You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

แม้เหตุผลและหลักการจะเป็นเช่นนั้น แต่ความรู้สึกในใจก็ยังคงอึดอัดขัดข้องอยู่ดี ทว่าโลกนี้ก็เป็นเช่นนี้เอง

เจี่ยฉวีรับรายการของขวัญไปแล้วขอตัวลากลับไป เพื่อคำนวณดูว่าควรจะเรียกร้องสักเท่าใดจึงจะพอเหมาะพอดี…

ส่วนเผยเฉียนยืนอยู่หน้าห้องโถง กลับรู้สึกหดหู่ใจ

สังคมนี้

ศีลธรรม ความยุติธรรม ระเบียบ ความเท่าเทียม

อาจจะทำได้ในเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง หรือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บางอย่าง แต่เมื่อมองภาพรวม มองลงมาจากมุมสูง จะพบว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงความว่างเปล่า…

เชื่อมั่นว่าวันหนึ่งคนเลวจะถูกจับกุม ถูกลงโทษตามกฎหมาย แล้วทุกคนก็จะมีความสุข สรรเสริญยินดี?

เอาล่ะ ต่อให้ถูกจับกุม แต่ปัญหาคือ…

ใครเป็นคนจับ?

กระบวนการยุติธรรม

ในยุคราชวงศ์ฮั่น ก็คือพระราชอำนาจ ส่วนในยุคหลัง ก็คือองค์กรอะไรสักอย่าง…

แล้วพระราชอำนาจและองค์กรเหล่านั้นมาจากไหน?

บัลลังก์ของหลิวปังได้มาอย่างไร?

ก็ได้มาจากการฆ่าเซี่ยงอวี่ไง

สิ่งที่เรียกว่าบัลลังก์ สิ่งที่เรียกว่าอำนาจปกครอง ก็คือการที่กลุ่มอำนาจกลุ่มหนึ่ง แย่งชิงสิทธิ์ขาดในการปกครองมาจากกลุ่มอำนาจอีกกลุ่มหนึ่ง

สังคมดั้งเดิมก่นด่าสังคมทาสว่าเป็นโจรฆ่าคน สังคมทาสสาปแช่งสังคมศักดินาว่าเป็นเพชฌฆาตปีศาจ ผู้แพ้คือผู้ที่น่ารังเกียจ ผู้ชนะเท่านั้นที่มีสิทธิ์กำหนดกฎเกณฑ์

เผยเฉียนในยุคหลัง เป็นคนที่มีความคิดถูกต้องตามทำนองคลองธรรมที่สุดคนหนึ่ง และปรัชญาที่สอนให้มองข้ามเปลือกนอกเพื่อเห็นแก่นแท้ เขาก็เรียนมาตั้งแต่ประถม มีคนพร่ำสอนและเน้นย้ำเรื่องพวกนี้อยู่เสมอ แต่จนกระทั่งเผยเฉียนเข้าสู่สังคม และเริ่มดิ้นรนเอาตัวรอดในโลกแห่งความเป็นจริง เขาจึงได้ตระหนักว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนมีคำอธิบายที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และมีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรมาตั้งนานแล้ว…

เหมือนที่เล่าจื๊อกล่าวไว้ว่า “เต๋าที่อธิบายได้ ไม่ใช่เต๋าที่แท้จริง” ไม่ใช่ว่าไม่มีใครบอก แต่เป็นเพราะยังไม่บรรลุต่างหาก

เรื่องพวกนี้มีคนบอกไว้ตั้งนานแล้ว แต่ถ้าไม่เข้าใจ จะไปโทษใครได้ล่ะ?

จริงไหม?

