ตอนที่ 30 คล้ายดั่งสหายเก่ามาเยือน
แปลโดย เนสยังไม่มีใครที่ไม่ปรารถนาให้ตนเองมีชื่อเสียงที่ดี ลิโป้เองก็เช่นกัน
เมื่อเขาอาศัยวรยุทธ์อันเหนือมนุษย์ นำทัพเอาชนะชาวเซียนเปยที่รุกรานลงใต้มาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า และตัดหัวพวกฮูมากองรวมกันจนเป็นภูเขาเลากา ชื่อของเขา ลิโป้ ฟ่งเซียน ก็ถูกชาวฮั่นในพื้นที่เป๊งจิ๋วกล่าวขวัญและสรรเสริญกันไปทั่ว เขากลายเป็นวีรบุรุษในดวงใจของชาวเป๊งจิ๋ว ผู้ปกป้องผู้อ่อนแอและต่อต้านผู้รุกราน
ลิโป้ไม่มีวันลืม ทุกครั้งที่เขานำทัพที่ได้รับชัยชนะกลับมาจากเมืองซอกปัง ภาพของชาวเป๊งจิ๋วผู้มีน้ำใจที่พากันยัดเยียดพุทรา ผลไม้ป่า และแผ่นแป้งของตนเองใส่อ้อมอกของเขาอย่างสุดกำลัง…
ในตอนนั้นเขารู้สึกว่าตนเองมีความสุขที่สุด
แต่ในตอนนี้ลิโป้กลับมีความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด ราวกับว่าช่วงเวลาที่ทำให้เขามีความสุขที่สุดนี้กำลังจะจากเขาไปตลอดกาล…
ในขณะที่ลิโป้กำลังหงุดหงิดกับลางสังหรณ์ที่จับต้นชนปลายไม่ถูกนี้ ทหารใต้บังคับบัญชาก็เข้ามารายงานว่า มีสหายร่วมบ้านเกิดของแม่ทัพมาขอเข้าพบ
ในเมืองลั่วหยางที่อยู่ห่างไกลนับพันลี้นี้ยังมีสหายร่วมบ้านเกิดอยู่อีกหรือ?
ทว่าเมื่อลิโป้รีบวิ่งไปที่หน้าประตูค่ายด้วยความตื่นเต้น สิ่งแรกที่เขาเห็นกลับไม่ใช่สหายร่วมบ้านเกิด หรือผู้คนใดๆ แต่เป็นม้าฝีเท้าดีสีแดงฉานดั่งเลือดที่ยืนอยู่หน้าประตูค่าย
ร่างกายเปล่งประกายสีแดงระเรื่อ ตั้งแต่หัวจรดหางไม่มีสีอื่นเจือปนเลยแม้แต่น้อย ราวกับผ้าไหมจ๊กก๊กชั้นยอด ภายใต้แสงแดดสาดส่องก็มีประกายแสงพลิ้วไหวอยู่เป็นระยะ ม้าตัวนี้มีความสูงแปดเซียะ ยาวกว่าหนึ่งจ้าง ยืนตระหง่านอยู่บนพื้น ใช้กีบเท้าตะกุยพื้นดินเป็นระยะๆ ส่งเสียงฟึดฟัด เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง ส่ายหัวไปมา นัยน์ตาม้ากลมโตคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาที่ลิโป้
ลิโป้ยิ่งมองก็ยิ่งหลงรัก จนอดไม่ได้ที่จะก้าวไปข้างหน้าสองก้าวเพื่อจะมองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยไม่ทันสังเกตเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าม้า จนกระทั่งเดินเลยไปสองก้าว ลิโป้จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ รีบหันกลับมามอง ก็พบว่าสหายร่วมบ้านเกิดคนนั้นที่แท้ก็คือ ลิซก!
ในใจของลิโป้รู้สึกราวกับมีตัวอัลปาก้านับหมื่นตัววิ่งพล่าน ไม่ว่าจะทำอย่างไร เขาก็ไม่อาจเชื่อมโยงสหายร่วมบ้านเกิดที่ทั้งดำทั้งผอมตรงหน้านี้เข้ากับม้าฝีเท้าดีตัวนี้ได้เลย จนอดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมาว่า “ม้าตัวนี้เป็นของเจ้าหรือ?”
