ตอนที่ 459 ปัญหาเรื่องผู้ยอมจำนน
แปลโดย เนสยังเผยเฉียนไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอกับปัญหาที่ยุ่งยากใจเร็วถึงเพียงนี้
แม้ตระกูลเว่ยจะไม่ใช่กองทัพที่พ่ายแพ้ในการรบโดยตรง แต่ก็ถือว่าผ่านการต่อสู้มาในระดับหนึ่งจนต้องยอมจำนนในนามของตระกูล แน่นอนว่าภายใต้ฉากหน้าของการยอมจำนนนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ แอบแฝงอยู่อีกมากมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ ได้มอบโจทย์ที่ยากยิ่งให้เผยเฉียนข้อหนึ่ง
โจทย์ข้อนี้ ก็คือปัญหาเรื่องผู้ยอมจำนน
การใช้งานผู้ที่ยอมจำนน เป็นงานที่ต้องใช้ศิลปะขั้นสูง
หากใช้ได้ดี ก็จะเป็นการซื้อใจคน ดึงดูดคนเก่งให้มาร่วมงานมากขึ้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงความใจกว้างและการให้เกียรติผู้มีความรู้ อีกทั้งยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้นำอีกด้วย
ผู้ที่ยอมจำนน จะไม่ได้มีแค่ตระกูลเว่ยตระกูลเดียว และไม่ได้มีแค่ที่เหอตงที่เดียวแน่นอน
วิธีการจัดการและใช้งานผู้ที่ยอมจำนน ถือเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองทุกคนต้องเชี่ยวชาญ และเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญของการเป็นผู้นำ
แต่หากใช้ไม่ดี หรือแม้กระทั่งทำให้เกิดภัยแฝงตามมาจากผู้ที่ยอมจำนนเหล่านั้น อย่างเช่น แผนแกล้งยอมจำนน อะไรทำนองนั้น เหมือนกับที่คุณลุงอุยกายที่มาพร้อมกับก้นแดงๆ และเปลวเพลิง มันก็คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่
จะเชื่อใจ?
หรือไม่เชื่อใจดี?
เผยเฉียนตัดสินใจไม่ถูกจริงๆ ในชั่วขณะนี้
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่กลางโถงผู้นี้ พูดจาฉะฉาน คารมคมคาย รูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลาเอาการ ดูมีมาดของบัณฑิตอย่างแท้จริง แถมจากคำพูดคำจาก็แสดงให้เห็นว่าเขามีความรู้แตกฉานในคัมภีร์โบราณอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ ตอนที่เขาแจกแจงรายการสิ่งของที่ตระกูลเว่ยส่งมาให้ในครั้งนี้ เขาสามารถบอกตัวเลขได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องดูโพย แสดงว่าเขาน่าจะเชี่ยวชาญด้านการคำนวณอยู่พอสมควร
ทว่า ชายผู้นี้มีนามว่า เว่ยหลิว ชื่อรอง เมิ่งเหลียน
เขาเป็นคนของตระกูลเว่ยแห่งเหอตง แต่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดโดยตรงกับเว่ยจี้ เป็นเพียงลูกหลานของผู้อาวุโสสายรองคนหนึ่ง ครั้งนี้เขาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของตระกูลเว่ยแห่งเหอตง เพื่อมาส่งมอบของตามสัญญา ให้กับเผยเฉียน…
หากไม่นับเรื่องนามสกุล เว่ยหลิวก็นับว่าเป็นคนเก่งคนหนึ่งเลยทีเดียว
ควรจะกล่าวเช่นนี้ ลูกหลานชนชั้นสูงส่วนใหญ่ ล้วนถือเป็นคนเก่งทั้งสิ้น เพียงแต่จะเก่งมากหรือเก่งน้อยเท่านั้น เพราะในยุคนี้ ความรู้ส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของชนชั้นสูง ชาวบ้านธรรมดาแทบจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับความรู้เหล่านี้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องคัมภีร์โบราณหรือการคำนวณเลย
เว่ยหลิวได้แสดงท่าทีว่ายินดีจะรับใช้เผยเฉียน ซึ่งในขณะเดียวกัน ท่าทีเช่นนี้ก็เป็นการแสดงความปรารถนาดีจากคนตระกูลเว่ยคนอื่นๆ นอกเหนือจากเว่ยจี้ด้วย
มีคนเก่งมาเสนอตัวถึงที่ จะรับหรือไม่รับดี?
เผยเฉียนฟังคำพูดของเว่ยหลิว แล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ท่านมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของเว่ยปั๋วอวี๋ (เว่ยจี้)?”
