บทที่ 72 การตัดสินใจ
แปลโดย เนสยังไมเคิลค่อนข้างตกใจเล็กน้อยกับรูปลักษณ์ของเพื่อนร่วมทีมของเขา
ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้บำเพ็ญเพียรหรือผู้ตื่นรู้ที่แก่และแข็งแกร่งอย่างตาเฒ่าหลิวเป็นต้น เขาก็ดูมีอายุไม่น้อย
แต่ออร่าที่แผ่ออกมาจากผู้ชายพวกนี้มัน… แตกต่างออกไป
มันเป็นความรู้สึกแบบที่คุณคาดหวังว่าจะได้สัมผัสจากเจ้าของร้านค้าทั่วไป
ธรรมดาสามัญ
แม้แต่พนักงานต้อนรับยังมีราศีมากกว่าพวกเขาเสียอีก แต่ก็นะ การทำงานให้กับองค์กรอย่างสมาคมผู้มีพลังพิเศษ เธอก็คงจะไม่ธรรมดาอยู่แล้วล่ะ
ผู้ชายพวกนี้น่าจะกลายมาเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติในวัยผู้ใหญ่แล้ว ไมเคิลคิด แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก
ความคิดของเขาเป็นเพียงแค่การสังเกตแบบผ่านๆ เท่านั้น
เมื่อตระหนักได้ว่านี่คือคนที่เขาต้องพบ ไมเคิลก็ขยับเข้าไปใกล้พวกเขา
โชคดีที่เขาไม่ต้องแนะนำตัว ซึ่งมันคงจะทำให้สถานการณ์ดูอึดอัด
พนักงานต้อนรับเห็นเขาทันทีและหันไปพูดกับกลุ่มคนเหล่านั้น
“นี่คือเพื่อนร่วมทีมของคุณสำหรับวันนี้ค่ะ คุณมิลล์” พนักงานต้อนรับกล่าว พลางผายมือไปยังชายร่างสูงที่มีกล้ามเนื้อเล็กน้อยและสะพายกระเป๋าใบใหญ่ไว้บนหลัง
ความประทับใจแรกของไมเคิลที่มีต่อคุณมิลล์คือ… อ่อนแอ อ่อนแอจนน่าขัน
เมื่อค่าสถานะของไมเคิลเพิ่มขึ้น การรับรู้ของเขาก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน และเมื่อมองดูคุณมิลล์ในตอนนี้ เขารู้สึกว่าแม้แต่ตัวเขาในตอนเลเวล 5 ก็ยังสามารถเอาชนะชายคนนี้ได้สบายๆ
แน่นอนว่ามันเป็นเพียงแค่ความคิด
“หมอนี่เนี่ยนะ?” คุณมิลล์เหลือบมองไมเคิลด้วยความสงสัย สีหน้าของเขาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“คุณเกรซ ตอนที่คุณบอกว่ามีเพื่อนร่วมทีมที่ไว้ใจได้ให้เรา ผมคาดหวังไว้มากกว่านี้นะ ผมจะเอาผู้บำเพ็ญเพียรหน้าใหม่มาทำไม? เพื่อมาตายงั้นเหรอ? ขนาดไมเคิลที่เป็นนักสู้มากประสบการณ์ยังตายเลย!”
หางตาของไมเคิลกระตุก เขาอยากจะสวนกลับไป แต่ก็พยายามข่มใจไว้
เห็นได้ชัดว่าชายคนนี้กำลังพูดถึงคนอื่นที่บังเอิญชื่อเหมือนเขาพอดี แต่มันก็ยังทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
มันรู้สึกเหมือนเป็นลางร้าย
ถึงกระนั้น จากคำพูดของคุณมิลล์ ไมเคิลก็ได้รู้ชื่อของพนักงานต้อนรับคนนี้: เกรซ คนที่เขามักจะไปหาอยู่เสมอ
เธอดูน่าจะป็อปปูลาร์พอสมควร
แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาจริงๆ คือการพูดถึงความตายต่างหาก
สีหน้าของไมเคิลมืดมนลงเล็กน้อย มีคนตายงั้นเหรอ
เขามักจะทึกทักเอาเองว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติในความจริงใหม่นี้
นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงระมัดระวังตัวเกี่ยวกับการล่ามอนสเตอร์ในโลกความเป็นจริง
แต่พอได้ยินเรื่องนี้มาตรงๆ มันก็ทำให้เขารู้สึกหนักอึ้งในใจ
พูดตามตรง เมื่อพลังของเขาเพิ่มขึ้น ความมั่นใจของเขาก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ในระดับจิตใต้สำนึก เขาเริ่มจะมองข้ามอันตรายของรอยแยกมิติไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม คำพูดของคุณมิลล์ก็เปรียบเสมือนเสียงระฆังเตือนสติ
นั่นไม่ได้หมายความว่าไมเคิลวางแผนที่จะทำตัวขี้ขลาดหรือสูญเสียความมั่นใจในพลังของตนเอง
ท้ายที่สุดแล้ว มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะแข็งแกร่งขึ้นหากความคิดของเขาไม่ได้พัฒนาตามไปด้วย?
