You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ หลี่หรูมักจะมีความรู้สึกรำคาญใจอย่างบอกไม่ถูก วนเวียนอยู่ในใจไม่ยอมสลายไป

ทั้งๆ ที่เมื่อดูจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนจะดำเนินไปตามจังหวะก้าวของตนเอง แต่กลับรู้สึกว่ามีปัญหาบางอย่างซ่อนอยู่ ทำให้จิตใจของเขากระสับกระส่าย

เมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งมาถึงลั่วหยางใหม่ๆ ในตอนนี้หลี่หรูซูบผอมลงไปมาก อย่างไรเสียในตอนนี้ไม่เพียงแต่เรื่องการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมดเท่านั้น แม้แต่เรื่องปากท้องและการดำรงชีวิตของกองทัพซีเหลียง ก็ยังต้องอาศัยหลี่หรูเข้ามาดูแลเอาใจใส่ด้วย

อีกทั้งเรื่องราวของกลุ่มตระกูลใหญ่ในกวนตงก็มีมากมายอยู่แล้ว บัดนี้ยังต้องมาบวกกับท่าทีของต่งจั๋ว ต่งจ้งอิ่ง ที่ทำให้หลี่หรูรู้สึกคาดเดาได้ยากอีก…

ก่อนหน้านี้หลี่หรูยังไม่เคยเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน และไม่รู้ว่าสภาพความเป็นอยู่ของต่งจั๋ว ต่งจ้งอิ่งในปัจจุบันนี้ ถือว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีกันแน่

เดิมทีหลี่หรูกังวลว่าต่งจั๋วจะติดอยู่ในกับดักแห่งความอ่อนโยนจนถอนตัวไม่ขึ้น แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ หลังจากที่หลี่หรูได้เฝ้าสังเกตดู ต่งจั๋วไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันใดๆ ต่อสาวงามรอบกายเลย อย่างมากก็แค่มองว่าสาวงามเหล่านี้เป็นเพียงของใช้ส่วนตัวชิ้นหนึ่งเท่านั้น…

เมื่อเป็นเช่นนี้ โดยพื้นฐานแล้วหลี่หรูก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง อย่างไรเสียตราบใดที่ไม่เกิดความรู้สึกผูกพันต่อสาวงามรอบกาย ของใช้ก็คือของใช้ ต่อให้เป็นของเล่นที่สนุกเพียงใด สักวันก็ต้องมีวันเบื่อ

อีกทั้งต่งจั๋วในตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นคนเฉียบแหลมผิดปกติ? มีความเด็ดขาดเกินกว่าคนทั่วไป?

สถานการณ์ของต่งจั๋วในปัจจุบัน หลี่หรูไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี หากจะให้พูดง่ายๆ ก็คือ ดูเหมือนจะมีสัญชาตญาณในการมองทะลุปรุโปร่งถึงแก่นแท้ของเรื่องยุ่งยากต่างๆ ได้อย่างตรงจุดกระมัง?

ความเด็ดขาดของต่งจั๋วในปัจจุบัน บางครั้งก็ทำให้หลี่หรูรู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน อีกทั้งความคิดก็ดูเหมือนจะเฉียบแหลมเป็นอย่างมาก บางครั้งก็แทบไม่จำเป็นต้องให้หลี่หรูพูดอธิบายอะไรให้มากความ ต่งจั๋วเองก็สามารถทำความเข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งแล้ว ซ้ำยังสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องแม่นยำ อย่างเช่นเรื่องการย้ายเมืองหลวงในครั้งนี้ อันที่จริงแล้วต่งจั๋วก็เป็นคนตัดสินใจชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้ายเช่นกัน

