ตอนที่ 89 วิญญาณหมวกหิน
แปลโดย เนสยังในวินาทีนี้ เฉียวซางก็บรรลุสัจธรรม
ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนถูกลิขิตไว้แล้ว
ถ้าเธอไม่ได้กลับบ้านเกิด เธอจะได้ไปช่วยหนูแม่เหล็กได้ยังไง ถ้าไม่ได้ช่วยหนูแม่เหล็ก เธอจะแวะมาที่เขาหวงหมิงได้ยังไง ถ้าไม่ได้มาเขาหวงหมิง เธอจะได้เจอแม่ของหนูแม่เหล็กได้ยังไง
และที่สำคัญที่สุด!
ถ้าไม่ได้เจอแม่ของหนูแม่เหล็ก เธอจะมีโอกาสมาเจอ 5 ล้านนี้ได้ยังไง!
ดังคำกล่าวที่ว่า เมื่อสวรรค์จะประทานเงินตราให้กับผู้ใด ย่อมต้องทดสอบจิตใจและให้ผู้นั้นเหนื่อยยากลำบากกายเสียก่อน!
เฉียวซางหดหัวที่ชะโงกออกไปกลับมา พร้อมกับคว้าตัวหมาเขี้ยวไฟที่กำลังชะโงกหน้าดูอยู่เข้ามากอดไว้ด้วย
“โฮ่ง?”
“จี๊ด?”
“จี๊ด?”
หัวเล็กๆ สามหัวหันมามองเฉียวซางพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ผีค้นสมบัติตัวน้อยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ยังคงดูดนมต่อไปอย่างสบายใจ
เมื่อกี้มันใช้พลังงานไปเยอะ ตอนนี้ก็เลยอยากจะเติมพลังสักหน่อย
เฉียวซางย่องถอยหลังไปซ่อนตัวหลังต้นอู่ถงที่อยู่ไกลออกไป แต่ยังสามารถสังเกตความเคลื่อนไหวของ 5 ล้านนั่นได้ โดยอาศัยต้นไม้เป็นที่กำบัง
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ความรู้สึกตื่นเต้นลุ้นระทึกจนหัวใจเต้นรัวและอะดรีนาลีนหลั่งพล่านถึงได้ค่อยๆ สงบลง
เฉียวซางตั้งสติ พยายามวิเคราะห์สถานการณ์
นี่คือฆาตกรหลบหนีคดี การเผยตัวออกไปไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลย
ในใบประกาศจับบอกแค่ชื่อ หน้าตา อายุ ภูมิลำเนา ค่าหัว แล้วก็คดีที่ก่อไว้ ไม่ได้บอกระดับของผู้ฝึกอสูรหรือสัตว์อสูรที่มีเลย
แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติ จุดประสงค์ที่ตำรวจออกใบประกาศจับก็เพื่อให้ประชาชนช่วยสอดส่องและแจ้งเบาะแส ไม่ได้กะจะให้ประชาชนเป็นคนจับตัวเขาซะหน่อย
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้ก็คือแจ้งตำรวจ
แต่หนึ่งคือไม่มีสัญญาณ สองคือลงเขาไม่ได้
เรื่องแรก อาจจะเป็นเพราะบนเขามีเครื่องตัดสัญญาณ หรือไม่ก็อีตา 5 ล้านนี่ยังมีสัตว์อสูรธาตุไฟฟ้าที่สามารถปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนสัญญาณได้อยู่อีกตัว
เรื่องที่สอง ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของสัตว์อสูรสายพลังจิตหรือสายภูตผีวิญญาณกันแน่
หนูแม่เหล็กเคยเห็นงูทะเลหางเงินกับอีตา 5 ล้านมาแล้ว แล้วก็ยังหนีออกไปได้
สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ก็คือ ไม่ว่าทักษะนี้จะเป็นมิติกระจกหรือผีบังตา มันก็ไม่มีทางเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงได้หรอก
เฉียวซางกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณที่ผู้ชายนอนอยู่ อีตา 5 ล้านหลับตาปี๋ สภาพดูร่อแร่บาดเจ็บสาหัส แต่กลับไม่เห็นสัตว์อสูรอยู่ข้างกายเลยสักตัว
นี่มันไม่ปกติเอาซะเลย
ฆาตกรที่กำลังหลบหนีแถมยังบาดเจ็บสาหัส จะไม่มีความระแวดระวังตัวเลยเหรอ?
