You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

[เซวียฉี จากชุมชนที่ 9 ขอประกาศข้อมูลให้ผู้เล่นทุกคนทราบ]

[จนถึงตอนนี้ สัดส่วนของผู้เล่นที่ตั้งใจนำสิ่งของเข้าไปในห้องพบปะคือ: ‘55%’]

ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นอีกแล้ว

[จ้าวตั๋ว จากชุมชนที่ 12 ขอประกาศข้อมูลให้ผู้เล่นทุกคนทราบ]

[ในการพบปะครั้งที่แล้ว สัดส่วนของผู้เล่นชายที่ไม่ได้กดปุ่ม ‘ฉันจ่าย’ คือ: ‘20%’]

เจิ้งเจี๋ยรู้สึกทึ่ง ที่ยังมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์หัวดื้อเหมือนกับเขาอยู่อีก ถึงจะเหลือน้อยเต็มทีแล้วก็เถอะ

[จางซื่อเชา จากชุมชนที่ 9 ขอประกาศข้อมูลให้ผู้เล่นทุกคนทราบ]

[จนถึงตอนนี้ สัดส่วนของผู้เล่นชายที่ตั้งใจกดปุ่ม ‘ฉันจ่าย’ แต่กลับไม่ได้ไลก์จากอีกฝ่ายในห้องพบปะคือ: ‘75%’]

ในที่สุดก็มีผู้เล่นชายออกมาประกาศข้อมูลตอบโต้บ้างแล้ว

แต่ดูเหมือนจะได้ผลตอบรับไม่ค่อยดีนัก

ในระบบนี้ ผู้เล่นหญิงมีโอกาสได้ ‘ไลก์’ ง่ายกว่า และการประกาศข้อมูลก็ช่วยหนุนให้ได้ไลก์เพิ่มขึ้นไปอีก ในเมื่อประกาศครั้งแรกฟรี พวกเธอก็เลยพากันประกาศอย่างกระตือรือร้น

ส่วนผู้เล่นชาย โอกาสได้ ‘ไลก์’ ก็มีน้อยอยู่แล้ว ต่อให้ใช้สิทธิ์ประกาศฟรีครั้งแรกไป มันก็แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย

ลองดูข้อมูลที่จางซื่อเชาประกาศสิ ต่อให้รู้ว่า “ผู้เล่นชายที่ยอมจ่ายค่าห้อง ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ไลก์ตอบแทน” แล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไรล่ะ?

ไลก์มันเป็นของหายากอยู่แล้ว ถ้าไม่ยอมจ่ายค่าห้อง โอกาสที่จะได้ไลก์ก็ยิ่งริบหรี่ลงไปอีก

เหลือเวลาอีกนิดหน่อยก่อนการพบปะครั้งต่อไปจะเริ่ม เจิ้งเจี๋ยก็เดินไปที่ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เพื่อดูรายการคูปองแลกเวลาวีซ่าอีกครั้ง

“ถึงจะไม่อยากแข่งขันแบบไร้สาระแบบนี้ก็เถอะ แต่เพื่อเวลาวีซ่า ก็ต้องยอมแหละนะ

“คูปองแลกเวลาวีซ่า… หมายความว่า ถ้าฉันจ่ายเวลาวีซ่า 1,200 นาทีซื้อคูปอง แล้วเอาไปให้ฝ่ายตรงข้าม เขาก็สามารถเอาไปแลกเป็นเวลาวีซ่าได้ 1,000 นาทีที่ตู้จำหน่ายอัตโนมัติเหรอ?

“นี่มันก็คือการโอนเวลาวีซ่าให้กันชัดๆ แค่โดนโถงระเบียงหักค่าธรรมเนียมไป 20 เปอร์เซ็นต์

“อืม…”

เจิ้งเจี๋ยเริ่มลังเล

ลึกๆ แล้วเขาต่อต้านเรื่องนี้มาก แต่พอมาคิดดูดีๆ สิ่งที่ผู้หญิงผมยาวคนนั้นพูดก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน

‘เกมจับคู่ดูตัว’ ครั้งนี้ มีผู้ชาย 20 คน ผู้หญิง 20 คน

ถ้าดูจากจำนวนคนแล้ว ชายหญิงก็จับคู่กันได้แบบ 1 ต่อ 1 พอดีเป๊ะ ตามทฤษฎีแล้ว ทุกคนก็น่าจะได้เวลาวีซ่า 3 หมื่นนาทีจากการจับคู่กันในตอนจบ

