ตอนที่ 96 ลูกบอลพลังงาน
แปลโดย เนสยังปัญหาเรื่องวิธีฝึกทักษะมักจะเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับผู้ฝึกอสูรมาโดยตลอด
ถ้ามีเงินก็ดีไป แค่ส่งสัตว์อสูรไปเข้าสถาบันฝึกสอนทักษะต่างๆ ก็จบ
สถาบันพวกนี้จะกำหนดไว้ล่วงหน้าเลยว่าสามารถสอนทักษะอะไรได้บ้าง
ทักษะที่พวกเขาระบุว่าสอนได้ ล้วนมีวิธีการฝึกสอนที่เป็นระบบและเป็นมืออาชีพ ซึ่งวิธีการฝึกเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเครื่องมือทำมาหากิน ไม่มีทางเอามาป่าวประกาศบอกใครฟรีๆ แน่
แต่ถ้าไม่มีเงิน ก็ต้องมานั่งศึกษาวิธีฝึกด้วยตัวเอง
การค้นหาข้อมูลและถกเถียงกับคนในเน็ตเพื่อหาแนวทางใหม่ๆ ถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้ฝึกอสูรส่วนใหญ่มักจะทำกัน ไม่มีใครมานั่งค่อนขอดหรอก
ประโยคที่จู่ๆ ก็โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนี้ ดูปราดเดียวก็รู้เลยว่าต้องเป็นคนที่รู้วิธีฝึกท่าฝนสะเก็ดไฟแน่ๆ
เฉียวซางรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ กำลังจะกดตอบกลับ แต่คนคนนั้นก็ส่งข้อความตามมาอีกประโยคอย่างรวดเร็ว
【เพียงแค่ 19,998 ก็เอาวิธีฝึกไปได้เลย ทักแชทมาคุยรายละเอียดกันได้】
เฉียวซาง: “…”
ถุย! ที่แท้ก็พวกมิจฉาชีพ
ก่อนจะหลอกคนอื่นก็หัดเช็กราคาตลาดของการฝึกท่าฝนสะเก็ดไฟดูบ้างสิ ราคานี้ต่อให้เติมศูนย์เข้าไปข้างหลังอีกตัวก็ยังเชื่อถือไม่ได้เลย
เฉียวซางไม่สนใจเขา รอให้คนอื่นเข้ามาถกประเด็นต่อ
ไม่นานก็มีคอมเมนต์เพิ่มมาอีกสองสามอัน
【จองแถวหน้า ขอรอฟังด้วยคน】
【อันดับแรกนายต้องมีสัตว์อสูรธาตุไฟซะก่อน】
【เมนต์บนพูดผิดแล้ว อันดับแรกนายต้องมีสัตว์อสูรธาตุไฟระดับสูงต่างหากล่ะ】
【สัตว์อสูรธาตุไฟระดับสูงยังไม่พอ ต้องระดับแม่ทัพขึ้นไปนู่นถึงจะคุยกันรู้เรื่อง】
เฉียวซางอ่านถึงตรงนี้ ก็พิมพ์ข้อความส่งไป
【แล้วถ้าเป็นระดับเริ่มต้นล่ะ?】
พอข้อความนี้ส่งออกไป ก็เหมือนไปแหย่รังแตน ยอดคอมเมนต์พุ่งพรวดขึ้นมาทันที
【แยกย้ายเถอะ จขกท. ปัญญาอ่อน】
【อย่าเพิ่งพูดถึงวิธีฝึกเลย พลังงานของสัตว์อสูรธาตุไฟระดับเริ่มต้นมันพอจะปล่อยท่าฝนสะเก็ดไฟได้เหรอ? ต่อให้รีดพลังจนหมดก๊อกก็คงไม่ไหวมั้ง】
【รู้สึกว่าท่าฝนสะเก็ดไฟมันก็คล้ายๆ กับจุดพลุนั่นแหละ จขกท. ลองไปซื้อพลุมาจุดเล่นศึกษาดูก่อนสิ】
【ลูกบอลพลังงานมันเป็นทรงกลม ลูกไฟก็เป็นทรงกลมเหมือนกัน อันนึงคือการบีบอัดพลังงานธาตุไฟไว้ข้างใน ส่วนอีกอันคือการปลดปล่อยพลังงานธาตุไฟออกมาข้างนอก จขกท. ลองเริ่มฝึกจากลูกไฟดูก่อนก็ได้นะ】
【แทนที่จะมานั่งศึกษาวิธีฝึกท่าฝนสะเก็ดไฟ สู้เอาเวลาไปศึกษาวิธีหาเงินมาจ่ายค่าฝึกดีกว่าไหม】
