You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ในวินาทีนี้ เฉียวซางก็บรรลุสัจธรรม

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนถูกลิขิตไว้แล้ว

ถ้าเธอไม่ได้กลับบ้านเกิด เธอจะได้ไปช่วยหนูแม่เหล็กได้ยังไง ถ้าไม่ได้ช่วยหนูแม่เหล็ก เธอจะแวะมาที่เขาหวงหมิงได้ยังไง ถ้าไม่ได้มาเขาหวงหมิง เธอจะได้เจอแม่ของหนูแม่เหล็กได้ยังไง

และที่สำคัญที่สุด!

ถ้าไม่ได้เจอแม่ของหนูแม่เหล็ก เธอจะมีโอกาสมาเจอ 5 ล้านนี้ได้ยังไง!

ดังคำกล่าวที่ว่า เมื่อสวรรค์จะประทานเงินตราให้กับผู้ใด ย่อมต้องทดสอบจิตใจและให้ผู้นั้นเหนื่อยยากลำบากกายเสียก่อน!

เฉียวซางหดหัวที่ชะโงกออกไปกลับมา พร้อมกับคว้าตัวหมาเขี้ยวไฟที่กำลังชะโงกหน้าดูอยู่เข้ามากอดไว้ด้วย

“โฮ่ง?”

“จี๊ด?”

“จี๊ด?”

หัวเล็กๆ สามหัวหันมามองเฉียวซางพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ผีค้นสมบัติตัวน้อยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ยังคงดูดนมต่อไปอย่างสบายใจ

เมื่อกี้มันใช้พลังงานไปเยอะ ตอนนี้ก็เลยอยากจะเติมพลังสักหน่อย

เฉียวซางย่องถอยหลังไปซ่อนตัวหลังต้นอู่ถงที่อยู่ไกลออกไป แต่ยังสามารถสังเกตความเคลื่อนไหวของ 5 ล้านนั่นได้ โดยอาศัยต้นไม้เป็นที่กำบัง

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ความรู้สึกตื่นเต้นลุ้นระทึกจนหัวใจเต้นรัวและอะดรีนาลีนหลั่งพล่านถึงได้ค่อยๆ สงบลง

เฉียวซางตั้งสติ พยายามวิเคราะห์สถานการณ์

นี่คือฆาตกรหลบหนีคดี การเผยตัวออกไปไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลย

ในใบประกาศจับบอกแค่ชื่อ หน้าตา อายุ ภูมิลำเนา ค่าหัว แล้วก็คดีที่ก่อไว้ ไม่ได้บอกระดับของผู้ฝึกอสูรหรือสัตว์อสูรที่มีเลย

แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติ จุดประสงค์ที่ตำรวจออกใบประกาศจับก็เพื่อให้ประชาชนช่วยสอดส่องและแจ้งเบาะแส ไม่ได้กะจะให้ประชาชนเป็นคนจับตัวเขาซะหน่อย

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในตอนนี้ก็คือแจ้งตำรวจ

แต่หนึ่งคือไม่มีสัญญาณ สองคือลงเขาไม่ได้

เรื่องแรก อาจจะเป็นเพราะบนเขามีเครื่องตัดสัญญาณ หรือไม่ก็อีตา 5 ล้านนี่ยังมีสัตว์อสูรธาตุไฟฟ้าที่สามารถปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนสัญญาณได้อยู่อีกตัว

เรื่องที่สอง ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของสัตว์อสูรสายพลังจิตหรือสายภูตผีวิญญาณกันแน่

หนูแม่เหล็กเคยเห็นงูทะเลหางเงินกับอีตา 5 ล้านมาแล้ว แล้วก็ยังหนีออกไปได้

สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ก็คือ ไม่ว่าทักษะนี้จะเป็นมิติกระจกหรือผีบังตา มันก็ไม่มีทางเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงได้หรอก

เฉียวซางกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณที่ผู้ชายนอนอยู่ อีตา 5 ล้านหลับตาปี๋ สภาพดูร่อแร่บาดเจ็บสาหัส แต่กลับไม่เห็นสัตว์อสูรอยู่ข้างกายเลยสักตัว

นี่มันไม่ปกติเอาซะเลย

ฆาตกรที่กำลังหลบหนีแถมยังบาดเจ็บสาหัส จะไม่มีความระแวดระวังตัวเลยเหรอ?

