บทที่ 46 การลงคะแนนเสียงเรื่องความยุติธรรม
แปลโดย เนสยังเมื่อเห็นเนื้อหาของเกมในห้องขังหมายเลข 5 และห้องขังหมายเลข 6 จางเผิงก็รู้สึกมือเท้าเย็นเฉียบ
ห้องขังทั้งหกห้องนี้ โดยรวมแล้วยิ่งอยู่หลังๆ ก็ยิ่งอันตรายจริงๆ ด้วย
เป้าในห้องขังหมายเลข 5 ดูคร่าวๆ แล้วน่าจะเป็นรูปร่างคนขนาดใหญ่ เมื่อกะด้วยสายตาแล้ว น่าจะมีพื้นที่มากกว่าภาพฉายด้านหน้าของคนปกติประมาณ 4 เท่า
พูดอีกอย่างก็คือ การที่ปืนยิงตะปูยิงสุ่มในพื้นที่นี้ จะมีความน่าจะเป็นเกือบหนึ่งในสี่ที่จะยิงโดนคน
ยิ่งไปกว่านั้น อานุภาพของปืนยิงตะปูก็ไม่เหมือนกับหญิงสาวพรหมจารีเหล็กในห้องขังหมายเลข 4 ด้วย
เข็มของหญิงสาวพรหมจารีเหล็กหลีกเลี่ยงตำแหน่งสำคัญๆ อย่างศีรษะและอวัยวะภายใน แถมตัวเข็มเองก็ไม่ได้หนามากนัก
แม้เกาจ้านขุยจะถูกแทงจนเลือดอาบไปทั้งตัว แต่ก็พอมองออกว่า ความจริงแล้วเขาไม่ได้ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงถึงชีวิตเลย
แต่ปืนยิงตะปูนั้นไม่เหมือนกัน ถ้าเกิดของพรรค์นี้ยิงเข้าที่หัวใจ หลอดเลือดแดง หรือดวงตาซึ่งเป็นจุดสำคัญล่ะก็ มีโอกาสสูงมากที่จะตายในทันที
ส่วนห้องขังหมายเลข 6 ก็คือการพึ่งพาดวงล้วนๆ
ในเมื่อเป็นการสุ่ม ก็อาจจะสุ่มได้กลไกที่ค่อนข้างง่าย หรืออาจจะสุ่มได้กลไกที่อันตรายมากๆ ก็ได้
หากจำเป็นต้องเลือกหนึ่งในสอง ห้องขังหมายเลข 6 ก็ยังดีกว่าห้องหมายเลข 5 อยู่ดี แต่ข่าวดีก็คือ จางเผิงยังมีทางเลือกที่ปลอดภัยกว่านั้นอีกหนึ่งทาง
นั่นก็คือห้องขังหมายเลข 3 ที่ยังไม่ได้ถูกใช้งาน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ถูมือด้วยความกังวลเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นอย่างระมัดระวัง: “ลุงติงครับ ไม่มีทางเลือกแล้ว ให้ผมเข้าห้องขังหมายเลข 3 เถอะครับ
“ลุงติงดูสภาพผมสิ ผมไม่น่าจะเป็นพวกที่ยอมผลาญเวลาวีซ่าไปเยอะๆ ได้หรอก ลุงวางใจเถอะครับ ถ้าเกิดมีใครตกอยู่ในอันตรายจริงๆ ผมจะยอมทุบนิ้วตัวเองเพื่อช่วยเขาอย่างแน่นอนครับ”
ติงเหวินเฉียงมองจางเผิงตั้งแต่หัวจรดเท้า: “จริงเหรอ?”
จางเผิงพยักหน้ารัวๆ: “แน่นอนสิครับลุงติง ต้องเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว!
