You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

หลังจากที่เฉียวซางให้ปากคำที่สถานีตำรวจเสร็จแล้วก็เดินออกมา

เงินรางวัลไม่ได้ถูกมอบให้ทันทีเหมือนตอนที่จับหัวขโมยคราวก่อน แต่ต้องกลับไปรอการแจ้งเตือนภายใน 30 วันทำการ

เรื่องนี้เฉียวซางก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

แต่ตอนที่เดินออกจากสถานีตำรวจ เธอแอบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เปลี่ยนจากการตั้งค่าปิดเสียงแบบที่ใช้เป็นประจำ ให้เป็นโหมดเปิดเสียงปกติ แล้วก็เร่งเสียงกริ่งจนสุด

……

ศูนย์ฝึกอสูรคือหน่วยงานของรัฐบาล สังกัดองค์กรสมาพันธ์ผู้ฝึกอสูร

ศูนย์ฝึกอสูรเป็นศูนย์กลางสำคัญของทุกพื้นที่ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่หรืออำเภอเล็กๆ ก็ต้องมีศูนย์ฝึกอสูรตั้งอยู่ทั้งนั้น

ศูนย์ฝึกอสูรของตำบลฉีถังตั้งอยู่ใจกลางตำบล ถึงแม้ขนาดจะเทียบไม่ได้กับที่เมืองหางกั่ง แต่ถ้าเทียบกับตึกอื่นๆ ในตำบลแล้ว ก็ถือว่าเป็นตึกที่ใหญ่โตโอ่อ่าที่สุดเลยล่ะ

ตอนนี้เฉียวซางกำลังอุ้มหมาเขี้ยวไฟ นั่งรอเงียบๆ อยู่ที่หน้าห้องตรวจอายุรกรรมสัตว์อสูร ในโซนพยาบาลของศูนย์ฝึกอสูร

สำหรับอาการของผีค้นสมบัติตัวน้อย เฉียวซางก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรมากนัก

ผีค้นสมบัติตัวน้อยไม่ได้มีบาดแผลภายนอกหรือภายในให้เห็นเลย แค่เอาแต่นอนหลับไม่ยอมตื่น อาการเหมือนคนเมาไม่มีผิด

ในสังคมปัจจุบัน ขอแค่พาสัตว์อสูรมาหาหมอที่ศูนย์ฝึกอสูรได้ทันเวลา ต่อให้เมื่อเช้าเพิ่งจะโดนอัดจนสลบกลางลานประลอง ตอนเที่ยงรักษาแผลเสร็จ ตอนบ่ายก็กลับไปโดดเด้งลงแข่งต่อได้สบายๆ

ระหว่างที่นั่งรอ เฉียวซางก็ส่งจิตสำนึกเข้าไปดูข้อมูลในคัมภีร์อสูร

【ชื่อ: หมาเขี้ยวไฟ】

【ธาตุ: ไฟ】

【ระดับ: ขั้นต้น (198/1000) +】

【คุณลักษณะที่หนึ่ง: เพลิงเดือด

ระดับ: D (1/500)

สถานะ: (ใช้ยาก)

คำอธิบาย: (เมื่อสถานะร่างกายต่ำกว่า 1/4 จะสามารถกระตุ้นศักยภาพ ทำให้ทักษะธาตุไฟรุนแรงขึ้น 2 เท่า และความเร็วเพิ่มขึ้น 2 เท่า)】

【ทักษะ: กัด (ขั้นเริ่มต้น 74/100) +

พุ่งชน (ขั้นเชี่ยวชาญ 483/500) +

เขี้ยวอัคคี (ขั้นชำนาญ 694/2000) +

ประกายไฟ (ขั้นชำนาญ 866/2000) +

แยกร่างเงา (ขั้นเชี่ยวชาญ 125/500) +

วังวนเปลวเพลิง (ขั้นเชี่ยวชาญ 220/500) +

พุ่งชนเปลวเพลิง (ขั้นเชี่ยวชาญ 110/500) +】

【คะแนน 1386】

เฉียวซางจ้องมองตัวเลขข้อมูลตรงหน้าจนตาค้าง

เธอกวาดสายตาดูตัวเลขคะแนนด้านล่างสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อความแน่ใจ

เมื่อคืนมันยังอยู่ที่ 456 อยู่เลย ตอนนี้กลายเป็น 1386 แล้วเหรอเนี่ย?