“เสี่ยวสวินเป่า แกช่วยดูตรงนั้นหน่อยสิว่า นอกจากไอ้ 5… ผู้ชายที่นอนอยู่ตรงนั้นแล้ว มีเงาคนอื่นอีกไหม” เฉียวซางกระซิบถามผีค้นสมบัติตัวน้อย

“จ๊วบ”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยชี้ไปที่ข้างๆ ผู้ชายคนนั้น

มีสิ มันเห็นมาตั้งนานแล้ว

เฉียวซางตกอยู่ในห้วงความคิด

กะไว้แล้วเชียว อีตา 5 ล้านต้องมีสัตว์อสูรคอยคุ้มกันอยู่แน่ๆ แถมยังเป็นสายภูตผีวิญญาณด้วย

คนปกติจะมองไม่เห็นสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณที่กำลังล่องหนอยู่หรอก

แต่สำหรับสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณด้วยกันเอง พวกมันสามารถมองเห็นกันและกันตอนล่องหนได้ เพียงแต่ภาพที่เห็นอาจจะไม่ชัดเจนเท่าตอนปรากฏตัวให้เห็นปกติก็เท่านั้น

“หนูแม่เหล็ก นอกจากเจ้างูทะเลหางเงินนั่นแล้ว ช่วงนี้บนเขามีสัตว์อสูรตัวอื่นโผล่มาอีกไหม?” เฉียวซางถาม

แม่ลูกหนูแม่เหล็กส่ายหัว

เฉียวซางอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็คงจะดี

ไม่รู้ว่า 5 ล้านที่บาดเจ็บอยู่ตอนนี้นอนสลบหรือแค่หลับไป ถ้าข้างกายมีแค่สัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณตัวเดียว เธอก็สามารถสร้างสถานการณ์หลอกล่อให้สัตว์อสูรตัวนั้นไปที่อื่นได้

อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดของผู้ฝึกอสูรคือสัตว์อสูร แต่จุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดก็คือตัวเอง

ตอนนี้ 5 ล้านกำลังอ่อนแอ ถ้าสามารถฉวยโอกาสจับเขามัดไว้ได้ล่ะก็…

เฉียวซางรีบปัดความคิดนี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

พูดน่ะมันง่าย แต่พอลงมือทำจริงมันมีตัวแปรที่ไม่แน่นอนเยอะเกินไป

ข้อแรก จะหลอกล่อสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณตัวนั้นไปยังไงล่ะ

ถ้าเกิดทำเสียงดังเกินไป แล้วอีตา 5 ล้านตื่นขึ้นมาล่ะ?

ข้อที่สอง ถ้าอีตา 5 ล้านตื่นขึ้นมาแล้วในคัมภีร์อสูรยังมีสัตว์อสูรตัวอื่นให้เรียกออกมาอีกล่ะจะทำยังไง

ข้อสุดท้าย ต่อให้สองข้อแรกผ่านไปได้ด้วยดีอย่างปาฏิหาริย์ แล้วเธอจะลงเขาไปยังไงล่ะ?

ระหว่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณตัวนั้น หรืองูทะเลหางเงิน ก็ต้องรู้ตัวแน่ๆ ว่าเจ้านายของตัวเองหายไป

ในขณะที่เฉียวซางกำลังคิดหนัก ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็เอียงคอมองดูผู้ฝึกอสูรของมัน สลับกับมองไปที่สิ่งมีชีวิตสายภูตผีวิญญาณที่กำลังทำหน้าเบ้เหมือนคนอมทุกข์ตัวนั้น

ดูเหมือนผู้ฝึกอสูรของมันจะอยากให้สิ่งมีชีวิตสายภูตผีวิญญาณตัวนั้นไปให้พ้นๆ นะ

ในฐานะผีค้นสมบัติที่แสนรู้ มันคิดว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เจ้านาย

ผีค้นสมบัติตัวน้อยดื่มนมหยดสุดท้ายจนหมด แล้วก็ค่อยๆ ลอยเข้าไปหาสิ่งมีชีวิตสายภูตผีวิญญาณตัวนั้นอย่างช้าๆ

“โฮ่ง”

เสียงเห่าของหมาเขี้ยวไฟดึงเฉียวซางให้หลุดออกจากภวังค์ความคิด

ตอนนี้เอง ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ลอยไปถึงตัวผู้ชายคนนั้นแล้ว

เฉียวซางถึงกับอึ้ง เสี่ยวสวินเป่าเข้าไปตอนไหนเนี่ย?!

มันจะเข้าไปทำไม?

หรือว่าเห็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์แล้วอยากเข้าไปทักทายงั้นเหรอ?

ชั่วขณะนั้น เฉียวซางรู้สึกใจหายวาบ

รู้สึกเหมือนความแตกแล้วยังไงก็ไม่รู้…

เดี๋ยวก่อน ต่อให้ตายยังไงก็ต้องไม่ยอมรับเด็ดขาดว่ารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นฆาตกรมีค่าหัว…

เฉียวซางมองตามไปด้วยความกระวนกระวายใจ

พอดีกับที่เห็นผีค้นสมบัติตัวน้อยส่งเสียงทักทายไปที่ความว่างเปล่า จากนั้นสัตว์อสูรสูงประมาณเมตรครึ่ง สวมหมวกหินบนหัว เผยให้เห็นแค่ดวงตากลมสีม่วงเพียงดวงเดียวก็ปรากฏตัวขึ้น

เฉียวซางจำได้ทันที นี่คือ วิญญาณหมวกหิน สัตว์อสูรระดับสูง

ในบรรดาสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณ วิญญาณหมวกหินถือว่ามีนิสัยค่อนข้างดี อย่างมากก็แค่ชอบโผล่มาแต่หมวกหินลอยเคว้งอยู่กลางอากาศในตอนกลางคืนเพื่อหลอกให้คนตกใจเล่นเท่านั้นแหละ

จังหวะนี้เอง ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ล้วงเอาขวดนมออกมาจากห่วงแล้วยื่นส่งให้

เฉียวซางรู้สึกเป็นห่วงการกระทำของผีค้นสมบัติตัวน้อยขึ้นมาจริงๆ

เจ้านี่ทำไมถึงเที่ยวแจกนมให้คนอื่นมั่วซั่วแบบนี้นะ!

