บทที่ 40 จังหวะของปุ่มกด
แปลโดย เนสยัง“แม่งเอ๊ย…”
หวังหย่งซินสบถออกมาโดยสัญชาตญาณ แต่ในเวลานี้เขาไม่มีเวลาให้คิดอะไรอีกแล้ว ทำได้เพียงพึ่งพาสัญชาตญาณในการแบกกลไกขึ้นบ่าแล้วเดินหน้าต่อไปอีกครั้ง
ส่วนติงเหวินเฉียงก็ก้าวล้ำหน้าเขาไปอีกก้าวแล้ว
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในสถานการณ์ที่แทบไม่ต้องใช้สมอง และเพียงแค่ต้องลงมือทำตามกฎอย่างไม่คิดชีวิตเช่นนี้ ติงเหวินเฉียงย่อมมีความได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด
คนที่น่าสงสารที่สุด แน่นอนว่าคือไช่จื้อหยวน
เพราะยิ่งทำระยะแรกสำเร็จได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถช่วงชิงเวลาพักผ่อนได้นานขึ้นเท่านั้น
ติงเหวินเฉียงสามารถใช้เวลา 22 วินาทีที่เหลือในการพักผ่อน แต่ไช่จื้อหยวนเพิ่งจะมาถึงพื้นที่พักผ่อน ก็ต้องออกเดินทางต่อแล้ว
เขาทำได้เพียงหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ และต้องแบกกลไกขึ้นบ่าอีกครั้งทั้งที่ยังไม่ทันรอให้อัตราการเต้นของหัวใจสงบลงด้วยซ้ำ
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวก็คือ บริเวณฐานของกลไกนี้มีขารองรับที่กว้างมาก ทำให้มันไม่ล้มเอียงไปทางซ้าย ขวา หน้า หลัง
มิฉะนั้น หากหมดแรงจนล้มลง แล้วถูกกลไกทับไว้ด้านล่าง ก็คงมีเพียงความตายที่รออยู่
ระยะที่สองคือ 15 เมตร สั้นกว่าระยะแรก 5 เมตร แต่เวลาที่จำกัดก็ถูกลดจาก 60 วินาทีเหลือเพียง 38 วินาทีเช่นกัน
เมื่อบวกกับการใช้พละกำลังที่มากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคนที่มีพละกำลังน้อย เกมก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีก
ในตอนนั้นเอง เสียงอิเล็กทรอนิกส์ไร้อารมณ์ก็ดังขึ้นอย่างชัดเจนจากลำโพง
[ผู้ชมหมายเลข 5 โดเนทเวลาวีซ่า 8,000 นาที ให้ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: รอให้นับถอยหลังใกล้หมดแล้วค่อยกด]
[โปรดทราบเป็นพิเศษ: ผู้เล่นที่ได้รับโดเนทสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระว่าจะทำตามคำขอหรือไม่]
เสียงเตือนที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ทุกคนรู้สึกสับสนงุนงงไปตามๆ กัน
คนทั้งห้าในสนามไม่มีเวลาให้คิดอะไร ภายใต้ความกดดันอย่างหนัก ร่างกายแทบจะไม่มีเลือดเหลือไปหล่อเลี้ยงสมองแล้ว
แต่เสียงประกาศประโยคนี้ อย่างน้อยก็เปิดเผยข้อมูลพื้นฐานสองจุด:
ผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมเกม สถานะในเกมจะเปลี่ยนเป็น ‘ผู้ชม’
และดูเหมือนผู้ชมจะไม่จำเป็นต้องลงมาใช้แรงกายแบบนี้ด้วยตัวเอง พวกเขาสามารถโดเนทเวลาวีซ่าให้กับผู้เล่นทั้งห้าคนในสนาม พร้อมกับส่งข้อความแนบมาด้วยได้
แน่นอน ผู้ที่ได้รับโดเนทก็สามารถเลือกที่จะไม่ทำตามได้
นี่ดูคล้ายกับสตรีมเมอร์ที่ได้รับโดเนทบนแพลตฟอร์มไลฟ์สดเลย
ติงเหวินเฉียงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง คำขอของผู้ชมหมายเลข 5 นี้ไม่ได้ถือว่าทำยากนัก สำหรับเขาก็แค่เรื่องง่ายๆ
ยังไงหลังจากมาถึงพื้นที่พักผ่อนแล้ว ก็สามารถวางกลไกบนบ่าลงเพื่อพักผ่อนได้ ส่วนจะกดปุ่มตอนไหน ดูเหมือนจะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรเป็นพิเศษกับเกม
การได้รับเวลาวีซ่า 8,000 นาทีมาอย่างง่ายดายเช่นนี้ ทำให้ติงเหวินเฉียงอารมณ์ดีขึ้นมาก และก็มีแรงฮึดมากขึ้นด้วย
เขาก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไป
ทว่า ในตอนที่เขาใกล้จะถึงพื้นที่พักผ่อน เสียงประกาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ผู้ชมหมายเลข 1 โดเนทเวลาวีซ่า 8,000 นาที ให้ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: รีบกดเพื่อตัวคุณเอง]
“หืม?”
ติงเหวินเฉียงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
ผู้ชมสองคนที่โดเนทให้เขา ยื่นคำขอที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง การทำตามคำขอใดคำขอหนึ่ง ก็หมายความว่าจะต้องขัดกับอีกคำขอหนึ่งอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงพื้นที่พักผ่อนในระยะที่สองแล้ว ติงเหวินเฉียงก็ยังคงตัดสินใจไม่ได้
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ หวังหย่งซินก็ตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงตะโกนบอก: “ลุงติง… อย่าเพิ่ง… อย่าเพิ่งกด!
“ผมเข้า… เข้าใจแล้ว! เวลาที่คุณกด… กดลงไปในตอนนี้… ก็คือเวลา… เวลาของระยะถัดไป!”
เป็นเพราะต้องแบกของหนัก เสียงของหวังหย่งซินจึงขาดเป็นห้วงๆ
และเป็นเพราะการพูดเสียงดังทำให้หมดแรง ส่งผลให้แกนกลางลำตัวของเขาทรุดตัวลง กลไกจึงร่วงลงพื้นชั่วคราว
ตามมาติดๆ เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กัดฟันแบกกลไกขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเดินหน้าต่อไป
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังหย่งซิน ติงเหวินเฉียงก็ชะงักไปโดยสัญชาตญาณ
ส่วนคนอื่นๆ ในสนาม ก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เวลาที่จำกัดในระยะที่สองคือ 38 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่ได้ถ้วน
ในตอนแรก ทุกคนไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่ว่านี่เป็นเวลาที่กำหนดไว้ในเกม แต่ข้อความของผู้ชมหมายเลข 5 ทำให้หวังหย่งซินตระหนักได้ว่า แท้จริงแล้ว 38 วินาทีนี้ ก็คือเวลาที่ติงเหวินเฉียงใช้ไปในการทำระยะแรกสำเร็จนั่นเอง
พูดอีกอย่างก็คือ หากติงเหวินเฉียงกดปุ่มที่ 58 วินาที เวลามาตรฐานในระยะที่สองก็จะกลายเป็น 58 วินาที
หากกดปุ่มที่ 20 วินาที เวลามาตรฐานในระยะที่สองก็จะกลายเป็น 20 วินาที
ในระยะที่สามก็ใช้หลักการเดียวกัน
…
เมื่อมองผ่านหน้าต่างกระจก หลินซือจือก็มองไปยังตำแหน่งที่ผู้ชมหมายเลข 1 อยู่
ตามหมายเลข หลินซือจือคือผู้ชมหมายเลข 5 ข้อความแรกสุดก็คือสิ่งที่เขาส่งออกไป
แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การตอบสนองของผู้เล่นหมายเลข 1 นั้นรวดเร็วมาก แทบจะตระหนักได้ในทันทีว่าข้อความของเขามีความหมายซ่อนอยู่อย่างไร และทำการโต้กลับในทันที
…
ติงเหวินเฉียงเพียงแค่ลังเลอยู่ประมาณสองสามวินาที ก็ตบปุ่มลงไปอย่างเด็ดขาด
และการนับถอยหลังในเส้นทางที่เขาอยู่ ก็หยุดนิ่งอยู่ที่ 9 วินาที
ในเส้นทาง 15 เมตรนี้ ติงเหวินเฉียงใช้เวลาไป 29 วินาที แต่หลังจากหักเวลาที่ใช้ในการคิดออกไปแล้ว ความเร็วเฉลี่ยกลับเร็วกว่า 38 วินาทีในระยะ 20 เมตรก่อนหน้านี้เสียอีก
“เชี่ยเอ๊ย”
คนที่เหลืออีกสี่คนต่างก็ก้มหน้าสบถด่าในใจ
สำหรับติงเหวินเฉียงแล้ว การรออีก 10 วินาทีไม่ได้มีข้อเสียอะไรที่เห็นได้ชัด แต่กลับสามารถให้โอกาสอันล้ำค่าในการพักหายใจแก่สี่คนที่รั้งท้ายได้
โดยเฉพาะหวังหย่งซินกับไช่จื้อหยวน
[ผู้ชมหมายเลข 1 โดเนทเวลาวีซ่า 3,000 นาที ให้ติงเหวินเฉียง พร้อมข้อความแนบ: ทำได้ดีมาก]
เมื่อได้ยินเสียงประกาศใหม่ ติงเหวินเฉียงก็ยิ่งเชื่อมั่นว่าตัวเองทำถูกแล้ว
แม้ว่าการกดปุ่ม จะเป็นการเพิ่มความยากให้กับหวังหย่งซินและไช่จื้อหยวนอย่างเห็นได้ชัด แต่…
ในเกมมรณะแบบนี้ ใครบ้างที่จะไม่ห่วงตัวเองก่อน?
ต้องรู้ไว้ว่า ใครไปถึงเส้นชัยก่อน คนนั้นก็จะได้เป็น ‘พระราชา’ และกฎของเกมก็บอกไว้แล้วด้วยว่า ผู้เล่นที่ได้เป็น ‘พระราชา’ จะมีความได้เปรียบอย่างมหาศาล
หากให้โอกาสคนอื่นได้พักหายใจ เกิดมาถูกแซงหน้าเอาในวินาทีสุดท้ายล่ะ จะทำยังไง?
ในเมื่อเกมนี้มีชื่อว่า ‘เกมพระราชา’ ดังนั้นเพื่อที่จะได้สถานะพระราชามาครอง ต่อให้ต้องจ่ายราคาแพงแค่ไหนก็ถือว่าคุ้มค่า
[ติ๊ด]
ในวินาทีสุดท้ายของการนับถอยหลัง หวังหย่งซินก็ฝืนก้าวข้ามเส้นสิ้นสุดของระยะที่สอง มายังพื้นที่พักผ่อนได้สำเร็จ
และพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนแหลมปรี๊ดที่ดังขึ้น ไช่จื้อหยวนซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่ยังเดินไม่จบเส้นทางก็ส่งเสียงร้องอันน่าเวทนาออกมา
การนับถอยหลังบนเส้นทางเปลี่ยนกลับมาเป็น 38 วินาทีอีกครั้ง ในเวลาเดียวกัน กลไกที่แบกอยู่บนบ่าก็ยื่นหนามแหลมและเงี่ยงออกหลายอัน แทงลึกลงไปในไหล่ของเขา!
