บทที่ 12 กฎที่ซ่อนอยู่
แปลโดย เนสยังหลินซือจือเดินขึ้นมายังชั้นสอง ซึ่งมีห้องพักหมายเลข 1 ถึง 12
ทางเข้าของแต่ละห้องถูกจัดวางให้แยกจากกันอย่างชาญฉลาด ทำให้ไม่มีกรณีที่ประตูชนกันหรือต้องใช้ระเบียงทางเดินร่วมกัน
ลำดับหมายเลขห้องก็ไม่ได้เรียงกันตามปกติ
นี่ทำให้พื้นที่ชั้นสองดูเหมือนเขาวงกตอยู่บ้าง แต่ก็ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของทุกคนได้เป็นอย่างดี
ไม่นานหลินซือจือก็พบห้องหมายเลข 12 ซึ่งเช่นเดียวกับทางเข้าชุมชน ที่ต้องสแกนวีซ่าเพื่อเข้าไปด้านใน
พื้นที่ภายในห้องนั้นกว้างขวางพอสมควร เป็นห้องชุดสุดหรูที่มีห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ห้องทำงานที่เป็นส่วนตัว รวมถึงห้องนอนที่ดูอบอุ่นและห้องน้ำที่สว่างไสวสะอาดสะอ้าน
ภายในห้องมีสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันครบครัน ในตำแหน่งที่สะดุดตาของห้องนั่งเล่นมีกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนนั้นมีโปสเตอร์แผ่นใหญ่แปะไว้ ซึ่งก็คือ ‘ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้เล่น’
หลินซือจือกวาดสายตาดูคร่าวๆ เนื้อหาก็เหมือนกับกฎเกณฑ์พื้นฐานที่ได้แนะนำไปที่ห้องโถงก่อนหน้านี้
บนโต๊ะหนังสือในห้องทำงานยังมีแล็ปท็อปอยู่อีกหนึ่งเครื่อง
แต่น่าเสียดาย ที่คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตภายนอก และมีโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น
และที่หน้าแรกของเบราว์เซอร์ในคอมพิวเตอร์ ก็คือรายชื่อเกมทั้งหมดในโถงระเบียงพร้อมกฎกติกาอย่างละเอียด
เหมือนกับสิ่งที่ทุกคนเห็นบนหน้าจอขนาดใหญ่ที่ห้องโถงไม่มีผิด
นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบเวลาวีซ่าที่เหลืออยู่ ตรวจสอบราคาสินค้า และอื่นๆ ได้ในคอมพิวเตอร์เครื่องนี้อีกด้วย
พูดง่ายๆ ก็คือ ฟังก์ชันใดๆ ที่มีในห้องโถง ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ฯลฯ ล้วนสามารถใช้งานผ่านแล็ปท็อปส่วนตัวได้ แถมยังมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าอีกด้วย
หลินซือจือเลื่อนเมาส์ไปมา และดูกฎของเกมอื่นๆ อีกสองสามเกม
ทันใดนั้น ก็มีหน้าต่างป๊อปอัปอันใหม่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
[สวัสดี หลินซือจือ]
[‘รูเล็ตต์ไถ่บาป’ ได้รับการประเมินระดับเอส ดูเหมือนว่าความเข้าใจที่คุณมีต่อสถานะ ‘จอมเลียนแบบพระเจ้า’ จะเหนือกว่าผู้ออกแบบเกมคนอื่นๆ ในตอนนี้ หวังว่านี่จะไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญนะ]
[จอมเลียนแบบที่ได้รับการประเมินระดับเอสทุกคน จะได้รับสิทธิพิเศษหนึ่งอย่าง: สามารถปกปิดเวลาวีซ่าพิเศษที่ได้รับจากสถานะจอมเลียนแบบในระบบตรวจสอบเวลาวีซ่าตามสถานที่สาธารณะใดๆ ก็ได้อย่างอิสระ]
[หวังว่าคุณจะใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษนี้อย่างคุ้มค่านะ]
[บัดนี้ โถงระเบียงได้ส่งคำเชิญให้ออกแบบเกมครั้งใหม่ให้กับคุณ:]
[โปรดออกแบบเกมที่มุ่งเป้าไปที่ ‘ผู้เล่นทั้งหมด’ เพื่อ ‘บรรลุผลสำเร็จในการแจกจ่ายเวลาวีซ่าครั้งแรก’]
[เอกสารการออกแบบเกมอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของคุณ]