เดิมทีการย้ายเมืองหลวงเป็นเพียงแนวคิดหนึ่งของหลี่หรูเท่านั้น แต่อย่างไรเสียการย้ายเมืองหลวงก็มีความยากลำบากค่อนข้างมาก ตอนที่หลี่หรูนำเสนอแผนการนี้ต่อต่งจั๋ว เขาก็เตรียมเหตุผลชุดใหญ่ไว้แล้ว และยังเตรียมคำอธิบายสำหรับคำถามต่างๆ ของต่งจั๋วไว้พร้อมสรรพด้วย แต่นึกไม่ถึงว่าต่งจั๋วจะเพียงแค่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ และไม่เอ่ยถามอะไรเลยสักคำ ก็ตกลงในทันที…

เรื่องนี้ทำให้หลี่หรูอดนึกถึงต่งจั๋ว ต่งจ้งอิ่งในสมัยที่ยังเป็นเพียงขุนนางเล็กๆ ในซีเหลียงไม่ได้ ตอนนั้นเขาเพียงแค่ควบคุมหน่วยองครักษ์อวี่หลินหลางเพียงไม่กี่ร้อยนาย แต่เขาก็มีบารมีที่แข็งแกร่งเช่นนี้เหมือนกัน ซึ่งทำให้หลี่หรูรู้สึกราวกับว่าได้พบเห็นต่งจั๋วผู้เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานในอดีตอีกครั้งจริงๆ

แต่ทว่า สิ่งที่ทำให้หลี่หรูปวดหัวก็คือ อารมณ์ของต่งจั๋วกลับทวีความฉุนเฉียวมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งการทุบทำลายข้าวของก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย คนสนิทที่อยู่ข้างกายต่งจั๋วหลายคนถูกสั่งประหารชีวิตด้วยสาเหตุต่างๆ นานา…

บางทีอาจจะเป็นเพราะตอนนี้มีเรื่องราวให้ต้องสะสางมากมาย จึงทำให้เกิดความตึงเครียดมากเกินไปกระมัง

ในปัจจุบันแม้แต่ตัวหลี่หรูเองก็ยังแอบรู้สึกว่าร่างกายเริ่มจะทนไม่ไหวอยู่บ้าง อย่างไรเสียเมื่อดูจากสถานการณ์โดยรวมในตอนนี้ ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยน่ามองโลกในแง่ดีนัก และในฐานะผู้เป็นผู้นำ การที่ต่งจั๋วเพียงแค่แบกรับแรงกดดันเงียบๆ และระบายอารมณ์ออกมาบ้าง โดยไม่ได้ก้าวก่ายหรือบ่นอะไรหลี่หรูมากนัก ก็ทำให้หลี่หรูสัมผัสได้ถึงความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยมที่ต่งจั๋วมีต่อตนเองแล้ว

ตัวอย่างเช่นสถานการณ์ในตอนนี้ กลุ่มผู้มีอิทธิพลในชนบทบริเวณรอบๆ เมืองลั่วหยางบางส่วน เมื่อเห็นท่าทีที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก กลับพากันกว้านซื้อเสบียงอาหารไปทั่วอย่างไม่ได้นัดหมาย อีกทั้งยังเริ่มกักตุนเสบียงอาหารที่ตนเองมีอยู่และไม่ยอมขายออกไปอีกด้วย

อย่างไรเสียตอนนี้เมืองลั่วหยางไม่เพียงแต่ต้องเลี้ยงดูผู้คนภายในเมืองเท่านั้น แต่ยังต้องเจียดเสบียงกรังไปหล่อเลี้ยงทหารจากซีเหลียงและปิ้งโจวที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของต่งจั๋วอีกด้วย ทั้งคนกินม้าเคี้ยว ผ่านไปไม่กี่เดือน การบริโภคก็น่าตกใจอย่างยิ่ง

แต่ตอนนี้เสบียงอาหารภายในยุ้งฉางของเมืองลั่วหยางก็เหลือไม่มากแล้ว ในขณะที่เสบียงอาหารส่วนใหญ่ของราษฎรต่างก็ถูกกักเก็บไว้ในป้อมปราการของกลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งเล็กและใหญ่บริเวณรอบๆ ลั่วหยาง หรือแม้กระทั่งในป้อมปราการของตระกูลใหญ่