“อีกอย่าง นี่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ยังไงห้องขังพวกนี้ก็ต้องมีคนเข้าไปอยู่ดี
“ถึงผมจะไม่ได้เป็นคนดีอะไร แต่ก็คงไม่เลวร้ายถึงขั้นต้องตายหรอกมั้งครับ…”
ติงเหวินเฉียงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ: “ก็จริง”
ทว่าในขณะที่เขากำลังจะส่งจางเผิงเข้าไปในห้องขังหมายเลข 3 เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น
[ผู้ชมหมายเลข 1 ให้รางวัลเวลาวีซ่า 8,000 นาที แก่ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: ห้องขังหมายเลข 4 ครั้งละหนึ่งหมื่น]
ติงเหวินเฉียงชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ตกอยู่ในความลังเล
ส่วนจางเผิงกลับมีดวงตาเป็นประกาย
ใช่สิ ยังทำแบบนี้ได้ด้วยนี่นา!
ไม่รู้ว่าผู้ชมหมายเลข 1 ท่านนี้ คือผู้ใจบุญท่านไหนกันนะ?
เขาส่งสายตาขอบคุณไปยังผู้ชมหมายเลข 1 แต่น่าเสียดายที่มองผ่านกระจกมองด้านเดียวไปไม่เห็นว่าข้างในนั้นเป็นใครกันแน่
เกมนี้แค่กำหนดให้ต้องทำการตัดสินให้ครบ 10 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าต้องแบ่งให้ผู้เล่นทุกคนเท่าๆ กันนี่นา?
ในทางทฤษฎีแล้ว ถ้ามีนักโทษคนไหนดวงแข็งพอ รับการตัดสินคนเดียว 10 ครั้งรวด ก็ถือว่าผ่านด่านได้เหมือนกัน
การตัดสินจะไปตกอยู่ที่ใคร มันก็ขึ้นอยู่กับคำสั่งของติงเหวินเฉียงในฐานะพระราชาเพียงคำเดียวเท่านั้น
เมื่อเห็นติงเหวินเฉียงยังคงลังเลอยู่ จางเผิงก็รีบลดเสียงลงแล้วพูดว่า: “ลุงติง ยังมีอะไรต้องลังเลอีกเหรอครับ? ครั้งละหนึ่งหมื่นเลยนะ!”
ติงเหวินเฉียงมีสีหน้าต่อต้าน: “แต่ว่า การทำแบบนี้มันจะไม่ค่อยยุติธรรมหรือเปล่า?”
จางเผิงรีบส่ายหน้าทันที: “ยุติธรรมเหรอ? ลุงติงครับ เกมในโถงระเบียงนี้ มีเกมไหนที่ยุติธรรมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์บ้างครับ? หือ? มีไหมล่ะ?
“ชุมชนของเรามีคนนึงเล่นเกมโป๊กเกอร์สีเลือดแค่ตาก็ได้เวลาวีซ่าไปตั้งเป็นแสนกว่านาที ส่วนผมได้มาแค่ 3 หมื่นกว่า แบบนี้มันเรียกว่ายุติธรรมไหมล่ะ?
“ในโลกความเป็นจริง บางคนเกิดมาพร้อมกับมรดกหลายร้อยล้าน ใช้ชีวิตเสเพลทั้งชาติก็ใช้ไม่หมด แต่บางคนแค่เดินอยู่บนถนน ก็ถูกของตกใส่หัวตาย
“แบบนี้เรียกว่ายุติธรรมเหรอ?
“อีกอย่าง เกมนี้มันชื่ออะไร? การตัดสินของพระราชา ลุงคือพระราชานะครับ
“นักโทษมีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้องความยุติธรรมจากพระราชา?
“กฎของเกมก็บอกใบ้ไว้แล้ว ว่าลุงมีอำนาจสูงสุดในเกมนี้ สถานะนี้ลุงก็ใช้ความสามารถแลกมา ในเมื่อกฎของเกมอนุญาต แล้วทำไมจะทำไม่ได้ล่ะครับ?”
เมื่อเห็นติงเหวินเฉียงยังคงลังเล จางเผิงก็เร่งเร้า: “ลุงติง ลุงลองคิดดูสิ คนอย่างพวกเราทำไมถึงต้องตกระกำลำบากมาอยู่จุดต่ำสุดของสังคม?
“ก็ไม่ใช่เพราะความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ไม่มีความหมายพวกนั้นหรอกเหรอ!
