บทที่ 33 การรับประทานอาหารร่วมกันครั้งแรก
แปลโดย เนสยัง“เอ๊ะ?”
เมื่อเห็นข้อมูลบนหน้าจอขนาดใหญ่ ทุกคนก็อึ้งไปเล็กน้อย
หวังหย่งซินเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นยืน “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ผมขอประกาศอย่างจริงจังเลยนะ ว่าผมลงคะแนนเห็นด้วยอย่างแน่นอน!”
คนอื่นๆ ก็งุนงงพอๆ กัน
“ฉันก็ลงคะแนนเห็นด้วยนะ”
“เรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนแบบนี้ใครมันไปลงคะแนนคัดค้านกัน?”
“ก็ไม่เป็นไรมั้ง คัดค้านเสียงเดียวก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์นี่นา”
“ถึงจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์จริงๆ แต่ก็แสดงว่าในหมู่พวกเรามีหนอนบ่อนไส้อยู่น่ะสิ!”
“ในกฎพื้นฐานบอกไว้ว่า ในหมู่ผู้เล่นมีกลุ่มคนพิเศษกลุ่มหนึ่ง ที่คอยแอบออกแบบเกมมาทำร้ายพวกเรา ชุมชนของพวกเราคงไม่ได้มีคนแบบนั้นปะปนอยู่ด้วยหรอกนะ?”
หลังจากความตกตะลึงชั่วครู่ ทุกคนก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ทั่วทั้งห้องโถงวุ่นวายไปหมด
แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ภายใต้กฎการลงคะแนนเสียงแบบไม่ระบุชื่อเช่นนี้ การจะหาตัวคนที่ลงคะแนนคัดค้านออกมานั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
“ทุกคนช่วยเงียบหน่อยค่ะ”
แม้เสียงของหลี่เหรินซูจะไม่ดังนัก แต่ก็หนักแน่นและมั่นคง ห้องโถงจึงค่อยๆ เงียบสงบลง
“นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่สำคัญอะไร ฉันคิดว่าทุกคนไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจมากหรอกค่ะ
“ในสถานการณ์ที่รู้อยู่แล้วว่าแค่ 7 เสียงก็สามารถผ่านญัตติได้ การที่ตัวเองลงคะแนนคัดค้านเพียงเสียงเดียว มันก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว
“ดังนั้นฉันจึงคิดว่า จุดประสงค์เดียวของคนที่ลงคะแนนคัดค้าน ก็คือการสร้างความหวาดระแวงและความแตกแยกในหมู่พวกเรา
“ยิ่งเป็นแบบนี้ ทุกคนก็ยิ่งต้องไม่หลงกลนะคะ
“ขอเพียงแค่พวกเราพยายามเชื่อใจและสามัคคีกันให้มากที่สุด คนที่มีเจตนาแอบแฝงก็ไม่มีทางหาโอกาสเล่นงานเราได้หรอกค่ะ”
ฟู่เฉินก็พยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ครับ ทุกคนอย่าเพิ่งสติแตกกันไปเองเลย
“ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้พวกเราก็ไม่สามารถพิจารณาจากมุมมองที่มีเหตุผลเพียงอย่างเดียวได้ ไม่สามารถมองข้ามความเป็นไปได้ที่ว่าอาจจะมีคนเผลอกดผิด หรือจงใจกลั่นแกล้งก็ได้
“ความเป็นไปได้นี้แม้จะต่ำ แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย”
คำพูดของทั้งสองคนทำให้บรรยากาศในห้องโถงผ่อนคลายลงเล็กน้อย
หลังจากความเงียบงันชั่วครู่ สวี่ถงก็พูดขึ้นด้วยความคาดหวังเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นเที่ยงวันนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง พวกเรากินเลี้ยงกันชุดใหญ่เลยดีไหมคะ?”
…
ผ่านไปครู่หนึ่ง เวลาล่วงเลยมาถึง 9 โมงครึ่ง
บนหน้าจอขนาดใหญ่ ข้อมูลปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
[ชิปที่ผู้เล่นได้รับจาก ‘โป๊กเกอร์สีเลือด’ จะถูกแปลงเป็นเวลาวีซ่า]
[พบกฎใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ ‘กองทุนรับประกันชุมชน’ กำลังคำนวณ]
[ยอดเงินคงเหลือเริ่มต้นของ ‘กองทุนรับประกันชุมชน’: เวลาวีซ่า 52,775 นาที]
[จะดำเนินการแจกจ่ายการรับประกันการดำรงชีวิตขั้นต่ำให้กับผู้เล่นทุกคนตามมาตรฐาน ‘เวลาวีซ่า 80 นาที/คน/วัน’]
[แจกจ่ายเสร็จสิ้น]
[ยอดเงินคงเหลือปัจจุบันของ ‘กองทุนรับประกันชุมชน’: เวลาวีซ่า 51,815 นาที]
[ชิปที่เหลือจะถูกแปลงเป็นเวลาวีซ่าของผู้เล่นแต่ละท่าน]
[แปลงเสร็จสิ้น สามารถไปตรวจสอบยอดเวลาวีซ่าส่วนตัวได้ที่เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติหรือคอมพิวเตอร์ส่วนตัวเครื่องใดก็ได้]
“มาแล้วๆ!”
