บทที่ 49 การตายที่ไม่ได้คาดคิด
แปลโดย เนสยังหวังหย่งซินอึ้งไป จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าติงเหวินเฉียงที่อยู่ตรงหน้านี้ดูแปลกหน้าไป
ห้องขังหมายเลข 3 ยังคงเปิดอยู่
ต่อให้ไม่ยอมทุบนิ้วตัวเอง การเล่นเกมในห้องขังหมายเลข 3 หนึ่งครั้ง ก็แค่หักเวลาวีซ่า 18,000 นาทีเท่านั้น
ต่อให้โดนสองเท่า ก็แค่ 36,000 เท่านั้น
เวลาวีซ่าที่ติงเหวินเฉียงได้จากการให้รางวัลของผู้ชม ก็เพียงพอที่จะครอบคลุมตัวเลขนี้แล้ว
ต่อให้ไม่อยากรับการตัดสินเป็นครั้งที่สอง การยอมเสียเวลาวีซ่า 18,000 นาทีเพื่อแบ่งเบาภาระการตัดสินไปหนึ่งครั้ง ก็ไม่น่าจะเกินไปหน่อยหรือ?
ติงเหวินเฉียงแสดงสีหน้าโกรธเคือง จ้องมองหวังหย่งซิน: “ทำไมคุณถึงมองผมด้วยสายตาแบบนั้น?
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณคอยทำมาตลอดหรอกเหรอ?
“ในฐานะคนรวย คุณแค่ปล่อยเศษเงินร่วงหล่นจากง่ามนิ้ว ก็สามารถทำให้คนจนอิ่มท้องได้ตั้งเท่าไหร่?
“ไวน์แดงที่คุณเปิดแค่ขวดเดียว อาจจะเป็นค่าครองชีพหลายปีของพนักงานส่งอาหารก็ได้
“ถ้าคุณยอมจ่ายประกันสังคมให้พนักงานส่งอาหารเพิ่มคนละร้อยหยวน คนที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์หลายๆ คนก็อาจจะได้รับการรักษา!
“ความช่วยเหลือที่น้อยนิดขนาดนี้ พวกคนรวยอย่างคุณเคยให้ไหมล่ะ?
“ทำไมถึงตาผม ผมถึงต้องมารับเคราะห์แทนพวกคุณด้วย!
“ผมคือพระราชา สถานะพระราชาของผม ผมก็ใช้ความสามารถแลกมา เป็นสิ่งที่ผมแลกมาด้วยการก้าวเดินทีละก้าว!
“ด้วยเหตุผลใดที่ผมจะต้องเข้าห้องขัง ไปรับการตัดสินเหมือนกับพวกคุณด้วย?
“เวลาวีซ่าหนึ่งหมื่นนาทีก็ดี หนึ่งร้อยนาทีก็ดี มันก็คือสิ่งที่ผมหามาด้วยตัวเอง ต่อให้จะหามาได้ง่ายแค่ไหนก็เถอะ ผมมีเหตุผลอะไรที่จะต้องยอมเสียมันไปเพื่อช่วยคนอื่นด้วย?
“ลองให้คุณมาเป็นพระราชาบ้างสิ คุณจะสามารถเสียสละตัวเองอย่างสูงส่งและยุติธรรม เพื่อรับการตัดสินแทนนักโทษคนอื่นๆ ได้ไหมล่ะ?
“ผมไม่เชื่อหรอก ถ้าคุณเป็นคนแบบนั้น คุณก็คงไม่ถูกโถงระเบียงลากเข้ามาในเกมนี้หรอก!”
หวังหย่งซินอ้าปากค้าง ชั่วขณะหนึ่งก็ถึงกับเถียงไม่ออก
เดิมทีเขากำลังจะตอบไปตามสัญชาตญาณว่า “ฉันทำได้สิ” แต่ประโยคสุดท้ายของติงเหวินเฉียงก็ทำให้เขาต้องกลืนคำพูดนั้นกลับลงคอไป
จริงด้วย ดูเหมือนเขาจะไม่มีสิทธิ์ไปสั่งให้ติงเหวินเฉียงต้องเสียสละอะไรเลย
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเวลาวีซ่า 18,000 นาทีก็ตามที
[ผู้ชมหมายเลข 1 ให้รางวัลเวลาวีซ่า 3,000 นาที แก่ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: พูดได้ดี!]