หนามแหลมและเงี่ยงเหล่านี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่โต และไม่ถึงกับสร้างความเสียหายร้ายแรงอะไรให้กับร่างกายของเขา ต่อให้ทิ้งรอยแผลไว้ ไม่นานก็สามารถห้ามเลือดได้เองตามธรรมชาติ
แต่ความเจ็บปวดแสนสาหัสนี้ ก็ทำให้ไช่จื้อหยวนส่งเสียงร้องออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อยู่ดี
ความเจ็บปวดกระตุ้นให้อะดรีนาลีนพุ่งพล่าน ทำให้ร่างกายของไช่จื้อหยวนมีพละกำลังขึ้นมาอีกครั้ง ฝืนก้าวข้ามเส้นสิ้นสุดไปได้สำเร็จ
หนามแหลมและเงี่ยงบนกลไกหดกลับเข้าไป แต่เลือดสดๆ ก็ไหลทะลักออกมาในพริบตา ย้อมไหล่เสื้อเชิ้ตของไช่จื้อหยวนจนกลายเป็นสีแดง
เขาไม่มีเวลาพักผ่อนเลยแม้แต่น้อย เพราะการนับถอยหลังเริ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว
ครั้งนี้เป็นเวลา 29 วินาทีจริงๆ ซึ่งก็คือเวลาที่ติงเหวินเฉียงกดปุ่มเมื่อทำระยะที่สองสำเร็จ
ทุกคนดูเหมือนจะชาชินไปแล้ว ไม่มีเวลาให้คิดอะไรอีก เพียงแค่แบกกลไกขึ้นมาอีกครั้ง แล้วมุ่งหน้าไปยังเส้นชัยสุดท้าย
สถานะของไช่จื้อหยวนเห็นได้ชัดว่าเป็นสิ่งที่น่ากังวลที่สุด เขาถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย
[ผู้ชมหมายเลข 3 โดเนทเวลาวีซ่า 2,000 นาที ให้ไช่จื้อหยวน พร้อมข้อความแนบ: สู้ๆ]
ผู้ชมสามารถส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของคนทั้งห้าในสนามได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็เป็นเพียงแค่ผลกระทบเท่านั้น
ตอนนี้ตัวแปรเดียวในเกมตกอยู่ในมือของติงเหวินเฉียงเพียงคนเดียว ในสถานการณ์ที่ติงเหวินเฉียงไม่ยอมยืดเวลาออกไป คนอื่นๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
[ติ๊ด]
การนับถอยหลังสิ้นสุดลง ครั้งนี้มีเพียงติงเหวินเฉียง จางเผิง และเกาจ้านขุยสามคนเท่านั้นที่ทำสำเร็จภายในเวลาที่กำหนด
เมื่อการนับถอยหลังกลับมาเป็น 29 วินาทีอีกครั้ง กลไกบนบ่าของหวังหย่งซินและไช่จื้อหยวนก็ยื่นหนามแหลมและเงี่ยงออกมาพร้อมกัน
หวังหย่งซินส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอ แม้ว่าเขาจะเตรียมใจมาล่วงหน้าและเกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่างกายไว้แล้ว แต่ความเจ็บปวดที่แทงทะลุหัวใจก็ยังทำให้เขารู้สึกหน้ามืดทะมึนอยู่ดี
แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น หากวางกลไกลงบนพื้นและให้ไหล่หลุดออกก่อนที่หนามแหลมจะยื่นออกมา ก็สามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายจากหนามแหลมได้ก็จริง แต่ถ้าทำแบบนั้น การจะแบกกลไกขึ้นมาใหม่ก็เป็นเรื่องยุ่งยาก รังแต่จะทำให้ทรมานยิ่งกว่าเดิม
ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงกัดฟันทนไปจนกว่าจะถึงที่สุด
ส่วนไช่จื้อหยวนนั้นน่าสงสารยิ่งกว่า บาดแผลที่ยังไม่ทันหายดีถูกฉีกขาดอีกครั้ง เสื้อผ้าบริเวณรอบๆ ไหล่ถูกย้อมไปด้วยเลือดสดๆ จนแทบจะแดงฉานไปหมด
หลังจากที่การนับถอยหลังรอบที่สองผ่านไปสิบกว่าวินาที ในที่สุดเขาก็มาถึงเส้นสิ้นสุดได้อย่างยากลำบาก
หนามแหลมทั้งหมดหดกลับเข้าไป ไช่จื้อหยวนเดินโซเซไปตบปุ่มสุดท้ายลง

0 Comments