บทที่ 80 ข้อกล่าวหา
แปลโดย เนสยังหยางอวี่ถิงขมวดคิ้วใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น: “แต่ว่า… ต่อให้ฉันไม่หลอกใคร แต่ทำตามสัญญาอย่างตรงไปตรงมา สมมติว่ามีผู้เล่นชายยอมแบ่งเวลาวีซ่า 3 หมื่นนาทีให้คนละครึ่ง ฉันก็จะได้เวลาวีซ่าการันตีที่ 45,000 นาทีอยู่ดีนะคะ
“แล้วฉันจะไปหลอกคนอื่นเพื่อเงินแค่สี่หมื่นทำไมล่ะคะ?”
ลู่ซินอี๋รู้สึกระอาเล็กน้อย: “คุณนี่เป็นพวกลูกคุณหนูที่ไม่เคยลำบากเรื่องเงินมาตั้งแต่เด็กใช่ไหมคะ?
“ฟังที่คุณพูดสิคะ คิดว่าเงินสี่หมื่นมันน้อยนักหรือไง?
“ในเกมอื่น คุณต้องเสี่ยงตายขนาดไหนถึงจะหาเงินได้สี่หมื่น?
“อีกอย่าง ต่อให้คุณรักษาสัญญาแล้วไงล่ะ นอกจากผู้เล่นชายจากชุมชนอื่นที่คุณตกลงจับคู่ด้วยในตอนสุดท้ายแล้ว มีใครรู้ไหม? มีใครสนใจไหม?
“ในทางกลับกัน ถ้าผู้เล่นหญิงคนอื่นพากันหลอกลวง ผู้เล่นชายหลายคนก็ต้องเคยโดนหลอกกันมานับไม่ถ้วน พวกเขาก็จะไม่เจาะจงโจมตีใครคนใดคนหนึ่งหรอกค่ะ แต่จะเหมารวมโจมตีผู้เล่นหญิงทุกคนในเกมนี้แทน
“ดังนั้น ดูจากผลลัพธ์แล้ว การที่คุณดึงดันจะทำตัวเป็นคนดี มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลยค่ะ”
หยางอวี่ถิงขมวดคิ้วถามต่อ: “แล้วผู้เล่นชายในชุมชนของคุณล่ะคะ? พวกเขาจะทำยังไง?”
ลู่ซินอี๋ยิ้มแต่ไม่ตอบ ดูเหมือนจะไม่อยากตอบคำถามนี้
จู่ๆ หยางอวี่ถิงก็เข้าใจขึ้นมา: “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ดูจากสถานการณ์ใน ‘โป๊กเกอร์สีเลือด’ ชุมชนของคุณคงมีข้อตกลงเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างเท่าเทียมมาตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้น ผู้เล่นชายก็ย่อมจะได้ผลประโยชน์จากการกระทำของคุณไปด้วย
“ต่อให้เข้าไปในเกมแล้วจะติดต่อกันไม่ได้ พวกเขาก็เดาได้อยู่ดีว่าคุณจะทำอะไร
“ดังนั้น พวกเขาจึงเป็นฝ่ายยอมให้ผู้เล่นหญิงคนอื่นเอาเปรียบ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดการหลอกลวง แถมยังจงใจประกาศข้อมูลที่เป็นผลเสียต่อผู้เล่นชายออกมา ก็เท่ากับเป็นการช่วยคุณทำงานนั่นแหละ
“มิน่าล่ะ ผู้เล่นชายจากชุมชนของคุณที่ฉันเจอก่อนหน้านี้ถึงได้ใจป้ำขนาดนั้น ที่แท้นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพวกคุณนี่เอง”
ลู่ซินอี๋พยักหน้า: “ไม่เลวนี่คะ ในบรรดาผู้เล่นหญิงจากชุมชนที่ 17 ที่ฉันเจอมา คุณถือว่าฉลาดที่สุดเลยล่ะค่ะ
