ตอนที่ 23 เทพสงคราม
แปลโดย เนสยังในเวลานี้ ที่ค่ายทหารลึกลับนอกเมืองลั่วหยาง ภายในกระโจมใหญ่มีคบเพลิงจุดอยู่หลายดวง ส่งเสียงปะทุเป็นระยะ
ภายในกระโจมมีการก่อกองไฟเล็กๆ เพื่อคลายหนาว ชายร่างใหญ่ผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างกองไฟ ใช้กิ่งไม้เล็กๆ เสียบมันเทศหลายหัวย่างไฟอยู่
เมื่อม่านประตูถูกเปิดออก ชายสองคนก็เดินเข้ามา
ชายร่างใหญ่ที่กำลังย่างมันเทศเงยหน้าขึ้นมอง แล้วยิ้มกวักมือเรียก “มาๆ ปั๋วผิง (ชื่อรองของโกซุ่น) เหวินหย่วน (ชื่อรองของเตียวเลี้ยว) มาพอดีเลย มันเทศนี่ใกล้จะสุกแล้ว”
เตียวเลี้ยวหัวเราะ “มาหาท่านจูเป้าลิโป้นี่ดีจริงๆ นอกจากจะอบอุ่นแล้วยังมีของกินด้วย”
โกซุ่นประสานมือทำความเคารพอย่างเป็นทางการ “คารวะท่านจูเป้าลิโป้”
ลิโป้ลากเก้าอี้พับสองตัวมาจากด้านหลัง โยนไปให้เตียวเลี้ยวและโกซุ่นนั่ง “ไม่ต้องมากพิธี นั่งเถอะ เฮ้อ ยังไงข้าก็รู้สึกว่าเก้าอี้พับนี่มันนั่งสบายกว่า มาลั่วหยางต้องคุกเข่าทั้งวันจนปวดเข่าไปหมด ไม่รู้พวกนี้ทนกันไปได้ยังไง?”
เตียวเลี้ยวหัวเราะร่วน รับมันเทศย่างจากมือลิโป้มาหมุนไฟเล่น ไม่ได้ตอบอะไร
ส่วนโกซุ่นกลับพยักหน้า กล่าวว่า “การคุกเข่านั่งเป็นมารยาท ท่านจูเป้าควรจะรีบปรับตัวให้ชินเสีย”
ลิโป้อึกอัก ส่ายหน้ากล่าวว่า “ข้ามันก็แค่คนหยาบ จะไปชินกับมารยาทพวกนั้นทำไม? จริงสิ เหวินหย่วน เมื่อครู่พวกเจ้าไปเดินตรวจค่ายมา พวกทหารในค่ายเป็นอย่างไรบ้าง?”
เตียวเลี้ยวส่ายหน้า เอามันเทศในมือมาดมดูใกล้ๆ จมูก เหมือนจะยังไม่สุกดี จึงเอากลับไปย่างไฟต่อ กล่าวว่า “ไม่ค่อยดีนัก อากาศเริ่มเย็นลง ทหารบางคนเสื้อผ้าไม่พอ ข้าสั่งให้คนไปหาฟืนมาเพิ่มเพื่อคลายหนาวแล้ว แต่ปัญหาคือเสบียงอาหารไม่พอแล้ว…”
“ข้ากับเหวินหย่วนลองคำนวณดูแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็สิบห้าวัน อย่างมากก็ยี่สิบวัน หากไม่มีเสบียงมาเพิ่มก็คงต้องอดตายแล้ว…” โกซุ่นรับช่วงสนทนาต่อจากเตียวเลี้ยว มองลิโป้ด้วยความหวัง “ท่านจูเป้า ทางท่านผู้ตรวจการมีเสบียงมาให้บ้างหรือไม่?”
ลิโป้ส่ายหน้าเงียบๆ
เตียวเลี้ยวก้มหน้า ถอนหายใจ
โกซุ่นเงียบไปพักใหญ่ จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “สองวันก่อนข้าออกไปนอกค่าย เจอคนบ้านเดียวกันที่หนีลงใต้มาหลายคน ข้าเข้าไปถามไถ่ข่าวคราวทางบ้าน กลับถูกพวกเขารุมด่าเอา”
ลิโป้และเตียวเลี้ยวต่างก็แปลกใจ รีบถามโกซุ่นว่าทำไมถึงถูกด่า
โกซุ่นหยิบกิ่งไม้เขี่ยกองไฟให้ลุกโชนขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “พวกเราถอนทัพมา ผลคือปีนี้พวกเซียนเปยลงใต้มาเร็วกว่าปกติ…”
ลิโป้คิ้วขมวดเข้าหากัน “ไอ้พวกทาสฮูช่างกล้านัก! รอพวกเรากลับไปจะฆ่าให้เหี้ยน”
เตียวเลี้ยวได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าดีใจ ถามว่า “อย่างนั้นพวกเราจะได้กลับไปแล้วหรือ? จะออกเดินทางเมื่อไหร่?”
