บทที่ 71 กฎการประกวดความสามารถ
แปลโดย เนสยังเจิ้งเจี๋ยรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า เขาอ้าปากพูดอย่างตะกุกตะกัก: “สะ…สวัสดีครับ…”
หลังจากมาถึงชุมชนที่ 17 เขาก็ได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ที่ทุกคนเคยเจอในเกม โดยเฉพาะเกม ‘โป๊กเกอร์สีเลือด’ ที่มีสามกลุ่มใช้กลยุทธ์ต่างกันและได้ผลลัพธ์ต่างกัน ฟู่เฉินเห็นว่าเป็นกรณีศึกษาที่ดีมาก จึงได้เล่ารายละเอียดให้เขาฟังอย่างถ่องแท้
และนั่นก็ทำให้เจิ้งเจี๋ยได้รู้จักกับผู้หญิงที่ชื่อ ‘ลู่ซินอี๋’ จากชุมชนที่ 3
ลองคิดดูสิว่า ถ้าตอนนั้นเขาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเจียงเหอ เขาคงทำได้แค่ยื่นคอรอให้เชือด ทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ
ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอผู้เล่นจากชุมชนที่ 3 อีกแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้
แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ?
เพิ่งออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นก็เจอบอสเลเวลตันเลยเหรอ?
ลู่ซินอี๋กลับไม่ได้ใส่ใจอะไร เธอทัดผมทัดหูอย่างเป็นธรรมชาติ: “ดูเหมือนว่า คุณจะมีอคติกับฉันอยู่ไม่น้อยเลยนะคะ?”
เจิ้งเจี๋ยรีบโบกมือปฏิเสธ: “เปล่าครับ!”
ลู่ซินอี๋กวาดสายตามองกฎของห้องพบปะบนโต๊ะ แล้วเสนอว่า: “พวกเรามาตกลงเรื่องวิธีจ่ายค่าห้องกันก่อนดีไหมคะ?
“คุณดูเป็นสุภาพบุรุษขนาดนี้ คงไม่ถึงกับงกเวลาวีซ่าแค่ 200 นาทีหรอกใช่ไหมคะ?”
เจิ้งเจี๋ยถึงกับไปไม่เป็น เขามองปุ่มตรงหน้า สมองตื้อไปชั่วขณะ
ใจจริงเขาก็อยากจะจ่ายให้นั่นแหละ
แต่พอคิดดูอีกที มันก็ไม่ใช่นี่นา นี่ไม่ได้มาดูตัวกันจริงๆ ซะหน่อย
นี่มันเกมเป็นตายของโถงระเบียงนะ! ในเมื่อเวลาวีซ่าก็คือชีวิตของพวกเราทุกคน แล้วทำไมฉันต้องเป็นคนจ่าย 200 นาทีนี้คนเดียวด้วยล่ะ?
ในขณะที่เขากำลังลังเล ลู่ซินอี๋ก็หลุดขำออกมา “พรืด”
“นี่คุณแยกไม่ออกเหรอคะว่าตอนไหนผู้หญิงพูดเล่นน่ะ?
“ฉันกดแบ่งกันจ่ายแล้วนะคะ คุณก็กดเถอะค่ะ”
เจิ้งเจี๋ยรู้สึกประหลาดใจ เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าปุ่ม [แบ่งกันจ่าย] ฝั่งลู่ซินอี๋ถูกกดลงไปแล้วจริงๆ แถมไฟก็ติดอยู่ด้วย
เจิ้งเจี๋ยแอบระแวงว่าจะมีลูกเล่นอะไรซ่อนอยู่ แต่พอลองคิดดูดีๆ ก็ไม่น่าจะมีอะไรนะ
ในเมื่อลู่ซินอี๋กดปุ่ม [แบ่งกันจ่าย] ไปแล้ว เขาก็คงกดปุ่มอื่นไม่ได้หรอกมั้ง?
ถ้ากดปุ่มอื่น ทั้งเขาและลู่ซินอี๋ก็จะต้องโดนหักเวลาวีซ่าเพิ่มอีกคนละ 100 นาที แบบนั้นมันไม่บ้าไปหน่อยเหรอ?
เจิ้งเจี๋ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กดปุ่ม [แบ่งกันจ่าย] ตรงหน้าเขา
[ลู่ซินอี๋ถูกหักเวลาวีซ่า 100 นาที]
[เจิ้งเจี๋ยถูกหักเวลาวีซ่า 100 นาที]
[ชำระค่าห้องพบปะเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทั้งสองท่านมีการพบปะที่ราบรื่น!]
