ตอนที่ 472 หลั่งไหลเข้ามา
แปลโดย เนสยังบัดนี้เมืองผิงหยางได้กลายสภาพเป็นเขตก่อสร้างขนาดมหึมา
กำแพงเมืองต้องซ่อมแซม ที่นาต้องเพาะปลูก คลองส่งน้ำต้องขุดลอก เครื่องมือเครื่องใช้ต้องจัดทำ อาวุธยุทโธปกรณ์ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการฝึกซ้อม ภารกิจมากมายหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ถาโถมเข้าใส่เผยเฉียน รวมถึงเจี่ยฉวีและเว่ยหลิวจนแทบจมมิด
เผยเฉียนกัดฟันโยนแผ่นไม้ที่เพิ่งเขียนสั่งการเสร็จไปไว้ด้านข้าง นวดท่อนแขนที่ปวดเมื่อยเพราะต้องถือแผ่นไม้หนักๆ เหล่านี้เป็นเวลานาน หันไปถามว่า “เหลียงเต้า ช่างทำกระดาษยังไม่มีมาอีกหรือ?”
ยุคนี้หนอ!
กระดาษน่ะมีอยู่จริง แต่ปริมาณการผลิตไม่ได้สูงมากนัก และสำหรับคนทั่วไป ไม้เป็นสิ่งที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เมื่อไม่ต้องการใช้แล้วก็แค่เอามีดเหลาออก ก็สามารถเขียนใหม่ได้ ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงยังคุ้นเคยกับการใช้แผ่นไม้และแผ่นไผ่ในการจดบันทึก ส่งผลให้กระดาษยังคงเป็นสินค้าที่มีตลาดจำกัดอยู่เฉพาะชนชั้นสูง หรือก็คือพวกบัณฑิตและขุนนางเท่านั้น
ไม่ต้องพูดถึงชาวบ้านธรรมดาเลย แม้แต่เสมียนระดับล่างทั่วไป ส่วนใหญ่ก็ยังใช้แผ่นไม้
เหมือนกับสิ่งที่กองอยู่ตรงหน้าเผยเฉียน เจี่ยฉวี และเว่ยหลิวในตอนนี้ ล้วนเป็นกองแผ่นไม้ทั้งสิ้น…
เจี่ยฉวีตามความเคยชิน เอาพู่กันที่ปลายเริ่มแตกไปแตะที่มุมปาก ก่อนจะเขียนอะไรบางอย่างลงบนแผ่นไม้ในมือ พลางตอบว่า “มีก็มีมาสองคนขอรับ แต่ก่อนหน้านี้เป็นแค่ลูกมือ ขั้นตอนบางอย่างยังไม่ค่อยเข้าใจนัก”
อืม…
เผยเฉียนมองดูพฤติกรรมความเคยชินของเจี่ยฉวีแล้ว รู้สึกขมคอขึ้นมานิดๆ…
น้ำหมึกในยุคราชวงศ์ฮั่นไม่เหมือนในยุคหลัง เพราะไม่ได้ผสมสารเคมีใดๆ จึงค่อนข้างข้นและแข็งตัวง่าย หากจุ่มหมึกแล้วไม่ได้เขียนทันที ปลายพู่กันก็จะแห้งกรัง
ดังนั้นเพื่อให้เขียนได้ลื่นไหล บางคนจึงชอบใช้จานล้างพู่กัน แต่บางคนเช่น เจี่ยฉวีชอบใช้น้ำลายละลายหมึกโดยตรง…
ทว่า สำหรับคนยุคราชวงศ์ฮั่นแล้ว การได้กินน้ำหมึกบ้างไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ไม่สิ เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่มีระดับด้วยซ้ำ คนทั่วไปต่อให้ดิ้นรนอยากกินก็ยังไม่มีโอกาสได้กินเลย
เผยเฉียนเลิกมองเจี่ยฉวีที่ตอนนี้ปากเริ่มดำคล้ำราวกับ “ลุงงู” (โอโรจิมารุ) ไปแล้ว หันไปถามเว่ยหลิวว่า “เมิ่งเหลียน เป็นอย่างไรบ้าง พอจะหาช่างฝีมือมาให้ข้าสักสองคนจากที่อื่นได้หรือไม่?”