“เอ่อ” ลิโป้เหมือนลูกโป่งถูกเจาะ ความห้าวหาญเมื่อครู่หายวับไป “เปล่า ยังไม่ได้รับคำสั่ง…”
โกซุ่นกล่าวว่า “พูดตามตรงนะ ในค่ายยังมีทหารบางคนยังไม่รู้เลยว่าทำไมพวกเราถึงต้องถอนทัพออกจากเป๊งจิ๋ว บางคนก็ถามข้าว่า พวกเราถอนทัพมาแล้ว ใครจะคอยป้องกันชายแดนแทน ข้าก็ไม่รู้จะตอบพวกเขาอย่างไรเหมือนกัน”
“ใช่แล้ว” เตียวเลี้ยวเสริม “เดิมทีพวกเรามาเพื่อกวาดล้างพวกขันทีชั่ว แต่ตอนนี้พวกขันทีตัวเอ้ก็ถูกฆ่าตายหมดแล้ว แต่ทำไมพวกเรายังไม่ถอนทัพกลับสักที…”
เตียวเลี้ยวไม่ได้พูดต่อ เพราะเหตุผลที่ยังไม่กลับนั้นพูดลำบาก มันเกี่ยวข้องกับผู้บังคับบัญชาชั้นสูง นายทหารชั้นผู้น้อยอย่างเตียวเลี้ยวไม่สะดวกที่จะวิพากษ์วิจารณ์
ลิโป้เกาหัว “วันก่อนข้าเพิ่งไปถามท่านผู้ตรวจการเต๊งหงวน ท่านผู้ตรวจการเต๊งบอกให้พวกเราใจเย็นๆ บอกว่าต่อให้จะกลับ ก็ต้องรอรวบรวมเสบียงก่อนถึงจะกลับได้”
เตียวเลี้ยวมองลิโป้ ไม่ได้พูดอะไร เอาแต่ย่างมันเทศต่อไป ในใจแอบถอนหายใจ ท่านจูเป้าลิโป้ของข้าเอ๋ย บางครั้งก็ซื่อบื้อเกินไป ตามเกมไม่ค่อยทัน นี่เต๊งหงวนจงใจอ้างชัดๆ ท่านจูเป้าลิโป้กลับฟังไม่ออก กองทัพท้องถิ่นมาตั้งค่ายอยู่ในเมืองหลวงมันก็ผิดกฎอยู่แล้ว ต่อให้มีเหตุผลร้อยแปดประการ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ให้อยู่ในเมืองหลวงนานๆ หากเต๊งหงวนเอ่ยปากว่าจะกลับ ราชสำนักคงแทบจะทุบหม้อขายเตารวบรวมเสบียงมาให้เต๊งหงวนเดินทางกลับโดยเร็วที่สุด จะมีปัญหาเรื่องการรวบรวมเสบียงได้อย่างไร?
ที่ยังไม่กลับ ก็เพราะเต๊งหงวนยังกอบโกยผลประโยชน์ไม่พอน่ะสิ
โกซุ่นกำลังจะอ้าปากพูด ก็ถูกเตียวเลี้ยวแอบเหยียบเท้าเข้าให้ จึงรู้ตัวและหุบปากเงียบ
ลิโป้ขมวดคิ้ว ไม่ทันสังเกตการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเตียวเลี้ยว เพียงแต่รู้สึกบรรยากาศแปลกๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าแปลกตรงไหน
“น่าจะสุกแล้วนะ!” เตียวเลี้ยวแบ่งมันเทศย่างให้คนละหัว เป่าลมฟู่ๆ ค่อยๆ แกะเปลือกที่ไหม้เกรียมออก กลิ่นหอมของมันเทศก็โชยออกมา
ลิโป้เป่าขี้เถ้าบนมันเทศ โยนสลับมือไปมา ฉีกเปลือกออก กัดกินเข้าไปคำหนึ่ง ร้อนจนต้องสูดปาก พูดเสียงอู้อี้ว่า “ฮ่า… ยังไงฝีมือของเหวินหย่วน… ซี๊ด… ก็ดีที่สุด… หอม…”
ในเวลานี้ ลิโป้ยังเป็นเพียงนักรบคนหนึ่ง แม้จะมีตำแหน่งเป็นจูเป้า แต่งานเอกสารก็โยนให้เสมียนในกองทัพจัดการหมด ส่วนใหญ่เขายังคงทำหน้าที่ฝึกทหารและควบคุมกองทัพ
ตอนที่เต๊งหงวนมาถึงเป๊งจิ๋ว ก็ได้ค้นพบเขา และให้เขาคุมทัพปราบปรามชาวเซียนเปย เขาดีใจและตั้งใจมาก เพราะเป๊งจิ๋วคือบ้านเกิดของเขา เขาใช้ฝีมืออันเก่งกาจของตนเองปกป้องบ้านเกิด และจากการปกป้องชาวบ้านนี้เองที่ทำให้เขารู้สึกถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจ
แต่ครั้งนี้เต๊งหงวนสั่งให้ถอนทัพกลับ แม้ลิโป้จะไม่เข้าใจ แต่ก็ยังคงเชื่อฟังคำสั่ง ในตอนนี้ ลิโป้ยังคงคิดว่าเต๊งหงวนเป็นคนดี ในเมื่อเป็นคนดีก็คงไม่ทำร้ายตน เรื่องการเมืองในราชสำนักเขาไม่เข้าใจ และเขาก็ไม่อยากเข้าใจด้วย มันซับซ้อนเกินไป สู้ฟันดาบฉับเดียวให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยยังดีกว่า…
รออีกสองสามวันดีไหม?
