You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“ขวดนี้เก็บไว้ให้แกกินเถอะ” เฉียวซางลูบหัวผีค้นสมบัติตัวน้อยพร้อมรอยยิ้ม

พอผีค้นสมบัติตัวน้อยได้ยินแบบนั้นก็ลังเลนิดนึง แต่สุดท้ายก็ยื่นขวดนมให้เธออยู่ดี

“จ๊วบ~”

“ถ้าฉันกินขวดนี้ของแกไป แล้วแกจะโตได้ยังไงล่ะ” เฉียวซางหัวเราะ

มือที่กำลังยื่นขวดนมของผีค้นสมบัติตัวน้อยชะงักไปทันที

มันจ้องหน้าเฉียวซางตาแป๋ว ดูไม่เหลือเค้าความฉลาดเจ้าเล่ห์เหมือนเมื่อสองวันก่อนเลย

“ถ้าจะซื้อตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้หรอกนะ ขอแค่แกสัญญาว่าจะทำตัวเป็นเด็กดี กินนมให้ตรงเวลา อยากได้อะไรก็บอกฉันตรงๆ ห้ามแอบเก็บไปซ่อนในห่วงเด็ดขาด ฉันจะหาทางซื้อมาให้แกเอง” เฉียวซางฉวยโอกาสตั้งเงื่อนไข

ยังไงซะวันหน้าก็ต้องซื้อให้อยู่ดี ช้าหรือเร็วก็ค่าเท่ากัน

สู้ตามใจมันตอนนี้เพื่อแลกกับข้อตกลงบางอย่างดีกว่า

การจะเปลี่ยนพฤติกรรมตามสัญชาตญาณของสายพันธุ์นั้นเป็นเรื่องยาก

แทนที่จะปล่อยให้มันแอบซ่อนของลับหลัง สู้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยดีกว่า ให้มันรู้ว่านอกจากจะแอบหยิบแล้ว มันยังสามารถได้ของที่ชอบมาอย่างเปิดเผยได้ด้วย

ผีค้นสมบัติตัวน้อยจ้องหน้าเฉียวซางนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะพุ่งเข้ามากอดเธอแล้วร้องไห้โฮ

“จ๊วบ!”

“จ๊วบ!”

“แกร้องไห้ทำไมเนี่ย?” เฉียวซางตกใจ

ผีค้นสมบัติตัวน้อยเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด

มันเองก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน แค่จู่ๆ ก็อยากร้องไห้ออกมา

หมาเขี้ยวไฟกำลังนั่งดูทีวีและจิบนมอยู่อย่างสบายอารมณ์ ก็ต้องสะดุ้งตกใจกับเสียงร้องไห้ของผีค้นสมบัติตัวน้อย

มันมองดูผีค้นสมบัติตัวน้อย สลับกับมองขวดนมในมือ นึกถึงคำพูดของผู้ฝึกอสูรที่บอกว่าทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เดินไปยื่นขวดนมที่กินไปแล้วครึ่งหนึ่งให้

“โฮ่ง”

“โฮ่งๆ”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยหันไปมองการกระทำของหมาเขี้ยวไฟ เสียงร้องไห้ก็ค่อยๆ เบาลง

“จ๊วบๆ”

“โฮ่ง”

“จ๊วบ”

“โฮ่งๆ”

สัตว์อสูรทั้งสองตัวคุยกันอย่างถูกคอ

เฉียวซางมองดูภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้มใจ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน หยาเป่าไม่มีทางยอมยกของกินในปากให้ใครแน่ๆ

รอจนผีค้นสมบัติตัวน้อยอารมณ์เย็นลง เฉียวซางก็เลือกไอเทมแบบเดียวกับของหมาเขี้ยวไฟให้มันตามคำเรียกร้อง

รูปแบบเหมือนกันเป๊ะ แต่พลังงานที่รวบรวมได้นั้นต่างกัน

ผีค้นสมบัติตัวน้อยมีธาตุสองธาตุในตัว

คิดไปคิดมา เฉียวซางก็เลือก ‘มุกรวมจิต’ ที่ช่วยเร่งการดูดซับพลังงานสายพลังจิตให้กับมัน

เพราะระบบนิ้วทองคำสามารถช่วยอัปเกรดระดับได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพลังงานธาตุภูตผีวิญญาณหรือธาตุพลังจิต ผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนกันนั่นแหละ

ต่างกันก็แค่ว่าทักษะไหนจะปล่อยออกมาได้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง

ใครๆ ก็รู้ว่าผีค้นสมบัติคือสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณ ในขณะที่ทุกคนกำลังระวังตัวจากทักษะสายภูตผีวิญญาณของมัน การจู่โจมด้วยทักษะสายพลังจิตแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง จะต้องสร้างความตกตะลึงได้อย่างแน่นอน