หยางอวี่ถิงยืนดูอยู่ที่หน้าเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และพบว่าในหมวด ‘สกุลเงิน’ มีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งบรรทัด
บรรทัดแรกคือเวลาวีซ่าที่เธอมีเหลืออยู่ในปัจจุบัน ส่วนบรรทัดที่สองคือไอคอนพิเศษที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ซึ่งก็คือการรับประกันการดำรงชีวิตขั้นต่ำที่แจกจ่ายโดยกองทุนรับประกันชุมชน เป็นเวลาวีซ่า 80 นาที
“ใช้เวลาวีซ่า 80 นาทีเพื่อกินอาหารมื้อเที่ยง!
“ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะหรูหราขนาดไหน!”
หยางอวี่ถิงรีบเลื่อนดูรายการอาหารด้านล่างอย่างรวดเร็ว จะว่าไปแล้ว ในนี้ก็มีอาหารอร่อยๆ ราคาแพงอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
อย่างเช่นที่เคยเห็นก่อนหน้านี้:
[หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงผัดพริก: 1 ชั่วโมง 20 นาที]
[เป็ดย่างหนึ่งชุด: 2 ชั่วโมง]
[พิซซ่าทุเรียน 10 นิ้ว: 2 ชั่วโมง]
และยังมีอาหารอื่นๆ อีกมากมาย
เดิมทีเวลาวีซ่า 2 ชั่วโมงถือว่าแพงมากสำหรับทุกคน และยังไม่มีใครเคยลองสั่งเลย แต่ในตอนนี้ มันกลับไม่ได้เป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
ท้ายที่สุดแล้ว เวลาวีซ่า 80 นาทีก็มาจากกองทุนรับประกัน ไม่ใช้ก็เสียเปล่า ตัวเองเพียงแค่จ่ายเพิ่มอีก 40 นาทีก็เพียงพอแล้ว
สวี่ถงก็กำลังดูเมนูอยู่ที่เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติอีกเครื่องหนึ่งเช่นกัน
“เอ๊ะ ฉันมีความคิดอย่างหนึ่ง
“ในเมื่อตามกฎระบุว่า สิ่งของที่ซื้อด้วย ‘กองทุนรับประกันชุมชน’ สามารถนำมาใช้จ่ายแจกจ่ายระหว่างผู้เล่นได้อย่างอิสระ โดยไม่ถือเป็นพฤติกรรมการซื้อขาย ถ้างั้นก็หมายความว่าพวกเราสามารถรวบรวมเงินก้อนนี้เข้าด้วยกัน แล้วกินด้วยกันได้ใช่ไหมคะ?”
หากต่างคนต่างจ่ายเงินของตัวเอง ทุกคนก็คงจะกินได้ไม่จุใจนัก
อาหารอย่างเป็ดย่างหรือพิซซ่า ชุดหนึ่งก็ต้องใช้เวลา 2 ชั่วโมง
ถ้ากินแบบนี้เมนูก็จะดูซ้ำซากเกินไป แต่ถ้าสั่งอาหารอย่างอื่นเพิ่ม ราคาก็จะยิ่งแพงขึ้นไปอีก แถมคนเดียวก็คงกินไม่หมดด้วย
หากทุกคนเลือกที่จะรวบรวมเวลาวีซ่าที่เป็นการรับประกันขั้นต่ำเข้าด้วยกัน แล้วซื้ออาหารหลากหลายเมนู เห็นได้อย่างชัดเจนว่านี่เป็นวิธีที่คุ้มค่ากว่ามาก
หลี่เหรินซูพูดด้วยรอยยิ้ม “ตอนที่พวกเราเสนอญัตติ เดิมทีก็พิจารณาถึงจุดนี้ไว้แล้วล่ะค่ะ
“ถ้าทุกคนอยากกินอาหารร่วมกัน ก็สามารถรวบรวมเงินก้อนนี้มากินด้วยกันได้ หรือถ้าไม่อยากกินร่วมกัน ก็สามารถเลือกที่จะต่างคนต่างกินได้ค่ะ”
สวี่ถงดีใจมาก “เยี่ยมไปเลยค่ะ ถ้างั้นพวกเรามาดูเมนูสำหรับกินเลี้ยงกันเถอะ?
“วันนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้เข้าร่วมเกมพร้อมกันทั้งหมด สมควรแก่การเฉลิมฉลองอย่างยิ่ง ทุกคนน่าจะเลือกกินเลี้ยงร่วมกันใช่ไหมคะ? คงไม่มีใครอยากจะไปแอบกินคนเดียวในเวลาแบบนี้หรอกนะ?”