“ลุงดูพวกคนรวยพวกนั้นสิ พวกเขาจะมานั่งรู้สึกผิดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ไหมล่ะ?”
ในตอนนั้นเอง เสียงประกาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ผู้ชมหมายเลข 7 ให้รางวัลเวลาวีซ่า 6,000 นาที แก่ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: ห้องขังหมายเลข 4 หนึ่งหมื่น]
ในที่สุดติงเหวินเฉียงก็ตัดสินใจได้: “นายพูดถูก ฉันคือพระราชา ฉันอยากจะตัดสินใคร ก็สามารถตัดสินคนนั้นได้!
“คนเลวๆ อย่างมัน ถูกตัดสินอีกสักรอบ ก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็กลับไปที่หน้าห้องขังหมายเลข 4 อีกครั้ง แล้วกดที่แผงควบคุมเกม
เกาจ้านขุยเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แต่เขาก็รีบเก็บเศษผ้าบนพื้นขึ้นมาพันตัวเองให้แน่นเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว
ติงเหวินเฉียงหันหน้าหนี ไม่อยากมอง
สาเหตุที่เขาตัดสินใจแบบนี้ นอกจากคำชักชวนของจางเผิงและการให้รางวัลจากผู้ชมสองคนแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ: นักโทษย่อมมีความสนิทสนมและห่างเหินต่างกัน
ไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซิน ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ถือว่าเป็นผู้เล่นจากชุมชนที่ 17 เหมือนกัน ต้องเจอกันอยู่เป็นประจำ
หลังจากจบเกมนี้ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำงานร่วมกันในชุมชน
หากทำร้ายสองคนนี้จนย่ำแย่ ตัวเขาเองก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกโดดเดี่ยวในชุมชน
แต่เกาจ้านขุยนั้นต่างออกไป ที่นี่ไม่มีใครสนใจเขา
ต่อให้เกาจ้านขุยจะตายในเกม ไช่จื้อหยวนและหวังหย่งซินก็คงไม่พูดอะไร กลับจะรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาทั้งสองคนก็คือผู้ได้รับผลประโยชน์โดยตรง
…
[โปรดทำการลงคะแนนเสียงให้กับความยุติธรรมของการกระทำของพระราชา]
เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง หลินซือจือกดปุ่ม 『×』 อย่างเงียบๆ
ผลการลงคะแนนเสียงออกมาเร็วขึ้นเรื่อยๆ อาจจะเป็นเพราะผู้ชมส่วนใหญ่ตระหนักได้แล้วว่า การลงคะแนนเสียงจริงๆ แล้วไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เลือกตามสัญชาตญาณก็พอ เพราะมันมีกลไกจับเท็จอยู่
การคิดมากไม่เพียงแต่ไม่มีความหมาย แต่ถ้าเกิดโหวตผิดแล้วโดนหักเวลาวีซ่า มันจะได้ไม่คุ้มเสีย
[ผลการลงคะแนนเสียงคือ ××××××√×××]
[คะแนนความยุติธรรมรอบสุดท้าย: -80]
[ขอขอบคุณสำหรับการประเมินของคุณ!]