แต่นั่นมันก็แค่ทฤษฎี

ในระหว่างที่เล่นเกมจริงๆ การพบปะมันมีจำกัด แถมยังมีโอกาสที่จะได้เจอกับเพศเดียวกัน หรือเจอคนเดิมซ้ำอีกด้วย

สมมติว่ามีผู้เล่นจับคู่เป็นคู่หูถาวรกันไปแล้ว และเลือกที่จะพบกันซ้ำๆ ผู้เล่นคนอื่นก็อาจจะต้องไปเจอกับคนที่เคยเจอมาแล้ว หรือคนที่เคยทะเลาะกันอย่างรุนแรงมาก่อน

ในกรณีแบบนี้ โอกาสที่จะตกลงกันไม่ได้ใน ‘การตัดสินขั้นสุดท้าย’ ก็มีสูงมาก ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมกดไลก์ให้ ทั้งคู่ก็จะอดได้เวลาวีซ่าไปเลย

โอกาสแบบนี้ถึงจะน้อย แต่ถ้าเกิดขึ้นมาจริงๆ ก็ขาดทุนย่อยยับเลยนะ

ถ้าอยากจะการันตีว่าจะหาผู้เล่นหญิงมาแลกไลก์ด้วยในตอนจบได้ชัวร์ๆ การยอมจ่ายหนักตั้งแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ตัวเองได้มาก

เพราะผู้เล่นชายทุกคนจะได้เวลาวีซ่า 3 หมื่นนาทีตอนจบเกมอยู่แล้ว ซึ่งนี่ก็เขียนไว้ในกฎชัดเจน

ถ้าทำตัวขี้เหนียว ก็คงยากที่จะทำให้ผู้เล่นหญิงประทับใจได้

ข้อมูลที่เลื่อนขึ้นมาบนหน้าจอใหญ่เรื่อยๆ ยิ่งเป็นการผลักดันให้การแย่งชิง ‘ไลก์’ ของผู้เล่นชายดุเดือดขึ้นไปอีก

เจิ้งเจี๋ยไม่สามารถใช้ลูกเล่นแบบที่ต้องอาศัยหน้าตาได้ ก็เลยต้องยอมก้มหน้ารับกรรมไป

หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง เขาก็ตัดสินใจได้ ซื้อแค่น้ำเปล่าขวดเดียวจากตู้จำหน่าย ไม่ได้ซื้อคูปอง

“ฉันจะใช้น้ำเปล่าขวดนี้แหละ เป็นการทดสอบเบื้องต้น

“ถ้าอีกฝ่ายเป็นเหมือนผู้หญิงผมยาวคนนั้น เห็นน้ำเปล่าแล้วทำตาขวางใส่ ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตัดทิ้งไปได้เลย

“แต่ถ้าอีกฝ่ายรับน้ำไปแล้วดีใจ แสดงความขอบคุณตามมารยาท ก็ค่อยลองคุยกันให้ลึกซึ้งขึ้น เผื่อจะแลกไลก์กันได้

“ถ้าแลกไลก์กันได้สำเร็จ ก็แสดงว่าอีกฝ่ายค่อนข้างน่าเชื่อถือ การพบปะครั้งหน้าก็ค่อยเอาคูปอง 1 หมื่นนาทีไปให้ แล้วตกลงกันว่าจะแลกไลก์กันในการพบปะครั้งสุดท้าย”

เจิ้งเจี๋ยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแผนนี้มันจะเวิร์คไหม แต่ด้วยสติปัญญาของเขาในตอนนี้ เขาก็คิดแผนที่ดีกว่านี้ไม่ออกแล้วล่ะ

ในขณะที่เจิ้งเจี๋ยกำลังพบปะกับผู้เล่นคนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นคนอื่นก็กำลังพบปะกันอยู่เหมือนกัน

สิบนาทีที่แล้ว

ในการพบปะครั้งที่สามของหลินซือจือ

เขาเดินมานั่งที่โต๊ะมือเปล่า

“สวัสดีค่ะ”

เสียงทักทายดังขึ้น ผู้หญิงที่ดูบอบบาง มีรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเปิดประตูเข้ามา แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

[ชุมชนที่ 12 – จ้าวตั๋ว]

เธอมองหลินซือจือหัวจรดเท้า แต่พอเห็นว่าเขามือเปล่า ไม่ได้เอาอะไรติดไม้ติดมือมาเลย เธอก็ขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว

แต่พอเห็นว่าหลินซือจือหน้าตาดี เธอก็เลยพยายามเก็บอาการไว้

ทว่าวินาทีต่อมา หลินซือจือกลับชี้ไปที่ปุ่มจ่ายเงินบนโต๊ะอย่างสุภาพ

“สวัสดีครับ เพื่อแสดงความจริงใจของคุณ รบกวนคุณจ่ายค่าห้องก่อนได้ไหมครับ?”

