บทที่ 96 ผลกำไรที่เป็นไปได้
แปลโดย เนสยังวันก่อน ไมเคิลได้ขอให้เกรซช่วยลงทะเบียนเพื่อขอเข้าถึงรอยแยกมิติในเมืองวูดสโตน
ครั้งนี้ ความต้องการของเขาชัดเจนมากเขาต้องการลุยรอยแยกคนเดียว
สมาคมไม่มีข้อห้ามไม่ให้ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติยื่นขอเข้าถึงรอยแยกภายในขอบเขตสมาชิกของตนเอง โดยไม่สนว่าความแข็งแกร่งที่ลงทะเบียนไว้จะเป็นอย่างไร
ข้อกำหนดเพียงอย่างเดียวคือ บุคคลหนึ่งไม่สามารถยื่นขอเข้ารอยแยกเดียวกันหลายครั้งในวันเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากที่อาจเพิ่มความยากให้กับทีมเคลียร์พื้นที่ชุดต่อไป
อย่างไรก็ตาม รอยแยกพิเศษ เช่น รอยแยกที่มีอารยธรรมอื่นอาศัยอยู่ จะมีข้อกำหนดและกฎระเบียบที่เข้มงวดกว่า
ตอนนี้ไมเคิลยังไม่มีธุระอะไรกับรอยแยกพิเศษเหล่านั้น
รอยแยกแบบแปดเปื้อนยังคงมีค่าสำหรับเขามากกว่าสิ่งอื่นใด
“ฉันจองคิวให้คุณได้แล้วค่ะ” เกรซกล่าว นิ้วของเธอเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนคีย์บอร์ด
“อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคุณขอจองแบบลุยเดี่ยวซึ่งเทียบเท่ากับการจองของทั้งทีมคิวที่ได้ก็เลยค่อนข้างจะห่างกันหน่อยนะคะ”
ไมเคิลพยักหน้ารับคำอธิบายของเธอ
สำหรับเรื่องคิวที่ห่างกัน เขาไม่ได้ติดใจอะไร ขอแค่ได้คิวมาก็พอ
“ได้วันไหนบ้างครับ?” เขาถาม
“รอสักครู่นะคะ” เกรซตอบ สายตาจดจ่ออยู่ที่หน้าจอ
ไมเคิลคิดว่าเธอกำลังเปิดไฟล์ของเขาอยู่ และแน่นอนว่าเธอใช้เวลาไม่นานก็ตอบกลับ
“คำร้องของคุณได้รับการอนุมัติสำหรับรอยแยกมิติทั้งสามแห่งในเมืองวูดสโตนค่ะ: รอยแยกมิติแบบแปดเปื้อนโลกก็อบลินเลเวล 1, รอยแยกมิติแบบแปดเปื้อนอาณาเขตป่าเลเวล 1, และรอยแยกมิติแบบแปดเปื้อนอาณาเขตวานรเลเวล 2” เกรซอธิบายก่อนจะหยุดไปชั่วครู่
วินาทีต่อมา เธอก็พูดต่อ “น่าเสียดายที่วันนี้คุณไม่มีคิวเลยค่ะ คิวแรกของคุณคือพรุ่งนี้ตอนเที่ยงที่รอยแยกอาณาเขตป่า หลังจากนั้น คุณก็มีคิวอีกหกคิวกระจายไปตลอดสองสัปดาห์ข้างหน้า ทางเราจะส่งอีเมลกำหนดการทั้งหมดไปให้หลังจากที่เรายืนยันความตั้งใจของคุณที่จะดำเนินการกับรอยแยกเหล่านี้แล้วค่ะ”
ไมเคิลอยากจะถามว่าทำไมระยะเวลาถึงถูกจำกัดไว้แค่สองสัปดาห์ แต่ก็อดใจไว้แล้วสรุปเอาเอง
คงเป็นเพราะป้องกันการผูกขาดล่ะมั้ง ถ้าใครก็สามารถจองรอยแยกไปได้เรื่อยๆ มันคงมีวิธีช่องโหว่เอาเปรียบระบบเต็มไปหมด
จากความเร็วในการเกิดใหม่ของรอยแยก ไมเคิลไม่คิดว่ามันจะขาดแคลนคิวหรอก
รอยแยกเลเวล 1 สามารถเคลียร์ได้อย่างน้อยสามครั้งต่อวัน
ในช่วงสองสัปดาห์ นั่นหมายถึง 42 คิวต่อรอยแยก
เมื่อพิจารณาว่าเมืองวูดสโตนมีรอยแยกเลเวล 1 สองแห่ง นั่นก็เกือบจะ 100 คิวที่เปิดให้จองในช่วงเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ไมเคิลไม่ใช่ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติเพียงคนเดียวในเมือง ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่การเข้าถึงจะไม่ได้ไร้ขีดจำกัด
ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งตระหนักว่าเจ็ดคิวในสองสัปดาห์นั้นค่อนข้างจะใจป้ำเลยทีเดียว
ถ้าเขาเคลียร์แค่รอยแยกเลเวล 1 เขาก็จะได้อย่างน้อย 700,000 ดอลลาร์แน่ๆ
สำหรับไมเคิลในตอนนี้ นั่นยังคงเป็นเงินก้อนใหญ่
เมื่อนับรวมการเข้าถึงรอยแยกระดับ 2 อาณาเขตวานรแล้ว เขาประเมินว่าเขาน่าจะทำเงินได้มากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า
