บทที่ 38 ‘การตัดสินของพระราชา’
แปลโดย เนสยังในห้องโถงเกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง
แม้จะเคยผ่านเกมแบบกลุ่มมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนส่วนใหญ่ก็ยังคงรู้สึกตื่นตระหนกกับคำเชิญเล่นเกมที่ถูกเปิดใช้งานอย่างกะทันหันเช่นนี้โดยสัญชาตญาณอยู่ดี
สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ รูปแบบของเกมในครั้งนี้ แตกต่างจากครั้งที่แล้วอย่างสิ้นเชิง
เป้าหมายของ ‘โป๊กเกอร์สีเลือด’ คือการแจกจ่ายเวลาวีซ่าครั้งแรกให้สำเร็จ ดังนั้นเมื่อดูจากเนื้อหาของเกมในความเป็นจริงแล้ว ก็เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีอันตรายถึงชีวิตเลย
ความแตกต่างระหว่างผู้เล่นด้วยกัน ก็มีเพียงเรื่องหาเวลาวีซ่าได้มากหรือได้น้อยเท่านั้น
แต่เป้าหมายของเกมในครั้งนี้คือ ‘การตัดสินให้เสร็จสิ้น’ ซึ่งนี่หมายความว่าเกมนี้จะมีอัตราการเสียชีวิตในระดับหนึ่ง
เมื่อนึกถึงจุดจบของเว่ยซินเจี้ยนในเกม ‘รูเล็ตต์ไถ่บาป’ หลายคนก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
คนสามคนที่ถูกบังคับให้เข้าร่วมเกม ยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่
หลินซือจือมองดูหน้าจอขนาดใหญ่ และก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน
เพราะเกมที่โถงระเบียงเลือกใช้ในครั้งนี้ ไม่ใช่เกม ‘เส้นตรงแห่งความเป็นตาย’ ที่เขาเป็นคนออกแบบ
“การตัดสินของพระราชา…
“จากความหมายตามตัวอักษร ยากที่จะมองออกว่าเนื้อหาของเกมคืออะไร
“ถ้าอย่างนั้น เกมนี้มันมีจุดเด่นอะไรกันแน่ ถึงได้ถูกโถงระเบียงเลือก?”
ในขณะที่หลินซือจือกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดสั้นๆ เสียงของฟู่เฉินก็ดังกลบความอึกทึกในห้องโถง
“ทุกคนเงียบก่อนครับ!
“แม้ว่าเกมในครั้งนี้จะมีความอันตรายอยู่บ้าง แต่จากสถานการณ์ใน ‘โป๊กเกอร์สีเลือด’ ทุกคนก็น่าจะเห็นแล้ว ว่ายิ่งมีคนของเราอยู่ในเกมเดียวกันมากเท่าไหร่ ก็มักจะปลอดภัยและมีโอกาสชนะมากขึ้นเท่านั้น
“ชุมชนของพวกเรามีผู้เล่นสามคนที่ถูกบังคับให้เข้าร่วมเกม ดังนั้น ผมจึงหวังว่าทุกคนจะกระตือรือร้นในการสมัครเข้าร่วมเกม เพราะมันจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตในเกมได้อย่างมาก
“ผมขอสมัครเข้าร่วมเป็นคนแรกเลยครับ!”
