บทที่ 51 การตัดสินพระราชา
แปลโดย เนสยังความจริงแล้วหากดูแค่เนื้อหาของเกม การที่ไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินต้องรับการตัดสินอีกครั้ง ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
เพราะเกมในห้องขังที่พวกเขาอยู่นั้น ค่อนข้างปลอดภัยกว่า และการรับการตัดสินสองครั้งก็ยังคงอยู่ในขอบเขตความปลอดภัย
แต่มีคะแนนคัดค้านมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นคะแนนที่มาจากใจจริงด้วย ทำไมกันล่ะ?
ก็เพราะหลินซือจือได้ตีแผ่ปัญหาสำคัญข้อหนึ่งออกมา นั่นก็คือติงเหวินเฉียงเองก็สามารถเข้าไปในห้องขังได้เช่นกัน
แต่เขากลับไม่เข้าไป
ขอเพียงแค่พิจารณาถึงจุดนี้ ไม่ว่าติงเหวินเฉียงจะตัดสินใคร มันก็ไม่ยุติธรรมทั้งนั้น
ในมุมมองของติงเหวินเฉียง เขาคือพระราชา การไม่ต้องรับการตัดสินย่อมสมเหตุสมผล
แต่ในมุมมองของผู้ชม คุณก็เป็นคนบาปเหมือนกัน แถมยังเป็นคนขับรถชนพนักงานส่งอาหารตายโดยตรงอีกต่างหาก ด้วยเหตุผลใดกันถึงไม่ต้องรับการตัดสิน?
อย่างน้อยๆ คุณก็ควรจะเข้าห้องขังหมายเลข 3 ถึงจะไม่ยอมทุบนิ้วตัวเอง ก็ควรจะทนรับโทษหักเวลาวีซ่าสักหน่อยไม่ใช่เหรอ?
ยิ่งไปกว่านั้น การที่รู้ผลโหวตของคนอื่น ก็จะทำให้เกิดอุปาทานหมู่ขึ้นมาโดยธรรมชาติ
“ทุกคนก็คิดว่ามันไม่ยุติธรรม งั้นก็คงจะเริ่มไม่ยุติธรรมแล้วล่ะมั้ง?”
เพราะความคิดเช่นนี้ นอกจากผู้ชมหมายเลข 7 ที่มีทัศนคติเข้มงวดต่อนักโทษและมักจะลงคะแนนเห็นด้วยอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังแล้ว ผู้ชมส่วนใหญ่ต่างก็เปลี่ยนใจกันหมด
แม้ว่าผู้ชมทั้งห้าคนที่เดิมพันฝั่งพระราชาจะอยากให้ติงเหวินเฉียงรีบๆ ฆ่าสี่คนนั้นให้หมดเร็วๆ แต่ภายใต้กลไกการจับเท็จของเกม เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาวีซ่าหนึ่งหมื่นนาทีไปอย่างเปล่าประโยชน์ พวกเขาก็ต้องลงคะแนนเสียงตามความเป็นจริงในใจอยู่ดี
ยกเว้นผู้ชมหมายเลข 1 ที่ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างได้
หลินซือจือลุกขึ้นยืน แล้วหันไปมองในสถานที่จัดเกมอีกครั้ง
ในการโหวตครั้งที่เจ็ด เขาตั้งใจกดโหวตเห็นด้วย ซึ่งเป็นการโหวตที่ขัดกับความรู้สึก จึงทำให้เขาโดนหักเวลาวีซ่าไป 10,000 นาที
เหตุผลที่โหวตแบบนี้ ก็เพราะว่าในครั้งแรก หลินซือจือจงใจโหวตผิดเพื่อทดสอบระบบจับเท็จ ทำให้คะแนนความยุติธรรมโดนหักไป 20 คะแนน
ตอนนี้ที่จงใจโหวตเห็นด้วย ก็เพื่อชดเชย 20 คะแนนนั้นกลับคืนมา