“เสี่ยวสวินเป่า แกช่วยดูตรงนั้นหน่อยสิว่า นอกจากไอ้ 5… ผู้ชายที่นอนอยู่ตรงนั้นแล้ว มีเงาคนอื่นอีกไหม” เฉียวซางกระซิบถามผีค้นสมบัติตัวน้อย
“จ๊วบ”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยชี้ไปที่ข้างๆ ผู้ชายคนนั้น
มีสิ มันเห็นมาตั้งนานแล้ว
เฉียวซางตกอยู่ในห้วงความคิด
กะไว้แล้วเชียว อีตา 5 ล้านต้องมีสัตว์อสูรคอยคุ้มกันอยู่แน่ๆ แถมยังเป็นสายภูตผีวิญญาณด้วย
คนปกติจะมองไม่เห็นสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณที่กำลังล่องหนอยู่หรอก
แต่สำหรับสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณด้วยกันเอง พวกมันสามารถมองเห็นกันและกันตอนล่องหนได้ เพียงแต่ภาพที่เห็นอาจจะไม่ชัดเจนเท่าตอนปรากฏตัวให้เห็นปกติก็เท่านั้น
“หนูแม่เหล็ก นอกจากเจ้างูทะเลหางเงินนั่นแล้ว ช่วงนี้บนเขามีสัตว์อสูรตัวอื่นโผล่มาอีกไหม?” เฉียวซางถาม
แม่ลูกหนูแม่เหล็กส่ายหัว
เฉียวซางอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็คงจะดี
ไม่รู้ว่า 5 ล้านที่บาดเจ็บอยู่ตอนนี้นอนสลบหรือแค่หลับไป ถ้าข้างกายมีแค่สัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณตัวเดียว เธอก็สามารถสร้างสถานการณ์หลอกล่อให้สัตว์อสูรตัวนั้นไปที่อื่นได้
อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของผู้ฝึกอสูรคือสัตว์อสูร แต่จุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดก็คือตัวเอง
ตอนนี้ 5 ล้านกำลังอ่อนแอ ถ้าสามารถฉวยโอกาสจับเขามัดไว้ได้ล่ะก็…
เฉียวซางรีบปัดความคิดนี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
พูดน่ะมันง่าย แต่พอลงมือทำจริงมันมีตัวแปรที่ไม่แน่นอนเยอะเกินไป
ข้อแรก จะหลอกล่อสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณตัวนั้นไปยังไงล่ะ
ถ้าเกิดทำเสียงดังเกินไป แล้วอีตา 5 ล้านตื่นขึ้นมาล่ะ?
ข้อที่สอง ถ้าอีตา 5 ล้านตื่นขึ้นมาแล้วในคัมภีร์อสูรยังมีสัตว์อสูรตัวอื่นให้เรียกออกมาอีกล่ะจะทำยังไง
ข้อสุดท้าย ต่อให้สองข้อแรกผ่านไปได้ด้วยดีอย่างปาฏิหาริย์ แล้วเธอจะลงเขาไปยังไงล่ะ?
ระหว่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณตัวนั้น หรืองูทะเลหางเงิน ก็ต้องรู้ตัวแน่ๆ ว่าเจ้านายของตัวเองหายไป
ในขณะที่เฉียวซางกำลังคิดหนัก ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็เอียงคอมองดูผู้ฝึกอสูรของมัน สลับกับมองไปที่สิ่งมีชีวิตสายภูตผีวิญญาณที่กำลังทำหน้าเบ้เหมือนคนอมทุกข์ตัวนั้น
ดูเหมือนผู้ฝึกอสูรของมันจะอยากให้สิ่งมีชีวิตสายภูตผีวิญญาณตัวนั้นไปให้พ้นๆ นะ
ในฐานะผีค้นสมบัติที่แสนรู้ มันคิดว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เจ้านาย
ผีค้นสมบัติตัวน้อยดื่มนมหยดสุดท้ายจนหมด แล้วก็ค่อยๆ ลอยเข้าไปหาสิ่งมีชีวิตสายภูตผีวิญญาณตัวนั้นอย่างช้าๆ
“โฮ่ง”
เสียงเห่าของหมาเขี้ยวไฟดึงเฉียวซางให้หลุดออกจากภวังค์ความคิด
ตอนนี้เอง ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ลอยไปถึงตัวผู้ชายคนนั้นแล้ว
เฉียวซางถึงกับอึ้ง เสี่ยวสวินเป่าเข้าไปตอนไหนเนี่ย?!
มันจะเข้าไปทำไม?
หรือว่าเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์แล้วอยากเข้าไปทักทายงั้นเหรอ?
ชั่วขณะนั้น เฉียวซางรู้สึกใจหายวาบ
รู้สึกเหมือนความแตกแล้วยังไงก็ไม่รู้…
เดี๋ยวก่อน ต่อให้ตายยังไงก็ต้องไม่ยอมรับเด็ดขาดว่ารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นฆาตกรมีค่าหัว…
เฉียวซางมองตามไปด้วยความกระวนกระวายใจ
พอดีกับที่เห็นผีค้นสมบัติตัวน้อยส่งเสียงทักทายไปที่ความว่างเปล่า จากนั้นสัตว์อสูรสูงประมาณเมตรครึ่ง สวมหมวกหินบนหัว เผยให้เห็นแค่ดวงตากลมสีม่วงเพียงดวงเดียวก็ปรากฏตัวขึ้น
เฉียวซางจำได้ทันที นี่คือ วิญญาณหมวกหิน สัตว์อสูรระดับสูง
ในบรรดาสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณ วิญญาณหมวกหินถือว่ามีนิสัยค่อนข้างดี อย่างมากก็แค่ชอบโผล่มาแต่หมวกหินลอยเคว้งอยู่กลางอากาศในตอนกลางคืนเพื่อหลอกให้คนตกใจเล่นเท่านั้นแหละ
จังหวะนี้เอง ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ล้วงเอาขวดนมออกมาจากห่วงแล้วยื่นส่งให้
เฉียวซางรู้สึกเป็นห่วงการกระทำของผีค้นสมบัติตัวน้อยขึ้นมาจริงๆ
เจ้านี่ทำไมถึงเที่ยวแจกนมให้คนอื่นมั่วซั่วแบบนี้นะ!
