บทที่ 52 การทำแผล
แปลโดย เนสยังในวินาทีต่อมา หลินซือจือก็ตระหนักได้ว่าตัวเองได้กลับมาอยู่ในห้องโถงของชุมชนแล้ว
เสียงอุทานดังขึ้นข้างหูทันที
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!”
“เลือดเต็มไปหมดเลย! ใครก็ได้มาช่วยที!”
“ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ล่ะ เดี๋ยวก่อน ลุงติงล่ะ? ลุงติงหายไปไหน?”
ในห้องโถงชุมชนวุ่นวายไปหมด
หลินซือจือและเฉาไห่ชวนเข้าร่วมเกมในฐานะผู้ชม ดังนั้นจึงไม่ได้บาดเจ็บอะไร และยังคงปลอดภัยดี
แต่ในทางกลับกัน ไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินนั้น มีสภาพที่น่าเวทนาพอๆ กัน
ทั้งคู่มีแผลถูกแทงที่หัวไหล่จากกลไกการเดินของชาวนา แม้ว่าตอนนี้เลือดจะหยุดไหลในเบื้องต้นแล้ว แต่มันก็ยังดูน่ากลัวอยู่ดี
โดยเฉพาะเมื่อถอดเสื้อคลุมออก รอยเลือดเป็นจ้ำๆ ที่ถูกแทงทะลุ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกหวาดเสียว
บนมือและคอของหวังหย่งซินยังมีรอยเลือดที่น่าตกใจอีกด้วย
ทุกคนต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือ บ้างก็พยุงไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินให้ลงนั่ง บ้างก็วิ่งไปดูที่เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติว่ามียาห้ามเลือดหรือผ้าพันแผลสำหรับปฐมพยาบาลหรือไม่
ส่วนฟู่เฉินก็ยังคงนับจำนวนคนเป็นอันดับแรกเหมือนเช่นเคย และเขาก็พบว่าติงเหวินเฉียงไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นในห้องโถงอย่างรวดเร็ว
ทว่าบนพื้นกลับมีสร้อยข้อมือวีซ่าวางอยู่อย่างโดดเดี่ยวอันหนึ่ง
ลางสังหรณ์ไม่ดีก่อตัวขึ้นในใจของฟู่เฉิน เขาค่อยๆ ก้มลงเก็บสร้อยข้อมือขึ้นมา ก็พบว่ามีชื่อของติงเหวินเฉียงเขียนไว้อย่างชัดเจน
ไม่เพียงเท่านั้น สร้อยข้อมือที่เคยเรียบเนียน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าว ราวกับถูกบังคับให้พังทลายลง
บนหน้าจอขนาดใหญ่เริ่มประกาศผลลัพธ์สุดท้ายของเกมในครั้งนี้
[บัดนี้ ขอประกาศจำนวนเวลาวีซ่าที่ชุมชนที่ 17 ได้รับจากเกม ‘การตัดสินของพระราชา’]
[หมายเลข 4 เฉาไห่ชวน: 76,000]
[หมายเลข 5 ไช่จื้อหยวน: 2,450]
[หมายเลข 6 หวังหย่งซิน: 25,000]
[หมายเลข 10 ติงเหวินเฉียง: เนรเทศออกนอกประเทศ]
[หมายเลข 12 หลินซือจือ: 44,000]
[5% ของเวลาวีซ่าข้างต้นจะถูกหักเข้ากองทุนรับประกันชุมชนตามกฎของชุมชน ส่วนที่เหลือจะนับรวมเข้าสู่วีซ่าของผู้เล่นแต่ละท่าน]
เฉาไห่ชวนหาเก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วค่อยๆ นั่งลง เมื่อเห็นผลลัพธ์นี้ เขาก็รู้สึกหนักใจมาก
เพราะเขาในฐานะผู้ชมได้ดูเกมนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาจึงรู้ว่าเวลาวีซ่าที่ติงเหวินเฉียงสะสมได้ในเกมนั้น แท้จริงแล้วทะลุหลักแสนไปแล้ว
ต่อให้ไม่นับรวมเช็คเด้ง 5 แสนนาทีที่ผู้ชมฝั่งพระราชาให้รางวัลไว้ในตอนท้าย นี่ก็ยังคงเป็นตัวเลขที่น่าตกใจมากอยู่ดี
ถ้าติงเหวินเฉียงสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย เวลาวีซ่าก้อนนี้ก็เพียงพอที่จะให้เขาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปได้อีกกว่าสองเดือน
