ตอนที่ 419 คนตายก็เหมือนไฟดับ
แปลโดย เนสยังดวงอาทิตย์ปีนขึ้นสู่ท้องฟ้า สาดส่องแสงสว่างไปทั่วผืนปฐพี ความมืดมิดและกลิ่นคาวเลือดของค่ำคืนที่ผ่านมาดูเหมือนจะจางหายไป ความหวังและความงดงามกลับคืนสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง
ทางทิศใต้ของเมืองหย่งอัน ริมแม่น้ำเฝินสุ่ย เตียวเลี่ยเพิ่งจะจบศึกซุ่มโจมตี ก็ได้รับข่าวจากทหารสอดแนมว่า กำลังจะต้องเผชิญกับศึกปะทะแบบไม่ทันตั้งตัว
เตียวเลี่ยรู้สึกหนักใจไม่น้อย
โชคดีที่เพิ่งจะเห็นฝุ่นควัน กองทัพจากทางใต้ยังไม่ได้มาถึงในระยะยี่สิบลี้ แต่ก็คงไม่ไกลนักหรอก ระยะทางยี่สิบลี้ก็ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งวัน ยิ่งเห็นฝุ่นควันตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้ ก็คาดเดาได้ว่ากองทัพนี้ตั้งใจจะมาให้ถึงเมืองหย่งอันในวันนี้แน่…
สมองของเตียวเลี่ยแล่นปรู๊ดปร๊าด เขาสั่งให้ทหารสอดแนมออกไปสืบข่าวอีกครั้ง พร้อมกำชับให้เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง อย่าให้ถูกจับได้ จากนั้นก็ส่งคนไปแจ้งข่าวที่เมืองหย่งอัน
เตียวเลี่ยมองซ้ายมองขวา แล้วตะโกนสั่งการเสียงดัง “รีบเข้า! รีบจัดการเคลียร์ศพพวกนี้ซะ!” ซากศพของทหารไป๋ปัวที่เกลื่อนถนนจำเป็นต้องเคลียร์ออก แต่ปัญหาคือกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งนี่สิ…
“เฮ้ย! อย่าโยนลงแม่น้ำสิวะ! ไอ้โง่!” เตียวเลี่ยหันไปเห็นคนกำลังลากศพจะโยนลงแม่น้ำ ก็รีบตะโกนห้าม “ใช้สมองหน่อยสิวะ! โยนลงไปเดี๋ยวมันก็ลอยตามน้ำไปทางปลายน้ำ สิ่งที่เราทำมาทั้งคืนก็สูญเปล่าหมดสิ! ลากไปข้างหลัง ขุดหลุมฝังซะ!”
เตียวเลี่ยใช้เท้าถูๆ คราบเลือดที่ซึมลงดิน พบว่าเลือดกับดินเหลืองมันผสมกันจนแยกไม่ออก ทำความสะอาดไม่ได้เลย เขาคว้าดินเหลืองข้างๆ มากลบทับ แต่พอกลบน้อยไป เลือดก็ซึมขึ้นมา พอกลบมากไป ก็กลายเป็นเนินดินนูนๆ ดูเตะตาเข้าไปอีก…
จิ๊ๆ โอ๊ย!
จะทำยังไงดีเนี่ย?
