ตอนที่ 90 หรือว่าเดาผิด?
แปลโดย เนสยังแต่วินาทีต่อมา เฉียวซางก็ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
จะเอา 5 ล้านออกไปยังไงล่ะเนี่ย?
เมื่อกี้แค่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบเลยจับ 5 ล้านมัดไว้ แต่พอมัดเสร็จ ก็อย่างที่กังวลนั่นแหละ จะลงเขายังไง?
ต่อให้เธอลาก 5 ล้านไปได้สักระยะนึง แล้วถ้าวิญญาณหมวกหินกับงูทะเลหางเงินรู้ตัวว่าผู้ฝึกอสูรของมันหายไปล่ะจะทำยังไง?
ต้องรู้ไว้ด้วยนะว่า ผู้ฝึกอสูรกับสัตว์อสูรจะมีความรู้สึกเชื่อมโยงถึงกันได้ ยิ่งห้วงสมองได้รับการพัฒนามากเท่าไหร่ ระยะทางที่สามารถรับรู้ได้ก็จะยิ่งไกลขึ้น
อีตา 5 ล้านนี่มีสัตว์อสูรระดับแม่ทัพอย่างงูทะเลหางเงินอยู่ด้วย ระดับของผู้ฝึกอสูรไม่มีทางต่ำกว่าระดับ D แน่นอน เผลอๆ อาจจะเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ C ที่ผ่านการประเมินจากสมาพันธ์แล้วด้วยซ้ำ
ถ้าเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ C จริงๆ ไม่ว่าสัตว์อสูรของเขาจะอยู่มุมไหนของภูเขา แค่เขาขยับตัว ต่อให้ลงจากเขาไปแล้ว สัตว์อสูรก็อาจจะยังสัมผัสได้
ถ้าเป็นแบบนี้ การจะมัด 5 ล้านลากลงไปตีนเขาก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย แถมผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ยังไม่กลับมาด้วย
เธอไม่ใช่ผู้ฝึกอสูรระดับ C ซะหน่อย ถ้าเดินไปไกลๆ ผีค้นสมบัติตัวน้อยอาจจะหาเธอไม่เจอก็ได้
เฉียวซางเริ่มปวดหัว เมื่อก่อนเธอไม่ใช่นิสัยแบบนี้นี่นา ทำไมช่วงนี้ถึงรู้สึกว่าตัวเองใจร้อนขึ้นก็ไม่รู้ หรือที่เขาบอกว่าคบคนพาลพาลพาไปหาผิด นี่เธอไปใกล้ชิดกับใครมาเนี่ย?
“โฮ่ง!”
เสียงเห่าของหมาเขี้ยวไฟดึงสติของเฉียวซางกลับมา
“โฮ่งๆ”
หมาเขี้ยวไฟส่งเสียงเห่าดังลั่นใส่ผู้ฝึกอสูรของมัน
จะให้มันพ่นไฟใส่ผู้ชายคนนี้เลยไหม?
แววตาของมันเป็นประกาย ดูฮึกเหิมสุดๆ
“อย่าเพิ่ง! ถึงหมอนี่จะไม่ใช่คนดี แต่จะเผาให้ตายเลยก็ไม่ดีหรอก ส่งให้ตำรวจจัดการดีกว่า” เฉียวซางรีบห้ามไว้ กลัวว่าหมาเขี้ยวไฟจะใจร้อนพ่นไฟออกมาจริงๆ
หมาเขี้ยวไฟเอียงคอสงสัย
อ้าว พ่นไฟใส่แล้วจะตายเหรอเนี่ย? มันนึกว่าก็แค่บาดเจ็บสลบไปเหมือนตอนต่อสู้ซะอีก
“จี๊ด?”
ตอนนั้นเอง แม่ลูกหนูแม่เหล็กก็เดินตามมาสมทบ มองดูผู้ชายที่ถูกมัดมือจนเป็นข้าวต้มมัดอยู่บนพื้นด้วยความงุนงง
เฉียวซางคิดอยู่พักหนึ่ง ก็นึกวิธีที่ดีกว่านี้ไม่ออก เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาตำรวจอีกรอบ
“สวัสดีค่ะ ที่นี่คือศูนย์รับแจ้งเหตุ 660 สายของท่านจะถูกบันทึกเสียงไว้ค่ะ”
ติดแล้ว!
เฉียวซางอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะรีบพูดรัวๆ “ที่นี่คือเขาหวงหมิง ตำบลฉีถัง อำเภอเจียจินค่ะ โจวเซี่ยน อาชญากรที่ถูกประกาศจับระดับ A เขาอยู่ที่นี่ค่ะ พวกคุณรีบมา…”
“ตื๊ดๆๆ…”
ยังพูดไม่ทันจบ ปลายสายก็ตัดไปซะแล้ว
อากาศร้อนอบอ้าวในฤดูร้อนบวกกับอะดรีนาลีนที่สูบฉีด ทำให้เสื้อด้านหลังของเฉียวซางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่วินาทีนี้ อากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบขึ้นมากะทันหัน จนเธอรู้สึกหนาวสันหลังวาบ
เงาดำทาบทับลงมาบนหัวเฉียวซาง เธอเผลอกำโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่แน่น แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง
……
ตำบลฉีถัง
สถานีตำรวจ
“ฮัลโหล ที่นี่สถานีตำรวจตำบลฉีถัง อำเภอเจียจินครับ” โอเปอเรเตอร์รับสาย
“…”
สถานีตำรวจตำบลฉีถังมีตำรวจแบ่งเป็นสองกลุ่ม โดยจะผลัดกันเข้าเวรวันละกลุ่ม
ตำรวจที่เข้าเวรจะแบ่งเป็นสองประเภท คือ ตำรวจธุรการกับตำรวจสายตรวจ และตำรวจสืบสวน
ประเภทแรกทำงานเอกสารและออกตรวจพื้นที่ในตอนกลางวัน ส่วนประเภทหลังต้องเตรียมพร้อมรับแจ้งเหตุและออกปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง
แต่เนื่องจากคนที่สอบติดตำรวจในตำบลฉีถังได้ล้วนเป็นผู้ฝึกอสูรกันทั้งนั้น ในขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา ดังนั้นตำรวจที่เข้าเวรตามปกติก็สามารถรับมือกับคดีต่างๆ ได้สบายๆ แทบจะไม่เคยมีสถานการณ์ที่ต้องระดมกำลังตำรวจทั้งสองกลุ่มออกปฏิบัติหน้าที่พร้อมกันเลย
แต่ในเวลานี้ ตำรวจที่เข้าเวรทั้งสองกลุ่มกลับถูกระดมกำลังออกไปจนหมด
รถตำรวจสี่คัน พร้อมกับสัตว์อสูรสายบินสามตัว คือ พิราบบ้านตุ้ยนุ้ย อินทรีวายุ และนกกระจอกเพลิงคำราม มุ่งหน้าไปทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง
บนหลังอินทรีวายุ
“นี่เธอบอกฉันทีสิว่าปากของกว่างเป้ยมันทำด้วยอะไร? พูดอะไรก็เป็นอย่างนั้น หางกั่งมีตั้งหลายที่ ทำไมโจวเซี่ยนถึงต้องมาที่ตำบลเราด้วยเนี่ย ซวยจริงๆ เลย” หญิงวัยกลางคนถอนหายใจยาว
“พวกเราไปกันแค่นี้จะจับโจวเซี่ยนได้เหรอคะ? ในประวัติบอกว่าเขาเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ C มีสัตว์อสูรระดับแม่ทัพตั้งสองตัวเลยนะคะ” เยี่ยหรั่นหรั่นถามด้วยความเป็นห่วง
“จับไม่ได้หรอก” หญิงวัยกลางคนตอบ
เยี่ยหรั่นหรั่น: “…”
หญิงวัยกลางคนเว้นจังหวะไปนิดนึง ก่อนจะพูดต่อ “ความจริงพวกเราควรจะไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของโจวเซี่ยนไว้ก่อน แล้วรอให้เบื้องบนส่งคนมาจัดการ แต่คนที่โทรมาแจ้งเหตุเบอร์โทรกลับไม่ติดน่ะสิ”
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ
ผ่านไปสักพัก เยี่ยหรั่นหรั่นก็พูดขึ้น “ถึงแม้จะพูดแบบนี้อาจจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนน้องสาวฉันเพิ่งจะไปที่เขาหวงหมิงมา โชคดีที่เธอไม่เจอใครแล้วกลับมาได้อย่างปลอดภัย”
หญิงวัยกลางคนพยักหน้ารับ “นั่นสิ ได้ยินมาว่าคนที่โทรแจ้งเหตุเป็นผู้หญิงด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้างแล้ว”
……
เขาหวงหมิง
เฉียวซางเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมสีม่วงที่จ้องเขม็งมาที่เธอ ทำให้ใจเธอหล่นวูบ
วิญญาณหมวกหิน?
แล้วเสี่ยวสวินเป่าของเธอล่ะ?!
เฉียวซางมองซ้ายมองขวาหา
ก็เห็นผีค้นสมบัติตัวน้อยเดินโซเซออกมาจากข้างหลังวิญญาณหมวกหิน แก้มสีเทาของมันแดงระเรื่อ
มันค่อยๆ ลอยมาเกาะบนหัวเฉียวซาง หาจุดที่สบายที่สุดแล้วฟุบหลับตาลง ท่าทางเหมือนคนเมาไม่มีผิด
ปลอดภัยก็ดีแล้ว…
เฉียวซางถอนหายใจด้วยความโล่งอก โบกมือขวาเก็บผีค้นสมบัติตัวน้อยเข้าคัมภีร์อสูรเป็นครั้งแรก
วิญญาณหมวกหินหรี่ดวงตาสีม่วงลง ก้มมองเจ้านายที่นอนอยู่บนพื้น
บนหัวมีปูดลูกเบ้อเริ่ม สองมือก็ถูกมัดไว้ สภาพดูน่าอนาถกว่าตอนแรกซะอีก
“หมวกหิน! หมวกหิน!”