การโจมตีแบบไม่ให้ทันตั้งตัว หัวใจสำคัญก็คือความรวดเร็ว แม่นยำ และรุนแรง

ถ้าวิเคราะห์แบบนี้แล้ว การซื้อมุกรวมจิตก็ดูจะคุ้มค่ากว่า

ซื้อเสร็จ เฉียวซางก็รีบปิดแอปช้อปปิ้งทันที กลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวเผลอกดซื้อของอย่างอื่นอีก

สัตว์อสูรที่มีธาตุหายากมักจะมีราคาแพง

ตรรกะเดียวกัน ไอเทมสำหรับธาตุหายากก็ต้องแพงหูฉี่เหมือนกัน

โชคดีที่ซื้อจากร้านเดียวกัน แถมเธอยังเพิ่งอุดหนุนไอเทมไปสองชิ้นภายในวันเดียว แอดมินร้านก็เลยใจดีลดราคาให้เหลือ 139,999 เหรียญพันธมิตร

แค่ช้อปออนไลน์แป๊บเดียว เงินในบัญชีก็หายวับไปครึ่งนึง ถึงจะเป็นเฉียวซางก็ยังอดใจหายไม่ได้

เงินนี่มันช่างละลายหายไปไวจริงๆ…

……

เวลา 6 โมงเย็น บนโต๊ะอาหาร

ป้าสะใภ้สามเป็นคนชอบคุยเรื่องชาวบ้าน เธอเหลือบมองเยี่ยหรั่นหรั่นที่กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าว แล้วเริ่มซักไซ้ “วันนี้ไปดูตัวมาเป็นไงบ้างจ๊ะ? ผู้ชายทำงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจล่ะ?”

เยี่ยหรั่นหรั่นเหลือบมองเฉียวซาง ส่งสายตาขอความช่วยเหลือ

เฉียวซางแทะน่องไก่ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

เธอก็อยากเผือกเหมือนกันนี่นา…

เยี่ยหรั่นหรั่นหันไปมองเยี่ยจิ้งเหวินที่กำลังนั่งอ่านหนังสือไปกินข้าวไปอยู่ข้างๆ

“รัฐวิสาหกิจค่ะ เป็นครู” เยี่ยหรั่นหรั่นตอบตามตรง

“ครูก็ดีนะจ๊ะ สอนโรงเรียนไหน สอนวิชาอะไรล่ะ?” ป้าสะใภ้สามถามต่อ

เฉียวซางแอบเก็บข้อมูลจากบทสนทนานี้ได้นิดหน่อย

ในสังคมนี้ เวลาคนจะแต่งงานกัน สิ่งแรกที่พวกเขาจะพิจารณาก็คืออีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกอสูรหรือเปล่า ส่วนเรื่องอาชีพการงานเป็นเรื่องรองลงมา

ที่ป้าสะใภ้สามถามแบบนี้ ก็คงอยากจะรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นผู้ฝึกอสูรหรือเปล่านั่นแหละ

เยี่ยหรั่นหรั่นซดน้ำซุปไปอึกนึงแล้วตอบว่า “สอนวิชาอะไรก็ไม่สำคัญหรอกค่ะ หนูว่าเราเข้ากันไม่ได้”

ป้าสะใภ้สามขมวดคิ้ว “เข้ากันไม่ได้ตรงไหน เพิ่งจะเจอกันครั้งเดียว ยังไม่ได้ลองคบกันดูเลยนะ ขืนแม่แกรู้เข้า มีหวังได้บ่นหูชาแน่”

เยี่ยหรั่นหรั่นเป็นลูกสาวคนโตของลุงรอง

ถึงแม้ป้าสะใภ้สามจะเป็นคนธรรมดา แต่ด้วยนิสัยใจคอที่ดี และรู้จักรักษาน้ำใจคน ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสะใภ้คนอื่นๆ ในตระกูลจึงดีมาก

“เขามีสัตว์อสูรเป็นกระต่ายคิ้วหิมะ ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับอินทรีวายุของหนูเลยค่ะ ยังไงก็เข้ากันไม่ได้หรอก” เยี่ยหรั่นหรั่นอธิบายเหตุผล

ป้าสะใภ้สามถึงกับพูดไม่ออกไปเลย

ในสังคมปัจจุบัน ถ้าผู้ฝึกอสูรสองคนจะคบกัน เรื่องความเข้ากันได้ของสัตว์อสูรก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

แค่เป็นแฟนกันก็ยังพอว่า แต่ถ้าจะแต่งงานกันก็ต้องคิดให้รอบคอบ

เพราะหลังจากแต่งงานกันแล้ว สัตว์อสูรก็ต้องมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ถ้าเกิดเจอหน้ากันแล้วเอาแต่กัดกันทุกวัน ความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยาก็คงจะแย่ตามไปด้วย

ยังไงซะผู้ฝึกอสูรก็ต้องเข้าข้างสัตว์อสูรของตัวเองอยู่แล้ว

สมัยนี้ผู้หญิงเขาไม่ถามกันแล้วนะว่า “ระหว่างฉันกับแม่คุณ คุณจะเลือกใคร?”