“สรุปก็คือ กลยุทธ์นี้ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่คิดออกหรอกค่ะ คนฉลาดๆ ในชุมชนอื่นก็ต้องคิดออกเหมือนกัน
“มันจะแพร่กระจายไปเร็วกว่าที่คุณคิดไว้เยอะเลยล่ะค่ะ
“พอมีผู้เล่นชายโดนหลอกเยอะๆ พวกเขาก็จะเริ่มรู้ตัว และบางคนก็จะเริ่มปฏิเสธที่จะให้คูปอง
“ดังนั้นเราต้องชิงลงมือก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวค่ะ
“คนที่ใช้กลยุทธ์นี้ก่อน ก็จะได้ผลประโยชน์มากที่สุด คนที่ใช้ทีหลัง ก็ได้แค่เศษเนื้อ ส่วนคนที่ไม่ใช้เลย ก็จะไม่ได้อะไรเลย แถมยังต้องมาร่วมรับผลกรรมด้วย
“กระบวนการนี้มันย้อนกลับไม่ได้หรอกนะคะ คุณรีบคิดให้ดีๆ จะดีกว่า”
หยางอวี่ถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น: “แต่คุณเหมือนจะลืมเรื่องสำคัญไปเรื่องหนึ่งนะคะ
“‘เกมจับคู่ดูตัว’ มีสองช่วง 4 ชั่วโมงหลังจะมีการอัปเดตกฎใหม่
“คุณแน่ใจเหรอคะว่า กลยุทธ์ของคุณจะยังใช้ได้ผลในช่วงครึ่งหลังของเกมน่ะ?”
ลู่ซินอี๋ดูไม่แปลกใจเลย: “ฉันก็ต้องคิดถึงเรื่องนี้อยู่แล้วสิคะ
“แต่ก็อย่างที่บอก ในเมื่อเกมนี้ผ่านการตรวจสอบจากโถงระเบียงมาแล้ว อย่างน้อยตรรกะในการออกแบบของมัน ก็ต้องมีความสอดคล้องกันตั้งแต่ต้นจนจบ
“ถ้าอาชญากรเลียนแบบที่ออกแบบเกมนี้ ดันทุรังใส่กฎลับประเภท ‘คนที่ได้ไลก์เยอะสุดจะต้องตายในตอนจบ’ เข้ามา นั่นมันก็ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย และแทบจะไม่มีทางผ่านการตรวจสอบจากโถงระเบียงได้หรอกค่ะ
“ดังนั้นฉันจึงเชื่อว่า ต่อให้เกมในช่วงครึ่งหลังจะอัปเดตกฎใหม่ หรือแม้กระทั่งอัปเดตกฎการฆ่าคน ‘ไลก์’ ก็จะยังคงเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในเกมนี้อยู่ดี และ ‘เวลาวีซ่า’ ก็ยังคงเป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้และสามารถนำออกจากเกมได้เช่นเดิม
“สิ่งที่สะสมมาในช่วง 4 ชั่วโมงแรก ย่อมเป็นตัวกำหนดจุดเริ่มต้นในช่วง 4 ชั่วโมงหลังอย่างแน่นอนค่ะ
“แน่นอน ฉันก็ไม่กล้าการันตี 100% หรอกนะคะ
“แต่ยังไงก็ตาม ฉันก็ทำได้แค่คิดหาวิธีที่ดีที่สุดสำหรับชุมชนที่ 3 ภายใต้กฎของเกมที่มีอยู่ตอนนี้เท่านั้นแหละค่ะ”
ในระหว่างที่คุยกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
[เวลาพบปะสิ้นสุดลง ขอให้ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายออกจากห้องพบปะ และกลับไปยังห้องพักของตนเอง]
ลู่ซินอี๋ลุกขึ้นยืน: “แลกไลก์กันไหมคะ?”