วิญญาณหมวกหินร้องด้วยความโกรธจัด
รูม่านตาสีม่วงของมันหดเล็กลง ดวงตาเปล่งประกายแสงสีม่วงออกมา
วินาทีต่อมา ร่างของมันก็หายไป พื้นดินบริเวณที่มันเคยอยู่ก็กลายเป็นสีดำสนิทและขยายวงกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว จนรัศมีกว้างประมาณ 4 เมตรถึงได้หยุดลง
เฉียวซางใจหายวาบ
นี่มันทักษะกลืนกินรัตติกาล
แตกต่างจากทักษะกินฝันที่จะกลืนกินความฝันของเป้าหมายในขณะหลับ และฟื้นฟูพลังงานให้ตัวเองจากครึ่งหนึ่งของความเสียหายที่ทำได้
ทักษะกลืนกินรัตติกาลสามารถลากเป้าหมายที่กำลังตื่นอยู่เข้าสู่ความมืดมิด และสร้างความเสียหายเพื่อฟื้นฟูพลังงานให้ตัวเองได้
เรียกได้ว่าเป็นทักษะกินฝันขั้นกว่าเลยก็ว่าได้
สีหน้าของเฉียวซางเริ่มเคร่งเครียดขึ้น
จะทำยังไงดี?
หมาเขี้ยวไฟไม่มีทางเอาชนะวิญญาณหมวกหินได้แน่ๆ นี่พวกเธอจะต้องมาตายที่นี่งั้นเหรอ?
วิญญาณหมวกหินหลอกง่ายขนาดนั้น ถ้าตอนนี้เธอล้วงนมออกมาให้มันกินสักขวด มันจะยังได้ผลอยู่ไหมนะ?
แต่ว่า… นมมันอยู่ในห่วงของผีค้นสมบัติตัวน้อยหมดเลยนี่สิ…
ในขณะที่เฉียวซางกำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอดอยู่นั้น หมาเขี้ยวไฟก็กระโดดขึ้นไปคร่อมบนตัวผู้ชายคนนั้น อ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิง
“โฮ่ง!”
“โฮ่งๆ!”
หมาเขี้ยวไฟก้มหัวลงไปจ่อที่คอของผู้ชายคนนั้น กวาดสายตามองไปรอบๆ ส่งเสียงขู่คำราม
เฉียวซางมองดูการกระทำของหมาเขี้ยวไฟแล้วก็ถึงกับอึ้งไปเลย
เชี่ย!
หยาเป่าที่แสนซื่อของเธอ ทำไมถึงได้… ฉลาดแบบนี้!
ไปเรียนรู้มาจากไหนเนี่ย?
ทำไมถึงรู้สึกเหมือนเคยเห็นฉากแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลยนะ…
ในเวลาเดียวกัน แม่ลูกหนูแม่เหล็กที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกคุ้นๆ กับภาพนี้เหมือนกัน
“หมวกหิน!”
“หมวกหิน!”
วิญญาณหมวกหินรีบโผล่ออกมาทันที กลัวว่าถ้าช้าไปเจ้านายของมันจะโดนงับคอขาดตายซะก่อน
“หยาเป่า ค้างท่านี้ไว้ ห้ามขยับเด็ดขาดนะ!” เฉียวซางร้องสั่งอย่างตื่นเต้น
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟก้มหัวลงค้างไว้ตามคำสั่ง
มันรู้ดีว่าต้องทำให้สิ่งมีชีวิตสายภูตผีวิญญาณตัวนี้ยอมจำนนให้ได้ เหมือนกับที่ผู้ฝึกอสูรของมันทำกับหนูแม่เหล็กเมื่อกี้นี้ไง
“ยกเลิกทักษะซะ” เฉียวซางฉวยโอกาสขู่
“หมวกหิน”
วิญญาณหมวกหินพยักหน้ารับ วินาทีต่อมา สีดำบนพื้นดินก็ค่อยๆ จางหายไป
“เอาเครื่องตัดสัญญาณออกมา” เฉียวซางบอก
เมื่อกี้เธอยังโทรศัพท์ได้อยู่เลย แต่วิญญาณหมวกหินโผล่มาสัญญาณก็หายวับไปทันที เธอสงสัยว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกันแน่ๆ
“หมวกหิน?”
วิญญาณหมวกหินเอียงคอ ไม่เข้าใจความหมาย
เฉียวซางเห็นปฏิกิริยาของวิญญาณหมวกหินก็ตกใจ หรือว่าเธอจะเดาผิด?
ตอนนั้นเอง สัตว์อสูรสายบินสีเหลืองที่มีปีกแหว่งไปข้างหนึ่งก็เดินกะเผลกๆ เข้ามาในสายตาของเฉียวซาง

0 Comments