ลิซกหัวเราะฮ่าๆ ส่งสายบังเหียนให้ทหารที่อยู่ข้างๆ แล้วกล่าวว่า “ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับสนทนา แม่ทัพลิจะไม่เชิญข้าดื่มน้ำสักชามหรือ?”
“สมควรแล้วๆ เชิญ เชิญ!”
ลิโป้พาริซกเดินไปยังกระโจมใหญ่ของตน เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมาสั่งกำชับทหารที่จูงม้าของลิซกว่า “จงดูแลให้ดี อ้อ ไปเอาถั่วในส่วนของข้ามาให้มันกินด้วย”
ทหารรับคำ แล้วถามอย่างลังเลว่า “ถ้า… ถ้าเอาถั่วให้มันกิน แล้วม้าของท่านแม่ทัพล่ะขอรับ?”
ลิโป้ถลึงตาใส่ “พูดมากอยู่ได้ รีบไปสิ!” พูดจบก็ปรายตามองม้าแดงตัวใหญ่ด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะเดินเข้าไปในกระโจมใหญ่พร้อมกับลิซก
เมื่อแบ่งที่นั่งตามหลักเจ้าบ้านและแขกเรียบร้อย ลิโป้ก็เอ่ยปากถามขึ้นว่า “พวกเราไม่ได้พบกันมากี่ปีแล้วนะ? ตอนนี้เจ้าทำอะไรอยู่ล่ะ?”
ลิซกยิ้มรับ แล้วกล่าวว่า “ก็ไม่มีอะไรมาก ตอนนี้ข้าเป็นเพียงขุนพลฮูบุนตงหลางเจี้ยงเท่านั้น อย่าเห็นว่าตำแหน่งใหญ่โต แท้จริงแล้วมีทหารใต้บังคับบัญชาอยู่ไม่กี่คน ไม่เหมือนกับน้องปุนโชหรอก ลองดูสิ จิ๊ๆ ทหารเข้มแข็งม้าศึกกำยำ ไม่เลวเลยทีเดียว!”
ลิโป้โบกมือไปมา ปากก็ถ่อมตัวพูดว่ามิกล้าๆ แต่ในใจกลับคิดว่า ขุนพลฮูบุนตงหลางเจี้ยง เป็นขุนนางระดับเทียบเท่าสองพันสือ เดือนหนึ่งได้เบี้ยหวัดตั้งห้าพัน! ที่สำคัญคือยังได้ใกล้ชิดกับบุคคลชั้นสูงในราชสำนัก มิน่าล่ะถึงได้ม้าดีๆ แบบนั้นมา…
เปรียบเทียบกันแล้วช่างน่าโมโหจริงๆ ใครจะไปคิดว่าลิซกคนนี้จะได้ดิบได้ดีจนเกินบรรยายขนาดนี้…
จู่ๆ ลิซกก็ถามขึ้นว่า “อ้อ เมื่อครู่ฟังจากที่ลูกน้องของน้องปุนโชพูด ทำไมเดี๋ยวนี้แม้แต่อาหารม้ายังต้องแบ่งสรรปันส่วนกันด้วยล่ะ? หรือว่าถั่วที่น้องปุนโชพูดถึงเมื่อครู่นี้มันล้ำค่ามากงั้นหรือ?”
ลิโป้หน้าแดงเล็กน้อย กล่าวว่า “ไม่ปิดบังเจ้าหรอก ตอนนี้เสบียงอาหารของข้าเกิดขัดสนขึ้นมานิดหน่อย ดังนั้น…”
ลิซกตกใจหน้าถอดสี กล่าวเสียงดังว่า “เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? แม่ทัพตั๋งได้ส่งเสบียงอาหารชุดหนึ่งไปให้ผู้ตรวจการเต๊งของพวกเจ้าแล้วมิใช่หรือ? ที่นี่ของเจ้าจะไม่มีเสบียงอาหารได้อย่างไร?”