【กระผมไร้ความสามารถ เคยศึกษาวิธีให้สัตว์อสูรระดับต่ำฝึกทักษะระดับสูงมาแล้ว ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลบ้าอย่างมีความสุขดีครับ】
ถึงแม้คอมเมนต์ส่วนใหญ่จะไม่มีสาระอะไรเลย แต่เฉียวซางก็ยังพอเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์มาได้บ้าง
หนึ่งในสาเหตุหลักที่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นและระดับกลางไม่สามารถเรียนรู้ทักษะระดับสูงได้ ก็คือพลังงานในร่างกายไม่เพียงพอ
พลังงานที่ต้องใช้สำหรับทักษะระดับสูงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่หมาเขี้ยวไฟในตอนนี้จะทนรับไหว
วิธีแก้ปัญหาที่เร็วที่สุดก็คือให้หมาเขี้ยวไฟวิวัฒนาการ แต่ตอนนี้หมาเขี้ยวไฟดันยังวิวัฒนาการไม่ได้นี่สิ
แต่ก็ยังพอจะลองหาวิธีเพิ่มพลังงานในสภาพที่ยังไม่วิวัฒนาการดูได้
ก็แหม ตอนนี้หมาเขี้ยวไฟยังอยู่ในช่วงกำลังโต พลังงานในร่างกายยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวเลยสักนิด
อีกข้อมูลหนึ่งก็คือ ลูกบอลพลังงานเป็นสภาวะที่บีบอัดพลังงานไว้ภายใน
ในเมื่อเป็นแบบนั้น การจะสร้างลูกบอลพลังงานขึ้นมาได้ ก็จะต้องมีความเชี่ยวชาญในการควบคุมพลังงานธาตุไฟในระดับที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นบรรลุแล้ว
แต่เมื่อมีนิ้วทองคำคอยช่วยเพิ่มระดับความชำนาญให้ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
เฉียวซางก้มหน้าจดแนวทางการฝึกซ้อม
วางเป้าหมายการฝึกที่ชัดเจนสำหรับหมาเขี้ยวไฟในช่วงเวลาต่อจากนี้
ในขณะที่เธอกำลังตั้งใจเขียนอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เฉียวซางวางปากกาลงแล้วลุกไปเปิดประตู
“แม่คะ แม่มาได้ยังไงเนี่ย?” เฉียวซางอุทานด้วยความประหลาดใจ
แม่อยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า เครื่องสำอางที่ปกติแต่งซะสวยเป๊ะตลอดเวลา ตอนนี้กลับลบเลือนโดยไม่ได้เติม
หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
ในขณะที่เฉียวซางกำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น สีหน้าของแม่ก็ผ่อนคลายลงทันที เธอยิ้มออกมาด้วยแววตาที่อ่อนโยน
“แม่ได้ยินป้าสะใภ้สามบอกว่าวันนี้หนูไปเจอฆาตกรมา แม่ไม่ค่อยสบายใจก็เลยมาดูให้เห็นกับตา พอเห็นหนูปลอดภัยดีแม่ก็เบาใจแล้วล่ะ”
เฉียวซางอึ้งไปนิดนึง รู้สึกจุกในอก
ทุกคนเอาแต่ทึ่งในความดวงดีและชื่นชมความเก่งกาจของเธอ แต่กลับไม่มีใครถามเธอเลยสักคนว่าเธอเป็นอะไรไหม
เฉียวซางแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ “แม่โทรมาหาก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องลำบากมาถึงนี่เลย พรุ่งนี้แม่หยุดเหรอคะ?”
