ตอนที่ 82 น้ำยาฟื้นฟูพลังงาน
แปลโดย เนสยังป้าหวังกับแม่เป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก บ้านเก่าก็อยู่ที่ถนนสุ่ยเม่าเหมือนกัน แต่ป้าแกแต่งงานไปอยู่กับคนที่อาศัยอยู่ในตัวตำบล ที่หมู่บ้านเฉินชุน
เฉียวซางขี่รถจักรยานที่ป้าสะใภ้สามมักจะใช้ปั่นไปจ่ายตลาด มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวตำบล
หมาเขี้ยวไฟนั่งอยู่ที่ตะกร้าหน้ารถ ส่วนผีค้นสมบัติตัวน้อยก็เกาะอยู่บนหัวเฉียวซางตามปกติ
สำหรับพฤติกรรมของผีค้นสมบัติตัวน้อยที่ชอบเกาะบนหัว เฉียวซางปล่อยให้ทำตามใจชอบ
ใครบ้างล่ะจะปฏิเสธสัตว์อสูรที่คอยช่วยบังแดดให้ในหน้าร้อนแบบนี้ได้?
หมู่บ้านเฉินชุน
หลังจากจอดจักรยานเสร็จ เฉียวซางก็เดินไปที่ตึก A ห้อง 501
คนที่มาเปิดประตูคือป้าหวังนั่นเอง
ถึงจะไม่ได้เจอกันบ่อย ไม่ค่อยได้คุยกันสักเท่าไหร่ แต่เพราะแม่มักจะพูดถึงเพื่อนอยู่ไม่กี่คน เฉียวซางก็เลยจำหน้าป้าหวังได้
ป้าหวังเปิดประตูมาก็ยืนอึ้งไปพักใหญ่
เธอมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาไปหยุดอยู่ที่หมาเขี้ยวไฟและผีค้นสมบัติตัวน้อยเป็นเวลานาน ก่อนจะเอ่ยปากถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “เฉียวซางเหรอ?”
“สวัสดีค่ะคุณป้า หนูเองค่ะ แม่ให้หนูเอาของมาให้น่ะค่ะ” เฉียวซางตอบ
“รีบเข้ามาเร็ว เข้ามาสิ โตเป็นสาวแล้วนะเนี่ย ป้าเกือบจะจำไม่ได้เลย” ป้าหวังรีบเชื้อเชิญ
เฉียวซางนึกถึงตอนที่ส่องกระจกดูตัวเองเมื่อเช้า หน้าตายังคงมีเบบี้แฟต หน้าอกก็ยังแบนราบ
โตเป็นสาว?
ไม่หรอก
เธอยังเป็นแค่เด็กสาวต่างหาก…
“คุณป้าคะ นี่คือของที่แม่ฝากมาให้ค่ะ” เฉียวซางเดินเข้ามานั่งบนโซฟา แล้วส่งซิกให้ผีค้นสมบัติตัวน้อย
ผีค้นสมบัติตัวน้อยรู้หน้าที่ ล้วงเอาของฝากออกมาจากห่วงทันที
“แม่หนูนี่ก็จริงๆ เลย บอกให้มาก็มา ยังจะเอาของติดไม้ติดมือมาอีก จะเกรงใจอะไรกันนักหนา” ป้าหวังยิ้มรับ
เธอลุกขึ้นไปรินน้ำชามาวางบนโต๊ะรับแขกสองแก้ว ทำท่าเหมือนเตรียมตัวจะเปิดวงสนทนายาวๆ
“ป้าได้ยินแม่หนูบอกว่าหนูสอบติดมัธยมเซิ่งสุ่ยเหรอ?” ป้าหวังเริ่มเปิดประเด็น
“ค่ะ” เฉียวซางตอบ
“แล้วป้ายังได้ยินมาอีกว่าหนูเพิ่งจะเรียนจบก็ไปแข่งรายการอะไรสักอย่างมา แถมได้ที่หนึ่งด้วย” ป้าหวังลองหยั่งเชิงดู
“ค่ะ” เฉียวซางไม่แปลกใจเลยที่แม่เธอจะเล่าเรื่องพวกนี้ให้ฟัง
ไม่คิดเลยว่ายัยเซียงถิงจะพูดความจริงทั้งหมด…
เมื่อวานตอนโทรคุยกันเพิ่งจะบ่นใส่ไปหมาดๆ วันนี้ก็ส่งลูกสาวมาตอกหน้ากันถึงที่เลย…
ป้าหวังรู้สึกว่าลูกชายที่เคยทำให้เธอภูมิใจมาตลอด จู่ๆ ก็ดูจืดชืดไปเลย
“ปกติหนูกินอะไรบ้างจ๊ะ?” ป้าหวังโพล่งถามขึ้นมาดื้อๆ
“ห๊ะ? ก็แม่ทำอะไรให้กินหนูก็กินหมดแหละค่ะ” เฉียวซางชะงักไปนิดนึงก่อนตอบ
ดูท่าคงต้องไปขอสูตรอาหารจากยัยเซียงถิงซะแล้ว…
ถึงตอนนั้นคงต้องทนฟังยัยนั่นคุยโวไปอีกนานเลย…
“แล้วปกติหนูมีตารางชีวิตยังไงบ้างจ๊ะ?” ป้าหวังซักต่อ
เฉียวซางเริ่มจะงง นี่คำถามมันชักจะเหมือนหมอซักประวัติคนไข้เข้าไปทุกทีแล้วนะ…
เธอยังไม่ทันได้ตอบ ป้าหวังก็ยิงคำถามรัวเป็นชุด
“ตอน ม.3 หนูไปเรียนพิเศษที่ไหนหรือเปล่า?”