วิญญาณหมวกหินหน้าตาดุร้ายขนาดนั้น จะไปยอมกินนมเด็กได้ยังไง
แต่วินาทีต่อมา เฉียวซางก็ต้องอ้าปากค้าง
เพราะวิญญาณหมวกหินที่อยู่ไกลออกไป รับขวดนมไปดื่มอย่างระมัดระวัง แถมในดวงตาสีม่วงของมันยังมีน้ำตาไหลรินออกมาด้วย
เฉียวซาง: “…”
โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย…
สิ่งที่เฉียวซางไม่รู้ก็คือ ตั้งแต่วิญญาณหมวกหินต้องระหกระเหินหนีหัวซุกหัวซุนตามเจ้านายมา มันก็ไม่ได้กินอะไรดีๆ อีกเลย
พอวิญญาณหมวกหินดื่มนมจนหมดขวด ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ชี้ไปที่ทิศทางหนึ่งแล้วลอยนำไป วิญญาณหมวกหินก็รีบลอยตามไปติดๆ ราวกับกลัวว่าจะหลงกัน
เฉียวซาง: “…”
ความจริงแล้วโลกนี้ไม่ใช่ผู้ฝึกอสูรต้องการสัตว์อสูรหรอกนะ แต่เป็นสัตว์อสูรต่างหากที่ต้องการผู้ฝึกอสูร ไม่งั้นโดนจับไปขายยังไม่รู้ตัวเลยมั้งเนี่ย…
บนกองฟางข้างหน้าเหลือเพียงผู้ชายที่นอนหลับตาปี๋อยู่คนเดียว
หัวใจของเฉียวซางเริ่มเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
จะเข้าไปจับ 5 ล้านมัดไว้ดีไหมนะ
ตอนนี้ 5 ล้านนอนนิ่งไม่ไหวติง แถมข้างกายก็ไม่มีสัตว์อสูรอยู่เลย โอกาสทองแบบนี้เรียกได้ว่าหาไม่ได้อีกแล้ว…
แต่ถ้าเกิดเขาตื่นขึ้นมากลางคันแล้วเรียกสัตว์อสูรตัวอื่นออกมาล่ะจะทำยังไง…
ช่างเถอะ!
เมื่อสวรรค์จะประทานเงินตราให้กับผู้ใด ย่อมต้องทดสอบจิตใจ…
เฉียวซางตัดสินใจเด็ดขาด ก้มลงแกะเชือกรองเท้าผ้าใบสีขาวของตัวเองออก อุ้มหมาเขี้ยวไฟ แล้ววิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา
เธอก้มลงมองผู้ชายที่นอนนิ่งไม่ไหวติงตรงหน้า แล้วใช้เชือกรองเท้ามัดมือทั้งสองข้างของเขาให้ติดกันอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว
ผู้ฝึกอสูรจะเรียกสัตว์อสูรออกมาได้ ก็ต้องใช้มือทั้งสองข้างทำท่าประสานอิน
ขอแค่ทำให้เขาทำท่าประสานอินไม่ได้ ก็หมดสิทธิ์เรียกสัตว์อสูรตัวใหม่มาช่วยแล้ว
ระหว่างที่กำลังมัดอยู่นั้น เปลือกตาของผู้ชายก็เริ่มขยับ หมาเขี้ยวไฟที่อยู่ข้างๆ สังเกตเห็นเป็นคนแรก มันแทบไม่เสียเวลาคิด พุ่งเอาหัวโขกเข้าที่หัวของเขาอย่างจัง
หมาเขี้ยวไฟใช้หัวโขกต้นไม้ฝึกท่าพุ่งชนมาตลอด หัวมันจะแข็งขนาดไหนก็คงพอเดาได้ โขกทีเดียว ผู้ชายที่กำลังจะลืมตาก็สลบเหมือดไปอีกรอบ
“เก่งมาก” เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม
“โฮ่ง” หมาเขี้ยวไฟเห่ารับอย่างอารมณ์ดี
ถึงจะไม่เข้าใจว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ แต่เห็นปฏิกิริยาของผู้ฝึกอสูรแล้ว มันก็รู้สัญชาตญาณเลยว่าไอ้หมอนี่ไม่ควรจะตื่นขึ้นมา
พอมัดมือผู้ชายเสร็จจนแน่นหนา เฉียวซางถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

0 Comments