ทันใดนั้นลิโป้ก็เบิกตากว้างกลมโต ลุกพรวดขึ้นยืนทันที “จริงหรือ?”
“ย่อมเป็นความจริง!”
ทันใดนั้นความโกรธของลิโป้ก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมา ที่นี่ของข้าถูกลดเสบียงลงแล้ว เมื่อวานตอนไปหาเต๊งหงวน ทางนั้นยังบอกข้าอยู่เลยว่าไม่มีเสบียง!
ลิโป้ก้าวฉับๆ ด้วยความโกรธจัดหมายจะเดินออกไปข้างนอก แต่กลับถูกลิซกดึงตัวไว้
“อ๊ะๆ น้องปุนโช เจ้าจะไปที่ใด?”
“ข้าจะไปหาเต๊ง… ผู้ตรวจการเต๊งเพื่อถามให้รู้เรื่อง!”
ลิซกทำท่าทางหัวเสีย กล่าวว่า “อ๊ะ รู้อย่างนี้ข้าคงไม่บอกเจ้าหรอก นี่มันไม่ใช่การทำลายความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกระหว่างเจ้ากับเต๊งหงวนหรอกหรือ?”
“ความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกอะไรกัน? บิดาของข้าตายไปตั้งหลายปีแล้ว จะไปมีความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกกับเต๊งหงวนได้อย่างไร?”
ลิซกประหลาดใจ “นี่ข้าไม่ได้ฟังมาจากที่คนเขาลือกันหรอกหรือ? หรือว่าไม่ใช่เรื่องจริง? อ๊ะ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ยิ่งไปไม่ได้เลยนะ…”
“นั่นเป็นเพราะเหตุใด?” ลิโป้ไม่เข้าใจ จึงถามขึ้น
ลิซกให้ลิโป้สั่งให้คนถอยออกไปจนหมด จึงค่อยกล่าวว่า “นี่มันไม่ชัดเจนหรอกหรือ? ทำไมผู้ตรวจการเต๊งถึงไม่มอบเสบียงให้เจ้า? ทำไมเขาถึงต้องประกาศออกไปข้างนอกว่าเขากับเจ้ามีความสัมพันธ์ฉันพ่อลูกกัน?”
ลิโป้กะพริบตาปริบๆ คิดไปคิดมาก็ยังมืดแปดด้าน ขมวดคิ้วถามลิซกว่า “นั่นเป็นเพราะเหตุใดกัน?”
“วรยุทธ์ของน้องปุนโชเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?” ลิซกไม่ได้ตอบคำถามของลิโป้โดยตรง แต่กลับถามกลับไป
“โป้ไม่กล้าโอ้อวด แต่ท่ามกลางกองทัพนับหมื่น โป้สามารถเดินเหินได้ราวกับเดินบนพื้นราบ!” พูดเรื่องอื่นข้ายังไม่กล้าพูด แต่ถ้าว่ากันด้วยวรยุทธ์เพียงอย่างเดียว หึหึ ข้าลิโป้มีความมั่นใจมาก!
ลิซกจึงถามต่อว่า “แล้ววรยุทธ์ของผู้ตรวจการเต๊งหงวนล่ะ?”
ลิโป้หลุดหัวเราะพรืดออกมา “เขานั้นเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น จะมีวรยุทธ์อะไรได้เล่า!”
ลิซกกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ถ้าเช่นนั้นขอถามน้องปุนโช หลายปีมานี้เจ้าคิดว่าการปกป้องรักษาชายแดนเป๊งจิ๋ว ต้านทานชาวเซียนเปยที่ลงใต้มาเลี้ยงม้า เป็นเพราะพึ่งพาวรยุทธ์ของน้องปุนโช หรือพึ่งพาวรรณกรรมของผู้ตรวจการเต๊งกันแน่?”
