บทที่ 41 การประเมิน
แปลโดย เนสยังหลังจากเดินผ่านทางเดินยาว 45 เมตรมาได้ ในที่สุดทั้งห้าคนก็มาถึงพื้นที่เดียวกัน ซึ่งก็คือบริเวณทางเข้าสถานที่จัดเกมอย่างเป็นทางการ
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
หวังหย่งซินประคองไช่จื้อหยวน และปล่อยให้เขานั่งพิงกำแพงพักผ่อน
เพียงแต่สภาพของหวังหย่งซินเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก ความสงบนิ่งและความมั่นใจที่มีอยู่แต่เดิมหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงหยาดเหงื่อที่เต็มใบหน้าและสภาพอันน่าเวทนาเท่านั้น
เสื้อสูทของเขาก็มีเลือดซึมออกมาเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้สาหัสเท่ากับไช่จื้อหยวน
ไช่จื้อหยวนส่ายหน้า: “ยังไหว ไม่เป็นไรมากหรอก น่าจะยังไม่ตาย”
หวังหย่งซินมองไปที่ติงเหวินเฉียง มีคำพูดที่อยากจะพูดแต่สุดท้ายก็เงียบไป และทำเพียงถอนหายใจออกมาเบาๆ
เขาก็ไม่มีจุดยืนที่จะไปตำหนิอีกฝ่ายจริงๆ นั่นแหละ
ท้ายที่สุดแล้ว ในเกม ‘โป๊กเกอร์สีเลือด’ หลังจากที่หวังหย่งซินกลับเข้าไปในห้องแลกชิปและค้นพบความลับของเครื่องแลกชิป เดิมทีเขาก็สามารถออกจากห้องมาเพื่อแบ่งปันข่าวสารนี้ให้คนอื่นๆ รู้ได้ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทำ
หวังหย่งซินเงยหน้าขึ้นมองสถานที่จัดเกม เตรียมพร้อมที่จะตั้งใจฟังกฎกติกาอย่างเป็นทางการของเกม
ที่บริเวณศูนย์กลางของสถานที่ มีหน้าจอแสดงผลสี่ด้านขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ด้านล่างยังมีเครื่องเล่นวิดีโอแบบเก่าที่สามารถเล่นวิดีโอเทปได้อีกด้วย
ตรงหน้าเครื่องเล่นวิดีโอ มีตู้กระจกล็อคกุญแจตั้งอยู่ ภายในมีมงกุฎหนึ่งใบ คทาสีทองหนึ่งด้าม และวิดีโอเทปห้าม้วนที่ถูกล็อคแยกไว้ในแต่ละช่อง
[ติงเหวินเฉียงได้รับสถานะ ‘พระราชา’ แล้ว โปรดสแกนวีซ่าเพื่อดำเนินการเกมต่อไป]
เดิมทีติงเหวินเฉียงมองไปทางไช่จื้อหยวนด้วยสีหน้าที่แฝงไปด้วยความลังเล ดูเหมือนกำลังคิดอยู่ว่าจะเข้าไปปลอบหรือขอโทษดี พอได้ยินเสียงแจ้งเตือนเขาก็เลยยังตอบสนองไม่ทันในทันที
และในตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนร่างกำยำใบหน้าดุดันอย่างเกาจ้านขุย ก็ได้เบียดติงเหวินเฉียงออกไปก่อนก้าวหนึ่ง แล้วยื่นสร้อยข้อมือของตัวเองไปยังบริเวณสำหรับสแกนวีซ่า
[ตรวจพบพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎ]
เสียงกระแสไฟฟ้ารุนแรงดังขึ้น เกาจ้านขุยรีบชักมือซ้ายกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งเสียงร้องลั่น
“อ๊ากกกก”
เขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ที่สร้อยข้อมือบริเวณข้อมือซ้ายสามารถมองเห็นประกายไฟสีฟ้าได้อย่างชัดเจน
[ผู้ฝ่าฝืนกฎจะถูกหักเวลาวีซ่าห้าหมื่นนาที หากฝ่าฝืนอีกครั้งจะได้รับการลงโทษให้ตายในทันที]
ติงเหวินเฉียงตกใจไปเล็กน้อยเมื่อครู่นี้ แต่ตอนนี้เขากลับส่ายหน้าอย่างขำๆ
คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีไอ้โง่แบบนี้อยู่ด้วย