[ผู้ชมหมายเลข 7 ให้รางวัลเวลาวีซ่า 2,000 นาที แก่ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: เห็นด้วย]
ติงเหวินเฉียงราวกับได้ตัดสินใจอะไรบางอย่าง ในตอนนี้เหลือเพียงเขาคนเดียวที่เป็นอิสระ ส่วนนักโทษอีกสี่คนถูกขังอยู่ในห้องขังของแต่ละคนแล้ว
ติงเหวินเฉียงเดินไปที่ห้องขังหมายเลข 5 ของจางเผิง แล้วเปิดเกมการตัดสินอีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบเฉย
…
หลินซือจือพิงพนักเก้าอี้ พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ
มาถึงขั้นนี้ เขาทำดีที่สุดแล้ว
คนออกแบบเกมนี้ถือว่าค่อนข้างมีความเมตตา ที่จงใจทิ้งทางรอดสำหรับทุกคนเอาไว้ในเกม และทางรอดนี้ก็ไม่ได้ทำยากเย็นอะไรนัก
แน่นอน อาจจะไม่ใช่เพราะคนออกแบบมีความเมตตา แต่เป็นเพราะความอคติของผู้รอดชีวิต: เกมที่ไม่มีทางรอดเลยย่อมไม่ผ่านการตรวจสอบของโถงระเบียง และยิ่งไม่มีทางได้รับเลือก
แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ทางรอดนี้ก็มีอยู่จริง และหลินซือจือก็ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว
ชีวิตของคนทั้งสี่นี้ ในท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับติงเหวินเฉียง
ในฐานะผู้ชม หลินซือจือไม่สามารถลงไปเล่นเกมเองได้ เขาจึงทำได้เพียงแค่นี้
ผู้ชมหมายเลข 1 ถือว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือยากจริงๆ
ถ้าหลินซือจือไม่ทำอะไรเลย ผู้ชมหมายเลข 1 ก็คงจะยุยงให้ติงเหวินเฉียงทำการตัดสินเกาจ้านขุยเป็นครั้งที่สามจนเกาจ้านขุยตายไปแล้ว
และหลังจากที่ฆ่าเกาจ้านขุยได้แล้ว ติงเหวินเฉียงก็จะยิ่งถลำลึกมากขึ้น
เมื่อถึงเวลานั้น ผู้ชมหมายเลข 1 ค่อยโยนความลับของจางเผิงออกมา และเพิ่มความรู้สึกผิดจากการที่ฆ่าเกาจ้านขุยเข้าไปด้วย เขาก็จะสามารถควบคุมติงเหวินเฉียงให้ฆ่าจางเผิงได้อย่างง่ายดาย
แล้วก็ค่อยๆ ผลักดันให้พระราชาฆ่านักโทษมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อกอบโกยผลประโยชน์ให้กับผู้ชมฝั่งพระราชาให้ได้มากที่สุด
แน่นอน หลินซือจือไม่รู้ว่าผู้ชมหมายเลข 1 มองเห็นข้อความซ่อนเร้นในวิดีโอเทปของจางเผิงหรือไม่ แต่จากพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของผู้ชมหมายเลข 1 เขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ฉลาดและอันตรายมาก การจะเสี่ยงปล่อยผ่านไปคงไม่ใช่เรื่องดีแน่
หากปล่อยให้สถานการณ์เดินมาถึงจุดนั้น ฝั่งนักโทษก็ต้องแพ้อย่างแน่นอน
ข้อความลับของจางเผิงก็เหมือนกับเบี้ยตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพระราชาหรือฝั่งนักโทษก็สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ เพียงแต่จังหวะในการนำออกมาใช้มันต่างกัน
หลินซือจือทำได้เพียงชิงลงมือแฉจางเผิงก่อน ด้านหนึ่งก็เพื่อทำลายจังหวะของผู้ชมหมายเลข 1 และอีกด้านหนึ่งก็เพื่อซื้อเวลา ในการเกลี้ยกล่อมติงเหวินเฉียงให้เข้าห้องขัง
ถ้าเป็นแบบนั้น ทั้งห้าคนก็สามารถรอดชีวิตได้
แต่น่าเสียดาย หลินซือจือไม่ใช่พระเจ้า และเขาก็ไม่สามารถควบคุมความคิดของติงเหวินเฉียงได้
[โปรดทำการลงคะแนนเสียงให้กับความยุติธรรมของการกระทำของพระราชา]
[ผลการลงคะแนนเสียงคือ ×√×√××√√××]
[คะแนนความยุติธรรมรอบสุดท้าย: -20]
[ขอขอบคุณสำหรับการประเมินของคุณ!]