หลินซือจือมองดูผลการประเมิน แม้จะไม่รู้ว่าผู้ชมเหล่านี้เป็นใครกันบ้าง แต่เมื่อนำผลการลงคะแนนเสียงหลายๆ ครั้งมาเปรียบเทียบกัน ก็ยังพอจะมองเห็นเบาะแสอะไรได้บ้าง
อย่างเช่น ผู้ชมหมายเลข 1 แม้ว่าเขาจะเป็นตัวการสำคัญที่คอยยุยงติงเหวินเฉียง แต่เขาก็ยังคิดว่ามันไม่ยุติธรรม
นี่แสดงให้เห็นว่า การกระทำของผู้ชมหมายเลข 1 นั้นเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ล้วนๆ
เขาได้เดิมพันกับฝ่ายพระราชาไปแล้ว ดังนั้นการปล่อยให้ติงเหวินเฉียงฆ่านักโทษ ก็จะทำให้เขาได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติม
ผู้ชมหมายเลข 3 ค่อนข้างมีความเมตตา เมื่อเห็นนักโทษได้รับโทษหนักๆ ก็มักจะเลือกกด ×
ส่วนผู้ชมหมายเลข 7 นั้นน่าสนใจมาก เขาเลือก √ แต่ไม่ได้ไปทริกเกอร์กลไกจับเท็จของเกม นี่แสดงว่าเขาเชื่อจากใจจริงว่าสิ่งที่ติงเหวินเฉียงทำนั้นถูกต้องแล้ว คนอย่างเกาจ้านขุยสมควรโดนตัดสินสองครั้งติด
ดูคล้ายๆ กับพวกชาวเน็ตที่ชอบตัดสินคดีในอินเทอร์เน็ต เริ่มต้นก็ประหารชีวิตเลยอะไรทำนองนั้น
…
กลไกหญิงสาวพรหมจารีเหล็กเปิดออกอีกครั้ง เกาจ้านขุยล้มตัวลงนอนตัวแข็งทื่อ
[เวลาวีซ่า 60,000 นาทีได้ถูกชำระให้กับผู้เล่นแล้ว]
ครั้งนี้ เขานอนหมอบอยู่บนพื้นเป็นเวลานาน กว่าจะพอหายใจได้สะดวกขึ้นมาบ้าง
พยายามจะแกะผ้าที่พันหัวออก แต่มือที่เต็มไปด้วยเลือดก็ตกลงไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
ตามกฎของเกม เกมการตัดสินในแต่ละห้องขังจะยิ่งอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจำนวนครั้งเพิ่มขึ้น
การจ่ายเวลาวีซ่าครั้งแรกคือ 30,000 ครั้งที่สองคือ 60,000
นี่หมายความว่าจำนวนเข็มในครั้งที่สองก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเช่นกัน จาก 30 ครั้งกลายเป็น 60 ครั้ง
จากสถานการณ์ในตอนนี้ การเสียเลือดของเกาจ้านขุยได้มาถึงจุดที่ค่อนข้างอันตรายแล้ว
หากต้องเข้าสู่เกมการตัดสินอีกครั้ง และจำนวนเข็มเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอีก เกาจ้านขุยก็มีโอกาสสูงมากที่จะตายอยู่ข้างในนั้นเลย
[ผู้ชมหมายเลข 7 ให้รางวัลเวลาวีซ่า 4,000 นาที แก่ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: คุณทำถูกแล้ว]
[ผู้ชมหมายเลข 1 ให้รางวัลเวลาวีซ่า 2,000 นาที แก่ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: ทำต่อไป]
[ผู้ชมหมายเลข 3 ให้รางวัลเวลาวีซ่า 1,000 นาที แก่ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: หยุด]
ข้อความที่ทยอยกันส่งเข้ามา ทำให้สมองของติงเหวินเฉียงที่เดิมทีก็สับสนวุ่นวายอยู่แล้ว ยิ่งสับสนวุ่นวายหนักเข้าไปอีก
โชคดีที่ข้อความเหล่านี้ไม่ได้มีแค่เสียงประกาศ แต่ยังแสดงเป็นข้อความบนหน้าจอขนาดใหญ่ด้วย เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ
การให้รางวัลครั้งใหม่ของผู้ชมหมายเลข 1 และผู้ชมหมายเลข 7 ไม่ใช่แค่การส่งข้อความ แต่ยังเป็นการจ่ายเงินงวดสุดท้ายตามสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ด้วย
เวลาวีซ่าที่พวกเขาให้ก่อนหน้านี้กับครั้งนี้รวมกัน ก็เท่ากับ 10,000 นาทีพอดี
ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้ผู้ชมฝั่งนักโทษก็น่าจะตระหนักถึงเรื่องหนึ่งได้แล้ว:
ผู้ชมที่อยู่ฝั่งพระราชา มีความต้องการที่จะให้รางวัลมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เหตุผลก็ง่ายมาก: พวกเขาสามารถได้รับผลประโยชน์จากการกระทำนี้มากกว่านั่นเอง

0 Comments