“ย่อมต้องเป็น…” ลิโป้อ้าปากกำลังจะตอบ แต่พูดไปได้ครึ่งเดียวก็หยุดชะงัก สีหน้าเปลี่ยนไปมาอย่างไม่อาจคาดเดา
เสียงอันแผ่วเบาของลิซกดังขึ้นราวกับผุดขึ้นมาจากใต้ดิน “น้องปุนโชอยู่ที่ซอกปังมานาน คงจะรู้ว่าที่นั่นมีวิธีฝึกสัตว์ร้ายอยู่ คือต้องปล่อยให้มันหิว ห้ามให้กินอิ่มจนเกินไปเด็ดขาด หากกินอิ่มเกินไปก็จะวิ่งไม่ได้… และยังต้องใส่ตรวนไว้ เพื่อไม่ให้มันแว้งกัดผู้เป็นนาย…”
เส้นเลือดดำบนหน้าผากของลิโป้ปูดโปน เต้นตุบๆ…
ลิซกสังเกตสีหน้าของลิโป้ จากนั้นก็แก้ห่อผ้าที่เอวออก เปิดออกอย่างรวดเร็ว แล้วเทของทั้งหมดที่อยู่ข้างในลงบนโต๊ะ!
ชั่วพริบตานั้น ภายในกระโจมใหญ่ก็สว่างวาบขึ้นมา! ก้อนทองคำขนาดใหญ่ ไข่มุกกลมเกลี้ยง หยกเนื้อเนียนละเอียด เปล่งประกายเย้ายวนใจ ทั่วทั้งกระโจมเต็มไปด้วยแสงระยิบระยับของอัญมณีล้ำค่า!
“…นี่… นี่…” ลิโป้แอบกลืนน้ำลาย จ้องมองอัญมณีตาไม่กะพริบ ถามลิซกว่า “เจ้ามีของพวกนี้ได้อย่างไร?”
ลิซกกล่าวว่า “ไม่ปิดบังเจ้าหรอก ของพวกนี้ล้วนเป็นสิ่งที่แม่ทัพตั๋งตั้งใจฝากให้ข้านำมามอบให้เจ้า อ้อ ยังมีม้าที่อยู่ข้างนอกนั่น ชื่อว่าเซ็กเธาว์ ก็เป็นของที่แม่ทัพตั๋งมอบให้เจ้าเช่นกัน!”
“แม้แต่ม้าก็จะมอบให้ข้าหรือ? เซ็กเธาว์… เป็นชื่อที่ดี…” ลิโป้พึมพำ ผ่านไปพักใหญ่จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ กล่าวว่า “นี่จะดีได้อย่างไร ข้ากับแม่ทัพตั๋งไม่ใช่ญาติมิตรกัน ไม่มีผลงานจะรับรางวัลได้อย่างไร!”
ลิซกยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ กล่าวว่า “ของพวกนี้ล้วนเป็นเพียงสิ่งของทางโลก จะนำมาเปรียบเทียบกับความสามารถของเจ้าได้อย่างไร? ตอนที่กำลังจะมา แม่ทัพตั๋งของข้าได้กล่าวไว้ว่า ทั้งชีวิตของเขาสิ่งที่เขานับถือที่สุดก็คือวีรบุรุษผู้ต่อต้านชาวเกียงและฮูเฉกเช่นเดียวกับเขา เงินทองเพียงเล็กน้อยนี้ ก็เป็นเพียงสิ่งที่เขาทำหน้าที่แทนชาวบ้านชายแดน เพื่อขอบคุณสำหรับความเหนื่อยยากที่ชายแดนของเจ้าตลอดหลายปีที่ผ่านมาเท่านั้น! อีกทั้งแม่ทัพตั๋งยังชื่นชอบวรยุทธ์อันล้ำเลิศของเจ้าเป็นอย่างมาก ยังได้กล่าวกับพวกข้าอีกว่า การใช้คนต้องใช้ความสามารถให้เต็มที่ จะปล่อยให้วีรบุรุษเช่นนี้ต้องทนลำบากได้อย่างไร เป็นเพียงจูเป้าตัวเล็กๆ จะไม่ให้ผู้คนปวดใจได้อย่างไร?”

0 Comments