เหมือนกับในตอนนี้ เว้นเสียแต่ว่าเผยเฉียนจะมีกำลังพอที่จะกวาดล้างตระกูลขุนนางทั้งหมด คว่ำกระดานตระกูลขุนนางในยุคฮั่นให้สิ้นซาก มิฉะนั้น การลุกขึ้นมาคว่ำโต๊ะเพียงเพราะคุยกันไม่ถูกคอ ก็เป็นแค่การรนหาที่ตายเร็วขึ้นเท่านั้น

ดังนั้นก็ต้องทำแบบนี้แหละ ก็นั่งลงเล่นไพ่ดัมมี่กันต่อไป…

ประวัติศาสตร์ยุคสามก๊กทั้งหมดก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือ?

เริ่มแรกก็แย่งชิงตำแหน่งเจ้ามือ ผลคือโจโฉแย่งได้…

โอ้เย้ โจโฉได้ไพ่ตอง

จากนั้นชาวนาผู้ยากไร้สองคนก็ร่วมมือกันล้มเจ้ามือ…

ใช่ไหมล่ะ เหมือนกันเป๊ะเลย

เผยเฉียนยิ้มเยาะตัวเอง พูดตามตรงนะ ถ้าเขาเอาไพ่โปกเกอร์ ไพ่นกกระจอกออกมาเล่น ไม่รู้ว่าจะฮิตไปทั่วประเทศไหม…

เผยเฉียนก้าวเดินออกไปสองก้าว ขณะกำลังจะเดินไปทางห้องขังของชายชราชุดดำ จู่ๆ ก็เห็นซิหลงยืนรออยู่ด้านข้าง พร้อมกับประสานมือคารวะ

“กงหมิง มีธุระอันใดหรือ?” เผยเฉียนเอ่ยถาม

ซิหลงประสานมือคารวะ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก “เรียนท่านข้าหลวง ไม่ทราบว่าท่านจะจัดการกับหลี่เล่อ หัวหน้ากบฏอย่างไรขอรับ?”

หลี่เล่อ ระบุชื่อมาตรงๆ เลย…

“ย่อมต้องประหารชีวิต รายงานต่อราชสำนัก เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง” เผยเฉียนไม่รู้ว่าเหตุใดซิหลงจึงดูมีความรู้สึกพิเศษต่อหลี่เล่อนัก แต่สำหรับหัวหน้าโจรป๋อปอ โดยเฉพาะพวกที่พ่ายแพ้มา ย่อมไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น

สีหน้าของซิหลงดูแปลกไป คล้ายกับโล่งใจ และคล้ายกับคาดหวัง เอ่ยว่า “ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะขอร้อง หวังว่าท่านข้าหลวงจะเมตตา”

“กงหมิงเชิญว่ามา”

“อดีตนายอำเภอเมืองหย่งอันคือพี่ชายร่วมตระกูลของข้า เขาถูกหลี่เล่อสังหารอย่างโหดเหี้ยม… ข้าจึงอยากขอหนังสือรับรองจากท่านข้าหลวง เพื่อลงมือประหารหลี่เล่อด้วยมือตนเอง เพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของพี่ชายข้าบนสรวงสวรรค์…” ซิหลงกล่าวจบ ก็ค้อมตัวคารวะเผยเฉียนอย่างนอบน้อม

เรื่องนี้ย่อมไม่มีปัญหาอย่างไรเสียหลี่เล่อก็ต้องถูกประหารอยู่แล้ว ใครลงมือก็เหมือนกัน ในเมื่อซิหลงเป็นคนขอ ย่อมไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ

เผยเฉียนฉุกคิดขึ้นมาได้ จึงสั่งให้คนนำกระดาษและพู่กันมา เขียนหนังสือรับรองมอบให้ซิหลง แล้วกล่าวว่า “ข้าเองก็มีเรื่องหนึ่งจะขอร้อง หวังว่ากงหมิงจะตกลง”

ซิหลงชะงักไปเล็กน้อย ตอบว่า “มิกล้ารับคำว่าขอร้อง ท่านข้าหลวงโปรดบัญชามาได้เลยขอรับ”