จ้าวตั๋วถึงกับอึ้งไปเลย เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“คุณพูดว่าอะไรนะ?

“ให้ฉันจ่ายเหรอ??

“นี่คุณทำฉันขำจนจะบ้าอยู่แล้วนะ หน้าตาก็ดูดีแท้ๆ ทำไมถึงพูดจาหน้าไม่อายแบบนี้ล่ะ

“อะไรคือให้ฉันแสดงความจริงใจ? แล้วความจริงใจของคุณล่ะอยู่ที่ไหน?”

เห็นได้ชัดว่า ในการพบปะสองครั้งแรก จ้าวตั๋วเคยเจอกับผู้เล่นชายที่ “สุภาพ” มาแล้ว เธอจึงเริ่มคุ้นเคยกับการที่ผู้ชายเป็นคนจ่ายค่าห้อง และเอาเครื่องดื่มกับขนมมาให้

ตอนแรกที่เห็นหลินซือจือไม่ได้เอาอะไรมา เธอก็เริ่มหงุดหงิดแล้ว แต่หมอนี่กลับขอให้เธอเป็นคนจ่ายค่าห้องเนี่ยนะ นี่มันหน้าด้านเกินไปแล้ว

แต่หลินซือจือไม่ได้โกรธ เขาแค่หยิบคูปองปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

“ความจริงใจของผมอยู่นี่ไง”

เมื่อเห็นคูปองปึกหนาในมือของหลินซือจือ จ้าวตั๋วก็ถึงกับตะลึง

คูปองมีสามแบบ คือ 1,000, 5,000 และ 1 หมื่น ซึ่งดูจากรูปลักษณ์ภายนอกก็แยกออกได้ง่ายมาก

คูปองที่หลินซือจือถืออยู่เป็นคูปองใบละ 1,000 นาที ถึงแม้ว่ามูลค่าต่อใบจะไม่เยอะ แต่ปึกหนาขนาดนี้ กะคร่าวๆ ก็คงมีเป็นสิบใบเลยล่ะ ดูแล้วก็อลังการงานสร้างอยู่ไม่น้อย

จ้าวตั๋วลองถามดู: “นี่… ให้ฉันเหรอคะ?”

หลินซือจือส่ายหน้า: “อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ ผมบอกแล้วไง ว่ามันขึ้นอยู่กับความจริงใจของคุณ”

จ้าวตั๋วขมวดคิ้ว: “นี่คุณกะจะเอาเช็คเด้งพวกนี้มาหลอกให้ฉันจ่ายค่าห้องงั้นเหรอ?”

หลินซือจือเก็บคูปองกลับเข้าไป: “คุณก็น่าจะรู้นะ ว่าตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติมันบอกไว้ชัดเจน คูปองพวกนี้มีกฎพิเศษ ซื้อไปแล้วแลกคืนเป็นเวลาวีซ่าไม่ได้

“ต้องให้คนอื่นสถานเดียว

“คูปองพวกนี้ยังไงผมก็ต้องให้คนอื่นอยู่แล้ว ไม่เอามาทำเป็นเช็คเด้งหลอกคนหรอก

“แต่ผมก็จะไม่ให้มั่วซั่วเหมือนกัน ผมจะให้เฉพาะคนที่ไว้ใจได้เท่านั้น และแน่นอนว่าก็ต้องขอแลกกับ ‘ไลก์’ ด้วย

“ดังนั้น การพบปะครั้งนี้ ผมขอให้คุณจ่ายค่าห้องเพื่อแสดงความจริงใจ หลังจากนี้ ผมจะให้คูปองเวลาวีซ่า 1,000 นาที เพื่อแลกกับไลก์หนึ่งไลก์จากคุณ”

จ้าวตั๋วมองหลินซือจือ ลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยิ้มออกมา แล้วกดปุ่ม [ฉันจ่าย]

หลินซือจือก็กดปุ่ม [คุณจ่าย] ตาม: “ดีมาก คุณนี่เป็นคนฉลาดนะ ทำไมคุณถึงไม่คิดว่าผมจะหลอกคุณล่ะ?”

จ้าวตั๋วส่ายหน้า: “คุณยอมแลกคูปองที่เอาคืนไม่ได้มาเยอะขนาดนี้ ก็แสดงว่าคุณไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเวลาวีซ่า คุณคงไม่มาหลอกฉันเพื่อเงินค่าห้องแค่ 200 นาทีหรอก”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note