไปบ้าง แต่ยิ่งเป็นเพื่อนกัน ก็ยิ่งต้องพูดให้ชัดเจน

   เหมือนกับบริษัทที่ถือหุ้นร่วมกัน 50:50 ซึ่งมักจะตกอยู่ในวังวนของความขัดแย้งได้ง่ายที่สุด มิตรภาพระหว่างเพื่อนเป็นสารเร่งที่ช่วยส่งเสริมกัน แต่ก็สามารถกลายเป็นยาพิษที่ทำลายทุกอย่างได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

   พี่น้องแท้ๆ ยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน ยิ่งคิดบัญชีชัดเจน ความเป็นพี่น้องก็ยิ่งยั่งยืน หากปล่อยให้คลุมเครือ ความเป็นพี่น้องก็อยู่ได้ไม่นาน

   ในยุคฮั่น จะมาบังคับพาตัวคนไป แล้วหวังว่าเขาจะเป็นโรคสต็อกโฮล์มซินโดรมหรือ?

   อาศัยจังหวะที่บังทอง กุยแก เตียนห้อง จูกัดเหลียง และคนอื่นๆ ยังไม่ได้ไปสวามิภักดิ์ใคร แล้วจับตัวขู่เข็ญบังคับพวกเขาไปหรือ? ฮ่าๆ ผู้ชายยุคฮั่นส่วนใหญ่อ่านตำราขงจื๊อฉบับดั้งเดิม การตอบแทนความตรงไปตรงมาด้วยความตรงไปตรงมา และการตอบแทนความแค้นด้วยความแค้น คือพื้นฐานการรับรู้ การจับดาบฆ่าคนไม่ได้มีแค่คนขายเนื้อเท่านั้นที่ทำเป็น

   เว้นเสียแต่จะกักขังพวกเขาไปตลอดชีวิต มิฉะนั้นหากปล่อยให้มีโอกาสเพียงนิดเดียว…

   โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกกุนซือที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ การจะหลอกพาคนไปลงเหวนั้นง่ายดายเสียยิ่งกว่าง่าย ตันก๋งใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำก็ปลุกระดมให้เกิดการกบฏทั่วกุนจิ๋ว กาเซี่ยงใช้เพียงประโยคเดียวก็จัดการเตียนอุยผู้มีพละกำลังมหาศาลบวกกับโจงั่งได้อยู่หมัด

   โจโฉใช้มารดาของชีซีเป็นตัวล่อชีซีมา ชีซีอาจจะรู้ดีว่าต่อให้ไปอยู่ค่ายโจโฉ มารดาของเขาก็อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนัก แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่ให้ละอายแก่ใจและคนในครอบครัว ยอมทิ้งเล่าปี่ไปอยู่กับโจโฉ

   ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่ว่าชีซีไม่ยอมออกอุบายใดๆ ให้ค่ายโจโฉ แต่เป็นเพราะชีซีและโจโฉต่างก็เป็นคนฉลาด ต่างก็รู้ดีถึงความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน จึงสู้ไม่พูดอะไรเลยจะดีกว่า

   ดังนั้น ในศึกผาแดง เมื่อชีซีเสนอตัวอาสาไปประจำการในพื้นที่ห่างไกล โจโฉจึงดีใจมาก รีบกล่าวชมเขาต่อหน้าทุกคน แล้วส่งชีซีออกเดินทางในคืนนั้นทันที…

   ไม่ใช่ว่าโจโฉเชื่อข่าวลือนั้นจริงๆ และไม่ใช่ว่าดีใจที่ชีซียอมออกอุบายให้ แต่เป็นเพราะเขามีข้ออ้างที่ชอบธรรมในการโยนระเบิดเวลาที่เกะกะสายตานี้ไปให้ไกลถึงชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ เพียงแค่ส่งขุนพลรองสักคนไปคุมไว้ ก็จัดการชีซีได้อยู่หมัดแล้ว จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร?