และในการโหวตครั้งที่แปด ความจริงแล้วหลินซือจือก็ตระหนักได้ว่า หากเขายังคงจงใจโหวตเห็นด้วยต่อไป บางทีอาจจะสามารถหยุดยั้งไม่ให้เรื่องบางเรื่องเกิดขึ้นได้
แต่เขาคิดไตร่ตรองจนถึงวินาทีสุดท้าย ก็ยังคงเลือกทำตามเสียงในใจ แล้วกดโหวตคัดค้านไป
เหมือนกับที่บอกไว้ในกฎ นี่คือการตัดสินของผู้อื่น ส่วนเขาเป็นแค่ผู้ชม
ในฐานะผู้ชม เขาคิดว่าตัวเองได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว
แน่นอน เมื่อดูผลโหวตหลังจากนั้น การโหวตเห็นด้วยหรือคัดค้านของเขา ก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีผลอะไรต่อผลลัพธ์ของเกมอยู่ดี
…
10 นาทีผ่านไป เกมการตัดสินในห้องขังหมายเลข 1 สิ้นสุดลง
ไช่จื้อหยวนหอบหายใจรวยรินนอนอยู่บนพื้น ดูเหมือนเรี่ยวแรงที่จะขยับนิ้วก็ยังไม่มีเหลือแล้ว
โชคดีที่เกมการตัดสินในห้องขังหมายเลข 1 เป็นเกมที่ง่ายที่สุด การเล่นหลายครั้งก็แค่เพิ่มความรุนแรงของกระแสไฟฟ้าเท่านั้น ตราบใดที่ไช่จื้อหยวนไม่หยุดพัก ก็จะไม่มีอันตรายมากนัก
แน่นอนว่าเมื่อเล่นไปหลายๆ ครั้ง ความรุนแรงของกระแสไฟฟ้าก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น
หากเปิดเกมอีกสักรอบ ต่อให้ไช่จื้อหยวนหยุดพักแค่เสี้ยววินาที ก็อาจจะถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตตายได้เลย
ส่วนหวังหย่งซินก็รู้สึกว่าสายตาเริ่มมืดมนลง สมองก็เริ่มมึนงงมากขึ้นเรื่อยๆ
เดิมทีเขายังคงคิดหาวิธีรอดชีวิตด้วยความปรารถนาที่จะเอาตัวรอด แต่ไม่นาน สมองของเขาก็ว่างเปล่า และถึงขั้นเริ่มเห็นภาพหลอน
เขาเกร็งตัวตามสัญชาตญาณ ใช้สองมือจับห่วงเชือกพยายามดึงลงมา เพื่อให้ตัวเองมีพื้นที่หายใจมากขึ้น แต่พละกำลังที่สูญเสียไปอย่างรวดเร็วก็ทำให้เขาต้องยอมแพ้ในไม่ช้า
ราวกับเวลาผ่านไปเนิ่นนาน หรืออาจจะแค่เพียงพริบตาเดียว จู่ๆ หวังหย่งซินก็รู้สึกว่าแรงดึงที่คอคลายลง แล้วร่างทั้งร่างก็ร่วงหล่นลงมาตามสัญชาตญาณ
นี่เกือบจะทำให้เขาตายไปแล้ว เพราะห่วงเชือกแค่หย่อนลงมา ไม่ได้ลดระดับลงถึงพื้น
ด้วยแรงโน้มถ่วง ห่วงเชือกที่คอของหวังหย่งซินจึงแทบจะรัดแน่นยิ่งกว่าเดิม เขาทำได้เพียงอาศัยอะดรีนาลีนเค้นพลังเฮือกสุดท้ายออกมา แล้วดิ้นรนให้หลุดพ้นจากห่วงเชือก
จากนั้นเขาก็นอนอยู่บนพื้น และไอออกมาอย่างรุนแรง
ติงเหวินเฉียงมองไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินด้วยสีหน้าซับซ้อน
รอดมาได้ทั้งคู่เลย น่าเสียดายจัง
ถ้ามีใครสักคนตายเพราะอุบัติเหตุ ติงเหวินเฉียงก็คงจะเอามาเป็นข้ออ้าง แล้วในอีก 2 เกมที่เหลือ ก็เอาอีกสองคนที่เหลือไปจัดการให้จบๆ ไปเลย
แต่ตอนนี้ เขาอาจจะถูกบีบให้ต้องเลือกสองจากสามคนแล้วล่ะ