แต่จะเปลี่ยนมาถามว่า “ระหว่างฉันกับสัตว์อสูรของคุณ คุณให้ความสำคัญกับใครมากกว่ากัน?” เพื่อทดสอบความรักที่ฝ่ายชายมีให้ต่างหาก

……

หลังกินข้าวเย็นเสร็จ เฉียวซางก็มาที่ลำธารหลิวกาน

หมาเขี้ยวไฟฟื้นฟูพลังงานจนเต็มเปี่ยมแล้ว

ไม่นาน หลังจากที่มันแยกร่างเงา 10 ครั้ง และพ่นประกายไฟไปทั้งหมด 80 ครั้ง มันก็กลับเข้าสู่สภาวะหมดสภาพอีกครั้ง

ผีค้นสมบัติตัวน้อยยื่นนมขวดที่เตรียมไว้ให้ทันที

คราวนี้หมาเขี้ยวไฟลังเลนิดนึง แต่สุดท้ายก็ยอมรับมาดื่ม

เฉียวซางก้มหน้าจดบันทึกข้อมูล

แม้ว่าทักษะเขี้ยวอัคคีและประกายไฟจะบรรลุถึงขั้นชำนาญแล้ว แต่ความแตกต่างของการผลาญพลังงานระหว่างทักษะระดับกลางกับระดับเริ่มต้นก็ยังคงเห็นได้ชัดเจน

จังหวะที่เฉียวซางจดบันทึกเสร็จและเตรียมตัวจะกลับ จู่ๆ ก็มีเสียงเย็นเยียบดังขึ้นมาจากด้านหลัง “น้องเอ๋ย…”

เฉียวซางตกใจจนแทบจะกระโดดหนี

เธอหันขวับไปมอง ก็เห็นผู้หญิงใส่ชุดเดรสยาวสีขาว ผมเผ้ารุงรัง นี่มันแฟชั่นผีสาวชัดๆ!

โชคดีที่ตอนนี้ฟ้ายังไม่มืดสนิท และผู้หญิงชุดขาวคนนั้นก็ใส่แว่นตากรอบดำหนาเตอะ

ไม่ได้ให้ความรู้สึกน่ากลัวเหมือนผี แต่ดูเหมือนพวกเด็กเนิร์ดบ้าเรียนซะมากกว่า

“พี่จ๋า พี่ทำหนูตกใจหมดเลย” เฉียวซางเอามือทาบอก

“แกมีทั้งสัตว์อสูรธาตุไฟกับธาตุภูตผีวิญญาณ ทำไมขวัญอ่อนจังฮะ?” เยี่ยจิ้งเหวินถาม

เฉียวซาง: “…”

การต้องมานั่งรับมือกับหมาเขี้ยวไฟขี้อ้อนกับผีค้นสมบัติตัวน้อยที่ชอบเรียกร้องความสนใจทุกวัน มันช่วยฝึกความกล้าได้ตรงไหนมิทราบ?

“แล้วพี่มาทำอะไรที่นี่ล่ะคะ?” เฉียวซางถามกลับ

“พี่ตั้งใจมาหาแกโดยเฉพาะเลยนะ” เยี่ยจิ้งเหวินหยุดไปนิดนึง “น้องเอ๋ย ช่วยพี่เรื่องนึงสิ”

“เรียกชื่อหนูเถอะค่ะ” เฉียวซางบอก

เมื่อกี้เธอตกใจจนเผลอเรียกพี่ไป แต่ตอนนี้ตั้งสติได้แล้ว คำว่า ‘พี่’ มันก็กระดากปากเกินกว่าจะเรียกออกมาได้

อายุพวกเธอก็ไล่เลี่ยกัน ปกติก็เรียกชื่อกันตลอด ยิ่งตอนนี้สภาพจิตใจของเฉียวซางเป็นผู้ใหญ่กว่าเยี่ยจิ้งเหวินตั้งเยอะ

“ซางซาง ช่วยพี่เรื่องนึงสิ” เยี่ยจิ้งเหวินยอมเปลี่ยนสรรพนาม

“เรื่องอะไรเหรอคะ?” เฉียวซางถาม

ความจริงเธอก็แอบสงสัยนะ มีเรื่องอะไรทำไมไม่คุยกันที่บ้าน ทำไมต้องถ่อมาหาถึงที่นี่ด้วย

คิดไปคิดมา เฉียวซางก็เริ่มระแวงขึ้นมา

คงไม่ได้มาขอยืมเงินหรอกนะ?!

(จบตอน)

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note