   เพราะเผยเชียนรู้สึกว่าบังทอง จ่าวจือ ชีซี และไทสูหมิง นับเป็นเพื่อนแท้ที่เคยใช้ชีวิต อยู่ร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในยุคฮั่น หากไม่พูดให้ชัดเจน เขาคงรู้สึกไม่สบายใจ ส่วนเมื่อพูดไปแล้ว พวกเขาจะยินดีร่วมทางไปด้วยหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละคน

   มิฉะนั้น ต่อให้ใช้คำพูดหว่านล้อม หรือใช้กำลังบังคับ สุดท้ายก็อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ

   เผยเชียนประสานมือคารวะ แล้วหันหลังเดินจากไป

   บังทองวางม้วนตำราในมือลง แล้วถามว่า “ท่านตั้งใจจะกลับเป๊งจิ๋วเมื่อไหร่?”

   “คงอีกสองวัน ข้ายังมีธุระที่เรือนลับตระกูลฮองอีกนิดหน่อย…”

   บังทองร้อง “อ้อ” แล้วก็หยิบตำราขึ้นมาอ่านต่ออย่างเกียจคร้าน

   “จริงสิ” เผยเชียนตะโกนมาจากที่ไกลๆ “…คาดว่าอีกไม่นาน จะมีคนอายุน้อยกว่าเจ้าและฉลาดกว่าเจ้ามาที่นี่ ฝากทักทายเขาแทนข้าด้วย…”

   บังทองชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียง “เชอะ” อย่างมั่นใจ ตะโกนตอบว่า “ถ้ามีคนมาจริงๆ ข้าต้องทักทายแน่นอน แต่เรื่องที่จะฉลาดกว่าข้าน่ะ… ฮี่ๆ ฮึๆ…”

   “…จะเชื่อ… หรือไม่… ก็ตามใจ…” เผยเชียนโบกมือลา แล้วเดินจากไป

   ในห้องหนังสือของเรือนลับตระกูลฮอง เผยเชียนและฮองเสงหงันนั่งเผชิญหน้ากัน

   บนโต๊ะระหว่างทั้งสอง มีกล่องไม้ใบหนึ่งวางอยู่ ภายในกล่องไม้แบ่งเป็นช่องเล็กๆ หลายช่อง แต่ละช่องมีสิ่งของวางอยู่

   ธุระที่เผยเชียนบอกว่าต้องจัดการที่ตระกูลฮอง ก็คือเรื่องช่างฝีมือ

   ช่างทำกระดาษ ช่างหลอมเหล็ก ช่างทำเครื่องมือ… โดยพื้นฐานแล้ว เผยเชียนต้องการช่างฝีมือเหล่านี้ทั้งหมด และต้องการอย่างเร่งด่วนด้วย

   สายตาของฮองเสงหงันอ้อยอิ่งอยู่กับสิ่งของในกล่องไม้ ดวงตาเป็นประกายประหลาด ราวกับคนชอบดื่มเหล้าเห็นไหเหล้าชั้นเลิศ หรือคนบ้ากามเห็นหญิงงาม…

   ตัวฮองเสงหงันเองก็คุ้นเคยกับงานช่างฝีมือเป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อเผยเชียนนำกล่องไม้ที่หอบหิ้วมาแต่ไกลนี้มาวางตรงหน้า มันจึงดึงดูดความสนใจของเขาได้ทันที

   ภายในกล่องไม้ คือแร่ธาตุต่างๆ ที่เผยเชียนรวบรวมมาจากเป๊งจิ๋ว

   สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดมีสองอย่าง คือ ถ่านหินและแร่เหล็ก

   ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉิน ถ่านหินก็ได้เข้าสู่สายตาของชาวจงหยวนแล้ว แต่เนื่องจากถ่านหินดิบมีสิ่งเจือปนจำนวนมาก โดยเฉพาะกำมะถัน เมื่อเผาไหม้จึงทำให้เกิดควันดำจำนวนมาก ซึ่งคนโบราณไม่ชอบ ดังนั้นจนถึงปัจจุบันจึงยังคงใช้ถ่านไม้เป็นหลัก