[หมดเขตเวลา 08.00 น. ของเช้าวันพรุ่งนี้ คุณมีเวลา 12 ชั่วโมงในการออกแบบเกมให้เสร็จสิ้น]
[‘โถงระเบียง’ จะทำการประเมินเอกสารการออกแบบทั้งหมดที่ส่งเข้ามา และจะเลือกใช้รูปแบบที่ได้คะแนนสูงสุดในการจัดเตรียมสถานที่เล่นเกม]
[ผู้เล่นทุกคนจะถูกบังคับให้เข้าร่วม]
[บัดนี้ การนับถอยหลัง 12 ชั่วโมงเริ่มต้นขึ้นแล้ว โปรดทำการตัดสินใจ]
หลินซือจือเลิกคิ้วขึ้น เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะรู้สึกแปลกใจกับคำเชิญให้ออกแบบเกมที่จู่ๆ ก็โผล่มาหรอกนะ ในเมื่อเขายอมรับสถานะพิเศษของตัวเองแล้ว คำเชิญให้ออกแบบเกมจาก ‘โถงระเบียง’ ก็ย่อมปรากฏขึ้นได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว
ซึ่งเขาก็ได้เตรียมใจรับมือกับเรื่องนี้มาอย่างดีแล้ว
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจจริงๆ ก็คือ คำเชิญให้ออกแบบเกมในครั้งนี้มันแตกต่างจากครั้งก่อน
มันไม่ได้มุ่งเป้าไปที่คนร้ายคนใดคนหนึ่งที่มีรายละเอียดคดีแนบมาให้ แต่กลับมุ่งเป้าไปที่ ‘ผู้เล่นทั้งหมด’
เป้าหมายก็ไม่ใช่ ‘การลงโทษคนร้าย’ แต่เป็นการ ‘บรรลุผลสำเร็จในการแจกจ่ายเวลาวีซ่าครั้งแรก’
คำเชิญให้ออกแบบเกมครั้งนี้ ถูกส่งไปยังผู้เล่นทุกคนที่มีสถานะ ‘จอมเลียนแบบพระเจ้า’ ซึ่งนั่นหมายความว่า การผ่านการตรวจสอบเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออย่างแน่นอน
รูปแบบเกมของหลินซือจือ จะต้องดีกว่ารูปแบบของคนอื่นๆ ทั้งหมด ถึงจะมีโอกาสได้รับเลือกจากโถงระเบียง
งั้นคำถามก็คือ…
รูปแบบแบบไหนถึงจะเรียกว่า “ดีที่สุด” และได้รับคะแนนสูงสุดในระบบการประเมินของโถงระเบียง?
แน่นอนว่า ขึ้นอยู่กับความเข้าใจส่วนบุคคล ผู้ออกแบบแต่ละคนย่อมมีคำตอบที่แตกต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง
ก่อนที่จะดูเอกสารการออกแบบ หลินซือจือได้ลองตรวจสอบเวลาวีซ่าที่เหลืออยู่ของตัวเองบนคอมพิวเตอร์ก่อน และก็พบว่าในหน้านี้มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาหนึ่งอย่าง: [ปกปิดเวลาวีซ่าพิเศษที่ได้รับจากสถานะจอมเลียนแบบในระบบตรวจสอบเวลาวีซ่าตามสถานที่สาธารณะ]
หลินซือจือครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะติ๊กเลือกอย่างไม่ลังเล
จากนั้น เขาก็หยิบเอกสารการออกแบบเกมออกมาจากลิ้นชักเพื่อตรวจสอบ
รูปแบบมันเหมือนกับเอกสารการออกแบบที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ เพียงแต่มีรายละเอียดบางอย่างที่ถูกกรอกไว้ล่วงหน้าแตกต่างกันออกไป
สิ่งที่ทำให้หลินซือจือสนใจเป็นพิเศษ ก็คือรายการอุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้ในเกมครั้งนี้
[1. อุปกรณ์แสดงผล: 4 เครื่อง]
[2. เครื่องจับเวลา: 8 เครื่อง]
[3. ลำโพงขนาดเล็ก: 8 เครื่อง]
[4. แท่นวางอุปกรณ์ที่สามารถออกแบบฟังก์ชันได้อย่างอิสระ: 4 แท่น]
[5. เก้าอี้: ไม่จำกัด]
[6. อุปกรณ์พันธนาการ: 8 เครื่อง]
[7. ไพ่โป๊กเกอร์มาตรฐาน: ไม่จำกัด]
[8. ชิปหลากหลายประเภทที่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเวลาวีซ่าได้: ไม่จำกัด]
[9. กลไกพิเศษที่สามารถออกแบบได้อย่างอิสระ: 8 ชุด]
[10. อุปกรณ์ประกอบฉากอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเกม: ไม่จำกัด]