“หมาเขี้ยวไฟปกติกินอะไรเป็นอาหาร?”
“หนูกับหมาเขี้ยวไฟปกติใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันยังไงบ้าง?”
“ความจริงแล้วลูกชายป้าตอนแรกก็อยากจะทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุไฟเหมือนกัน แต่ป้าห้ามไว้ หนูคิดว่าถ้าให้สัตว์อสูรตัวที่สองของเขาเป็นธาตุไฟ จะดีไหมจ๊ะ?”
เฉียวซาง: “…”
เธอเข้าใจแล้ว นี่มันการสัมภาษณ์ชัดๆ
หลังจากปฏิเสธคำชวนกินข้าวเย็นของป้าหวังอย่างสุภาพ เฉียวซางก็รีบออกมาจากบ้าน แล้วโทรรายงานความสำเร็จภารกิจให้แม่ฟังทันที
คุณนายแม่พอใจเป็นอย่างมาก
……
เฉียวซางปั่นจักรยานกลับมาที่บ้านเก่า หมาเขี้ยวไฟยังคงนั่งจิบน้ำนมฉีหยวนอย่างสบายอารมณ์
นมฉีหยวนช่วยฟื้นฟูพละกำลังให้กับสัตว์อสูรได้ก็จริง แต่มันก็ไม่ได้ออกฤทธิ์เร็วทันใจขนาดนั้น
หมาเขี้ยวไฟดื่มไปหลายขวดแล้วก็ยังไม่กลับมาฟิตเต็มร้อยเหมือนเดิม
ตอนนี้มีเวลาว่างถมเถไปหมด ถ้าขืนใช้ตารางฝึกซ้อมเดิมตอนอยู่หางกั่ง ก็คงจะเสียเวลาช่วงปิดเทอมหน้าร้อนไปเปล่าๆ
เฉียวซางปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที
ในฐานะเศรษฐีนีที่มีเงินหลักแสนอยู่ในมือ เธอกลับเข้าห้องแล้วเปิดโทรศัพท์สั่งซื้อ ‘น้ำยาฟื้นฟูพลังงานระดับ F’ จำนวน 30 ขวดทันที
น้ำยาฟื้นฟูพลังงานระดับ F ใช้สำหรับฟื้นฟูพลังงานให้กับสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น
ปกติคนทั่วไปที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำยาพวกนี้หรอก แค่ปล่อยให้สัตว์อสูรฟื้นฟูพลังงานเองตามธรรมชาติก็พอแล้ว
ส่วนในแมตช์การแข่งขัน ทางผู้จัดก็จะเตรียมทั้งน้ำยาฟื้นฟูและทีมแพทย์ไว้ให้เสร็จสรรพ ผู้ฝึกอสูรไม่ต้องควักเงินซื้อเอง
ดังนั้นกลุ่มลูกค้าหลักที่ซื้อน้ำยาฟื้นฟูพลังงาน ก็มักจะเป็นพวกผู้ฝึกอสูรที่ต้องเดินทางไปในเขตแดนลี้ลับนั่นแหละ
คนที่กล้าเข้าไปในเขตแดนลี้ลับ ก็คงไม่เรียกสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นออกมาใช้งานสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก เพราะมันแทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลยในนั้น
นั่นเป็นเหตุผลที่ยอดขายและราคาน้ำยาฟื้นฟูพลังงานระดับ F มีความแตกต่างจากน้ำยาระดับอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น น้ำยาฟื้นฟูพลังงานระดับ F ก็ยังราคาปาเข้าไปขวดละ 2,000 เหรียญพันธมิตรอยู่ดี
ก็แหม สำหรับผู้ฝึกอสูรที่ไม่มีสัตว์อสูรสายรักษาอยู่ในทีม น้ำยาพวกนี้ก็อาจจะเป็นตัวช่วยชี้เป็นชี้ตายในเขตแดนลี้ลับได้เลยนะ
ผู้หญิงกับเรื่องช้อปปิ้งออนไลน์น่ะ พอได้เริ่มแล้วก็มักจะหยุดไม่ได้ เฉียวซางเองก็ไม่มีข้อยกเว้น หลังจากสั่งน้ำยาฟื้นฟูพลังงานระดับ F เสร็จ เธอก็ยังนั่งเลื่อนดูสินค้าอื่นๆ ต่อ
เมื่อก่อนไม่มีเงิน แต่ตอนนี้มีเงินแล้ว เธอก็ต้องขอช้อปให้หนำใจหน่อยสิ
เฉียวซางนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ลอยเข้ามาใกล้ๆ ชะโงกหน้าดูหน้าจอด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หน้าจอแสดงผลการค้นหาไอเทมสำหรับสัตว์อสูรธาตุไฟ
เฉียวซางอยากจะซื้อไอเทมที่ช่วยเร่งการดูดซับและรวบรวมพลังงานธาตุไฟให้กับหมาเขี้ยวไฟ
ไอเทมพวกนี้เป็นที่ต้องการของตลาดมากมาโดยตลอด
เพราะมันสามารถช่วยให้สัตว์อสูรดูดซับพลังงานได้เร็วขึ้น ลดระยะเวลาการเจริญเติบโต และทำให้วิวัฒนาการได้เร็วขึ้นด้วย
ถึงแม้หมาเขี้ยวไฟจะมีนิ้วทองคำ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่มันจะมีโอกาสได้ต่อสู้ตลอด 24 ชั่วโมง แถมยังต้องชนะทุกรอบอีกต่างหาก
ถ้ามีช่องทางอื่นช่วยดูดซับพลังงานเพิ่มเติมได้ ก็ย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว
อีกอย่าง ไอเทมพวกนี้ยังช่วยให้สัตว์อสูรปล่อยทักษะของธาตุนั้นๆ ได้เร็วขึ้นอีกด้วย
ถึงแม้ในการแข่งขันจะห้ามใส่ แต่ในเวลาปกติก็เอามาใช้ได้นี่นา
เฉียวซางเลื่อนดูอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจเลือก ‘มุกรวมเพลิงระดับ E’
ราคาของไอเทมสำหรับสัตว์อสูรนั้นมีความแตกต่างกันมาก
ไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับระดับของไอเทมเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับฝีมือของคนสร้างด้วย
ถ้าคนสร้างเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเน็ต ต่อให้เขาสร้างไอเทมระดับ F ราคามันก็อาจจะแพงกว่าไอเทมระดับ D ที่สร้างโดยช่างทำไอเทมที่ไม่มีชื่อเสียงแต่ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์เสียอีก
เฉียวซางจงใจเลือกร้านค้าเล็กๆ ที่มีรีวิวและเครดิตดีๆ เพื่อสั่งซื้อ
หลังจากทักแชทไปต่อรองราคากับแอดมินอยู่นาน พร้อมกับให้สัญญาสาบานว่าจะถ่ายรูปรีวิวสวยๆ และเขียนอวยร้านให้แบบจัดเต็ม ในที่สุดเธอก็ได้มันมาในราคา 120,000 เหรียญพันธมิตร
ถึงแม้แอดมินจะยอมลดราคาให้แบบหั่นกระดูก แต่เฉียวซางก็ยังรู้สึกว่ามันแพงหูฉี่อยู่ดี
ขนาดไอเทมระดับ E ที่สร้างโดยช่างไม่มีชื่อเสียงยังแพงขนาดนี้ แล้วไอเทมระดับสูงๆ อย่าง B หรือ A คนธรรมดาที่ไหนจะไปมีปัญญาซื้อใช้ล่ะ
มิน่าล่ะ เขาถึงบอกว่าในโลกของผู้ฝึกอสูร ยิ่งรวยก็ยิ่งเก่ง
คนรวยซื้อไอเทมมาใช้ชิลๆ เหมือนซื้อของเล่น แต่คนจนต้องกัดฟันซื้อไอเทมสักชิ้นเหมือนเอาชีวิตเข้าแลก แล้วมันจะไปสู้กันได้ยังไงล่ะ?
ในขณะที่เฉียวซางกำลังจะกดออกจากหน้าร้านเพื่อไปดูของอย่างอื่นต่อ จู่ๆ ก็มีนิ้วสั้นๆ สีเทาจิ้มลงมาบนหน้าจอโทรศัพท์
พอหันไปมอง ก็เห็นผีค้นสมบัติตัวน้อยกำลังทำตาปริบๆ ออดอ้อนเธออยู่
“จ๊วบ~”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยส่งเสียงร้องอ้อน
เฉียวซาง: “…”
“แกยังเด็กเกินไป รออีกสักเดือนนึงฉันค่อยซื้อให้แกนะ”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะรีบถอดห่วงบนหัว ล้วงเอาขวดนมออกมาส่งให้เฉียวซางอย่างรู้หน้าที่
“จ๊วบ~”
“จ๊วบๆ”
เฉียวซาง: “…”
(จบตอน)

0 Comments