บทที่ 76 ของขวัญที่ดูอนาถา เจิ้งเจี๋ยทบทวนความโง่เขลาของตัวเอง แล้วก็ตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่มากขึ้น
แปลโดย เนสยังลูกไม้ของลู่ซินอี๋อาจจะมีภาคต่อเตรียมไว้แล้วด้วยซ้ำ:
ถ้าหนึ่งในสองคนที่เหลือมีใครสักคนกดไลก์ให้เจิ้งเจี๋ย เจิ้งเจี๋ยก็จะไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นใครกดให้
ถ้าเขาเข้าใจผิดคิดว่าเป็นลู่ซินอี๋ แล้วส่งคำเชิญให้พบปะกันอีกครั้ง เขาก็อาจจะต้องเจอกับกับดักอีกอันที่รออยู่ก็ได้
และต่อให้สถานการณ์ปัจจุบันเป็นแบบนี้ คือเจิ้งเจี๋ยไม่ได้รับไลก์เลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วความแตกเรื่องลู่ซินอี๋แกล้งทำเป็นกดไลก์ให้ ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายเพิ่มเติมอะไรให้เธอเลย
เพราะดูจากกลไกของเกมในตอนนี้ ต่อให้เจิ้งเจี๋ยจะโดนหลอก เขาก็ไม่มีทางส่งข้อความนี้ไปให้ผู้เล่นคนอื่นในชุมชนที่ 17 รู้ได้เลย
“ช่างเถอะ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้กดดิสไลก์ให้ฉันล่ะนะ ถือว่ายังปรานีอยู่บ้าง โทษความโง่ของตัวเองดีกว่า
“รอดูดีกว่าว่าจะมีผู้เล่นหญิงที่จริงใจกว่านี้ให้จับคู่เป็นคู่หูถาวรได้ไหม”
เจิ้งเจี๋ยรู้สึกว่าสมองของเขาไม่เหมาะกับเกมชิงไหวชิงพริบแบบนี้เลยจริงๆ ในระหว่างที่เขากำลังสับสน ห้องพบปะก็เปิดขึ้นอีกครั้ง
…
คนที่เดินเข้ามาในห้องพบปะครั้งนี้ เป็นผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่ง ไว้ผมยาวสีบลอนด์
เจิ้งเจี๋ยมองป้ายชื่อของเธอทันที: [ชุมชนที่ 9 – จางเสี่ยวเสีย]
“สวัสดีครับ ผมชื่อเจิ้งเจี๋ย เล่นเกมนี้คงเหนื่อยแย่เลย ดื่มน้ำก่อนนะครับ”
เจิ้งเจี๋ยเป็นคนที่ไม่ค่อยเก่งเรื่องเข้าสังคมและเอาใจใครไม่ค่อยเป็น คำพูดของเขาจึงดูแข็งๆ ไปหน่อย ไม่ค่อยลื่นไหลนัก
แต่ในเมื่อเขามีท่าทีเป็นมิตร ยิ้มแย้ม แถมยังเอาน้ำมาให้ด้วย ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ทว่า จางเสี่ยวเสียกลับขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด: “น้ำแร่เนี่ยนะ? นายให้แค่นี้เองเหรอ?”
เจิ้งเจี๋ยถึงกับอึ้งไปเลย งงเป็นไก่ตาแตกกับคำพูดของเธอ
“นี่ ผมอุตส่าห์หวังดีเอาน้ำมาให้ ทำไมคุณถึงไม่พอใจล่ะ?”
จางเสี่ยวเสียนั่งลงบนเก้าอี้ กอดอก แล้วจ้องมองเจิ้งเจี๋ยหัวจรดเท้าด้วยสายตาจับผิด
“แกล้งโง่เหรอ? ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้มีอะไรให้น่าแกล้งโง่กัน?
“นายเป็นผู้ชายคนที่สามที่เอาของมาให้ฉัน และเป็นคนที่ให้ของที่อนาถาที่สุดด้วย นายไม่รู้สึกบ้างเลยเหรอ ว่านายไม่มีความจริงใจเอาซะเลย?
“ฉันขอถามนายหน่อย ในเกมนี้ พวกนายผู้ชายไม่ต้องทำอะไรเลย ออกจากเกมปุ๊บก็ได้เวลาวีซ่าสามหมื่นนาที
“หาผู้เล่นหญิงมาแลกไลก์กันในการพบปะครั้งสุดท้าย ก็ได้อีกสามหมื่น
“หกหมื่นเลยนะ หาได้ง่ายๆ สบายๆ แล้วพวกฉันล่ะ ได้อะไรบ้าง?