   อีกเหตุผลหนึ่งที่ถ่านหินไม่ได้รับความสนใจมากนัก ก็คือมันควบคุมการเผาไหม้ได้ยาก ไม่เหมือนกับการเติมฟืนหรือถ่านไม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถปรับขนาดของเปลวไฟได้อย่างชัดเจน

   แต่สิ่งที่เผยเชียนใส่ไว้ในกล่องไม้ตอนนี้ คือก้อนถ่านหินที่ผ่านการแปรรูปอย่างหยาบๆ มาแล้วครั้งหนึ่ง หรือก็คือก้อนถ่านหินรังผึ้งขนาดเล็ก ที่ผสมดินเหนียวและปูนขาวลงไปเล็กน้อย

   นี่คือสิ่งประดิษฐ์ที่เรียบง่ายที่สุดและสะดวกที่สุดในการใช้ประโยชน์จากถ่านหิน

   อีกอย่างหนึ่งก็คือแร่เหล็ก

   บริเวณเทือกเขาหลี่เหลียง มีกระทั่งแร่ทองแดงอยู่บ้างเล็กน้อย…

   แร่ไมกา

   หินปูน

   แร่หินเหล่านี้อัดแน่นเต็มกล่องไม้

   สำหรับฮองเสงหงันแล้ว กล่องไม้นี้มีแรงดึงดูดมากยิ่งกว่ากล่องที่เต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติเงินทองเสียอีก

   ฮองเสงหงันหยิบถ่านหินรังผึ้งก้อนเล็กขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด “สิ่งนี้คือ… ถ่านหิน?”

   คนยุคฮั่นยังคงชื่นชอบถ่านหินอยู่ โดยเฉพาะถ่านหินเนื้อละเอียด ถึงขั้นมีคนนำถ่านหินอัญมณีธรรมชาติมาทำเป็นตราประทับ ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับแก้วหลากสีเลยทีเดียว

   แต่ถ่านหินป่นธรรมดา กลับไม่ค่อยมีคนสนใจ

   “สิ่งนี้ทำขึ้นมาได้อย่างไร?” ฮองเสงหงันถาม

   เผยเชียนตอบ “นำถ่านหินมาบด ล้างน้ำ ตกตะกอน เอาเฉพาะผงละเอียด นำมาผสมดินเหลือง ดินเหนียว ปูนขาว และผงถ่านไม้ แล้วอัดขึ้นรูป…”

   ฮองเสงหงันร้องเรียกคนรับใช้ให้นำกระถางไฟมา แล้วนำถ่านหินรังผึ้งก้อนเล็กนั้นใส่ลงไปจุดไฟทันที จากนั้นก็นั่งจ้องมองอย่างเงียบๆ ประกายไฟที่กระโดดโลดเต้นอยู่ในดวงตาของเขาราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังลุกโชน

   ฮองเสงหงันทำหน้าขึงขัง ถามว่า “สิ่งนี้… วิธีทำ มีคนรู้กี่คน?”

   ของแบบนี้ แม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็มักจะถูกผู้คนมองข้าม

   ถ่านหินในระยะเวลาอันยาวนาน ถูกนำมาใช้ในรูปแบบของกากถ่านหินหรือก้อนถ่านหินกลมๆ เท่านั้น ซึ่งนอกจากจะติดไฟยากแล้ว ยังมักจะเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ฯลฯ

   ตอนนี้เมื่อเพิ่มสารช่วยเผาไหม้และสารลดกำมะถันลงไป อีกทั้งโครงสร้างแบบรังผึ้งยังช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี การเผาไหม้จึงสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก็ถูกเปลี่ยนเป็นแคลเซียมซัลเฟตในระหว่างการเผาไหม้…

   เผยเชียนกล่าว “โรงงานที่เกี่ยวข้องกับแร่และเครื่องมือในผิงหยาง มีฮองเต๋าเป็นผู้ดูแลทั้งหมด… ตอนนี้มีงานล้นมือ เขาก็เริ่มรับไม่ไหวแล้ว ผอมลงไปมาก…”

   ฮองเสงหงันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะ “ดีๆ!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note