กลุ่มผู้มีอิทธิพลในชนบททั้งเล็กและใหญ่บริเวณรอบเมืองลั่วหยางเหล่านี้ อาศัยช่วงเวลาที่การเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิกำลังจะเริ่มต้นขึ้น โก่งราคาเสบียง กักตุนและไม่ยอมขาย ทำให้ราคาเสบียงในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ด้านหนึ่งก็เป็นวิธีการกอบโกยเงินทองแบบเก่าๆ ที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลในชนบทเหล่านี้ใช้กันทุกปี แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นเพราะคนเหล่านี้เริ่มจะมองต่งจั๋วในแง่ร้ายบ้างแล้วไม่มากก็น้อย…

ในตอนนั้นหลี่หรูก็มีความคิดที่จะจับกลุ่มผู้มีอิทธิพลระดับล่างมาเชือดไก่ให้ลิงดูสักสองสามราย แต่ก็รู้สึกว่าวิธีนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์เหนือความคาดหมาย ด้วยการส่งคนไปขุดสุสานที่เขาเป่ยหมังเสียเลย

เขาเป่ยหมังเนื่องจากถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งฮวงจุ้ยที่ดีมาโดยตลอด อีกทั้งแนวเขาในแถบนี้ก็มีชั้นดินที่ดี และอยู่ไม่ไกลจากเมืองลั่วหยางนัก หลายพื้นที่ยังมีลักษณะพิงเขาอิงน้ำ ถือเป็นทำเลทองอย่างแท้จริง ดังนั้นมาตั้งแต่อดีตกาล ที่นี่จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่บรรดาผู้มีอันจะกินมักจะเลือกใช้เป็นสุสานของตนเอง

ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ผู้คนให้ความสำคัญกับชีวิตหลังความตายเป็นอย่างมาก ถึงขั้นยอมขายไร่ขายนาเพื่อจัดเตรียมงานศพและสุสานที่สมเกียรติ ดังนั้นทรัพย์สมบัติที่ฝังอยู่ใต้ดินในความเป็นจริงแล้วจึงมีมูลค่าไม่น้อยเลย

อันที่จริงกลยุทธ์นี้ จุดสำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องของจำนวนทรัพย์สินที่จะขุดขึ้นมาได้ แต่เป็นการส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวให้แก่กลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งเล็กและใหญ่ในบริเวณรอบๆ เมืองลั่วหยางได้รับรู้…

อย่างไรเสียในตอนนี้ กลุ่มผู้มีอิทธิพลในชนบทของลั่วหยางหลายคน ก็ล้วนเลือกที่จะฝังศพไว้ที่เขาเป่ยหมัง ในเมื่อพวกเขายอมปล่อยให้คนเป็นต้องอดอยาก เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องสนใจความสงบสุขของคนตายอีกต่อไป! ในเมื่อต้องการโก่งราคาเสบียง เช่นนั้นก็เอาทรัพย์สินของคนตายมาซื้อเสบียงให้คนเป็นเสียเลย!

ผลลัพธ์นั้นเห็นได้อย่างชัดเจน ในช่วงสองวันนี้ มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มาขอร้องขอความเห็นใจอย่างไม่ขาดสาย หลี่หรูก็ปัดรำคาญไปด้วยการบอกว่า เลือกขุดเฉพาะสุสานที่ไม่มีเจ้าของเท่านั้น…

ต้องขอบคุณความวุ่นวายในเมืองลั่วหยางที่เกิดจากเหอจิ้นและตระกูลหยวนในหลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้การอ้างว่าเอกสารบางส่วนถูกไฟไหม้ไปอย่างพอดิบพอดีนั้นเป็นข้ออ้างที่ง่ายดายที่สุด ต่อให้คนเหล่านี้จะสามารถนำเอกสารต้นฉบับมาแสดงได้ แต่เพียงแค่ประโยคที่ว่า “ตรวจสอบแล้วไม่พบต้นขั้ว” ก็สามารถทำให้พวกเขาพูดไม่ออกไปได้ครึ่งค่อนวันแล้ว