แม้ฟู่เฉินจะยกมือแสดงจุดยืนไปก่อนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครตอบรับเลย
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนส่วนใหญ่ก็ยังคงลังเล
ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่ฟู่เฉินพูดนั้นถูกต้องทั้งหมด
ผู้เล่นในชุมชนเดียวกันย่อมมีพื้นฐานความเชื่อใจกันดีกว่าคนแปลกหน้าโดยธรรมชาติ เมื่อเข้าสู่เกมแบบหลายคน ก็ย่อมจะมีความได้เปรียบในระดับหนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น เกมก็เป็นสิ่งที่ผู้เล่นทุกคนไม่สามารถหลีกหนีพ้นได้ ไม่เข้าเกมนี้ ก็ต้องเข้าเกมหน้า โดยเฉพาะกับผู้เล่นที่มีเวลาวีซ่าไม่มากนัก
แต่ถึงกระนั้น เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ที่จะต้องเผชิญกับความตายในเกมการตัดสิน ความปรารถนาที่จะเอาชีวิตรอดก็ยังคงทำให้ผู้คนถอยหนีโดยสัญชาตญาณอยู่ดี
การนับถอยหลัง 5 นาทีนั้นสั้นมาก
ฟู่เฉินกวาดสายตามองทุกคนด้วยความร้อนใจ แต่ตอนนี้เขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
โชคดีที่ก่อนที่การนับถอยหลังจะสิ้นสุดลง ในที่สุดก็มีคนยกมือขึ้นมาอีกสองคน
เฉาไห่ชวนและหลินซือจือ
หยางอวี่ถิงยังคงลังเลว่าจะยกมือดีหรือไม่ เพราะเวลาวีซ่าของเธอก็เหลือไม่มาก นี่อาจจะเป็นโอกาสในการหาเวลาวีซ่าก็ได้
แต่ในวินาทีต่อมา การนับถอยหลังก็สิ้นสุดลง
[ผู้เล่นที่สมัครใจเข้าร่วม: เฉาไห่ชวน หลินซือจือ]
แม้ฟู่เฉิน เฉาไห่ชวน และหลินซือจือจะยกมือสมัครเข้าร่วมเกมทั้งหมด แต่บนหน้าจอขนาดใหญ่กลับไม่มีชื่อของฟู่เฉินปรากฏขึ้น
เพราะผู้เล่นที่สมัครใจเข้าร่วมจะถูกสุ่มคัดเลือก ฟู่เฉินเห็นได้ชัดว่าถูกคัดออก
ก็ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่
ผู้เล่นทั้งห้าคนที่ถูกเลือกหายตัวไปจากห้องโถงในพริบตา
…
“ติ๊ด—”
เสียงสัญญาณเตือนแหลมปรี๊ดดังก้องขึ้น หลินซือจือค่อยๆ ลืมตาตื่น
เขาพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในสถานที่ที่แปลกตาอย่างสิ้นเชิง และที่นี่ก็มีเขาอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ
รอบด้านคือผนังสีขาวสะอาดตา ภายในห้องมีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ที่ดูเรียบง่ายมากๆ
ทว่า ผนังฝั่งตรงข้ามกลับเป็นกระจกใสบานใหญ่ ซึ่งสามารถมองทะลุผ่านกระจกบานนี้เพื่อดูฉากในเกมได้ทั้งหมด
ส่วนผนังทั้งสองด้าน ก็มีหน้าจอขนาดใหญ่เล็กจำนวนมาก เหมือนกับห้องควบคุมกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆ ภายในสถานที่จัดเกมได้จากหลายๆ มุมมอง
หลินซือจือนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วมองไปที่โต๊ะ
บนโต๊ะมีปุ่มควบคุมมากมาย อย่างเช่น ‘ตกลง’, ‘ยกเลิก’, ‘√’, ‘×’, แป้นพิมพ์ตัวเลขเล็กๆ แล้วก็มีปุ่มรูปภาพที่แสดงถึงติงเหวินเฉียงและผู้เล่นคนอื่นๆ อีกห้าคน