แม่หัวเราะ “แกรู้ได้ไงเนี่ย แม่นัดกับป้าหวังว่าจะไปเดินช้อปปิ้งพรุ่งนี้น่ะ”
เฉียวซาง: “…”
……
การมาของแม่เป็นเพียงเหตุการณ์แทรกเล็กๆ เที่ยงวันต่อมา แม่ก็ขี่พิราบบ้านตุ้ยนุ้ยมุ่งหน้าไปที่สถานีรถไฟความเร็วสูง
ที่บอกว่าจะไปเดินช้อปปิ้งกับป้าหวังสงสัยแม่คงลืมไปแล้วมั้ง
ผีค้นสมบัติตัวน้อยหลับไปคืนนึงเต็มๆ ก็ยังไม่ตื่น แต่รอยแดงบนแก้มก็จางหายไปแล้ว
ลำธารหลิวกาน
หมาเขี้ยวไฟกำลังวิ่งวนไปรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง
มันมองดูความเปลี่ยนแปลงบนร่างกายตัวเองด้วยความตกตะลึง
เมื่อวินาทีที่แล้ว จู่ๆ ขนของมันก็ยาวขึ้น ตัวก็สูงขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ แถมกรงเล็บก็ยังแหลมคมขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะ
“หยาเป่า แกพ่นประกายไฟออกมาให้หมดก๊อกเลยนะ เอาให้พลังงานในตัวหมดเกลี้ยงไปเลย” เฉียวซางสั่ง
หมาเขี้ยวไฟได้ยินคำสั่งของผู้ฝึกอสูรก็เบรกเอี๊ยด แต่เพราะว่าวิ่งวนจนเวียนหัวก็เลยหน้ามืดเกือบจะทรงตัวไม่อยู่
พอมันลองรีดเร้นพลังงานในร่างกายออกมา ก็ต้องอึ้งไปเลย
ทำไมรู้สึกเหมือนว่าพลังงานในตัวก็เพิ่มขึ้นมาด้วยล่ะ?
“โฮ่ง?”
หมาเขี้ยวไฟเอียงคอ มองผู้ฝึกอสูรของมันด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
“นี่แหละคือข้อดีของการทำสัญญา แกดูสิ สัตว์อสูรที่มีผู้ฝึกอสูรน่ะ พัฒนาการเร็วกว่าสัตว์อสูรที่อยู่ในฐานเพาะพันธุ์ตั้งเยอะใช่ไหมล่ะ” เฉียวซางแกล้งหลอก
ความจริงคำพูดนี้ก็ไม่ได้โกหกซะทีเดียวหรอก เพียงแต่เธอใช้นิ้วทองคำช่วยต่างหากล่ะ
เมื่อกี้เธอเพิ่งจะอัปคะแนนเพิ่มไปที่ช่องระดับของหมาเขี้ยวไฟถึง 600 แต้ม
ตอนนี้ในคัมภีร์อสูร ช่องระดับของหมาเขี้ยวไฟก็กลายเป็น 【ขั้นต้น (800/1000) +】
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหมาเขี้ยวไฟก็เป็นไปตามที่เธอคิดไว้เป๊ะ
ตัวเลขคะแนนหลังช่องระดับ ก็คือตัวแทนของปริมาณพลังงานที่สะสมอยู่ในร่างกายของหมาเขี้ยวไฟในระดับเริ่มต้นนั่นเอง
เงื่อนไขในการวิวัฒนาการของสัตว์อสูร อย่างแรกเลยก็คือการสะสมพลังงานให้ถึงจุด ส่วนอย่างที่สองก็คือต้องมีตัวจุดประกายให้เกิดการลอกคราบ
ซึ่งตัวจุดประกายที่ว่านี้ก็มีหลายอย่างเลยล่ะ