เว่ยหลิวชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที แล้วก็ตอบว่า “คุณชายเว่ยอยู่ในวัยเดียวกับบิดาของข้า ดังคำกล่าวที่ว่า บุตรไม่พึงวิจารณ์ความผิดของบิดา ดังนั้น ข้าจึงขออภัยที่ไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้”
อ้อ?
เผยเฉียนหัวเราะในใจ คำตอบนี้ถือว่ามีชั้นเชิงทีเดียว เป็นการสื่อความหมายออกมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรเลย…
เผยเฉียนจึงถามต่อ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วของจากตระกูลเว่ยในครั้งนี้ ควรจะจัดการเช่นไรดี?”
คำถามของเผยเฉียนมีความหมายแฝงหลายอย่าง ไม่ใช่แค่ถามถึงสิ่งของที่ตระกูลเว่ยส่งมาให้เท่านั้น
คำว่า “ของ” (物) ในที่นี้ ยังหมายถึงสรรพสิ่ง หรือใช้แทนบุคคล เรื่องราว และสิ่งของอื่นๆ นอกเหนือจากตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะหมายถึงผู้คน กล่าวคือ เผยเฉียนไม่ได้ถามถึงแค่สิ่งของ แต่ยังถามถึงคนของตระกูลเว่ยด้วย
รวมถึงตัวเว่ยหลิวเองด้วย
เผยเฉียนต้องการใช้คำตอบของเว่ยหลิว เพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกทางใด
เว่ยหลิวนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ “ใช้หญ้าไป๋เหมาปูรอง ย่อมรองรับของมีค่าได้”
หญ้าไป๋เหมา (白茅) เป็นหญ้าสีขาวอ่อนนุ่มและมีค่า ในยุคชุนชิวจ้านกั๋ว บรรดาขุนนางมักจะใช้หญ้าไป๋เหมาห่อของกำนัลที่นำไปถวายกษัตริย์ราชวงศ์โจว เพื่อแสดงความเคารพ
คำว่า “ปูรอง” (藉) ก็คือเสื่อ หรือใช้ในความหมายของการปูรองพื้น
“รองรับของมีค่าได้” (用其重) เป็นคำกล่าวของขงจื๊อ ซึ่งเป็นคำอธิบายเกี่ยวกับสัญลักษณ์ “ใช้หญ้าไป๋เหมาปูรอง” ในคัมภีร์อี้จิง
การที่เว่ยหลิวพูดประโยคนี้ นอกจากจะเป็นการแสดงความเคารพแล้ว ยังเป็นการอธิบายความหมาย และแฝงนัยเตือนสติพร้อมกับตอบโต้เล็กๆ น้อยๆ นับว่าเป็นการใช้คำได้อย่างเหมาะสมยิ่งนัก
บัดนี้เผยเฉียนเป็นถึงเจ้าเมือง ซึ่งหากเปรียบกับยุคชุนชิวจ้านกั๋ว ก็คือเจ้านครรัฐ การที่ตระกูลเว่ยส่งสิ่งของมาให้เผยเฉียน ก็เปรียบเสมือนขุนนางนำของมาถวายกษัตริย์ เพื่อแสดงความเคารพ และขอให้กษัตริย์ทรงคลายความพิโรธ เช่นเดียวกับที่ตระกูลเว่ยใช้สิ่งของเหล่านี้ เพื่อให้เผยเฉียนดับไฟโกรธ
แน่นอนว่า จะไม่ใช้หญ้าไป๋เหมาก็ได้ ขงจื๊อก็ได้อธิบายไว้ว่าทำไมถึงต้องใช้หญ้าไป๋เหมาห่อของ? ก็เพราะต้องการแสดงความระมัดระวัง เมื่อมีของปูรอง สิ่งของก็จะไม่เสียหายง่าย เมื่อมีสิ่งที่กั้นกลางเป็นตัวเชื่อม ของมีค่าก็จะไม่เสียดสีกันจนพังทลาย…
แล้วความสำคัญของการเป็น “ผู้ปูรอง” ก็ชัดเจนแล้วใช่ไหม?
ดังนั้น ในฐานะคนกลางระหว่างตระกูลเว่ยกับเผยเฉียน คุณค่าของเว่ยหลิวเอง ก็ถือว่าสำคัญมากใช่หรือไม่?