แต่เพียงเพราะเขาสามารถเลเวลอัปได้เหมือนในเกม ก็ไม่ได้หมายความว่านี่คือเกมซะหน่อย
นี่คือโลกความเป็นจริง
และที่นี่ เขาสามารถตายได้จากเหตุผลมากมายนับไม่ถ้วน
ส่วนเรื่องความดูถูกของคุณมิลล์ ไมเคิลไม่ได้สนใจเลยสักนิด
ด้วยแต้มวิวัฒนาการกว่า 200 แต้มที่มีอยู่ในตอนนี้ การเสียรายได้จากรอยแยกเลเวล 1โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยแยกที่เขาจะต้องไปแบ่งกับคนอื่นมันไม่คุ้มกับเวลาของเขาเลย
รายได้ที่เขาได้รับจากรอยแยกเลเวล 2 ในอาณาเขตวานรนั้นเกินความคาดหมายของเขาไปมากตั้งแต่ก่อนเข้าไปเสียอีก
แน่นอนว่า นี่ก็ต้องขอบคุณมิร่าและลิเลียนด้วยเช่นกัน
แม้เขาจะลองใช้วิธีการเดียวกันกับทีมนี้ ผลตอบแทนก็คงจะน้อยกว่ามาก
ที่แย่ไปกว่านั้น พวกเขาอาจจะไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันให้เหมือนกับมิร่าและลิเลียน
นั่นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งที่น้อยกว่าและความมักง่ายที่อาจจะเกิดขึ้นจากคนที่ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรแต่กลับคาดหวังรางวัลที่เท่าเทียมกัน
แค่คิดไมเคิลก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที
ก่อนที่เกรซจะได้ตอบกลับ ไมเคิลก็พูดแทรกขึ้นมา
“เขาพูดถูกแล้วครับ คุณเกรซ มันจะดีกว่าถ้าเขาไปกับคนที่เขาไว้ใจได้”
ไมเคิลรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่ในที่สุดก็ได้รู้ชื่อของพนักงานต้อนรับคนนี้
เขาไม่เคยถาม และเธอก็ไม่เคยบอก เพราะการสนทนาของพวกเขามักจะเข้าเรื่องงานเสมอ
อีกอย่าง พวกเขาก็เพิ่งจะรู้จักกันได้แค่สามสี่วันยังไม่นานพอที่จะมีความคุ้นเคยในระดับที่คุณมิลล์เพิ่งแสดงออกมาหรอก
แต่ไมเคิลยังพูดไม่จบ
“อ้อ แล้วก็ รบกวนช่วยยกเลิกตารางงานทั้งหมดที่ผมมีกับทีมในวันพรุ่งนี้ให้ด้วยนะครับ และฝากขอโทษพวกเขาแทนผมด้วย รบกวนช่วยยื่นเรื่องขอเข้าไปในรอยแยกมิติแบบเดี่ยวในช่วงสองสามวันข้างหน้าให้ทีนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเข้ามาคอนเฟิร์มอีกที”
“ได้เลยค่ะ คุณนอร์แมน”
“ขอบคุณครับ”
หลังจากนั้น ไมเคิลก็เดินจากไป
ในตอนนี้ เขาไม่ได้ต้องการเงินมากไปกว่าสิ่งที่จำเป็นสำหรับความต้องการพื้นฐานของเขา ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เขายังคงวางแผนที่จะเข้าไปในรอยแยก
แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีเงินทุนมากขึ้นแล้ว แต่มันก็ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะซื้อน้ำยาต้นกำเนิดวิญญาณจากสมาคม
ส่วนเรื่องการไปที่สาขาอื่นของสมาคมผู้มีพลังพิเศษในเมืองวูดสโตน เขาไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับการดูแลแบบเดียวกับที่ไบรอันมีให้
ดังนั้นการหาเงินจึงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่มันก็ยังจำเป็นอยู่ดี
สำหรับตอนนี้ เขามีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว: แต้มวิวัฒนาการและเงินอีกสองสามร้อยดอลลาร์เพื่อประทังชีวิต
ไมเคิลไม่เห็นประโยชน์อะไรในการเข้าร่วมทีมเพื่อเข้าไปในรอยแยกมิติในจุดนี้
แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลเดียว
ด้วยแต้มวิวัฒนาการที่เขามีอยู่ในตอนนี้ ในที่สุดไมเคิลก็มั่นใจพอที่จะโจมตีการ์กอยล์ที่ขวางทางเขาอยู่ในดินแดนแห่งต้นกำเนิดได้เสียที
หลังจากผ่านไปหลายวัน ในที่สุดเขาก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแล้ว
หลังจากพูดในสิ่งที่ต้องพูดจบ ไมเคิลก็ผละออกจากกลุ่มคนทั้งสี่และเดินออกจากสมาคม
ดวงอาทิตย์กำลังตกดิน และแม้ว่าไมเคิลจะยังรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจากงานทั้งวัน แต่ความคาดหวังที่เดือดพล่านอยู่ภายในใจสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็มอบพลังงานอันพลุ่งพล่านให้กับเขา
ไมเคิลมุ่งหน้ากลับไปยังโรงแรมที่เขาพักอยู่โดยไม่ให้เสียเวลา
ระหว่างทาง เขาแวะที่ห้างเพื่อหาอะไรให้ตัวเองกินรวมถึงร่างกายที่อยู่ในดินแดนแห่งต้นกำเนิดด้วย

0 Comments