เนื่องจากกระดาษคุณภาพสูงหาได้ยาก และช่างฝีมือที่รู้เทคนิคการฟอกขาวก็ถือเป็นบุคคลล้ำค่าของแต่ละตระกูล ย่อมไม่ยอมปล่อยตัวมาง่ายๆ ดังนั้นในบรรดาช่างที่ตระกูลเว่ยส่งมาเพื่อชดใช้ จึงมีเพียงลูกมือทำกระดาษสองคนเท่านั้น ส่วนช่างทำกระดาษตัวจริง ก็ไม่รู้ว่าเปลี่ยนสังกัดกลายเป็นคนของตระกูลเว่ยสายอื่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่…
เว่ยหลิวยิ้มแหยๆ ตอบว่า “ท่านข้าหลวง เรื่องนี้… ข้าพูดได้เพียงว่าจะพยายามเจรจาดูให้ดีที่สุดขอรับ… หากเป็นช่างไม้หรือช่างตีเหล็กทั่วไป ก็ยังพอคุยกันได้ แต่ช่างฝีมือประเภทนี้…”
เผยเฉียนพยักหน้ารับ เขาก็เข้าใจเรื่องนี้ดี
หากจะเปรียบเทียบกับยุคหลัง ช่างไม้ทั่วไปในยุคนี้ก็คงเหมือนคนที่สอบผ่านภาษาอังกฤษระดับสี่มาได้แบบงูๆ ปลาๆ อย่างไรเสียพวกชาวนา บางครั้งก็ขึ้นเขาไปตัดไม้มาทำของใช้เองบ้าง จึงมีคนประเภทนี้ค่อนข้างเยอะ ช่างตีเหล็กเพราะมีข้อจำกัดเรื่องวัสดุ จึงมีจำนวนน้อยลงมาหน่อย คงเทียบได้กับคนที่สอบผ่านระดับหก ส่วนช่างฝีมือที่เน้นนวัตกรรมและเทคนิคอย่างช่างทำกระดาษ ก็คงเทียบเท่ากับคนที่สอบผ่านระดับแปดไปแล้ว…
เผยเฉียนถอนหายใจเบาๆ ยุคสมัยนี้หนอ!
ขณะที่กำลังคุยกันอยู่ สาวใช้ตัวน้อยสองสามคนก็ประคองถ้วยน้ำชาเข้ามาอย่างสั่นเทา เสิร์ฟให้เผยเฉียนและทั้งสามคนทีละคน
ตระกูลเว่ยส่งสาวใช้และหญิงรับใช้มาให้จำนวนหนึ่ง รวมถึงหญิงวัยกลางคนที่ทำงานหนักได้ เผยเฉียนเห็นว่าคนที่อายุมากหน่อยและยังไม่ได้แต่งงาน ก็ให้เจี่ยฉวีจัดการหาคู่ครองให้จนหมดสิ้น เหลือเพียงเด็กสาวที่ยังอายุน้อยเหล่านี้ไว้…
ไม่ใช่ว่าเผยเฉียนชอบเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่พวกเธอเพิ่งจะอายุสิบขวบต้นๆ บางคนก็แค่เจ็ดแปดขวบ หากแบ่งให้พวกคนพื้นเมืองในยุคฮั่นไป มีหวังต้องตายกันจริงๆ แน่
เฮ้อ…
ทางจิงเซียงก็มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อยู่อีกคนหนึ่งนี่นา…
จริงสิ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ลองขอช่างฝีมือจากทางจิงเซียงดูดีไหม?
ในจวนของพ่อตา จุ๊ๆ ดูเหมือนจะมีช่างฝีมือเก่งๆ ซ่อนอยู่ไม่น้อยเลยนะ…
แต่ตอนนี้ยังกลับไปไม่ได้ ยังไปจากที่นี่ไม่ได้หรอก!
ขณะที่เผยเฉียนกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ทหารองครักษ์นายหนึ่งก็เข้ามาที่หน้าโถง รายงานว่า “ท่านชุยโฮ่ว เดินทางมาถึงห่างจากเมืองห้าลี้แล้วขอรับ!”
ชุยโฮ่วมาถึงแล้วหรือ?
ดี ดี!
ทั้งสามคนในห้องโถงต่างก็มีสีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด…
ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นใคร ขอแค่เป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น ก็สามารถมาช่วยแบ่งเบาภาระงานไปได้ไม่น้อย! ลดภาระจาก 33% ลงเหลือ 25% ในพริบตา ไม่สิ เผยเฉียนนานๆ ถึงจะมาช่วยที จริงๆ แล้วงานส่วนใหญ่ตกอยู่ที่เจี่ยฉวีและเว่ยหลิวสองคน การมีคนมาเพิ่มอีกคนย่อมช่วยลดภาระงานได้อย่างมหาศาล…
ดีใจจังเลย
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสามคนจึงยิ้มแย้มเดินออกไปต้อนรับที่ประตูเมือง
ทว่านึกไม่ถึงเลยว่านอกจากจะได้พบชุยโฮ่วแล้ว ยังได้พบกับอีกคนหนึ่งด้วย นั่นคือ ฉางหวย ฉางปั๋วหวย
เผยเฉียนอึ้งไปชั่วขณะ ก็จำได้ทันที ที่แท้ก็คือคนของตระกูลฉางที่เคยพบกันใกล้ๆ เมืองเวินเซี่ยนตอนนั้นนี่เอง!