เจิ้งเจี๋ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่มีกับดักอะไร เขาคงคิดมากไปเอง
ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง
ลู่ซินอี๋นั่งพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ มือขวาเท้าคาง มองเจิ้งเจี๋ยด้วยความสนใจ
“เวลาที่เหลือก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว เรามาคุยกันเล่นๆ ดีไหมคะ?
“ชุมชนที่ 17 ของพวกคุณ เกมตัดสินเกมล่าสุดคืออะไรเหรอคะ?”
เจิ้งเจี๋ยนั่งหลังตรงแหน่วบนเก้าอี้ อึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า: “ผมบอกคุณไม่ได้ครับ”
ลู่ซินอี๋ยิ้ม: “แหม มีความตื่นตัวเรื่องการรักษาความลับดีนี่นา?
“ก็ได้ค่ะ งั้นเราไม่คุยเรื่องเกมกับเรื่องชุมชนแล้ว คุณทำงานอะไรคะ? เรื่องนี้คงพอจะคุยได้ใช่ไหม?”
เจิ้งเจี๋ยยังคงระแวดระวัง: “แล้วทำไมคุณไม่คุยเรื่องอาชีพของคุณบ้างล่ะครับ?”
ลู่ซินอี๋แบมืออย่างไม่ใส่ใจ: “ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณอยากรู้นะ
“ฉันเป็นนักมายากลสมัครเล่นค่ะ บางทีก็สุ่มหาคนตามข้างถนนมาเล่นมายากลให้ดู บางทีก็ถ่ายคลิปสอนลงเน็ต”
เธอโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย มุมปากยกขึ้น: “คุณเชื่อไหมคะ?”
…
เวลาสิบนาที สำหรับเจิ้งเจี๋ยแล้วมันช่างยาวนานราวกับเป็นปี
การได้คุยกับสาวสวยน่ารักแบบนี้ควรจะเป็นเรื่องที่น่าสนุก แต่พอคิดถึงวีรกรรมของลู่ซินอี๋ในเกม ‘โป๊กเกอร์สีเลือด’ เจิ้งเจี๋ยก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
เขาไม่กล้าหลุดปากพูดเรื่องของชุมชนที่ 17 แม้แต่นิดเดียว หรือแม้แต่เรื่องอาชีพและประวัติของตัวเองก็ไม่กล้าเล่า กลัวว่าถ้าเผลอพูดอะไรออกไป ลู่ซินอี๋จะเอาไปเป็นข้อมูลมาขุดหลุมดักเขา
ถึงแม้ว่าความคิดแบบนี้จะดูเป็นโรคหวาดระแวงไปสักหน่อย แต่ในเมื่อนี่เป็นครั้งแรกที่เจิ้งเจี๋ยได้เข้าร่วมเกมของโถงระเบียง เขาก็ต้องคอยเตือนตัวเองให้ระวังตัวไว้ก่อน
จะได้ไม่เป็นตัวถ่วงของพี่ๆ ป้าๆ ในชุมชน
ลู่ซินอี๋เองก็ดูไม่ได้ใส่ใจอะไร เธอแค่เล่าเรื่องของตัวเองให้เจิ้งเจี๋ยฟังคร่าวๆ แต่เห็นได้ชัดว่า เจิ้งเจี๋ยไม่กล้าเชื่อคำพูดของเธอเลยสักคำ
ทนมาตั้งนาน ในที่สุดสิบนาทีก็หมดลง
เมื่อตัวเลขนับถอยหลังบนโต๊ะเหลือศูนย์ เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[หมดเวลาพบปะในรอบนี้ ขอให้ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายออกจากห้องพบปะ และกลับไปยังห้องพักของตนเอง]
[ก่อนออกจากห้อง อย่าลืมให้คะแนนการพบปะในครั้งนี้ด้วยนะ]
สิ่งที่เรียกว่าการให้คะแนน ก็คือการกด ‘กดไลก์’ หรือ ‘กดดิสไลก์’ นั่นเอง
ความจริงแล้ว ปุ่มสองปุ่มนี้สามารถกดได้ตั้งแต่ตอนเข้ามาในห้องพบปะแล้ว แต่เจิ้งเจี๋ยเห็นว่านี่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญ เลยอดทนรอจนถึงตอนนี้
ลู่ซินอี๋วางมือขวาลงบนปุ่มกดไลก์ แล้วกดลงไป
จากนั้น เธอก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ: “เราคุยกันสนุกขนาดนี้ คุณจะไม่ยอมแลกไลก์ฟรีๆ กับฉันหน่อยเหรอคะ?”