“พี่ชายของท่านอดีตเป็นนายอำเภอเมืองหย่งอัน มีชื่อเสียงเลื่องลือ ทว่าต้องมาประสบเคราะห์กรรม บัดนี้ราษฎรเมืองหย่งอันต่างหวาดผวา บ้านเมืองรอการฟื้นฟู หากไร้ผู้ดูแลย่อมไม่เป็นผลดี ข้าหวังว่ากงหมิงจะสานต่อเจตนารมณ์ของพี่ชาย รับหน้าที่เป็นนายอำเภอเมืองหย่งอัน คุ้มครองความสงบสุขของท้องถิ่น บรรเทาทุกข์ราษฎร เพื่อเติมเต็มความปรารถนาสุดท้ายของพี่ชายท่าน ไม่ทราบว่ากงหมิงจะยินดีหรือไม่?”

ใครจะไปรู้ว่าความปรารถนาสุดท้ายของพี่ชายซิหลงคืออะไร แต่อย่างน้อยในยามที่กองทัพป๋อปอบุกมา เขาก็ยังกล้าลุกขึ้นต่อสู้ ก็นับว่าเป็นขุนนางที่ทำหน้าที่ได้ดีระดับหนึ่ง การยกย่องเขาสักหน่อยก็คงไม่มากเกินไป ผนวกกับนี่คือตำแหน่งที่ดีที่สุดที่เผยเฉียนสามารถมอบให้ได้ในตอนนี้

เมืองผิงหยางเป็นเมืองร้าง ต้องรอเผยเฉียนรายงานต่อราชสำนัก ดำเนินการตามขั้นตอน แล้วจึงจะหล่อตราประจำตำแหน่งและแต่งตั้งนายอำเภออย่างเป็นทางการได้ ส่วนเมืองผูจื่อก็มีเฉินรุ่ยดูแลอยู่ ดังนั้นตำแหน่งนายอำเภอที่ว่างอยู่ก็มีเพียงเมืองหย่งอันเท่านั้น ประจวบเหมาะกับที่ซิหลงมีความสัมพันธ์กับที่นี่พอดี การนำมาใช้เพื่อรั้งซิหลงไว้รับตำแหน่ง จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง

ซิหลงไม่ได้ดีใจจนเนื้อเต้นและตอบตกลงในทันที แต่กลับถามว่า “เมืองหย่งอัน ยังคงขึ้นตรงต่อเหอตง เหตุใดจึง…”

“อ้อ เรื่องเป็นเช่นนี้…” เผยเฉียนเล่าข้อตกลงระหว่างเขากับหวังอี้ให้ฟัง แล้วกล่าวต่อ “กงหมิงเปี่ยมด้วยความจงรักภักดีและความกล้าหาญ มีสติปัญญาเป็นเลิศ ทว่าเมืองหย่งอันนั้นเล็กนัก อาจไม่เพียงพอให้ท่านได้แสดงฝีมือ ขอให้ท่านพำนักอยู่ที่นี่ชั่วคราว รอจนกว่าข้าจะเคลื่อนทัพไปซ่างจวิ้น ท่านก็จะได้สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่เยี่ยงปานเชา พิชิตเยี่ยนหราน”

จารึกชื่อที่เยี่ยนหราน… ซิหลงก้มหน้าหลุบตา นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบตกลง

ก่อนหน้านี้หวังอี้ตั้งใจจะแต่งตั้งให้ซิหลงเป็นตูเวย์ (ผู้บัญชาการทหาร) ซึ่งมีระดับเงินเดือนเทียบเท่าสองพันสือ แต่ซิหลงรู้ดีว่า ตำแหน่งตูเวย์นั้นอาจไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด…