แต่เมื่อติงเหวินเฉียงเสียชีวิตในเกม เวลาวีซ่าทั้งหมดนี้ก็ถูกอาชญากรเลียนแบบที่ออกแบบเกมนี้แย่งชิงไปจนหมด
ฉินเหยาและหยางอวี่ถิงเพิ่งจะไปที่เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติมา ตอนนี้พวกเธอก็วิ่งเหยาะๆ กลับมา
“ในเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติมีกล่องปฐมพยาบาล แต่ราคาตั้ง 499 เงินในกองทุนรับประกันชุมชนไม่พอค่ะ”
หวังหย่งซินและไช่จื้อหยวนพยายามลุกขึ้น: “ไม่เป็นไร พวกเราซื้อเอง”
ทั้งสองคนเดินไปที่เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติคนละเครื่อง แล้วซื้อกล่องปฐมพยาบาลมาคนละกล่อง
แม้ว่าสิ่งของที่ซื้อด้วยกองทุนรับประกันชุมชนจะสามารถหมุนเวียนและใช้งานร่วมกันระหว่างผู้เล่นได้อย่างอิสระ แต่เนื่องจากในตอนก่อตั้ง กองทุนนี้ให้โควตาคนละ 80 นาทีต่อวันเท่านั้น จึงไม่สามารถครอบคลุมค่ากล่องปฐมพยาบาลแบบนี้ได้
ทำได้เพียงควักกระเป๋าจ่ายเองเท่านั้น
หลังจากซื้อเสร็จ หวังหย่งซินและไช่จื้อหยวนก็ถูกประคองกลับมานั่งที่พื้นที่พักผ่อนในห้องโถงอีกครั้ง
กล่องปฐมพยาบาลทั้งสองกล่องถูกเปิดออก
ของข้างในมีครบครัน ทั้งแอลกอฮอล์ล้างแผล เบตาดีน ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ สำลี กรรไกร พลาสเตอร์ เทปพันแผล ผ้าพันแผล และอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้ยังมียาแก้ปวด ยาแก้แพ้ ยาฆ่าเชื้อ และยาแผนปัจจุบันอื่นๆ อีกหลายชนิด
เมื่อมองดูยาและอุปกรณ์มากมายที่ละลานตา หยางอวี่ถิงก็รู้สึกทำตัวไม่ถูก: “ของพวกนี้… ใครใช้เป็นบ้างคะ?”
เฉาไห่ชวนหยิบแอลกอฮอล์ล้างแผลขึ้นมา: “ผมจัดการเอง”
ในฐานะตำรวจสืบสวนอาชญากรรม แม้ฝีมือของเฉาไห่ชวนจะค่อนข้างหยาบกระด้างไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร
เริ่มจากฆ่าเชื้อบาดแผล จากนั้นก็พันแผล และสุดท้ายก็ให้กินยาแก้อักเสบและยาแก้ปวด
ไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินถูกทรมานจนหน้าตาเหยเก แต่โชคดีที่เฉาไห่ชวนลงมือค่อนข้างเร็ว ความเจ็บปวดจึงเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เท่านั้น
หลังจากดื่มน้ำพอเป็นพิธีแล้ว ทั้งสองคนก็ถูกประคองกลับไปพักผ่อนที่ห้อง
คนอื่นๆ ก็เริ่มช่วยกันเก็บกวาด พวกเขาเขียนชื่อไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินไว้บนกล่องปฐมพยาบาลทั้งสองกล่องเพื่อป้องกันการสับสน ก่อนจะเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ในที่สุดทุกคนก็พอจะหายใจได้ทั่วท้องเสียที
“ดูเหมือนพวกเราจะต้องเสนอญัตติอีกข้อแล้วล่ะ แบ่งเงินส่วนหนึ่งจากกองทุนรับประกันชุมชน มาใช้สำหรับการซื้ออุปกรณ์การแพทย์โดยเฉพาะ
“ไม่งั้นถ้าต้องซื้อกล่องปฐมพยาบาลเองทุกครั้ง ไม่เพียงแต่จะแพง แต่ยังสิ้นเปลืองอีกด้วย” ฟู่เฉินพูดไปพลางจดลงสมุดบันทึกไปพลาง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองลืม
หลี่เหรินซูหันไปมองเฉาไห่ชวน: “เรื่องซื้ออุปกรณ์การแพทย์ยังไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่ะ เอาไว้ทีหลังเถอะ ผู้กองเฉาคะ ในเกมมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ?”