หยางอวี่ถิงส่ายหน้า: “ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่ไว้ใจคุณ”
ลู่ซินอี๋ไม่ได้สนใจอะไร เธอหันหลังกลับแล้วโบกมือให้: “กลับไปคิดดูให้ดีๆ นะคะ ลาก่อนค่ะ”
…
…
เวลาผ่านไปเกือบ 4 ชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว
เจิ้งเจี๋ยหิวจนไส้กิ่ว เขาพยายามทนหิว ไม่ยอมซื้ออาหารจากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
หลังจากตรวจสอบจำนวน ‘ไลก์’ ที่ตัวเองได้รับ เขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
[ชุมชนที่ 17 – เจิ้งเจี๋ย]
[จำนวน ‘กดไลก์’ ที่มีอยู่: 1]
[จำนวน ‘กดดิสไลก์’ ที่มีอยู่: 1]
[จำนวน ‘กดไลก์’ ที่ได้รับ: 2]
[จำนวน ‘กดดิสไลก์’ ที่ได้รับ: 4]
“ตกลงใครมันเป็นคนได้ไลก์กันไปหมดเนี่ย? เกมนี้มันจะให้เล่นต่อได้ยังไง??”
เจิ้งเจี๋ยรู้สึกสิ้นหวัง เขาคิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับดูไม่จืดเลย
บนหน้าจอขนาดใหญ่ มีเสียงของผู้เล่นที่กำลังประกวดความสามารถดังขึ้น
[ชุมชนที่ 9 – เซียวจื้ออวี่]
“ผมขอประท้วง! ผมโดนผู้เล่นหญิงสามคนหลอกเอาคูปองเวลาวีซ่าไปสามหมื่นนาที!
“ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องที่วิน-วินกันทั้งสองฝ่าย ทำไมถึงไม่รักษาคำพูดกันล่ะ? ผมขอแฉชื่อผู้เล่นหญิงสามคนนี้ พวกเธอมาจากชุมชนที่ 12…”
[ผู้แสดงคนที่ 2 ได้รับโหวต ‘น่าเบื่อ’ เกิน 20 โหวต การแสดงถูกบังคับให้จบลง]
เจิ้งเจี๋ยอุตส่าห์เงี่ยหูฟัง อยากจะรู้ว่าผู้เล่นหญิงที่หลอกเอาคูปองไปมีใครบ้าง จะได้ระวังตัวไว้ แต่ใครจะไปคิดว่าพี่แกยังพูดไม่ทันจบ การประกวดความสามารถก็โดนตัดจบไปซะก่อน
“ผู้เล่น 20 คนกด ‘น่าเบื่อ’ พร้อมกันถึงจะตัดจบได้ หมายความว่า… ผู้เล่นหญิงทุกคนกด ‘น่าเบื่อ’ หมดเลยเหรอ??
“ไม่สิ ในนั้นน่าจะมีผู้เล่นชายรวมอยู่ด้วย
“แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น สถานการณ์มันก็แย่พอกันไม่ใช่เหรอ?”
เจิ้งเจี๋ยเพิ่งจะรู้ตัวว่า การจะใช้เวทีประกวดความสามารถเพื่อหาตัวผู้เล่นหญิงที่หลอกลวงนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เพราะโอกาสในการขึ้นประกวดความสามารถมันน้อยมาก ผู้เล่นแต่ละคนมีโอกาสแค่ครั้งเดียว แถมยังมีผู้เล่นอีกหลายคนที่พอได้ยินเรื่องทำนองนี้ ก็จะกด ‘น่าเบื่อ’ แล้วตัดจบไปดื้อๆ
คนที่โดนหลอกไม่มีทางได้พูดความจริงเลย
[เจียวหงเทา จากชุมชนที่ 8 ขอประกาศข้อมูลให้ผู้เล่นทุกคนทราบ]
[หลังจากผู้เล่นหญิงได้รับคูปอง 1 หมื่นนาทีไปแล้ว สัดส่วนที่จะไม่รับคำเชิญให้มาพบปะกันอีกคือ: ‘100%’]