[หมายเหตุ 1: หากไม่มีข้อกำหนดพิเศษ ผู้ออกแบบสามารถกำหนดรุ่นและรูปลักษณ์ของอุปกรณ์ที่ใช้ได้เอง]
[หมายเหตุ 2: ไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์ใดๆ ออกจากพื้นที่เล่นเกม มิฉะนั้นมันจะหายไปในอากาศ]
[หมายเหตุ 3: อุปกรณ์ทั้งหมดคือจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องใช้ใน ‘เกม 1 รอบ’ โถงระเบียงจะทำการจับคู่ผู้เล่นเพื่อเล่นเกมหลายรอบโดยอัตโนมัติ จำนวนอุปกรณ์ที่ต้องใช้จะถูกเพิ่มจำนวนขึ้นตามจำนวนรอบ]
“ระดับความอิสระกลับลดลงงั้นเหรอ?”
หลินซือจือมองดูรายการอุปกรณ์พลางครุ่นคิด
ตอนที่ออกแบบ ‘รูเล็ตต์ไถ่บาป’ อุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้มีมากกว่านี้อย่างเห็นได้ชัด ระดับความอิสระก็สูงกว่าด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ในรายการอุปกรณ์ครั้งที่แล้วมีปืนและอาวุธระยะประชิดที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับผู้เล่นได้โดยตรง แต่ครั้งนี้กลับไม่มี
อุปกรณ์การพนันในครั้งที่แล้วไม่ได้จำกัดประเภท แต่ครั้งนี้กลับถูกจำกัดอย่างเข้มงวดให้ใช้ได้เพียงไพ่โป๊กเกอร์เท่านั้น
“นี่แสดงให้เห็นว่า คำขอเกมของโถงระเบียงในครั้งนี้ มีแนวโน้มที่ชัดเจนมาก
“การไม่มีปืนและอาวุธระยะประชิด หมายความว่าโถงระเบียงไม่ต้องการให้มีการเสียชีวิตเป็นวงกว้างในเกมครั้งนี้
“ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของเกมในครั้งนี้ ไม่ใช่การพิพากษา แต่เป็นเพียงการบรรลุผลสำเร็จในการแจกจ่ายเวลาวีซ่าครั้งแรกเท่านั้น
“ในบรรดาอุปกรณ์การพนันทั้งหมด ไพ่โป๊กเกอร์เป็นที่นิยมมากที่สุด ซึ่งหมายความว่าโถงระเบียงต้องการลดข้อจำกัดในการเข้าร่วมเกม
“ดังนั้น จึงควรพยายามหลีกเลี่ยงการเลือกกฎของไพ่โป๊กเกอร์ที่ซับซ้อนจนเกินไป
“จำนวนอุปกรณ์มีอยู่สามแบบ: 4, 8, ไม่จำกัด นั่นก็หมายความว่า โถงระเบียงสนับสนุนให้ทำการจับคู่ผู้เล่นตั้งแต่ 4 ถึง 8 คน”
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงรายการอุปกรณ์ง่ายๆ แต่หลินซือจือก็ยังสามารถวิเคราะห์เนื้อหาต่างๆ ออกมาได้มากมาย
เห็นได้ชัดว่า คำเชิญให้ออกแบบเกมแต่ละครั้งของโถงระเบียง ล้วนมีข้อกำหนดแฝงอยู่ แต่จะไม่ได้เขียนบอกไว้อย่างชัดเจน
ผู้ออกแบบจะต้องไตร่ตรองเอาเอง
“ระดับความอันตรายต่ำ”, “กฎของไพ่โป๊กเกอร์ที่เรียบง่าย” สองจุดนี้คือพื้นฐานสำคัญของเกมในครั้งนี้
แต่แค่สองจุดนี้ยังไม่เพียงพอ
หลินซือจือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง: “ในเมื่อเป้าหมายคือ ‘การบรรลุผลสำเร็จในการแจกจ่ายเวลาวีซ่าครั้งแรก’ เช่นนั้นก็ต้องมี ‘การคัดกรอง’ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
โลกใบใหม่ แน่นอนว่าไม่ใช่สวรรค์แต่อย่างใด
ที่นี่คือโลกแห่งป่าเถื่อนที่โหดร้าย เพียงแต่สวมเสื้อคลุมแห่งความหลอกลวงเอาไว้เท่านั้น
เหมือนกับที่ประกาศไว้ในกฎ: โถงระเบียงคือองค์กรที่ทำหน้าที่กวาดล้างและพิพากษาในโลกใบใหม่
พิพากษาคนบาป กวาดล้างพวกไร้ประโยชน์
การแจกจ่ายเวลาวีซ่าให้ทุกคนเท่าๆ กัน อาจจะดูยุติธรรมที่สุด แต่มันไม่ตรงตามข้อกำหนดของโถงระเบียงอย่างแน่นอน
แต่ว่า จะคัดกรองอย่างไรล่ะ?