“นายให้น้ำขวดเดียว ก็แค่หวังจะหาเด็กสาวซื่อๆ สักคน แล้วใช้ของถูกๆ แบบนี้หลอกให้เธอยอมแลกไลก์กับนายในรอบสุดท้าย เพื่อที่นายจะได้กินรวบอีกสามหมื่นไปง่ายๆ สินะ
“ถ้านายเคยลองคิดเลขดูดีๆ นายก็ไม่น่าจะกล้าให้แค่น้ำขวดเดียวนะ?”
เจิ้งเจี๋ยถึงกับอ้าปากค้าง เขารู้สึกว่าเวอร์ชันของเกมนี้มันเปลี่ยนไปเร็วมาก จนเขาตามไม่ทันแล้ว
ตอนเจอกันครั้งแรกยังตกลงแบ่งจ่ายค่าห้องกันอยู่เลย พอมาครั้งที่สี่ เอาน้ำแร่ราคา 50 นาทีมาให้ ยังโดนหาว่าอนาถาอีก
“แล้วผมควรให้ อะไรล่ะ?”
จางเสี่ยวเสียทำหน้าบึ้งตึง: “ผู้ชายคนก่อนหน้านี้บอกว่า จะให้คูปองเวลาวีซ่า 1 หมื่นนาทีกับฉัน เพื่อแลกกับการกดไลก์กันในการพบปะครั้งสุดท้าย แต่ฉันก็แค่ลองคิดดูนะ ยังไม่ได้ตอบตกลงหรอก”
เจิ้งเจี๋ยเบิกตากว้าง: “หนึ่งหมื่นนาทีเลยเหรอ?”
จางเสี่ยวเสียเริ่มฉุน: “แล้วไงล่ะ? พวกนายผู้ชายไม่ต้องทำอะไรก็นอนรอรับสามหมื่นนาทีได้แล้ว อยากได้เพิ่มอีกสามหมื่น แต่แค่เจียดมาหนึ่งหมื่นก็ยังไม่ยอมเหรอ?”
เจิ้งเจี๋ยรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ แต่ก็ไม่รู้จะเถียงยังไงดี
จางเสี่ยวเสียโบกมือปัด: “พอเถอะ เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างนายหรอก”
พูดจบ เธอก็กดปุ่ม [คุณจ่าย] ดัง “ปัง”
เจิ้งเจี๋ยยิ่งโมโหหนักเข้าไปอีก ถ้าไม่ได้มีเรื่องเถียงกันก่อนหน้านี้ เขาก็คงไม่คิดอะไรมากที่จะจ่ายเวลาวีซ่า 200 นาทีหรอก แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว
เขากดปุ่ม [แบ่งกันจ่าย]
ในเมื่อเลือกไม่ตรงกัน ทั้งสองคนจึงโดนหักเวลาวีซ่าไปคนละ 200 นาที
จางเสี่ยวเสียชี้หน้าเจิ้งเจี๋ยด้วยความตกใจ: “นาย… นายมันป่วยหรือเปล่าเนี่ย? คอยดูนะ ฉันจะกดดิสไลก์ให้นายแน่!”
เจิ้งเจี๋ยก็โมโหไม่แพ้กัน: “ตามสบายเลย! อย่างมากก็แค่แลกดิสไลก์กันนั่นแหละ!”
…
สิบนาทีผ่านไป ทั้งสองคนก็เดินกระฟัดกระเฟียดออกจากห้องพบปะ
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า สุดท้ายพวกเขาก็ต้องกด ‘ดิสไลก์’ ให้กันและกัน
เจิ้งเจี๋ยโมโหจนแทบจะพ่นไฟ เขาอุตส่าห์เอาน้ำมาให้ด้วยมารยาท คนปกติถึงไม่ต้องการก็ควรจะบอกขอบคุณสักคำ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับทำตัวน่ารังเกียจชะมัด
ระหว่างที่พบปะกัน เขาก็เลยเปิดขวดน้ำกินเองซะเลย
พอดีกับที่เกมดำเนินมาได้ชั่วโมงกว่าแล้ว เขาก็เริ่มหิวน้ำอยู่พอดี
ตอนที่การประกวดความสามารถเริ่มขึ้นอีกครั้ง เจิ้งเจี๋ยก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าผู้แสดงคนที่ 1 ในครั้งนี้ เป็นผู้ชายที่หล่อมาก
[ชุมชนที่ 1 – เกาเจียเหลียง]
เขาหน้าตาดี คิ้วเข้มตาคม ทรงผมก็เซ็ตมาอย่างดี เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะไปหมด เรียกว่าเป็นสเปคที่สาวๆ เดินผ่านต้องเหลียวหลังมองแน่นอน