เจิ้งเจี๋ยกุมขมับด้วยความสิ้นหวัง
อ้อ ใช่สิ เกือบลืมไปเลยว่ายังประกาศข้อมูลได้อยู่
แต่ปัญหาก็คือ การประกาศข้อมูลทำได้แค่ประกาศข้อมูลที่เกี่ยวกับ ‘สัดส่วนเปอร์เซ็นต์’ เท่านั้น ไม่สามารถประกาศรายชื่อคนที่หลอกลวง หรือวิธีหลอกลวงแบบเฉพาะเจาะจงได้
ผู้เล่นที่ชื่อเจียวหงเทาคนนี้ เจิ้งเจี๋ยพอจะจำได้ลางๆ เหมือนจะเป็นคุณลุงผมเผ้ารุงรังที่โดนตัดจบการประกวดความสามารถไปอย่างรวดเร็วคนนั้น
ดูท่าทางแล้ว เขาก็คงจะโกรธจัดเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่เจาะจงส่งประกาศข้อมูลแบบนี้ออกมาหรอก
นี่ก็เป็นข้อมูลที่ชวนให้ช็อกอีกแล้ว สัดส่วน 100% ดูน่ากลัวมากทีเดียว
มันแทบจะทำให้คนรู้สึกว่า ‘ผู้เล่นหญิงทุกคนเป็นพวกหลอกลวง’ เลยล่ะ
แน่นอน เจิ้งเจี๋ยคิดว่าสัดส่วนนี้อาจจะไม่เป็นความจริงเสมอไป บางทีจนถึงตอนนี้ อาจจะมีผู้เล่นหญิงแค่สามสี่คนที่ได้คูปอง 1 หมื่นนาทีไป แล้วพวกเธอก็พลิกลิ้นกันหมด?
ถ้าเป็นแบบนั้น แม้จะตรงกับข้อมูลนี้ แต่ผู้เล่นหญิงที่หลอกลวงก็คิดเป็นเพียง 20% ของผู้เล่นหญิงทั้งหมดเท่านั้น ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น
เรื่องเดียวกัน แต่ใช้วิธีคำนวณที่ต่างกันเพื่อให้ได้สัดส่วนที่ต่างกัน พอประกาศออกมา ก็อาจจะทำให้คนรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงได้
แต่ทว่า จะมีผู้เล่นสักกี่คนที่สามารถคิดวิเคราะห์เรื่องสัดส่วนพวกนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่งเหมือนเจิ้งเจี๋ย?
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้คิดวิเคราะห์เรื่องสัดส่วนพวกนี้ได้ทะลุปรุโปร่งแล้วมันจะทำไมล่ะ?
การมีสติ ก็ไม่ได้ช่วยให้รายได้ของตัวเองเพิ่มขึ้นเลยสักนิด
ในการพบปะก่อนหน้านี้ เจิ้งเจี๋ยได้ทำตามกลยุทธ์ที่วางไว้: เริ่มจากการใช้น้ำแร่หยั่งเชิงดูเบื้องต้น ถ้าอีกฝ่ายไม่รับน้ำใจ ก็ตัดทิ้งไปเลย แต่ถ้าอีกฝ่ายแสดงความขอบคุณ ก็ลองใช้คูปองเวลาวีซ่า 1 หมื่นนาที เพื่อแลกกับคำสัญญาว่าจะแลกไลก์กันในการพบปะครั้งสุดท้าย
แน่นอนว่า เจิ้งเจี๋ยก็ไม่ได้เชื่อคำพูดลอยๆ ของอีกฝ่าย แล้วให้คูปองไปง่ายๆ หรอก เขาขอให้อีกฝ่ายแลกไลก์กันในการพบปะครั้งนั้นเลยเป็นการมัดจำก่อน
หลังจากยืนยันว่าแลกไลก์กันแล้ว เขาถึงจะชวนอีกฝ่ายมาพบปะกันเป็นครั้งที่สอง และตอนนั้นถึงจะมอบคูปองให้
ส่วนที่ว่าเขาได้ ‘ดิสไลก์’ เพิ่มมาอีก 3 ครั้งได้ยังไงน่ะเหรอ? ก็มาจากวิธีนี้นี่แหละ

0 Comments