ผ่านไปครู่หนึ่ง บนหน้าจอเล็กๆ หน้าโต๊ะก็ปรากฏคำอธิบายกฎกติกาที่เกี่ยวข้องกับเกม
[ในฐานะผู้เล่นที่สมัครใจเข้าร่วมเกม สถานะของคุณในเกมรอบนี้คือ: ผู้ชม]
[ผู้ชมไม่จำเป็นต้องลงไปเล่นเกมด้วยตัวเอง และจะไม่ได้รับบทลงโทษถึงชีวิต]
[ในเกมครั้งนี้ มีผู้ชมทั้งหมด 10 คน สิ่งที่ผู้ชมต้องทำมีเพียง 3 อย่าง:]
[1. โดเนท]
[สามารถโดเนทเวลาวีซ่าให้กับผู้เล่นในสนามได้ตามจำนวนที่กำหนด พร้อมกับส่งข้อความแนบไปได้ 1 ข้อความ ทุกๆ 1 ตัวอักษร ต้องโดเนทเวลาวีซ่า 1,000 นาที]
[โปรดทราบ: ผู้เล่นที่ได้รับโดเนทไม่จำเป็นต้องทำตามคำขอของคุณ และถึงแม้เขาจะไม่ทำตาม การโดเนทก็ยังมีผลอยู่ดี และจะไม่สามารถขอคืนได้]
[2. ลงคะแนนเสียง]
[ทุกครั้งที่มีการตัดสินในเกม ผู้ชมทุกคนจะต้องลงคะแนนเสียงให้กับความยุติธรรมของการกระทำของ ‘พระราชา’]
[สิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรม ขึ้นอยู่กับว่าเกมการตัดสินที่พระราชาจัดเตรียมให้กับนักโทษนั้น มีเนื้อหาและความรุนแรงที่สอดคล้องกับความผิดของนักโทษหรือไม่]
[การลงคะแนนเสียงนี้จะไม่นำผลประโยชน์ใดๆ มาสู่ผู้ชม]
[ในระหว่างการลงคะแนนเสียง จะมีการจับเท็จโดยอัตโนมัติ หากการลงคะแนนเสียงขัดแย้งกับความคิดที่แท้จริงในใจ ผู้ชมจะถูกหักเวลาวีซ่า 1 หมื่นนาที]
[โปรดทราบเป็นพิเศษ: ห้ามไม่ให้ผู้ชมเปิดเผยสถานะของตนเอง หรือข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมให้กับผู้เล่นในสนามโดยเด็ดขาด หากพบเห็น จะถูกบังคับบล็อกทันที และผู้ที่เปิดเผยข้อมูลจะได้รับการลงโทษให้ตายในทันที]
[3. เดิมพัน]
[ผู้ชมสามารถเลือกเดิมพันกับ ‘พระราชา’ หรือ ‘นักโทษ’ ได้เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น จำนวนเงินเดิมพันเริ่มต้นคือเวลาวีซ่า 5 หมื่นนาที]
[แต่ละฝ่ายจะสามารถได้รับเงินเดิมพันจากผู้ชมได้มากที่สุด 5 คน]
[เงื่อนไขในการชนะของฝ่ายพระราชา: เมื่อเกมสิ้นสุดลง มีนักโทษรอดชีวิตน้อยกว่า 3 คน]
[รางวัลเมื่อฝ่ายพระราชาชนะ: ทุกครั้งที่พระราชาสั่งประหารนักโทษ 1 คน ผู้ชมที่เดิมพันกับพระราชาแต่ละคนจะได้รับเวลาวีซ่าเพิ่มเติม 3 หมื่นนาที]
[เงื่อนไขในการชนะของฝ่ายนักโทษ: เมื่อเกมสิ้นสุดลง มีนักโทษรอดชีวิตมากกว่าหรือเท่ากับ 3 คน]
[รางวัลเมื่อฝ่ายนักโทษชนะ: ผู้ชมที่เดิมพันกับนักโทษแต่ละคนจะได้รับเวลาวีซ่าเพิ่มเติม 5 หมื่นนาที]
[เมื่อเกมสิ้นสุดลง จะตัดสินผลแพ้ชนะของฝ่ายพระราชาและฝ่ายนักโทษ ผู้ชนะยังจะได้รับเงินเดิมพันและชิปที่ฝ่ายแพ้หามาได้ทั้งหมดไปแบ่งกันอีกด้วย]
[สุดท้ายนี้ โปรดจำไว้ว่า: นี่คือการตัดสินของผู้อื่น และคุณเป็นเพียงผู้ชมเท่านั้น]
[ขอให้คุณโชคดี!]