ส่วนผู้แสดงคนที่ 2 เป็นคุณป้าวัยสี่สิบกว่าๆ ดูใจดี แต่เสื้อตรงหน้าอกเหมือนจะมีรอยน้ำเปื้อนอยู่ ไม่รู้ว่าเผลอทำน้ำหกใส่หรือเปล่า
[ชุมชนที่ 12 – โจวกุ้ยเฟิน]
หนุ่มหล่อเกาเจียเหลียงโชว์ร้องเพลงและเต้น ส่วนคุณป้าโจวกุ้ยเฟินก็ร้องเพลงเหมือนกัน แต่เป็นการร้องเพลงแนวโอเปร่าแบบกึ่งมืออาชีพ
ครั้งนี้ไม่มีใครโดนโหวต ‘น่าเบื่อ’ จนต้องจบการแสดงก่อนเวลา ทั้งสองคนแสดงไปประมาณสามนาที
[ผู้แสดงคนที่ 1 ได้รับโหวต ‘น่าสนใจ’ 34 โหวต ได้รับ ‘กดไลก์’ เพิ่ม 3 ครั้ง]
[ผู้แสดงคนที่ 2 ได้รับโหวต ‘น่าสนใจ’ 32 โหวต ได้รับ ‘กดไลก์’ เพิ่ม 3 ครั้ง]
การประกวดความสามารถจบลง ท่ามกลางคำขอบคุณของทั้งสองคน
เจิ้งเจี๋ยถึงกับทึ่ง: “แต่ละคนนี่ ซ่อนความสามารถกันเก่งจริงๆ
“แต่เพื่อนเอ๋ย นายหล่อขนาดนี้ แต่กลับได้มาเปิดเวทีประกวดความสามารถก่อนฉันเนี่ยนะ มันแปลกๆ อยู่นะ?”
จนถึงตอนนี้ ผู้เล่นที่เข้าร่วมประกวดความสามารถทั้งสี่คน ล้วนแต่เลือกที่จะร้องเพลงกันหมด
เพราะการร้องเพลงเป็นความสามารถพิเศษที่คนส่วนใหญ่ทำได้ แถมเวทีประกวดแบบนี้ก็ไม่มีดนตรีประกอบให้ ถ้าจะมาเต้นอย่างเดียวก็คงดูตลกน่าดู
ส่วนการร้องสดนั้น ถือเป็นวิธีที่เรียกคะแนนความเห็นใจได้ง่ายที่สุดแล้ว
หรือถ้าใครมีความสามารถจริงๆ ก็สามารถทำได้เหมือนหนุ่มหล่อคนนี้ ที่ทั้งร้องทั้งเต้น ซึ่งมันเจ๋งกว่าการร้องหรือเต้นอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่แล้ว แค่ว่ามันต้องพึ่งหน้าตาและทักษะนิดหน่อย
เพื่อนคนนี้หล่อจริงๆ หล่อจนเจิ้งเจี๋ยอยากจะแกล้งโหวต ‘น่าเบื่อ’ ให้เลยล่ะ
แต่เนื่องจากเขาร้องและเต้นเก่งจริงๆ แถมเวลารอพบปะครั้งหน้าก็ว่างอยู่ เจิ้งเจี๋ยก็เลยฟังจนจบ
จากการเลือกคนเข้าประกวดความสามารถครั้งนี้ เจิ้งเจี๋ยก็พอจะเดากฎการคัดคนได้คร่าวๆ
เห็นได้ชัดว่า ตอนนี้มีผู้เล่นที่ไม่ได้สักไลก์เดียวอยู่เยอะมาก แม้แต่หนุ่มหล่อคนนี้ก็ยังไม่ได้
นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะผู้เล่นแต่ละคนได้แค่ชั่วโมงละไลก์ ถ้าคนที่หนุ่มหล่อคนนี้ไปเจอ ดันเอาไลก์ไปให้คนอื่นหมดแล้ว เขาก็คงไม่ได้ไลก์หรอก
ในเมื่อทุกคนมี 0 ไลก์เท่ากัน เกมก็เลยต้องสุ่มเลือกเอา เจิ้งเจี๋ยก็มี 0 ไลก์เหมือนกัน แต่แค่ไม่โดนสุ่ม
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะคนที่เคยประกวดไปแล้ว คงไม่โดนสุ่มซ้ำอีกในเร็วๆ นี้แน่ ถ้าเจิ้งเจี๋ยยังโชคร้ายไม่มี ‘ไลก์’ เข้ามาอีก ไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องได้ขึ้นเวทีอยู่ดี
แทนที่จะมานั่งเครียดว่าทำไมตัวเองถึงไม่โดนสุ่ม สู้รีบคิดหาโชว์ไปแสดงดีกว่า
ในระหว่างที่ประกวดความสามารถ หน้าจอใหญ่ก็มีข้อความประกาศใหม่ๆ ขึ้นมาแทรกอยู่เรื่อยๆ

0 Comments