ไม่ว่าจะเป็นไอเทมสำหรับวิวัฒนาการ, สภาพแวดล้อม, ความผูกพันระหว่างสัตว์อสูรกับผู้ฝึกอสูร หรือแม้แต่การฝึกทักษะเฉพาะทางจนถึงระดับใดระดับหนึ่ง ก็ล้วนมีผลทั้งสิ้น
ส่วนเงื่อนไขแรกน่ะเข้าใจง่าย
ยิ่งคะแนนระดับของหมาเขี้ยวไฟมีมากเท่าไหร่ พลังงานในร่างกายของมันก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
ท่าฝนสะเก็ดไฟเป็นทักษะที่ผลาญพลังงานมหาศาล งั้นเธอก็จะลองอัดพลังงานเข้าไปในตัวหมาเขี้ยวไฟโดยที่ไม่ให้มันวิวัฒนาการดูสิ
ส่วนคะแนนอีก 200 แต้มที่เหลือ เธอไม่กล้าอัปมั่วซั่วหรอก เพราะยังเหลือเวลาอีกตั้งเดือนครึ่ง
เรื่องนิ้วทองคำนี้เฉียวซางไม่คิดจะบอกให้หมาเขี้ยวไฟรู้หรอกนะ
กลัวว่าพอมันรู้แล้วจะเสียนิสัย เกิดวันหลังเอาแต่พึ่งนิ้วทองคำไม่ยอมขยันซ้อมขึ้นมาล่ะก็ จบเห่แน่
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟถึงบางอ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!
จากนั้นมันก็เริ่มรีดเร้นพลังงานในร่างกายออกมาอย่างตื่นเต้น
30 นาทีต่อมา
หลังจากปล่อยทักษะประกายไฟไปทั้งหมด 320 ครั้ง หมาเขี้ยวไฟก็นอนแผ่หราอย่างหมดสภาพ
เฉียวซางรีบยื่นนมไปให้ทันที
ถึงแม้ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่คิดไว้ แต่พอมาเห็นกับตาตัวเองว่าพลังงานในตัวหมาเขี้ยวไฟมันเยอะพอที่จะพ่นประกายไฟได้เป็นร้อยๆ ครั้งแบบนี้ เฉียวซางก็ยังอดทึ่งไม่ได้
นิ้วทองคำนี่มันจะโกงเกินไปแล้ว…
……
เวลา 15.12 น.
ภายในห้อง
“แกลองดูนี่สิ” เฉียวซางหยิบลูกโป่งจิ๋วที่เพิ่งใส่น้ำจนเต็มขึ้นมาโชว์ให้หมาเขี้ยวไฟดู
“ถ้าแกอยากจะฝึกท่าฝนสะเก็ดไฟ แกก็ต้องเรียนรู้วิธีรวบรวมลูกบอลพลังงานให้ได้ซะก่อน ลูกบอลพลังงานก็เหมือนกับลูกโป่งน้ำลูกนี้นี่แหละ พลังงานทั้งหมดจะถูกบีบอัดรวมกันไว้ข้างใน เหมือนกับน้ำที่อยู่ในลูกโป่งนี่ไง”
“มองภายนอกอาจจะดูไม่มีอะไร แต่แกต้องรู้ไว้ว่าข้างในน่ะมันอัดแน่นไปด้วยพลังงานมหาศาลเลยนะ แกลองเอาไปสัมผัสดูสิ”
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟพยักหน้าอย่างจริงจัง ก่อนจะยื่นกรงเล็บออกไปรับ
“โผล๊ะ!”
กรงเล็บแหลมๆ เพิ่งจะแตะโดนลูกโป่งน้ำ มันก็แตกโพละ น้ำกระจายเกลื่อนพื้น
หมาเขี้ยวไฟ: “…”
(จบตอน)

0 Comments