ตำแหน่งตูเวย์แห่งเหอตงแม้จะสูงส่ง แต่ก็ต้องฟังคำสั่งจากหวังอี้ และหวังอี้เองก็ทำผลงานในความขัดแย้งของเหอตงครั้งนี้ได้ไม่โดดเด่นเท่าเผยเฉียน ยิ่งไปกว่านั้น แม้เรื่องราวในตอนนี้จะจบลงชั่วคราว แต่ในอนาคตหวังอี้และตระกูลเว่ยก็ยังต้องเผชิญหน้ากันทุกวัน ย่อมไม่มีทางสงบสุข ตำแหน่งตูเวย์ของเขา หากไม่กลายเป็นเพียงตำแหน่งลอยๆ ที่ควบคุมกองทหารทั้งเมืองไม่ได้ ก็ต้องเผชิญหน้ากับตระกูลเว่ยโดยตรง กลายเป็นหมากในมือหวังอี้เพื่อแย่งชิงอำนาจทางการทหารจากตระกูลเว่ย

ด้วยเหตุนี้ ซิหลงจึงไม่ได้ตอบตกลงหวังอี้ในทันที แต่ประวิงเวลาออกไป

ตอนนี้มีทางเลือกที่สอง แม้ตำแหน่งนายอำเภอเมืองหย่งอันจะมีระดับเงินเดือนเพียงหนึ่งพันสือ แต่ก็เป็นถึงผู้นำสูงสุดของท้องถิ่น ถือเป็นตำแหน่งตัวจริง นอกจากต้องรับผิดชอบต่อเผยเฉียนซึ่งเป็นเจ้าเมืองที่ดูแลพื้นที่ส่วนนี้แล้ว เรื่องอื่นๆ เขาสามารถตัดสินใจเองได้ ผนวกกับมีชื่อเสียงของพี่ชายคอยหนุนหลัง ซ้ำยังหลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับตระกูลเว่ยแห่งเหอตงได้ หากในอนาคตเผยเฉียนสามารถยึดซ่างจวิ้นคืนมาได้จริง เขาก็ยังมีโอกาสเติบโตก้าวหน้าอีกมาก

ในยุคราชวงศ์ฮั่น ความดีความชอบสูงสุด คือการขยายอาณาเขต เกียรติยศสูงสุด คือผลงานทางการทหาร

ดังนั้น ท้ายที่สุด ซิหลงจึงตัดสินใจเลือกตำแหน่งเล็กๆ ที่มีพื้นที่ให้เติบโตอย่างนายอำเภอเมืองหย่งอัน แทนที่จะเลือกตำแหน่งใหญ่อย่างตูเวย์แห่งเหอตงที่ต้องทำงานอย่างอึดอัด

แน่นอนว่าเผยเฉียนย่อมไม่รู้ความคิดเหล่านี้ เพียงแต่เห็นซิหลงยอมมาร่วมงานด้วย ก็ดีใจสุดขีด รีบให้คนนำตราประจำตำแหน่งนายอำเภอเมืองหย่งอันมามอบให้ซิหลงทันที

ซิหลงคุกเข่ารับตราประจำตำแหน่ง ลูบคลำด้วยความอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย ก่อนจะเก็บรักษาไว้อย่างดี ปรับสีหน้าให้สงบนิ่ง แล้วจึงกราบลาเผยเฉียน มุ่งหน้าสู่เมืองหย่งอัน

…กุยแก (เฟิ่งเซี่ยว) เสนอกลยุทธ์สามประการต่อโจโฉ (เฉาจง):

ประการแรก ต้องสร้างรากฐานของตนเองให้มั่นคง นี่เรียกว่ามีจุดศูนย์กลาง (จีเตี่ยน)

ประการที่สอง ต้องบ่อนทำลายขุนศึกฝ่ายตรงข้ามจากภายใน นี่เรียกว่ามีจุดเน่าเปื่อย (ฝู่เตี่ยน)

ประการที่สาม ซึ่งสำคัญที่สุด คือ เชิดชูโอรสสวรรค์บัญชาเหล่าขุนศึก มีฮ่องเต้ในมือ ใต้หล้าเป็นของข้า นี่เรียกว่ามีจุดเหลือง (หวงเตี่ยน – พ้องเสียงกับคำว่าจักรพรรดิ)

เมื่อมีสามจุดนี้ ก็สามารถรวบรวมใต้หล้าให้เป็นหนึ่งได้

โจโฉเห็นด้วยอย่างยิ่ง…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note