ตอนที่เกมเพิ่งจะจบลง ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด ไช่จื้อหยวนกับหวังหย่งซินก็ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ ทุกคนจึงยังไม่มีเวลามานั่งพูดคุยถึงรายละเอียดต่างๆ ในเกม
ตอนนี้สถานการณ์เริ่มสงบลงบ้างแล้ว ทุกคนก็เริ่มอยากรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเกม
เฉาไห่ชวนถอนหายใจเงียบๆ: “เรื่องมันยาวน่ะครับ คงอธิบายให้เข้าใจในประโยคสองประโยคไม่ได้หรอก
“ตอนนี้คนยังอยู่ไม่ครบ รอให้ถึงตอนเย็นดีกว่า
“รอให้ไช่จื้อหยวนกับหวังหย่งซินพักผ่อนจนหายดีแล้ว ทุกคนมากันครบ แล้วค่อยมาสรุปรายละเอียดกันอีกทีครับ”
หลี่เหรินซูคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดว่า: “ได้ค่ะ ถ้างั้นก็เอาไว้ตอนเย็น”
เฉาไห่ชวนลุกขึ้นยืนด้วยความเหนื่อยล้า แม้ว่าในชุมชนที่ 17 ทั้งหมด เขาจะเป็นคนที่ได้เวลาวีซ่าจากเกมนี้มามากที่สุด แต่ในความเป็นจริงเขาก็รู้ดีว่าตัวเองแค่ได้ผลพลอยได้มาเท่านั้น
ตลอดกระบวนการของเกม ล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกไร้พลัง
และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น
เฉาไห่ชวนเดินออกจากห้องโถง มาที่พื้นที่เปิดโล่งด้านนอก แล้วก็จุดบุหรี่ขึ้นสูบเงียบๆ
…
หลังอาหารเย็น บรรยากาศภายในห้องโถงของชุมชนที่ 17 ค่อนข้างอึมครึม
ทุกคนนั่งประจำที่รอบโต๊ะยาวด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันไป
ซูซิ่วเฉินเห็นได้ชัดว่ายังทำใจรับความจริงข้อนี้ไม่ได้ ดวงตาทั้งสองข้างของเธอแดงช้ำจากการร้องไห้
กว่าจะแก้ปัญหาเรื่องอาหารการกินของติงเหวินเฉียงได้ด้วยกองทุนรับประกันชุมชน แต่ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ เขาจะมาด่วนจากไปแบบนี้
คนอื่นๆ ก็รู้สึกสลดใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
สร้อยข้อมือของติงเหวินเฉียงที่เต็มไปด้วยรอยร้าว ก็ถูกวางไว้บนที่นั่งว่างตำแหน่งหนึ่งของโต๊ะยาว
เฉาไห่ชวนมองดูกฎกติกาโดยละเอียดของ ‘การตัดสินของพระราชา’ บนหน้าจอขนาดใหญ่ และพยายามสงบสติอารมณ์ลงเล็กน้อย
“ผมจะขอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเกมให้ฟังก่อนก็แล้วกันนะครับ
“ในเกมนี้ มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่ถูกเรียกว่า ‘คนบาป’ ซึ่งก็คือคนที่ต้องเข้าร่วมในเกมการตัดสินด้วยตัวเอง ส่วนพวกเราที่สมัครใจเข้าไป 10 คน จะถูกเรียกว่า ‘ผู้ชม’ ไม่ต้องลงไปเล่นเกมเอง แต่ก็เข้าไปแทรกแซงเหตุการณ์ในสนามได้ยากเช่นกัน
“ตามหมายเลข ผมคือผู้ชมหมายเลข 9 ครับ”
ความจำของผู้กองเฉาถือว่าดีมากทีเดียว แม้บนหน้าจอขนาดใหญ่จะมีแค่กฎของเกม ไม่มีขั้นตอนของเกมอย่างละเอียด แต่เขาก็ยังคงพยายามอย่างเต็มที่ในการอธิบายกระบวนการทั้งหมดของเกมให้ชัดเจนที่สุด
เมื่อได้ฟังผู้กองเฉาเล่ากระบวนการของเกมจนจบ ทุกคนก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
การพูดรวดเดียวเป็นเวลานาน ทำให้เฉาไห่ชวนรู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย เขากลับไปนั่งที่เดิม แล้วดื่มน้ำ
“สรุปก็คือ กระบวนการทั้งหมดของเกมก็เป็นแบบนี้แหละครับ ผมก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มสรุปจากตรงไหนดีเหมือนกัน”
ซูซิ่วเฉินปาดน้ำตาที่หางตา แล้วมองไปทางไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซิน
“ป้าแค่อยากจะถามคำถามเดียว
“พวกเธอสองคน ใครกันแน่ที่โหวตประหารชีวิต?”

0 Comments