และยังมีนัยแฝงอีกอย่างหนึ่งก็คือ “ใช้หญ้าไป๋เหมาปูรอง” เป็นสัญลักษณ์ในคัมภีร์อี้จิง ที่สื่อถึงความอ่อนโยนอยู่ล่าง ความยินดีอยู่บน ซึ่งความหมายของสัญลักษณ์นี้ ก็ช่างสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันพอดี…
เผยเฉียนอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าชื่นชม “ความหมายของเมิ่งเหลียน ข้าย่อมเข้าใจดี เมิ่งเหลียนมีสติปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้คัมภีร์ วันนี้ได้พบหน้า นับว่าพบกันช้าไป ไม่ทราบว่าท่านจะรังเกียจหรือไม่ หากข้าจะขอเชิญท่านมารับตำแหน่ง เจ้าหน้าที่บัญชี (计曹从事) แห่งซ่างจวิ้น?”
เจ้าหน้าที่บัญชี เป็นตำแหน่งที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ และตอนนี้ก็กำลังจะเริ่มทำทุนเถียน เจี่ยฉวีคนเดียวคงทำงานหนักจนสายตัวแทบขาด
อืม ตอนนี้เจี่ยฉวีได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ทะเบียนราษฎร์ (户曹) แล้ว รับหน้าที่ดูแลการขึ้นทะเบียนและจัดทำบัญชีราษฎรทั้งหมดของเผยเฉียนอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าเว่ยหลิวจะมีความจริงใจมากน้อยเพียงใด แต่อย่างน้อยในระยะนี้ เขาก็สามารถช่วยงานได้พอสมควร
เว่ยหลิวก็ไม่ได้อิดออด เขาคุกเข่ากราบกรานเผยเฉียน ถือเป็นการเข้ารับตำแหน่งเป็นขุนนางของเผยเฉียนอย่างเป็นทางการ…
เผยเฉียนมองตามแผ่นหลังของเว่ยหลิวที่เดินจากไป ในใจก็เกิดความรู้สึกลึกซึ้งบางอย่าง
เว่ยหลิว…
เผยเฉียนไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับชื่อนี้เลย นั่นหมายความว่า เขาไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรในยุคสามก๊ก เมื่อเชื่อมโยงกับสิ่งที่เขาบอกเกี่ยวกับภูมิหลังและลำดับรุ่น ก็แสดงว่าเขาเป็นเพียงลูกหลานสายรองของตระกูลเว่ยในตอนนี้ นั่นหมายความว่า ตำแหน่งของเขาในตระกูลเว่ยก็คงไม่ได้สูงส่งอะไรนัก น่าจะพอๆ กับตำแหน่งของเผยเฉียนตอนที่อยู่ลั่วหยาง
ดังนั้น การที่ตระกูลเว่ยส่งคนๆ นี้มา ก็เพียงเพื่อหยั่งเชิงดูเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเผยเฉียนมากมายอะไร
แน่นอนว่า การทำเช่นนี้ก็เพื่อแสดงความปรารถนาดีในการเจรจาสงบศึก…
กลยุทธ์แบ่งแยกและทำลายของหวังอี้นั้นช่างร้ายกาจและเด็ดขาดยิ่งนัก มันแทงทะลุจุดอ่อนของตระกูลเว่ยได้อย่างแม่นยำ
อีกทั้งหวังอี้ยังแย้มให้ฟังว่า ในปีนี้เขาตั้งใจจะสนับสนุนสายตระกูลเว่ยสายใดสายหนึ่งให้ขึ้นมาแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล…
นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เผยเฉียนตัดสินใจรับเว่ยหลิวไว้ นอกจากนี้ยังมีเหตุผลสำคัญอีกข้อ คือตอนนี้เขาเพิ่งจะเริ่มสร้างฐานอำนาจ จึงจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความใจกว้างและมีใจโอบอ้อมอารี มิฉะนั้นหากมีคนเอาไปพูดต่อๆ กัน ก็คงเป็นการปิดกั้นโอกาสที่คนเก่งๆ จะมาร่วมงานด้วย
ดังนั้น ต่อให้เป็นการซื้อกระดูกม้าพันชั่ง (การลงทุนเพื่อให้ได้คนเก่ง) ก็ต้องทำ
แน่นอนว่า เรื่องความปลอดภัย ก็ยังต้องคอยระแวดระวังอยู่อย่างลับๆ…
กวนอูถูกเกาทัณฑ์อาบยาพิษ ฮัวโต๋มารักษา
กวนอูถามว่า “ท่านหมอ แผลแค่นี้คงไม่กระทบต่อชีวิตประจำวัน… เรื่องนั้นของข้าใช่ไหม?”
ฮัวโต๋นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง “ก็ขึ้นอยู่กับว่าปกติท่านถนัดใช้มือข้างไหนนะ”

0 Comments