หลังจากครุ่นคิดอย่างจริงจัง หลินซือจือก็เริ่มเขียนกฎของเกมลงบนเอกสารการออกแบบ
แม้ว่าเวลาในการออกแบบที่เผื่อไว้ให้ในครั้งนี้จะค่อนข้างเหลือเฟือ แต่หลินซือจือก็ไม่ได้ตั้งใจจะใช้เวลาไปกับการคิดทบทวนรายละเอียดของเกมซ้ำไปซ้ำมามากนัก เพราะการทำแบบนั้นไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมาย
เนื้อหาเกมที่เขาออกแบบนั้นไม่ค่อยซับซ้อนนัก ดังนั้นในความเป็นจริงแล้ว หลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ เขาก็ทำเสร็จทั้งหมด
หลินซือจืออ่านแบบร่างตั้งแต่ต้นจนจบเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากแน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด เขาก็เขียนคำว่า ‘ออกแบบเสร็จสิ้น’ สี่คำไว้ที่มุมขวาล่างของหน้าสุดท้าย
ข้อความใหม่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
[โถงระเบียงกำลังทำการตรวจสอบเอกสารการออกแบบที่คุณส่งมา…]
[การตรวจสอบเสร็จสิ้น ผ่านการอนุมัติแล้ว]
[กำลังรอผู้ออกแบบคนอื่นๆ ส่งเอกสารการออกแบบ]
หลินซือจือปิดหน้าต่างบนคอมพิวเตอร์ลง
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถแน่ใจได้ว่ารูปแบบของเขาจะถูก ‘โถงระเบียง’ เลือกหรือไม่ แต่เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงจุดนี้ ความกังวลใดๆ ก็ล้วนเปล่าประโยชน์
หลินซือจือรู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เขาก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงและหลับสนิทไป
…
…
เลย 7 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้นมานิดหน่อย หลินซือจือก็ตื่นขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
“ไม่ใช่ความฝันสินะ”
ภาพที่แปลกตาตรงหน้าเตือนสติเขาว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เขาได้มายังสถานที่ที่เรียกว่า “โลกใบใหม่” แห่งนี้จริงๆ และในอนาคตก็อาจจะต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนาน
ในช่วงชีวิตนี้ยังจะได้กลับไปยังโลกเดิมอีกไหม?