เกมเหล่านี้ล้วนผ่านการตรวจสอบจากโถงระเบียงมาแล้ว และถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ย่อมไม่มีช่องโหว่พื้นๆ ที่เห็นได้ชัดเจนอย่างแน่นอน การที่คิดจะฉวยโอกาสด้วยวิธีแบบนี้ ช่างโง่เขลาเสียจริงๆ
ติงเหวินเฉียงเดินเข้าไป แล้วยื่นสร้อยข้อมือของตัวเองไปที่บริเวณสำหรับสแกนวีซ่า
เสียง “กริ๊ก” ดังขึ้น ตู้กระจกถูกปลดล็อค
ตามมาติดๆ บนหน้าจอก็ปรากฏคำอธิบายเกมขึ้นมาอีกครั้ง
[คทาที่อยู่ตรงหน้าคุณคืออุปกรณ์พิเศษสำหรับพระราชา เมื่อคุณยื่นข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผลตามขั้นตอนของเกม แล้วนักโทษอีกสี่คนปฏิเสธที่จะทำตาม ให้กดปุ่มบนคทาเพื่อลงโทษนักโทษด้วยการช็อตไฟฟ้าได้ทันที]
[บนวิดีโอเทป ได้บันทึกความผิดของคนบาปแต่ละคนเอาไว้]
[ในสถานที่จัดเกม มีห้องขัง 6 ห้องที่แตกต่างกัน แต่ละห้องจะมีการลงโทษที่แตกต่างกัน]
[คุณสามารถเลือกขังคนบาปคนใดคนหนึ่งไว้ในห้องขังห้องใดก็ได้เพื่อทำการตัดสิน แต่โปรดทราบ:]
[ห้องขังหมายเลข 1 และ 2 จะถูกปลดล็อคเป็นค่าเริ่มต้น เมื่อห้องใดห้องหนึ่งในนั้นถูกใช้งาน ห้องขังหมายเลข 3 จึงจะถูกปลดล็อค และเรียงลำดับไปเรื่อยๆ]
[เวลาเริ่มต้นสำหรับการตัดสินคนบาปหนึ่งครั้งในแต่ละห้องขังคือ 10 นาที เมื่อจำนวนครั้งเพิ่มขึ้น การตัดสินก็จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน]
[ในห้องขังส่วนใหญ่ เมื่อทำการตัดสินเป็นครั้งที่ 3 นักโทษก็จะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต]
[เมื่อห้องขังกับนักโทษถูกผูกเข้าด้วยกันแล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก โปรดเลือกห้องขังอย่างระมัดระวัง เพื่อทำการตัดสินคนบาปอย่างยุติธรรม]
[เมื่อเกิดสองกรณีนี้ขึ้น เกมจะสิ้นสุดลง:]
[1. ทำการตัดสินครบ 10 ครั้ง ในตอนนี้หากยังมีเวลาเหลืออยู่ พระราชาสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระว่าจะยุติเกมในทันที หรือจะดำเนินต่อไปจนกว่าการนับถอยหลังจะสิ้นสุดลง]
[2. เกิดสถานการณ์พิเศษใดๆ ที่ทำให้เกมไม่สามารถดำเนินต่อไปได้]
[หลังจากที่เกมสิ้นสุดลง พวกคุณจะได้รับการฉีดยาถอนพิษและได้รับอิสรภาพกลับคืนมา]
[สุดท้ายนี้ นี่คือคำเตือนที่อาจจะไม่เข้าหูสำหรับพระราชา:]
[ไม่ว่าก่อนหน้านี้คุณจะเป็นคนแบบไหน หรือมีทัศนคติต่อโลกใบนี้อย่างไร หลังจากที่ได้เป็นพระราชาแล้ว คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะสวมบทบาทของตัวเองให้ดี:]
[คุณจะต้องหาคำแนะนำที่ถูกต้องท่ามกลางเสียงอันสับสนวุ่นวายเหล่านั้นให้พบ จากนั้นก็จงใช้หัวใจที่ยุติธรรมและเมตตาปรานี ไปกำหนดชะตากรรมของผู้อื่นและของตัวคุณเอง เพราะนี่คือหน้าที่ของพระราชานั่นเอง]
[ตอนนี้ ในฐานะพระราชา โปรดหยิบวิดีโอเทปของตัวเองออกมา แล้วเปิดเผยความผิดของตัวเองให้ทุกคนได้รับรู้เป็นอันดับแรก]
เสียง “ป๊อก” ดังขึ้น ฝากระจกของวิดีโอเทปม้วนหนึ่งก็เด้งเปิดออกโดยอัตโนมัติ บนวิดีโอเทปมีตัวอักษรสามตัวเขียนไว้ว่า: ติงเหวินเฉียง
…
ลำโพงในห้องของหลินซือจือเริ่มเปิดเสียงประกาศที่ผู้ชมเท่านั้นจะได้ยินอย่างต่อเนื่อง