ซูซิ่วเฉินรีบขยับเข้าไปใกล้ “ถึงจะบอกว่ากินเลี้ยง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องสั่งแต่อาหารสำเร็จรูปพวกนั้นหรอกนะ มันแพงเกินไป!
“พวกเราสั่งวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปมาก็ได้ เมนูง่ายๆ เดี๋ยวฉันเป็นคนทำเอง”
สวี่ถงพยักหน้า “ได้เลยค่ะ งั้นก็ตั้งตารอชิมฝีมือคุณป้าซูเลยนะคะ!”
หลายคนเริ่มพูดคุยปรึกษาหารือเมนูอาหารมื้อเที่ยงกันไปต่างๆ นานา ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะใช้โควตาเวลาวีซ่า 960 นาทีของวันนี้ให้หมด
เมนูส่วนหนึ่งจะสั่งเป็นอาหารสำเร็จรูป อย่างเช่น เป็ดย่าง พิซซ่า เครื่องดื่ม และอื่นๆ ที่ไม่สามารถทำเองได้ ส่วนอีกส่วนหนึ่งจะซื้อวัตถุดิบมาทำเอง อย่างเช่น ผักใบเขียว อาหารพื้นบ้าน และอื่นๆ
ไม่นาน วัตถุดิบต่างๆ ก็ทยอยออกมาจากเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หลายคนพากันเข้าไปวุ่นวายอยู่ในห้องครัว
ซูซิ่วเฉินเป็นแม่ครัวหลัก หยางอวี่ถิงและฟู่เฉินเป็นลูกมือ ส่วนคนอื่นๆ ก็คอยช่วยหยิบนั่นหยิบนี่ ชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็ดูคึกคักขึ้นมาถนัดตา
เมื่ออาหารสองสามอย่างถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ พวกเขาก็ไปซื้ออาหารสำเร็จรูปที่เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติอีกครั้ง
ไม่นาน มื้ออาหารอันอุดมสมบูรณ์ก็ถูกจัดเตรียมจนเสร็จสรรพ
“มา รินให้เต็มเลย!”
สวี่ถงยื่นขวดไวน์แดงไปรินใส่แก้วของเจียงเหอที่อยู่ข้างๆ
เจียงเหอรีบเอามือปิดปากแก้วไว้ “ไม่ ขอบคุณ ฉันไม่ดื่มเหล้า”
สวี่ถงส่ายหน้าเบาๆ “ถ้าแพ้แอลกอฮอล์หรือมีปัญหาเรื่องสุขภาพก็จะไม่คะยั้นคะยอนะคะ แต่ถ้าไม่ใช่ ก็ดื่มสักหน่อยเถอะค่ะ วางใจได้ ไม่มีใครบังคับให้คุณดื่มเยอะหรอก
“ท้ายที่สุดแล้ว วันนี้ก็เป็นวันที่คู่ควรแก่การเฉลิมฉลองนี่นา”
เจียงเหอคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอามือที่ปิดปากแก้วออก “งั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันรินเอง”
ไวน์แดงขวดนี้ก็ซื้อมาจากเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเช่นกัน ราคาคือเวลาวีซ่า 1 ชั่วโมง 20 นาที พวกเขาซื้อมาทั้งหมดสองขวด
แม้ว่าจะเป็นเพียงไวน์แดงที่ราคาถูกที่สุดในเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ แต่เมื่อดื่มในเวลานี้ กลับทำให้รู้สึกว่ามันมีรสชาติที่อร่อยมาก
เฉาไห่ชวนพูดด้วยความรู้สึกทึ่ง “ถ้าหลังจากนี้มีกินเลี้ยงกันทุกวัน แบบนั้นก็หมายความว่าผมสามารถเอาเงินประกันขั้นต่ำของตัวเองไปซื้อบุหรี่ได้หมดเลย แล้วก็มากินฟรีดื่มฟรีทุกวันได้น่ะสิ?”
หลี่เหรินซูยิ้ม “ก็ได้อยู่หรอกค่ะ แต่สูบบุหรี่มันเสียสุขภาพนะคะผู้กองเฉา”
เฉาไห่ชวนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “โธ่ มาถึงขั้นนี้แล้ว จะไปสนเรื่องเสียสุขภาพอะไรอีกล่ะ”
แต่แล้วเขาก็ตระหนักได้ว่าคำพูดนี้มันทำลายบรรยากาศ จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “เอาล่ะๆ ทุกคนมาชนแก้วกันหน่อย รีบกินกับข้าวเถอะ เดี๋ยวจะเย็นชืดหมด”
พูดจบ ทุกคนก็พากันยกแก้วไวน์ขึ้น “ชนแก้ว!”
ภายในห้องโถงของชุมชน เป็นครั้งแรกที่มีการชนแก้วสังสรรค์กัน และมีเสียงหัวเราะดังขึ้นอย่างสนุกสนาน

0 Comments