บวกเพิ่มมาตั้ง 930 แต้มเลยนะ…

เฉียวซางใจเต้นรัว ถึงแม้จะรู้ตัวว่าตอนที่ลาสคิลนกอัสนีจ้าวพายุได้น่าจะได้คะแนนมาเยอะพอสมควร แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเยอะขนาดนี้!

คะแนนระดับนี้ แค่เอาไปอัปเกรดให้หมาเขี้ยวไฟวิวัฒนาการก็ยังได้เลย!

นี่มันคือเป้าหมายหลักที่เธออุตส่าห์ดั้นด้นกลับมาฝึกฝนหมาเขี้ยวไฟที่บ้านเกิดเลยนะ!

ความคิดของเฉียวซางหยุดชะงักไปชั่วขณะ

เพิ่งจะกลับมาถึงบ้านเกิดได้แค่วันเดียว เป้าหมายก็บรรลุซะแล้ว?!

“คิวที่ 006 คิวที่ 006”

“ผู้ฝึกอสูรของผีค้นสมบัติ!”

เสียงเรียกคิวทำให้เฉียวซางหลุดออกจากภวังค์

“อยู่นี่ค่ะ!”

“ผีค้นสมบัติไม่เป็นอะไรหรอกครับ แค่ดื่มหยาดวารีเร้นลับเข้าไปนิดหน่อย โชคดีที่ดื่มไปแค่ไม่กี่หยด ถึงแม้หยาดวารีเร้นลับจะมีประโยชน์มหาศาลต่อสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณ แต่ผีค้นสมบัติตัวนี้ยังเด็กเกินไป ร่างกายเลยรับพลังงานเยอะๆ ไม่ไหว”

“ในฐานะผู้ฝึกอสูร คุณต้องระวังให้มากกว่านี้นะครับ อย่าเห็นว่าเป็นของดีก็ยัดเยียดให้มันกิน ต้องดูความเหมาะสมของช่วงวัยด้วย อาการแบบนี้แค่รอให้มันดูดซับพลังงานจากหยาดวารีเร้นลับให้หมดก็พอแล้วครับ น่าจะนอนหลับไปสักตื่น พรุ่งนี้ก็น่าจะหายเป็นปกติแล้วล่ะครับ” คุณหมอวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาว อุ้มผีค้นสมบัติตัวน้อยมาส่งให้เฉียวซางพลางอธิบายอาการให้ฟัง

คุณหมอท่านนี้ดูอายุประมาณ 40-50 ปี

หัวเถิกนิดๆ ผมบางๆ บนหัวมองปราดเดียวก็รู้เลยว่าเป็นหมอระดับหัวหน้าแผนกแน่นอน

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ หนูเข้าใจแล้วค่ะ” เฉียวซางรับผีค้นสมบัติตัวน้อยที่ยังคงหลับสนิทมาอุ้มไว้

หยาดวารีเร้นลับ อาหารเสริมชั้นยอดสำหรับสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณ ราคาหยดละหลักหมื่นขึ้นไป

ดูยังไงก็ต้องเป็นของที่วิญญาณหมวกหินให้มาแน่ๆ

เอานมไปแลกหยาดวารีเร้นลับ แถมจุดจบของอีกฝ่ายยังน่าอนาถขนาดนั้น เฉียวซางก็เริ่มจะรู้สึกสงสารวิญญาณหมวกหินขึ้นมาตงิดๆ

ความรู้สึกเสียดายคะแนนที่ไม่ได้ลาสคิลเมื่อตอนนั้นก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

……

ลำธารหลิวกาน

“โฮ่ง?”