หลินซือจืออ่านกฎอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในสถานการณ์ที่ยังไม่รู้รูปแบบของเกมอย่างแน่ชัด ก็ยากที่จะวิเคราะห์ต่อไปได้ว่าควรจะนำกฎเหล่านี้ไปใช้งานอย่างไร
หลินซือจือยังคิดอะไรไม่ออก จึงทำได้เพียงมองทะลุผ่านกระจกใสบานใหญ่ตรงหน้าเข้าไปในสนามเท่านั้น
ในตอนนี้ บริเวณที่เขาอยู่มีลักษณะคล้ายกับอัฒจันทร์บนชั้นสอง และก็มีอัฒจันทร์แบบนี้อยู่ทั้งหมด 10 แห่ง ด้านบนมีหมายเลขขนาดใหญ่เขียนไว้
“พูดอีกอย่างก็คือ เกมในครั้งนี้มีผู้ชมทั้งหมด 10 คน และผู้ชมหลายคนก็มาจากชุมชนอื่น
“ผู้กองเฉาก็น่าจะอยู่ในนี้ด้วย แต่ไม่รู้ว่าเป็นหมายเลขอะไร”
หลินซือจืออยากจะสังเกตการณ์ผู้ชมคนอื่นๆ ดู แต่กระจกเหล่านี้ล้วนเป็นกระจกมองเห็นด้านเดียว คือมองจากข้างในออกไปข้างนอกได้ แต่มองจากข้างนอกเข้ามาข้างในไม่ได้
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงประกาศดังขึ้นจากลำโพงอีกครั้ง
[ผู้ชมหมายเลข 1 เดิมพันกับ ‘พระราชา’]
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีผู้ชมที่ตัดสินใจได้เร็วเกินคาด
เพราะจนถึงตอนนี้ กฎของเกมก็ยังไม่ได้รับการอธิบายจนครบถ้วน ผู้ชมต่างก็รู้เพียงกฎในส่วนของตัวเองเท่านั้น แต่สำหรับผู้เล่นที่เข้าร่วมเกมจริงๆ ว่าจะต้องเล่นเกมกันอย่างไร พวกเขากลับไม่รู้อะไรเลย
อย่างเช่น จะแยกแยะ ‘พระราชา’ และ ‘นักโทษ’ อย่างไร และ ‘พระราชา’ จะมีสิทธิพิเศษอะไรบ้าง นี่ล้วนเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครรู้
ทางการไม่ได้จำกัดเวลาในการเดิมพัน มีความเป็นไปได้สูงมากที่สามารถเดิมพันได้ตลอดเวลาระหว่างการเล่นเกม จึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
ในเมื่อสามารถเดิมพันกับพระราชาหรือนักโทษได้เพียงฝ่ายเดียว แน่นอนว่าการรอดูสถานการณ์สักพักแล้วค่อยตัดสินใจ ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
แน่นอนว่า หลินซือจือพอจะเดาได้ว่าทำไมผู้ชมหมายเลข 1 ถึงรีบร้อนขนาดนี้
เพราะในกฎระบุไว้ว่า แต่ละฝ่ายจะสามารถได้รับเงินเดิมพันจากผู้ชมได้มากที่สุด 5 คน
พูดอีกอย่างก็คือ หากต้องการเดิมพันกับพระราชา แต่ลงเดิมพันช้าเกินไปจนกลายเป็นคนที่หก เงินเดิมพันนั้นก็จะถูกโอนไปให้ฝ่ายนักโทษโดยอัตโนมัติ
ผู้ชมหมายเลข 1 ได้ยืนหยัดอยู่ฝ่ายพระราชาอย่างหนักแน่นตั้งแต่เริ่มต้น
อาจจะเป็นเพราะเขาคิดว่าพระราชาจะต้องมีความได้เปรียบมากกว่าอย่างแน่นอน หรืออาจจะเป็นเพราะโดยธรรมชาติแล้วเขาชอบรูปแบบเกมที่ฆ่าคนแล้วได้เงินอย่างของฝ่ายพระราชาก็เป็นได้
หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง หลินซือจือก็ตัดสินใจที่จะยังไม่เดิมพัน และหันไปมองสถานที่จัดเกมแทน
เขาคือผู้ชมหมายเลข 5 ถือได้ว่าอยู่ในตำแหน่งทองในการรับชมเลยทีเดียว
เพียงแค่ก้มหน้ามองลงไปเล็กน้อย ก็สามารถมองเห็นสถานที่หลักของเกมได้อย่างชัดเจน