[ผู้ชมหมายเลข 10 เดิมพันกับ ‘พระราชา’]
[ผู้ชมหมายเลข 7 เดิมพันกับ ‘พระราชา’]
[ผู้ชมหมายเลข 8 เดิมพันกับ ‘พระราชา’]
[ผู้ชมหมายเลข 3 เดิมพันกับ ‘นักโทษ’]
มีผู้ชมเริ่มเดิมพันกันมากขึ้นเรื่อยๆ
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เมื่อมีการประกาศกฎของเกม สถานะของพระราชาก็เผยให้เห็นถึงความได้เปรียบอย่างมหาศาล
หากต้องการเดิมพันกับฝั่งพระราชา ก็ต้องมือไวหน่อย เพราะมีโควตาเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น
แต่ผู้ชมหมายเลข 3 ก็ยังคงเลือกฝั่งนักโทษ หลินซือจือจำได้ว่าเขาเคยส่งข้อความ “สู้ๆ” ให้ไช่จื้อหยวนมาก่อน
อาจจะเป็นผู้กองเฉา หรืออาจจะเป็นใครสักคนที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นสูง
หลินซือจือมองปุ่มเดิมพันบนโต๊ะ หลังจากพิจารณาดูแล้ว เขาก็ยังคงเลือกกดปุ่มฝั่ง ‘นักโทษ’
[ผู้ชมหมายเลข 5 เดิมพันกับ ‘นักโทษ’]
ผ่านไปอีกประมาณห้าวินาที
[ผู้ชมหมายเลข 2 เดิมพันกับ ‘พระราชา’]
[จำนวนผู้เดิมพันฝั่งพระราชาเต็มแล้ว ผู้ชมหมายเลข 4 และผู้ชมหมายเลข 6 จะทำการเดิมพันฝั่งนักโทษโดยอัตโนมัติ]
…
ในสถานที่จัดเกม ติงเหวินเฉียงหยิบคทาสีทองขึ้นมา
เมื่อสัมผัสก็รู้สึกเย็นเยียบและหนักอึ้ง
เมื่อกำคทาไว้ในมืออย่างแน่นหนา ติงเหวินเฉียงก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกปลอดภัยอันแรงกล้า
จากนั้น เขาก็มองไปยังมงกุฎใบนั้น
ในกฎไม่ได้ระบุว่ามงกุฎใบนี้มีประโยชน์อย่างไร ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเพียงของประดับที่ไม่มีฟังก์ชันการใช้งานจริง
และในขณะที่ติงเหวินเฉียงกำลังลังเลอยู่นั้น ชายหนุ่มผมเหลืองร่างผอมบางอย่างจางเผิงก็รีบเดินเข้ามาหาเขา
“ลุงติง เรื่องแบบนี้จะให้คุณจัดการเองได้ยังไงล่ะครับ? เดี๋ยวผมทำให้ดีกว่า”
จางเผิงพูดพลางหยิบมงกุฎขึ้นมา
ติงเหวินเฉียงชะงักไปเล็กน้อย แทบจะกดปุ่มบนคทาใส่จางเผิงในทันที
แต่ในวินาทีต่อมา จางเผิงก็สวมมงกุฎลงบนศีรษะของติงเหวินเฉียงอย่างระมัดระวังและนอบน้อม จากนั้นก็ค้อมตัวลงอย่างต่ำต้อยแล้วถอยออกไป
มงกุฎอันหนักอึ้งกดทับอยู่บนศีรษะ สวมไว้ได้อย่างแน่นหนา ติงเหวินเฉียงก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เขาอยากจะถอดมันออกโดยสัญชาตญาณ แต่เมื่อคิดดูอีกที นี่ก็เป็นเพียงอุปกรณ์ในเกมเท่านั้น ในเมื่อสถานะในเกมคือพระราชา การสวมมงกุฎเพื่อเพิ่มความโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น ก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไร
อุปกรณ์ที่เกมจัดเตรียมไว้ให้ จะปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก
ติงเหวินเฉียงไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่หยิบวิดีโอเทปที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา แล้วใส่เข้าไปในเครื่องเล่นวิดีโอ
ครู่ต่อมา บนหน้าจอขนาดใหญ่ก็ปรากฏภาพซ่าๆ คล้ายหิมะตก จากนั้นก็ปรากฏภาพในมุมมองบุคคลที่หนึ่งขึ้นมา
เสียงบรรยายไร้อารมณ์ดังขึ้น