หมาเขี้ยวไฟเอียงคอสงสัย ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ฝึกอสูรของมันถึงเอาแต่จ้องหน้ามันเงียบๆ อยู่นานสองนาน

“หยาเป่า ฉันขอถ่ายรูปแกเก็บไว้หน่อยนะ” เฉียวซางลูบหัวหมาเขี้ยวไฟด้วยความอาลัยอาวรณ์

“โฮ่ง”

หมาเขี้ยวไฟพยักหน้ารับ

ท่าทางของผู้ฝึกอสูรของมันดูแปลกๆ ไป มันนึกว่าเธอมีเรื่องสำคัญอะไรจะพูดซะอีก ที่แท้ก็แค่จะถ่ายรูปนี่เอง

เรื่องถ่ายรูปน่ะมันถนัดอยู่แล้ว คราวก่อนก็มีคนชมมันตั้งเยอะแยะว่าถ่ายรูปขึ้นกล้อง

หมาเขี้ยวไฟรีบจัดแจงโพสท่าทันที แหงนหน้าขึ้น 45 องศา ยกมุมปากขึ้นนิดๆ เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมๆ ดูมีเสน่ห์สุดๆ

เฉียวซาง: “…”

นี่มันโพสท่าเร็วเกินไปแล้วมั้ง…

อารมณ์ซึ้งๆ ที่อุตส่าห์บิ้วต์มาเมื่อกี้ปลิวหายวับไปหมดเลย…

เฉียวซางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดกล้องถ่ายรูปหมาเขี้ยวไฟสุดหล่อตรงหน้า

เมื่อสัตว์อสูรวิวัฒนาการ รูปร่างหน้าตาก็จะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ถึงแม้ว่าร่างวิวัฒนาการอย่างหมาเพลิงแผดเผาจะดูเท่และน่าเกรงขามกว่าหมาเขี้ยวไฟเยอะ แต่พอคิดว่าหมาเขี้ยวไฟจะต้องเปลี่ยนรูปร่างไป เฉียวซางก็ยังแอบรู้สึกใจหายนิดๆ อยู่ดี

แต่การวิวัฒนาการก็คือสิ่งที่สัตว์อสูรทุกตัวต้องเผชิญ และเป็นเป้าหมายสูงสุดที่ผู้ฝึกอสูรและสัตว์อสูรทุกคนใฝ่ฝัน

ไม่มีใครหรอกที่อยากจะหยุดอยู่กับที่ ไม่ยอมพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น ยิ่งเป็นหมาเขี้ยวไฟที่มุ่งมั่นอยากจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

เพียงแต่ว่า ต่อไปนี้คงจะอุ้มมันไม่ไหวแล้วล่ะ…

จังหวะที่เฉียวซางกำลังจะกดชัตเตอร์ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จู่ๆ ก็มีสายโทรศัพท์เรียกเข้าขัดจังหวะซะก่อน

พอเห็นชื่อคนโทรมา เฉียวซางก็ชะงักไปนิดนึง ก่อนจะกดรับสาย

“ฮัลโหล เฉียวซางใช่ไหมคะ รูปถ่ายเสร็จแล้วนะคะ เดี๋ยวพี่จะส่งให้ดู หนูอย่าลืมเอาไปโพสต์ลงโซเชียลด้วยนะ ส่วนแคปชั่นเดี๋ยวพี่ส่งให้ก๊อปปี้ไปวางได้เลย” เสียงผู้หญิงปลายสายร่ายยาวเป็นชุด

เฉียวซางฟังแล้วก็นิ่งเงียบไปพักใหญ่

เกือบไปแล้ว!

เกือบไปนิดเดียว!

เกือบจะเผลอทำผิดสัญญาซะแล้ว!

เธอลืมเรื่องที่รับงานพรีเซ็นเตอร์ให้หมาเขี้ยวไฟไปซะสนิทเลย!

ตอนนั้นในสัญญาระบุไว้ว่าระยะเวลาโปรโมตคือครึ่งปี หมาเขี้ยวไฟต้องถ่ายแบบแว่นตากันแดดให้ครบทั้งสองคอลเลกชัน คือคอลเลกชันหน้าร้อนที่เพิ่งจะถ่ายเสร็จไป กับคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงที่ยังไม่ได้ถ่าย

ถ้าขืนปล่อยให้มันวิวัฒนาการเป็นหมาเพลิงแผดเผาก่อนจะได้ถ่ายคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงล่ะก็ เธอคงโดนฟ้องเรียกค่าเสียหายบานเบอะแน่ๆ

ก็แหม แบรนด์เค้าจ้างหมาเขี้ยวไฟที่เป็นแชมป์ร้อยหน้าใหม่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์นี่นา

“ฮัลโหล เฉียวซาง ยังฟังอยู่หรือเปล่าคะ?”