สถานที่มีลักษณะคล้ายกับตัวอักษร “甲” ส่วนหลักที่กว้างขวางมากๆ อยู่ใต้อัฒจันทร์ผู้ชม ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นห้องเล็กๆ หลายห้อง และในแต่ละห้องก็มีกลไกที่แตกต่างกันออกไป
ส่วนเส้นแนวตั้งของตัวอักษรเจี่ย ก็คือทางเดินยาวเหยียดที่ทอดตัวออกไปไกล
สามารถมองเห็นเงาร่างห้าคนอยู่ที่ปลายทางเดิน
และจากหน้าจอมอนิเตอร์มากมาย ก็สามารถหาภาพที่ตรงกันเจอได้:
หวังหย่งซิน ไช่จื้อหยวน ติงเหวินเฉียง จางเผิง และเกาจ้านขุย ทั้งห้าคนกำลังจ้องมองไปที่หน้าจอตรงหน้า เพื่อฟังคำอธิบายกฎกติกาของเกม
เสียงจากสถานที่จัดเกมถูกส่งเข้ามายังห้องที่หลินซือจืออยู่อย่างชัดเจนผ่านลำโพง
[สวัสดี ผู้เล่นทุกท่าน]
[ตอนนี้ พวกคุณจะต้องเข้ารับการตัดสิน ในเกมที่มีชื่อว่า ‘การตัดสินของพระราชา’]
[ในเกมครั้งนี้ สถานะของพวกคุณทุกคนคือ ‘คนบาป’]
[แต่ในไม่ช้า จะมีเพียงคนเดียวในหมู่พวกคุณที่จะได้เป็น ‘พระราชา’ ส่วนคนอื่นๆ จะกลายเป็น ‘นักโทษ’]
[เกมในครั้งนี้มีระยะเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากที่เกมเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ สร้อยข้อมือวีซ่าในมือของพวกคุณจะฉีดพิษร้ายแรงแบบค่อยเป็นค่อยไปเข้าสู่ร่างกาย และจะออกฤทธิ์จนเสียชีวิตในอีก 2 ชั่วโมง]
[จะต้องทำเป้าหมายของเกมให้สำเร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมง จึงจะมีโอกาสรอดชีวิต]
[ก่อนที่จะเข้าสู่สถานที่จัดเกมอย่างเป็นทางการ พวกคุณจะต้องเล่นมินิเกมเตรียมความพร้อมง่ายๆ ก่อน เพื่อใช้ตัดสินสถานะของพวกคุณในเกมอย่างเป็นทางการ: ‘พระราชา’ หรือ ‘นักโทษ’]
[อย่างที่พวกคุณเห็น ด้านหน้าคือทางเดินความยาวรวม 45 เมตร ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นสามระยะ ได้แก่: 20 เมตร, 15 เมตร, 10 เมตร]
[พวกคุณจะต้องแบกกลไกที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งมีน้ำหนักเท่ากับน้ำหนักตัวของพวกคุณเองขึ้นมา และเดินผ่านทางเดินไปให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด]
[แต่ละระยะจะมีเวลาที่จำกัดและเวลาพักที่แตกต่างกัน โปรดสังเกตเครื่องจับเวลาบนเส้นทางของตัวเองให้ดี]
[หากเกินเวลาที่กำหนด หนามแหลมบนกลไกจะทิ่มแทงเข้าไปในร่างกายของพวกคุณ หากเกินเวลาที่กำหนดเป็น 2 เท่า ก็จะได้รับการลงโทษให้ตายในทันที]
[คนบาปคนแรกที่เดินผ่านทางเดินมาได้ จะกลายเป็น ‘พระราชา’ ส่วนคนบาปคนอื่นๆ จะกลายเป็น ‘นักโทษ’]
[สถานะของ ‘พระราชา’ นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ขอให้พวกคุณพยายามอย่างเต็มที่]
[เมื่อเข้าสู่สถานที่จัดเกมอย่างเป็นทางการ จะมีการเปิดเผยกฎเพิ่มเติม]
[นี่คือการทดสอบเจตจำนงและสติปัญญา โปรดสังเกตเบาะแสทั้งหมดในเกม และอย่าลืมฟังเสียงเรียกร้องจากส่วนลึกในใจ]
[ตอนนี้ เกมเริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอให้พวกคุณโชคดี!]

0 Comments