[ในฐานะพนักงานส่งพัสดุคนหนึ่ง คุณทำงานวันละ 10 ชั่วโมง คิดว่าตัวเองขยันขันแข็งดีแล้ว แต่ชีวิตกลับยังคงขัดสนอยู่ดี]
[เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว คุณไม่มีทางเลือกอื่น นอกเสียจากต้องลากร่างอันเหนื่อยล้าวิ่งวุ่นไปทั่วเมือง]
[จนกระทั่งอุบัติเหตุครั้งนั้นได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง]
[คุณอาจจะมีเหตุผลมากมาย อย่างเช่นคุณถูกบังคับให้ขับรถขณะอ่อนเพลียเพื่อส่งพัสดุให้ทันเวลา อย่างเช่นคุณเพิ่งถูกกลุ่มอันธพาลสวมโม่งปล้นและทำร้ายจนตาซ้ายบวมเป่งและมองเห็นได้ไม่ชัด แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร คุณก็คือผู้รับผิดชอบโดยตรงต่ออุบัติเหตุครั้งนั้นอยู่ดี]
[แม้คุณจะชดใช้ค่าเสียหายสำหรับเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ในยามที่สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกครั้งแล้วครั้งเล่า คุณยังคงเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดนั้นอยู่ไหม?]
ภาพในโทรทัศน์สั่นไหวเล็กน้อย และเริ่มพร่ามัว ดูเหมือนจะสื่อว่าคนขับง่วงนอนอย่างหนัก จนถึงขั้นสัปหงก
ทว่าในวินาทีต่อมา เบื้องหน้าก็ปรากฏร่างสีเหลืองที่ขี่จักรยานยนต์ไฟฟ้าโผล่พรวดขึ้นมา!
เสียงเบรกดังลั่นบาดแก้วหู แต่ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว ร่างนั้นกระแทกเข้ากับกระจกหน้ารถ ก่อนจะกระเด็นออกไปไกล
จากนั้น เนื้อหาในวิดีโอเทปก็สิ้นสุดลง บนหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏแฟ้มประวัติของติงเหวินเฉียงขึ้นมา
[ติงเหวินเฉียง ชาย อายุ 53 ปี]
[อาชีพ: พนักงานส่งพัสดุขนาดใหญ่]
[ขับรถขณะอ่อนเพลีย ขับชนพนักงานส่งอาหารที่ขี่จักรยานยนต์ไฟฟ้าฝ่าไฟแดงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา]
[ผลการตัดสิน: ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี 3 เดือนในข้อหาก่อให้เกิดอุบัติเหตุจราจร รอลงอาญา 2 ปี (ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นเงิน 4 แสนหยวน และได้รับการให้อภัยแล้ว)]
ภายในสนามเงียบสงัดลง
จางเผิงอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ติงเหวินเฉียง ก่อนจะรีบเบือนสายตาหนีไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนติงเหวินเฉียง ในตอนนี้เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่ได้สบตากับใคร แต่สีหน้าที่ค่อนข้างแข็งทื่อของเขาก็ยังคงเปิดเผยความคิดในใจออกมาให้เห็นในระดับหนึ่ง
แม้ว่าจะเตรียมใจไว้บ้างแล้วล่วงหน้า แต่การที่บาดแผลซึ่งถูกฝังลึกถูกฉีกขาดออกอย่างกะทันหัน ก็ยังทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างรุนแรงอยู่ดี
“ลุงติง นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ มันก็แค่อุบัติเหตุ” สภาพของไช่จื้อหยวนดูดีขึ้นบ้างแล้ว เขาจึงเอ่ยปากปลอบใจด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
ทว่า ติงเหวินเฉียงกลับไม่ได้สนใจ เขาเพียงแค่ตีหน้าขรึมแล้วพูดกับอีกสี่คนว่า: “ลุกขึ้นมา แล้วเดินต่อไป!
“เกมยังคงดำเนินต่อไป!”

0 Comments