คะแนนความยุติธรรมของผู้ชมยิ่งลดต่ำลงอีก
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า สำหรับผู้ชมที่รู้สึกจากใจจริงว่าจางเผิงเป็นคนเลวทราม การเริ่มต้นการตัดสินครั้งที่สองจึงถือเป็นเรื่องยุติธรรม
แต่ก็มีบางคนที่คิดว่า เมื่อพิจารณาจากระดับความอันตรายของเกมนี้ที่สูงกว่าเกมก่อนหน้านี้มาก การตัดสินจางเผิงเป็นครั้งที่สองในตอนนี้นั้นไม่ยุติธรรม ท้ายที่สุดแล้วบทลงโทษในเกมของไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินก็เบากว่า แต่กลับได้รับการตัดสินเพียงครั้งเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวติงเหวินเฉียงเองก็ไม่ได้เข้าไปในห้องขังด้วย
…
ในห้องขังหมายเลข 5 เสียงโอดครวญของจางเผิงยังคงดังขึ้นเป็นระยะๆ
ติงเหวินเฉียงหน้าตึงและเลือกที่จะไม่มองเขา
ไอ้หนุ่มผมเหลืองคนนี้ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ โดนตะปูแค่ไม่กี่ตัวแท้ๆ กลับร้องซะดังกว่าโดนเชือดหมูซะอีก
ผ่านไปพักหนึ่ง ในที่สุดเสียงร้องก็เงียบลง
ติงเหวินเฉียงหันไปมอง และต้องตกใจเมื่อพบว่าเกมการตัดสินยังไม่จบ
ปืนยิงตะปูยังคงทำเสียง “ปั้ก” “ปั้ก” ต่อไป ยิงตะปูทีละนัดใส่เป้าหมายหรือร่างของจางเผิง
แต่มีตะปูตัวหนึ่งที่ฝังเข้าที่กลางหน้าผากของจางเผิงพอดิบพอดี และไอ้หนุ่มผมเหลืองคนนี้ก็สิ้นใจไปแล้ว
สมองของติงเหวินเฉียงขาวโพลนไปชั่วขณะ
จางเผิงตายแล้ว
เขาไม่คิดเลยว่าจางเผิงจะตายง่ายดายขนาดนี้ เพราะเกมการตัดสินก่อนหน้านี้ทั้งหมด อย่างน้อยก็สามารถเล่นได้อย่างปลอดภัยถึงสองครั้ง
เกาจ้านขุยกลิ้งออกมาจากกลไกหญิงสาวพรหมจารีเหล็กเป็นครั้งที่สองในสภาพเลือดอาบไปทั้งตัว แต่ตอนนี้เขาก็ยังคงมีชีวิตอยู่
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เกมในห้องขังหมายเลข 5 แตกต่างจากห้องขังอื่นๆ มันเป็นเกมที่ต้องพึ่งพาดวงอย่างมาก
ในทางทฤษฎีแล้ว เกมเหล่านี้เมื่อเล่นไปถึงครั้งที่สามถึงจะเป็นอันตรายต่อชีวิต
แต่ถ้ามีตะปูบังเอิญยิงโดนกลางหน้าผากพอดีล่ะก็ ความน่าจะเป็นและจำนวนครั้งก็ไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป
[ผู้ชมหมายเลข 1 ให้รางวัลเวลาวีซ่า 4,000 นาที แก่ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: สมควรตายแล้ว]
[ผู้ชมหมายเลข 7 ให้รางวัลเวลาวีซ่า 3,000 นาที แก่ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: คุณไม่ผิดหรอก]
[ผู้ชมหมายเลข 2 ให้รางวัลเวลาวีซ่า 5,000 นาที แก่ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: เขาดวงซวยเอง]
ติงเหวินเฉียงมองดูบันทึกบนหน้าจอ
[จำนวนครั้งของการตัดสินที่ทำสำเร็จ: 6/10]
เขารู้สึกแปลกๆ ในใจ การตายของจางเผิงดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะเทือนใจอะไรมากนัก กลับทำให้เขารู้สึกสงบลงเสียมากกว่า
“เหลืออีก 4 ครั้ง”
ติงเหวินเฉียงเดินอย่างเหม่อลอยมาที่ห้องขังหมายเลข 4 มองดูเกาจ้านขุยที่ยังคงนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น
ครู่ต่อมา เขาก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องขังหมายเลข 1 และห้องขังหมายเลข 2
ตอนนี้มีปัญหาที่เห็นได้ชัดอยู่ข้อหนึ่ง: ยังขาดการตัดสินอีก 4 ครั้ง หากให้เกาจ้านขุยเล่นเกมอีกครั้งก็มีโอกาสสูงมากที่เขาจะตาย หากเป็นแบบนั้นก็ยังเหลือการตัดสินอีก 3 ครั้ง
พูดอีกอย่างก็คือ ไม่ว่าจะยังไง ไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินก็ต้องเล่นเกมอีกอย่างน้อยคนละ 1 ครั้ง
“ขอโทษนะ”
ติงเหวินเฉียงกดเปิดเกมการตัดสินในห้องขังหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ตามลำดับ
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะเก็บปัญหาที่ยากที่สุดไว้ทีหลัง: ให้ไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินเล่นเกมครั้งที่สองให้เสร็จก่อน ส่วนการตัดสินสองครั้งสุดท้าย ค่อยมาเลือกอีกทีว่าจะเอาใครในสามคนนี้
ไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เตรียมตัวให้พร้อมอีกครั้ง

0 Comments