…
ภายในเมืองหย่งอัน สถานการณ์โดยรวมถือว่าสงบลงแล้ว ทหารไป๋ปัวที่ยังหลงเหลืออยู่ประปรายไม่เป็นอันตรายอะไรมากนัก ภายใต้การค้นหาแบบปูพรมของกองทหารเผยเฉียน พวกเขาก็ค่อยๆ ถูกกำจัดไปทีละคนสองคน
ชาวบ้านที่รอดชีวิตในเมืองบางส่วนก็เริ่มออกมาจับไม้คว้ามีดอีโต้เดินตามหลังทหารของเผยเฉียน ทหารไป๋ปัวบางคนที่ดึงผ้าเหลืองออกและถอดชุดเกราะหวังจะปลอมตัวเป็นชาวบ้าน ก็ถูกชาวบ้านจำหน้าได้ แล้วถูกรุมตีจนตาย…
สิ่งแรกที่เผยเฉียนทำเมื่อเข้าเมืองคือการไปที่คลังเสบียงของเมืองหย่งอัน แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เขารู้สึกผิดหวังอย่างมาก ในคลังเสบียงแทบจะไม่เหลือข้าวสารเลย เดิมทีควรจะมีโรงนาสี่แห่ง แต่ตอนนี้ว่างเปล่าไปสามแห่ง ส่วนอีกแห่งก็ไม่ได้เต็ม ถูกขนออกไปมากพอสมควร คาดว่าถ้ากองทัพไป๋ปัวไม่ได้ทิ้งคนไว้ที่นี่เพื่อรักษากำลังถอยกลับเทือกเขาหลี่เหลียง โรงนานี้ก็คงถูกขนไปจนหมดเกลี้ยงเช่นกัน
เงินทองถูกปล้นไปจนหมด อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีเหลือเลย คงถูกนำไปกับกองทัพไป๋ปัวที่มุ่งหน้าลงใต้หมดแล้ว
แม้แต่เชือก ถังไม้ และของใช้สอยอื่นๆ ที่เก็บไว้ก็ยังถูกเอาไป เหลือเพียงของชิ้นใหญ่อย่างท่อนไม้ อิฐ กระเบื้อง ก้อนเหล็ก และวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ที่กองทัพไป๋ปัวยังหาประโยชน์ไม่ได้ หรือไม่รู้จะเอาไปทำอะไรในระยะเวลาอันสั้น ถึงได้ถูกทิ้งไว้ในคลัง
เผยเฉียนเดินวนดูในคลังรอบหนึ่ง แล้วก็ต้องส่ายหน้า นี่มันยิ่งกว่าตั๊กแตนลงกินซะอีก…
“ส่งคนไปปิดไว้เถอะ ยังมีอีกหลายที่ที่ต้องใช้ของพวกนี้ เหลือไว้บ้างก็ยังดี” เผยเฉียนถอนหายใจ แล้วหันไปพูดกับฮองเฉิง
ฮองเฉิงพยักหน้าเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร เขาเรียกทหารมาสองสามคน สั่งให้เฝ้าคลังเสบียงไว้ให้ดี อาจจะเป็นเพราะภาพตรงหน้าทำให้เขานึกถึงตอนที่พวกโจรโพกผ้าเหลืองอาละวาดที่เกงจิ๋วเมื่อปีก่อน สีหน้าของฮองเฉิงจึงดูเคร่งเครียดมาก
ถัดจากคลังเสบียงไปทางใต้ตามถนน ก็คือที่ว่าการอำเภอของเมืองหย่งอัน
เพิ่งจะเดินมาถึงหน้าที่ว่าการอำเภอ เผยเฉียนก็สัมผัสได้ถึง ‘ความอบอุ่น’ ของกองทัพไป๋ปัว บริเวณรอบที่ว่าการอำเภอ เต็มไปด้วยของขวัญที่กองทัพไป๋ปัวทิ้งไว้ให้เผยเฉียน ทั้งริมกำแพง บนบันได หรือแม้แต่ตรงธรณีประตู ล้วนเต็มไปด้วย ‘กองสิ่งปฏิกูล’ สีเหลืองสีน้ำตาลที่กองอยู่กระจัดกระจาย…
ไม่รู้ว่าทหารไป๋ปัวพวกนี้คิดอะไรอยู่ หรือบางทีอาจจะเหมือนพวกนักท่องเที่ยวในยุคหลัง ที่ยังไงก็ต้องสลักคำว่า ‘นาย ก. มาเยือนที่นี่’ ไว้ในที่ที่เห็นได้ชัดเจน…
ทหารไป๋ปัวส่วนใหญ่อาจจะเขียนหนังสือไม่เป็น แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการที่พวกนี้จะแห่กันมาที่นี่ ซึ่งเดิมทีควรจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจรัฐ เพื่อมาถ่ายอุจจาระทิ้งไว้เป็นที่ระลึก…
บางทีพฤติกรรมแบบนี้ อาจจะเป็นวิธีเดียวที่พวกเขาจะใช้พิสูจน์ว่าตนเองเคยต่อต้านอำนาจรัฐแห่งนี้ และพิสูจน์ว่าตนเองเคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้?