ตอนนี้ไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้
แต่หลินซือจือก็ถือว่าเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี จึงไม่ได้รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้มากจนเกินไปนัก
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันอย่างง่ายๆ เขาก็ลงมาชั้นล่างที่ห้องโถง
สิ่งที่เกินความคาดหมายของเขาก็คือ คนส่วนใหญ่ต่างก็ตื่นกันแล้ว หลินซือจือกวาดสายตามองคร่าวๆ ก็พบว่าในห้องโถงมีคนอยู่เจ็ดแปดคนแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ครับ ทนายหลิน”
ฟู่เฉินยกมือขึ้นทักทายหลินซือจือ
หลินซือจือพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปที่เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เขาสั่งแซนด์วิชเป็นอาหารเช้าพร้อมกับนมอุ่นหนึ่งแก้ว รวมเป็นเวลาวีซ่า 25 นาที
ฟู่เฉินกำลังกินไข่ดาวชิ้นสุดท้ายในจาน: “อ้อ จริงสิ ทนายหลิน ถ้าคุณอยากจะใช้ห้องครัว ก็ไปใช้ได้เลยนะครับ
“เมื่อเช้านี้ลุงติงกับป้าซูใช้ห้องครัวไปแล้ว ในนั้นมีอุปกรณ์ทำครัวเยอะแยะเลยครับ พอสำหรับสิบกว่าคนสบายๆ แถมยังมีสีกับลายต่างกันด้วย จะได้แยกออกว่าของใครเป็นของใคร
“อุปกรณ์ของพวกเขาสองคนวางไว้ที่มุมขวาสุดของตู้กับข้าว ถ้าคุณจะใช้ ก็ควรจะวางอุปกรณ์ของตัวเองไว้ในตำแหน่งที่กำหนดเหมือนกันนะครับ จะได้แยกแยะได้ง่ายๆ
“แล้วก็ พวกเขาซื้อวัตถุดิบทำอาหารมาแช่ไว้ในตู้เย็นแล้ว ถ้าคุณจะซื้อวัตถุดิบ ก็ควรจะเอาไปวางไว้คนละส่วนนะครับ จะได้ไม่ปนกัน”
หลินซือจือมองไปทางห้องครัว: “รับทราบครับ ผมยังไม่ใช้ตอนนี้”
เป็นไปตามที่คาดไว้ ไม่ช้าก็เร็วติงเหวินเฉียงกับซูซิ่วเฉินก็ต้องเลือกที่จะใช้ห้องครัวทำอาหารกินเอง
การที่พวกเขาจงใจตื่นเช้า อาจจะเป็นเพราะต้องการหลีกเลี่ยงคนอื่นๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องกระอักกระอ่วนใจ แน่นอนว่า ก็อาจจะเป็นเพราะคนวัยนี้มักจะชินกับการตื่นเช้าอยู่แล้วก็ได้
ผ่านไปไม่นาน หวังหย่งซินที่ตื่นสายที่สุดก็ลงมาที่ห้องโถง
เขาดูสดใสดี คาดว่าน่าจะนอนหลับเต็มอิ่มจนตื่นเอง
โดยรวมแล้ว หลังจากได้พักผ่อนมาหนึ่งคืน คนส่วนใหญ่ก็ดูผ่อนคลายลงมาก
ที่นี่ไม่ต้องทำงาน และในตอนนี้ก็ยังไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลมากมายนัก
นอกจากการไปอาบแดดริมหน้าต่าง ดื่มกาแฟ หรือไปอ่านหนังสือแล้ว ก็ไม่มีอะไรให้ทำมากนักจริงๆ
หลินซือจือเดินไปที่โซนอ่านหนังสือ และลองพลิกดูหนังสือที่อยู่ที่นั่นคร่าวๆ
มีทั้งหนังสือขายดีทั่วไป และยังมีตำราเฉพาะทางที่ซับซ้อนลึกซึ้ง ถือว่ามีหลากหลายประเภทพอสมควร
ต้องยอมรับว่า ที่นี่ถือเป็นสถานที่ที่ดีในการปล่อยวางความคิด
ทว่าหลินซือจือเพิ่งจะหาหนังสือเจอเล่มหนึ่งและตั้งใจจะนั่งลงอ่าน ข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ในห้องโถงอีกครั้ง
[ผู้เล่นทุกท่าน อรุณสวัสดิ์!]
[‘โถงระเบียง’ จะเปิดทำการในอีก 1 ชั่วโมง]
[เกมในครั้งนี้มีชื่อว่า ‘โป๊กเกอร์สีเลือด’ เป้าหมายของเกมคือ ‘บรรลุผลสำเร็จในการแจกจ่ายเวลาวีซ่าครั้งแรก’ ผู้เล่นทุกคนในโลกใบใหม่จะถูกบังคับให้เข้าร่วม และจะสุ่มจับคู่เข้าเล่นเกมรอบละ 8 คน]
[โปรดผู้เล่นทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม]
จากนั้น บนหน้าจอขนาดใหญ่ก็ปรากฏการนับถอยหลังหนึ่งชั่วโมง
59:59
59:58

0 Comments