วิญญาณหมวกหินหน้าตาดุร้ายขนาดนั้น จะไปยอมกินนมเด็กได้ยังไง

แต่วินาทีต่อมา เฉียวซางก็ต้องอ้าปากค้าง

เพราะวิญญาณหมวกหินที่อยู่ไกลออกไป รับขวดนมไปดื่มอย่างระมัดระวัง แถมในดวงตาสีม่วงของมันยังมีน้ำตาไหลรินออกมาด้วย

เฉียวซาง: “…”

โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย…

สิ่งที่เฉียวซางไม่รู้ก็คือ ตั้งแต่วิญญาณหมวกหินต้องระหกระเหินหนีหัวซุกหัวซุนตามเจ้านายมา มันก็ไม่ได้กินอะไรดีๆ อีกเลย

พอวิญญาณหมวกหินดื่มนมจนหมดขวด ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ชี้ไปที่ทิศทางหนึ่งแล้วลอยนำไป วิญญาณหมวกหินก็รีบลอยตามไปติดๆ ราวกับกลัวว่าจะหลงกัน

เฉียวซาง: “…”

ความจริงแล้วโลกนี้ไม่ใช่ผู้ฝึกอสูรต้องการสัตว์อสูรหรอกนะ แต่เป็นสัตว์อสูรต่างหากที่ต้องการผู้ฝึกอสูร ไม่งั้นโดนจับไปขายยังไม่รู้ตัวเลยมั้งเนี่ย…

บนกองฟางข้างหน้าเหลือเพียงผู้ชายที่นอนหลับตาปี๋อยู่คนเดียว

หัวใจของเฉียวซางเริ่มเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

จะเข้าไปจับ 5 ล้านมัดไว้ดีไหมนะ

ตอนนี้ 5 ล้านนอนนิ่งไม่ไหวติง แถมข้างกายก็ไม่มีสัตว์อสูรอยู่เลย โอกาสทองแบบนี้เรียกได้ว่าหาไม่ได้อีกแล้ว…

แต่ถ้าเกิดเขาตื่นขึ้นมากลางคันแล้วเรียกสัตว์อสูรตัวอื่นออกมาล่ะจะทำยังไง…

ช่างเถอะ!

เมื่อสวรรค์จะประทานเงินตราให้กับผู้ใด ย่อมต้องทดสอบจิตใจ…

เฉียวซางตัดสินใจเด็ดขาด ก้มลงแกะเชือกรองเท้าผ้าใบสีขาวของตัวเองออก อุ้มหมาเขี้ยวไฟ แล้ววิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา

เธอก้มลงมองผู้ชายที่นอนนิ่งไม่ไหวติงตรงหน้า แล้วใช้เชือกรองเท้ามัดมือทั้งสองข้างของเขาให้ติดกันอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว

ผู้ฝึกอสูรจะเรียกสัตว์อสูรออกมาได้ ก็ต้องใช้มือทั้งสองข้างทำท่าประสานอิน

ขอแค่ทำให้เขาทำท่าประสานอินไม่ได้ ก็หมดสิทธิ์เรียกสัตว์อสูรตัวใหม่มาช่วยแล้ว

ระหว่างที่กำลังมัดอยู่นั้น เปลือกตาของผู้ชายก็เริ่มขยับ หมาเขี้ยวไฟที่อยู่ข้างๆ สังเกตเห็นเป็นคนแรก มันแทบไม่เสียเวลาคิด พุ่งเอาหัวโขกเข้าที่หัวของเขาอย่างจัง

หมาเขี้ยวไฟใช้หัวโขกต้นไม้ฝึกท่าพุ่งชนมาตลอด หัวมันจะแข็งขนาดไหนก็คงพอเดาได้ โขกทีเดียว ผู้ชายที่กำลังจะลืมตาก็สลบเหมือดไปอีกรอบ

“เก่งมาก” เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม

“โฮ่ง” หมาเขี้ยวไฟเห่ารับอย่างอารมณ์ดี

ถึงจะไม่เข้าใจว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ แต่เห็นปฏิกิริยาของผู้ฝึกอสูรแล้ว มันก็รู้สัญชาตญาณเลยว่าไอ้หมอนี่ไม่ควรจะตื่นขึ้นมา

พอมัดมือผู้ชายเสร็จจนแน่นหนา เฉียวซางถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note