เจิ้งเจี๋ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ตามกฎของเกม ทุกๆ หนึ่งชั่วโมงเขาจะได้กดไลก์แค่ 1 ครั้ง แต่ต้องพบปะถึงสามครั้ง
ถ้ากดไลก์ให้ลู่ซินอี๋ในรอบนี้ไปแล้ว ในการพบปะอีกสองครั้ง เขาก็จะไม่มีไลก์ให้กดแล้วนะ
ถ้างั้น… กดดิสไลก์ดีไหม?
ดูเหมือนจะโหดร้ายไปหน่อยนะ ตลอดการพูดคุย ลู่ซินอี๋ก็ไม่ได้แสดงท่าทีก้าวร้าวอะไรเลย เธอดูเป็นมิตรมาก แถมค่าห้องก็ยังแบ่งกันจ่ายด้วย
อีกฝ่ายก็มีไลก์ให้กดแค่ 1 ครั้งต่อชั่วโมงเหมือนกัน ถ้าเขาให้แล้วเราไม่ให้ มันจะไม่ดูใจดำไปหน่อยเหรอ?
หลังจากต่อสู้กับความคิดตัวเองอยู่พักหนึ่ง เจิ้งเจี๋ยก็กระแอมสองสามครั้ง: “งั้นก็ได้ครับ เรามาแลกไลก์กันเถอะ”
พูดจบ เขาก็กดปุ่ม [กดไลก์]
ลู่ซินอี๋ยิ้มให้เขา: “เอาล่ะค่ะ เป็นการพบปะที่สนุกมาก หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะคะ?”
…
เจิ้งเจี๋ยเพิ่งกลับมาถึงห้องพัก หน้าจอใหญ่ก็ปรากฏกฎของเกมขึ้นมาอีกครั้ง
[ขอแสดงความยินดีที่คุณผ่านการพบปะครั้งแรก]
[หลังจากนี้จะมีการอัปเดตกฎ ‘การประกวดความสามารถ’]
[หลังจากเริ่มเกมไปแล้ว 1 ชั่วโมง ซึ่งก็คือในช่วงเวลารอพบปะครั้งที่ 4 จะมีการเปิด ‘การประกวดความสามารถ’]
[และในช่วงเวลารอพักหลังจากนี้ จะมีการจัด ‘การประกวดความสามารถ’ ในทุกๆ รอบ]
[ใน ‘การประกวดความสามารถ’ ระบบจะสุ่มเลือกผู้เล่นสองคนที่มีคะแนน ‘กดไลก์’ น้อยที่สุด ขึ้นเวทีมาประชันความสามารถกัน]
[ผู้เล่นทั้งสองคนสามารถผลัดกันแสดงความสามารถอะไรก็ได้ โดยให้เวลาคนละ 1-5 นาที หรือจะกดปุ่มข้างเวทีเพื่อจบการแสดงก่อนเวลาก็ได้]
[ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ที่เป็นผู้ชม สามารถโหวต ‘น่าสนใจ’ ให้กับการแสดงที่ตัวเองชอบได้]
[ถ้าได้โหวต ‘น่าสนใจ’ ครบ 10 โหวต ผู้แสดงก็จะได้ ‘กดไลก์’ เพิ่ม 1 ครั้ง]
[ถ้าได้โหวต ‘น่าเบื่อ’ ครบ 20 โหวต การแสดงจะถูกสั่งให้จบลงทันที]
[การโหวต ‘น่าสนใจ’ หรือ ‘น่าเบื่อ’ ในการประกวดความสามารถ จะไม่ทำให้เสียทรัพยากรที่มีอยู่เลย]
พอฟังจบ เจิ้งเจี๋ยก็ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม
“โชว์ความสามารถเหรอ? 10 โหวต ‘น่าสนใจ’ แลก ‘กดไลก์’ ได้ 1 ครั้งเนี่ยนะ?
“นี่มันเกมวัดความป๊อปปูลาร์ชัดๆ!
“มีทั้งการจับคู่ดูตัว มีทั้งการประกวดความสามารถ ถึงจะดูเหมือนไม่มีอันตรายอะไรก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่ได้หล่อเหลาอะไร แถมยังไม่มีความสามารถพิเศษอะไรโดดเด่นอีก ไม่น่ามาเล่นเกมนี้เลยแฮะ!”
เจิ้งเจี๋ยอ่านกฎใหม่จบ ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเดินไปที่เครื่องตรวจสอบข้อมูล

0 Comments