สำหรับคนที่ฉลาดและรู้สถานการณ์เร็วกว่า หลี่หรูก็จะยอมผ่อนปรนให้บ้าง ส่วนพวกหัวแข็งที่ดื้อรั้น ไม่ช้าก็เร็วต้องมีวันที่ได้คิดบัญชีกันอย่างแน่นอน

บัดนี้ ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ตรงหน้าหลี่หรู ก็คือเกรงว่าในขณะที่กำลังดำเนินการย้ายเมืองหลวง จะถูกกองทัพพันธมิตรกวนตงถ่วงเวลาเอาไว้ หากถูกรั้งฝีเท้าไว้ได้ ก็จะต้องจำใจเปิดศึกกับกองทัพพันธมิตรกวนตงในพื้นที่ที่ไม่ได้เอื้ออำนวยอย่างลั่วหยางแห่งนี้

นี่คือสิ่งที่หลี่หรูไม่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้น

แต่หากดูจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนว่าจะยังอยู่ในขอบเขตการควบคุมของตนเอง ทูตที่ส่งไปเพื่อถ่วงเวลาการรุกคืบของกองทัพพันธมิตรกวนตงก็ได้เดินทางไปถึงซวนจ่าวแล้ว จากนั้นก็คือการแยกย้ายกันไปพบหยวนเซ่าและหยวนซู่…

ขอเพียงสามารถควบคุมระยะเวลาในการย้ายเมืองหลวงทั้งหมดให้เสร็จสิ้นได้ก่อนเดือนสาม สิ่งที่จะเหลือทิ้งไว้ให้กองทัพพันธมิตรกวนตงก็คือเมืองลั่วหยางที่ว่างเปล่า!

เมื่อถึงเวลานั้น ตั้งแต่ด่านหู่เหลาไปจนถึงด่านถงกวน สิ่งที่เหลือทิ้งไว้ให้กองทัพพันธมิตรกวนตงก็จะมีเพียงแผ่นดินที่รกร้างว่างเปล่า ไร้ซึ่งผู้คน ไร้ซึ่งเสบียงอาหาร เสบียงอาหารและเครื่องใช้ทั้งหมดของกองทัพพันธมิตรกวนตง จะต้องถูกขนส่งมาจากระยะทางที่ห่างไกล…

เมื่อถึงเวลานั้น กองทัพพันธมิตรกวนตงที่ดูยิ่งใหญ่เกรียงไกรในตอนนี้ ก็จะกลายเป็นเรื่องตลกขบขันระดับโลก…

แม้ว่าการกระทำเช่นนี้ อาจจะทำให้ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องสังเวยชีวิตไป แต่หลี่หรูก็สุดวิสัย นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกรำคาญใจอย่างบอกไม่ถูกในช่วงหลายวันนี้ก็เป็นได้ อย่างไรเสียการตัดสินใจในครั้งนี้ของเขา ก็จะกำหนดความเป็นความตายของผู้คนนับพันนับหมื่นชีวิตโดยตรง

แต่นี่ก็เป็นวิธีการที่รวดเร็วที่สุดอย่างแท้จริง เจ็บสั้นดีกว่าปวดนาน แทนที่จะปล่อยให้คนในกวนตงเหล่านี้ก่อกบฏกันไปทั่วในวันข้างหน้า โผล่มาทางตะวันออกที ทางตะวันตกที มิสู้จัดการบดขยี้รากฐานทั้งหมดของกวนตงให้แหลกสลายไปในคราวเดียวเลยจะดีกว่า!

สายตาของหลี่หรูดูลึกล้ำ บัดนี้หมากได้ถูกวางลงบนกระดานแล้ว ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายจะรับมืออย่างไร…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note