“พี่ฉางก็มาที่นี่ด้วยหรือ? ช่างน่ายินดียิ่งนัก!” เผยเฉียนก้าวเข้าไปประสานมือคารวะ
ฉางหวย ฉางปั๋วหวย รีบก้าวเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้น “มิกล้ารับการทักทายจากท่านข้าหลวง! ฉางหวย ฉางปั๋วหวย แห่งเวินเซี่ยน ขอคารวะท่านข้าหลวงเผย!” ช่างเป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาจริงๆ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เผยเฉียนยังเป็นเพียงบุคคลเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงเพียงเล็กน้อย แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเจ้าเมือง ผู้กุมอำนาจทั้งทหารและพลเรือนไปเสียแล้ว…
ชุยโฮ่วที่อยู่ด้านข้างก็เข้ามาทำความเคารพเช่นกัน
เผยเฉียนประคองทั้งสองคนขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม แล้วเชิญชวนให้ทั้งสองเดินทางไปยังที่ว่าการพร้อมกัน
สถานที่แรกที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมในเมืองผิงหยาง ก็คือที่ว่าการเมืองผิงหยางซึ่งเผยเฉียนพำนักอยู่ในปัจจุบัน
เรื่องนี้ก็ช่วยไม่ได้ ในยุคราชวงศ์ฮั่นมีการแบ่งชนชั้นอย่างเคร่งครัด หากสถานที่ของเผยเฉียนยังไม่เรียบร้อย ก็คงไม่มีใครกล้าซ่อมแซมบ้านเรือนของตนเองก่อนเป็นแน่ ดังนั้นเผยเฉียนจึงสั่งให้ซ่อมแซมห้องหับในที่ว่าการให้มากขึ้น เพื่อให้เจี่ยฉวี เว่ยหลิว ม้าเยว่ และคนอื่นๆ ได้พักอาศัยร่วมกันไปก่อน
อย่างไรเสียตอนนี้ก็ยังไม่มีครอบครัวติดตามมาด้วย และในภายหลัง เมื่อเมืองผิงหยางซ่อมแซมเสร็จสิ้น พวกเขาก็คงค่อยๆ ย้ายออกไปเอง
อาจกล่าวได้ว่าเมืองผิงหยางในตอนนี้ขาดแคลนทุกสิ่งทุกอย่าง จำเป็นต้องมีทุกอย่าง และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เผยเฉียนเรียกตัวชุยโฮ่วมาที่ผิงหยาง
เมื่อทุกคนมาถึงและนั่งลงในห้องโถงของที่ว่าการ สาวใช้เพิ่งจะนำน้ำชาที่ต้มเสร็จใหม่ๆ มาเสิร์ฟ ยังไม่ทันจะได้จิบสักคำ ก็ได้ยินเสียงม้าเร็วควบตะบึงมารายงานด่วนจากนอกที่ว่าการ!
เผยเฉียนลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นทหารนายหนึ่งก็ก้าวเท้ายาวๆ วิ่งเข้ามา คุกเข่าลงหน้าห้องโถง สองมือชูไม้พลองยาวขึ้นเหนือศีรษะ ร้องรายงานว่า “รายงาน! ทูตสวรรค์ (ทูตจากองค์จักรพรรดิ) เดินทางมาถึงห่างจากเมืองสามสิบลี้แล้วขอรับ! ขอให้ท่านข้าหลวงรีบไปต้อนรับด่วน!”
เผยเฉียนรีบก้าวเข้าไปรับไม้พลองนั้นมาพิจารณาดู ด้ามไม้ไผ่เรียบเนียน ความยาวไม่ถึงสองเมตร ประดับด้วยขนหางจามรีสามชั้น ไม่ว่าจะดูจากรูปทรงหรือมาตรฐาน ก็ยืนยันได้ว่าเป็นไม้คทาของทูตสวรรค์จริงๆ!
ทูตสวรรค์มาถึงที่นี่เชียวหรือ?

0 Comments