ลิโป้กินไปคิดไป รออีกแปดวัน ไม่สิ รออีกห้าวันก็แล้วกัน ถึงตอนนั้นค่อยไปถามท่านผู้ตรวจการเต๊งอีกครั้ง… ช่วงนี้เสบียงไม่พอ ม้าของข้าดูผอมลงไปบ้าง ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่…
________________________________________
เต๊งหงวนเองก็กำลังรออยู่ในกระโจมใหญ่ เขากำลังรอคำตอบจากตั๋งโต๊ะ
หลายวันก่อนเขามาถึงช้ากว่าตั๋งโต๊ะไปเพียงนิดเดียว ทำให้ความดีความชอบในการไปรับเสด็จฮ่องเต้ตกไปอยู่ในมือของคนป่าเถื่อนจากเสเหลียงผู้นั้น คิดแล้วก็รู้สึกเจ็บใจ
เต๊งหงวนเกิดในครอบครัวยากจน อ่านหนังสือมาไม่มาก แต่ก็ขยันขันแข็ง มุมานะบากบั่นจนก้าวมาถึงตำแหน่งผู้ตรวจการเป๊งจิ๋วได้ในวันนี้ เรียกได้ว่าเขาต้องดิ้นรนต่อสู้มาด้วยตัวเองล้วนๆ โดยไม่มีใครคอยช่วยเหลือ
หลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนจนตอนนี้ร่างกายเต็มไปด้วยโรคภัย ความยากลำบากของเขามีใครบ้างที่รับรู้และเห็นใจ? ปกป้องชายแดนมานานหลายปี สังหารศัตรูมานับไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าสู่วงการขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนักได้เลย เมื่อเห็นอายุที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ร่างกายก็แย่ลงทุกที ต่อให้ไม่ทำเพื่อตัวเอง ก็ต้องทำเพื่อครอบครัว เพื่อลูกหลานในอนาคตบ้างใช่หรือไม่?
จะให้ลูกหลานต้องมาตกระกำลำบากเหมือนเขาอีกหรือ?
ครั้งนี้พอได้รับราชโองการลับจากแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋น เต๊งหงวนก็รู้ทันทีว่านี่คือโอกาสทอง เขาจึงนำทัพเป๊งจิ๋วลงใต้เพื่อช่วยราชสำนักทันที แต่น่าเสียดายที่โชคชะตาเล่นตลก ทั้งๆ ที่มาถึงลั่วหยางก่อนแท้ๆ แต่แม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นกลับถูกน้องสาวเป่าหูจนลังเล สุดท้ายก็เลยต้องตั้งค่ายอยู่ที่เมิ่งจิน และโดนตั๋งโต๊ะชิงตัดหน้าไปในที่สุด
แม้จะได้ตำแหน่งจิบกิมง้อมาเป็นเกียรติยศ แต่จะมีประโยชน์อะไร? สู้ผลประโยชน์ที่ตั๋งโต๊ะกอบโกยไปในตอนนี้ได้หรือ? คิดแล้วไฟแค้นก็พุ่งปรี๊ด
ตามหลักแล้ว จดหมายที่เขาส่งให้ตั๋งโต๊ะน่าจะถึงมือแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมไอ้คนเถื่อนเสเหลียงนั่นถึงยังไม่ตอบกลับมา? หรือว่าไอ้คนเถื่อนเสเหลียงนั่นกล้าดูถูกข้า? กองทัพม้าเหล็กแห่งเป๊งจิ๋วของข้าก็ไม่ได้กระจอกนะ!

0 Comments