“ฟังอยู่ค่ะ คอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงของร้านพี่ เสร็จหรือยังคะ? ถ้าเสร็จแล้ว ฉันจะได้รีบไปถ่ายให้เสร็จๆ ไปเลย” เฉียวซางพยายามต่อรอง

“นี่เพิ่งจะเดือนกรกฎาคมเองนะคะ จะรีบไปไหนกันล่ะ ตอนนี้เธอก็อยู่บ้านเกิดด้วยนี่นา เอาไว้ตอนเปิดเทอมกลับมาที่หางกั่งแล้วเราค่อยเริ่มถ่ายคอลเลกชันใหม่ก็ได้ค่ะ น่าจะพอดีกัน” ซ่งหยวนตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

ก็คือต้องรอไปอีกเดือนครึ่งสินะ

เฉียวซางคิดทบทวนดูแล้วก็ตัดสินใจยอมรับ

ก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรขนาดนั้นนี่นา

พอวางสายเสร็จ เฉียวซางก็หันไปบอกหมาเขี้ยวไฟว่า “งั้นเรามาฝึกท่าพุ่งชนเปลวเพลิงกันต่อเถอะ”

จากทักษะธาตุไฟทั้งหมดที่หมาเขี้ยวไฟมีอยู่ ตอนนี้ก็ทดสอบขีดจำกัดพลังงานไปหมดแล้ว เหลือแค่ท่าพุ่งชนเปลวเพลิงท่าเดียวเท่านั้น

หมาเขี้ยวไฟที่ยังคงโพสท่าแหงนหน้า 45 องศาพร้อมกับยิ้มมุมปาก ถึงกับทำหน้าเหวอไปเลย

ไม่ใช่บอกว่าจะถ่ายรูปหรอกเหรอ?

10 นาทีต่อมา

เฉียวซางก้มหน้าจดข้อมูลลงในแอปจดบันทึกของโทรศัพท์มือถือ

พุ่งชนเปลวเพลิง 48 ครั้ง

ท่าเขี้ยวอัคคีกับพุ่งชนเปลวเพลิงจัดอยู่ในหมวดหมู่ทักษะระดับกลางเหมือนกัน ถึงแม้ความชำนาญของเขี้ยวอัคคีจะสูงกว่าพุ่งชนเปลวเพลิง แต่เมื่อเทียบเรื่องการผลาญพลังงานแล้วก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

ทักษะระดับเดียวกันก็มีความแตกต่างกันอยู่ดี

เห็นได้ชัดว่า การใช้ท่าพุ่งชนเปลวเพลิงนั้น ไม่ว่าจะเป็นการผลาญพลังงานหรืออานุภาพการโจมตี ในระดับความชำนาญที่เท่ากัน มันย่อมเหนือกว่าท่าเขี้ยวอัคคีอย่างแน่นอน

หมาเขี้ยวไฟหยิบขวดนมที่เตรียมไว้ข้างๆ ขึ้นมาดูด

ส่วนผีค้นสมบัติตัวน้อย ตอนนี้ก็กำลังเกาะผมของเฉียวซางหลับปุ๋ยอยู่ นมขวดนี้ก็เป็นเฉียวซางเองที่หยิบมาเตรียมไว้ให้แต่เช้า

หมาเขี้ยวไฟดื่มนมไปพลาง แหงนหน้ามองฟ้าไปพลาง

ไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ แววตาของมันดูมุ่งมั่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มันจัดการดูดนมที่เหลืออยู่รวดเดียวจนเกลี้ยงขวด

“โฮ่ง!”

เสียงเห่าของหมาเขี้ยวไฟดึงให้เฉียวซางเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอโทรศัพท์

“เป็นอะไรไป?” เฉียวซางถาม

“โฮ่งโฮ่ง!”

“โฮ่งโฮ่ง!”

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟใช้กรงเล็บสั้นๆ ของมันพยายามทำไม้ทำมืออธิบาย

ชี้เข้าหาตัวเองสลับกับชี้ขึ้นไปบนฟ้า

เฉียวซางยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความไม่แน่ใจว่า “นี่แกกำลังจะบอกว่า แกอยากจะกลับมาฝึกท่าฝนสะเก็ดไฟอีกครั้งงั้นเหรอ?”

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟพยักหน้าอย่างหนักแน่น แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

(จบตอน)

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note