การคาดการณ์นี้ได้รับการยืนยันหลังจากที่ไมเคิลและเกรซตกลงรายละเอียดกันเรียบร้อย
“ตกลงตามนี้นะคะ คุณนอร์แมน?” เกรซถามเพื่อยืนยัน
“ครับ” ไมเคิลตอบพร้อมรอยยิ้ม
เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองแค่โชคดี หรือเกรซพยายามช่วยเหลือเขาเป็นพิเศษ แต่ในบรรดาเจ็ดคิวที่เขาได้มา มีสองคิวที่เป็นของรอยแยกระดับ 2 อาณาเขตวานร
จากประสบการณ์ครั้งก่อนในรอยแยกนั้น การทำเงินให้ได้อย่างน้อยหนึ่งล้านต่อครั้งนั้นแทบจะการันตีได้เลย
สองคิวก็หมายถึง 2 ล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย และเมื่อรวมกับกำไรจากรอยแยกเลเวล 1 อีกห้าครั้ง ไมเคิลก็กำลังมองถึงรายได้ที่เป็นไปได้ถึง 3 ล้านดอลลาร์หรือมากกว่านั้น
นี่เป็นจำนวนเงินที่มากพอสมควร และมันจะช่วยให้เขาทำอะไรได้อีกเยอะ
อย่างแรกเลย ในที่สุดเขาก็สามารถซื้อเสื้อผ้าดีๆ ให้ซากศพคืนชีพของเขาได้ไม่ต้องแก้ผ้าเดินไปเดินมาอีกต่อไปแถมยังซื้ออุปกรณ์คุณภาพสูงให้พวกมันได้ด้วย
เขายังสามารถซื้ออุปกรณ์ที่ดีกว่าให้ตัวเองได้ โดยที่ยังมีเงินเหลือเฟือสำหรับความต้องการอื่นๆ
“บางทีฉันอาจจะไปดูที่ศูนย์การค้าเผื่อมีอะไรที่การันตีแต้มวิวัฒนาการ โดยไม่ต้องสนระดับดาว” ไมเคิลรำพึงขณะเดินออกจากเคาน์เตอร์ของเกรซ
“ถ้าหาของแบบนั้นเจอแล้วซื้อแบบเหมาได้ มันคงประหยัดเวลาฉันไปได้เยอะ ยิ่งถ้ามีขายในร้านค้าบนเว็บบอร์ดยิ่งดีมันจะสะดวกกว่ามาก”
ด้วยความเพลิดเพลิน ไมเคิลก็เดินฝันหวานถึงแผนการของตัวเองขณะมุ่งหน้าไปยังศูนย์การค้า
ตอนนี้คิวรอยแยกมิติก็เรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาจัดการธุระอีกอย่างของวันนี้
การขายวัสดุที่เขาปล้นมาจากการ์กอยล์
เมื่อเทียบกับกำไรที่แน่นอนจากรอยแยก ไมเคิลตื่นเต้นกับการขายครั้งนี้มากกว่าเสียอีก
สัญชาตญาณบอกเขาว่าเขากำลังจะได้กำไรก้อนโต
หากวัสดุเหล่านี้สามารถทำเงินให้เขาได้อย่างน้อยเท่ากับการเข้าไปในรอยแยกมิติในอนาคต ไมเคิลก็จะมีความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายเงินมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากจำนวนซากศพคืนชีพของเขาจะเพิ่มขึ้นหลังจากใช้ซากที่เขาได้มาจากรอยแยก
ขณะที่ความคิดเหล่านี้แล่นอยู่ในหัว ไมเคิลก็มาถึงศูนย์การค้า
อย่างไรก็ตาม แทนที่จะพบไบรอัน ใบหน้าที่คุ้นเคย เขากลับเห็นพนักงานสำรองวัยกลางคนคนเดิมจากคราวก่อน
แม้จะประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไมเคิลก็ไม่ได้ลำบากใจอะไรที่จะต้องติดต่อธุรกิจกับชายคนนี้
เนื่องจากเขาไม่ได้ซื้อของอย่างน้ำยาต้นกำเนิดวิญญาณซึ่งระดับดาวจะกำหนดว่าเขาจะได้รับแต้มวิวัฒนาการหรือไม่การเจรจากับพนักงานสำรองหรือไบรอันก็ไม่ได้ต่างกันนัก
แน่นอนว่าการได้เจอคนที่คุ้นเคยมันย่อมสบายใจกว่า
“สวัสดีตอนบ่ายครับ” ไมเคิลทักทายเมื่อเดินเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์ เป็นฝ่ายเริ่มการสนทนา
“สวัสดีตอนบ่ายครับ วันนี้มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?” พนักงานสำรองของไบรอันตอบกลับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
“ผมอยากจะขายของหน่อยครับ” ไมเคิลเข้าประเด็นทันที
“คุณจะขายอะไรเหรอครับ?”
“วัสดุบางอย่างน่ะครับ”
“วัสดุ? วัสดุอะไรครับ?”
ไมเคิลนิ่งไปครู่หนึ่ง พยายามนึกชื่อวัสดุที่เขาปล้นมาจากการ์กอยล์
เขาเริ่มไล่ชื่อพวกมันไปทีละอย่าง แต่พอพูดไป เขาก็สังเกตเห็นอะไรแปลกๆยิ่งเขาพูดมากเท่าไหร่ สีหน้าของชายวัยกลางคนก็ยิ่งดูสับสนมากขึ้นเท่านั้น

0 Comments