ประตูใหญ่ของที่ว่าการอำเภอถูกพังจนพังทลาย ห้อยร่องแร่งเหมือนม่านขาดๆ
เผยเฉียนเดินหลบหลีกดงระเบิดอันหนาแน่นบริเวณประตู เพิ่งจะเดินเข้าไปในลานที่ว่าการอำเภอ ก็ถูกกลิ่นเน่าเหม็นที่รุนแรงยิ่งกว่าตีเข้าจมูกอย่างจัง
แม้ฤดูใบไม้ผลิจะยังมีความหนาวเย็นอยู่บ้าง แต่ศพที่ไม่ได้ถูกจัดการมาหลายวัน ก็เริ่มเน่าเปื่อยและส่งกลิ่นเหม็นชวนอ้วก
ภายในที่ว่าการอำเภอ มีศพทหารหรือองครักษ์นอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ถุนอาคาร เสื้อผ้าและชุดเกราะที่ควรจะมีบนตัว คงถูกปล้นไปตั้งแต่แรกแล้ว ผิวหนังที่เปลือยเปล่าปรากฏรอยจ้ำเลือดสีดำคล้ำขนาดใหญ่ ฝูงแมลงวันบินว่อนตอมศพ หนอนแมลงวันไต่ยั้วเยี้ยเข้าออกตามบาดแผลที่เน่าเฟะ
เผยเฉียนเกือบจะยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกตามสัญชาตญาณ แต่พอถึงกลางทางก็ลดมือลง ส่ายหน้า พยายามกลั้นหายใจ แล้วเดินเข้าไปในห้องโถง
ห้องโถงที่ว่าการอำเภอเดิมทีควรจะเป็นสถานที่สำหรับติดประกาศ พิจารณาคดี และบริหารบ้านเมือง เป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของราชสำนักมากที่สุด แต่ตอนนี้ภายในห้องโถง…
ช่างน่าเวทนาจนดูไม่ได้
มีศพของคนแก่และเด็กล้มตายอยู่ด้านหนึ่ง ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งถูกมัดติดกับเสากลางห้องโถง ลำคอถูกเชือด หญิงสาวคนหนึ่งนอนเปลือยกายตายอยู่ข้างบันไดหิน…
นี่มันครอบครัวเดียวกันชัดๆ…
“นี่คือนายอำเภอหย่งอันงั้นหรือ?” เผยเฉียนไม่ค่อยแน่ใจ
ฮองเฉิงก็ขมวดคิ้ว “…ไม่ทราบขอรับ แต่ดูจากสภาพแล้ว ก็น่าจะใช่”
เผยเฉียนนิ่งเงียบไป ผ่านไปเนิ่นนานจึงเอ่ยขึ้นว่า “สั่งการให้จัดงานศพอย่างสมเกียรติ ฝังพวกเขาซะ”
ฮองเฉิงรับคำ
คนตายก็เหมือนไฟดับ ลาภยศสรรเสริญทุกอย่างล้วนเป็นความว่างเปล่า บางทีนายอำเภอผู้นี้อาจจะเคยคิดสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ สร้างชื่อเสียงให้เกริกไกร แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงเศษเนื้อเน่าเปื่อย แม้แต่ชื่อก็ไม่ได้ทิ้งไว้
ทหารนายหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจากข้างนอก เผลอเหยียบก้อนของขวัญที่กองทัพไป๋ปัวทิ้งไว้ก่อนหน้านี้เข้าอย่างจัง เขาพยายามจะสะบัดทิ้งตามสัญชาตญาณ แต่พอเห็นเผยเฉียนอยู่ด้วย ก็ไม่กล้าทำอะไรกระโตกกระตาก ได้แต่กลั้นใจรายงานว่า “ทางทิศใต้ของเมือง ท่านผู้ช่วยเตียวส่งคนมาแจ้งข่าวว่า ทหารไป๋ปัวที่หนีลงใต้จากหย่งอันถูกสังหารจนหมด ไม่มีใครรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว! อีกทั้งยังบอกว่า พบกองทหารจำนวนประมาณแปดร้อยนาย ห่างออกไปยี่สิบลี้ กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ขอรับ!”
แปดร้อย เกือบจะถึงพันคนแล้ว…
กองทัพไป๋ปัวหรือ?
มาที่นี่ทำไม?

0 Comments