“ลุงติง… ปล่อยผมไปเถอะ… อย่าฆ่าผมเลย ผมขอร้องล่ะ…
“เกมหน้า ผมจะหาทางโอน… เวลาวีซ่า… ที่เหลือทั้งหมดของผม… ให้ลุง…
“ลุงอยากได้เท่าไหร่… ก็ได้เลย… ผมจะไป… ค่อยๆ หา… ผมจะทำงานให้ลุง…”
เสียงของหวังหย่งซินแหบแห้งจนจำแทบไม่ได้ เขาพยายามดิ้นรนเพื่อช่วยตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
“ทนายหลิน… แล้วก็… ผู้กองเฉา… ก็อยู่… ในเกม… นี้ด้วย… เป็นผู้ชม ผมสามารถให้พวกเขา… เป็นคนค้ำประกัน… เป็นพยาน… ได้
“ไม่ว่า… ผู้ชมพวกนั้น… จะให้รางวัลเท่าไหร่… ผมก็ยินดี… จ่ายให้… เป็นสองเท่า…”
ติงเหวินเฉียงหันไปมองไช่จื้อหยวนอีกครั้ง
ตอนนี้โปรแกรมเมอร์จอมคำนวณคนนี้ กลับไม่มีแผนการใดๆ เหลืออยู่เลย เขานั่งซึมอยู่ข้างกลไก ราวกับยอมรับชะตากรรมของตัวเองไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
สองคนนี้ จะเลือกใครดี?
หรือว่า… จะไม่เลือกใครเลย? แล้วไปลุ้นเอาเวลาวีซ่า 500,000 นาทีนั้น?
เวลาของเกมยังพอมีเหลือเฟือ แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การจะคิดเรื่องนี้ให้ตก การพึ่งพาเวลาเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เป็นผล
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงประกาศใหม่ดังขึ้น
ติงเหวินเฉียงเงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง มีผู้ชมเพิ่มเงินให้อีกแล้วงั้นเหรอ?
หรือมีผู้ชมยอมจ่ายเงินให้เขาไม่ต้องฆ่าคน?
ทว่า เนื้อหาในประกาศกลับเป็นสิ่งที่ติงเหวินเฉียงไม่คุ้นเคยอย่างยิ่ง และเขาก็ไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำว่ามันหมายความว่าอย่างไร
[เนื่องจากผลโหวตของผู้ชม คะแนนความยุติธรรมของพระราชาถูกหักลบจนเหลือศูนย์ ทำให้ทริกเกอร์กฎที่ซ่อนอยู่ของ ‘การตัดสินของพระราชา’ แล้ว]
[ตอนนี้ ถึงคราวของนักโทษเป็นผู้ตัดสินพระราชาแล้ว]
[ปุ่มโหวตพิเศษได้ถูกปลดล็อคบนกลไกภายในห้องขังของนักโทษแต่ละคนแล้ว]
[พวกคุณสามารถทำการโหวตแบบไม่ระบุชื่อ เพื่อตัดสินว่าจะให้พระราชาอยู่รอดต่อไป หรือจะถูกประหารชีวิต]
[นักโทษที่เสียชีวิตไปแล้ว จะถูกนับเป็นการโหวตประหารชีวิตโดยอัตโนมัติ]
[เมื่อคะแนนประหารชีวิตเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนนักโทษทั้งหมด พระราชาจะถูกประหารชีวิตในทันที]
[โปรดทราบ! นี่คือโอกาสเดียวในเกมนี้ที่นักโทษจะสามารถตัดสินพระราชาได้]
[การนับถอยหลัง 10 วินาทีเริ่มต้นขึ้น โปรดตัดสินใจเลือกให้ดี]
[10]
[9]
[8]
…
การนับถอยหลังผ่านไปอย่างรวดเร็ว ติงเหวินเฉียงมองดูนักโทษสามคนที่ถูกทรมานจนปางตายและหมดเรี่ยวแรง คลำหาปุ่มลับที่ซ่อนอยู่บนกลไกข้างกายของตน แล้วพยายามกดมันลงไปอย่างยากลำบาก ด้วยใบหน้าซีดเผือด
เขามองไม่เห็นเลยว่าคนพวกนั้นกดปุ่มอะไร หรือกระทั่งยังไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำว่าการกระทำของพวกเขาหมายความว่าอย่างไร
เขาชูคทาในมือขึ้นด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ พยายามจะห้ามพวกเขาไว้ แต่พอกดปุ่มบนคทา กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ท่ามกลางความสิ้นหวังที่ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน สมองของติงเหวินเฉียงก็ขาวโพลนไปหมด
แต่ไม่นานเขาก็คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้: เกินครึ่ง การจะประหารพระราชาต้องได้คะแนนเกินครึ่งของจำนวนนักโทษทั้งหมด!
ไม่ใช่แค่ถึงครึ่ง แต่ต้องเกิน!
จางเผิงที่ตายไปแล้วจะถูกนับเป็นหนึ่งเสียงประหาร เกาจ้านขุยก็ต้องโหวตประหารอย่างแน่นอน
แต่ตราบใดที่ไช่จื้อหยวนกับหวังหย่งซินไม่โหวตประหาร จำนวนเสียงประหารทั้งหมดก็จะไม่เกินครึ่งหนึ่ง และก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไช่จื้อหยวนไม่น่าจะโหวต แล้วหวังหย่งซินล่ะ?
ความเป็นไปได้หลายอย่างผุดขึ้นมาในหัวของติงเหวินเฉียงในชั่วพริบตา แต่ก่อนที่เขาจะทันได้นำความเป็นไปได้เหล่านั้นมาจัดลำดับตามความน่าจะเป็น เสียงประกาศอันเย็นชาก็ดังขึ้นเสียก่อน
[การลงคะแนนเสียงสิ้นสุดลง]
[ผลการลงคะแนนเสียงแบบไม่ระบุชื่อคือ: พระราชาถูกประหารชีวิต]
ติงเหวินเฉียงรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือซ้าย เมื่อก้มหน้าลงมองก็พบว่าสร้อยข้อมือวีซ่าได้ยื่นเข็มออกมาแทงทะลุเส้นเลือดใหญ่ที่ข้อมือของเขา และเส้นสีดำชัดเจนก็กำลังแล่นไปตามหลอดเลือด มุ่งตรงสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว
เขาอ้าปากพะงาบๆ พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับมีเพียงเลือดสีดำทะลักออกมาจากลำคอ
ติงเหวินเฉียงเอามือปิดปากตัวเองไว้ตามสัญชาตญาณ มองดูเลือดสีดำบนฝ่ามือด้วยความตกตะลึง
จากนั้น ร่างของเขาก็หงายหลังล้มตึงลงไป และสิ้นใจในทันที
[พระราชาถูกประหารชีวิต เกม ‘การตัดสินของพระราชา’ ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้]
[ระบบได้ฉีดยาถอนพิษให้กับคนบาปทั้งหมดแล้ว]
[ผู้ชมฝั่งนักโทษเป็นฝ่ายชนะ และจะได้รับเงินเดิมพันทั้งหมด รวมถึงชิปที่ผู้ชมฝั่งพระราชาเล่นได้มาทั้งหมดด้วย]
[เกมสิ้นสุดลง]

0 Comments