ตอนที่ 63 เชื่อฟังกันเกินไปแล้ว
แปลโดย เนสยังเต่าบกหางคู่ เป็นสัตว์อสูรธาตุดิน ซึ่งสืบทอดนิสัยเกลียดน้ำมาจากเต่าน้ำลึก
ถ้ามีสัตว์อสูรธาตุน้ำอยู่ในมือล่ะก็ งานนี้เต่าบกหางคู่คงจะหดหัวอยู่ในกระดองไม่ยอมโผล่ออกมาสู้แน่ๆ
“ฝ่ายหนึ่งคือเต่าบกหางคู่ที่มีพลังป้องกันสุดแกร่ง ส่วนอีกฝ่ายคือหมาเขี้ยวไฟที่มีพลังโจมตีไม่ธรรมดา การแข่งขันในนัดนี้ ใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะไปได้กันแน่!”
ผู้ชมในลานประลองต่างจับจ้องไปที่การแข่งขันอย่างใจจดใจจ่อ หลังจากได้ฟังการเปิดรายการอย่างตื่นเต้นเร้าใจของพิธีกร
ครึ่งนาทีผ่านไป
“สองคนนี้เป็นอะไรกันเนี่ย?”
“ตกลงจะสู้กันไหมเนี่ย?”
“เฉียวซาง! สู้ๆ!”
“เมื่อกี้กรรมการเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันไปแล้วใช่ไหม?”
“ถ้าไม่สู้ก็ลงไปซะ รีบๆ ปล่อยให้เกาซวี่ลู่กับซาตั๋วมาแข่งโชว์ได้แล้ว”
ท่ามกลางเสียงบ่น ก็มีเสียงตะโกนแหวกอากาศดังขึ้นมาอย่างไม่แคร์สื่อ
“หมาเขี้ยวไฟ! สู้ๆ!”
“เฉียวซาง! สู้ๆ!” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวลุกขึ้นยืนตะโกนเชียร์สุดเสียง
เธอจำได้ขึ้นใจเลยว่า ตัวเองก็เพิ่งจะพ่ายแพ้ให้กับเฉินเชี่ยนไปหมาดๆ!
บนลานประลอง
ในที่สุดเฉินเชี่ยนก็ทนไม่ไหว เป็นฝ่ายชิงออกคำสั่งก่อน
เต่าบกหางคู่กระทืบเท้าหน้าซ้ายลงบนพื้นอย่างแรง พื้นดินที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งเมตรก็ปริแตกออกเป็นรอยแยกอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน รอยแยกนั้นก็ขยายวงกว้างออกไปจนกลายเป็นรอยแยกนับสิบสายลุกลามไปทางที่หมาเขี้ยวไฟยืนอยู่
จังหวะนั้นเอง หมาเขี้ยวไฟก็ขยับตัว แยกร่างออกเป็นสองตัว
“เมื่อต้องเผชิญกับท่าแผ่นดินแยกของเต่าบกหางคู่ หมาเขี้ยวไฟกลับเลือกที่จะใช้ท่าแยกร่างเงา นี่มันแผนอะไรกันครับเนี่ย?” พิธีกรวัยกลางคนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
เขาทำงานในวงการนี้มาสิบกว่าปี บรรยายการแข่งขันมาก็ไม่น้อยกว่า 20 รายการต่อปี
ในจำนวนนั้นก็มีการแข่งขันรายการใหญ่ๆ อยู่หลายรายการ แต่สถานการณ์ที่ทำให้เขาถึงกับมึนตึ้บเดาทางไม่ถูกแบบนี้ ก็เพิ่งจะเคยเจอไม่กี่ครั้งนี่แหละ
เฉินเชี่ยนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
ก่อนเริ่มแข่งเธอวางแผนไว้ดิบดีแล้วว่า รอให้หมาเขี้ยวไฟบุกเข้ามาก่อน แล้วค่อยสั่งให้เต่าบกหางคู่หดตัวเข้าไปในกระดอง
ด้วยพลังโจมตีของหมาเขี้ยวไฟ ไม่มีทางที่จะเจาะเกราะของเต่าบกหางคู่เข้าอย่างแน่นอน
รอจนหมาเขี้ยวไฟหมดแรง เธอถึงจะสั่งให้โต้กลับ
แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้เล่นตามบทที่เธอเขียนไว้เลย
และตอนนี้ปฏิกิริยาของหมาเขี้ยวไฟที่ต้องรับมือกับท่าแผ่นดินแยก ก็ไม่เหมือนกับที่เธอคิดไว้เลยสักนิด…
เธอจ้องเขม็งไปที่ฝั่งตรงข้าม รอดูว่าอีกฝ่ายจะรับมือยังไงต่อไป
“ตอนนี้แหละ”
เฉียวซางเอ่ยคำพูดแรกหลังจากขึ้นมาบนลานประลอง
สิ้นเสียงคำสั่ง หมาเขี้ยวไฟตัวทางซ้ายก็กระโดดขึ้นไปเหยียบหลังหมาเขี้ยวไฟตัวทางขวาอย่างแรง
หมาเขี้ยวไฟตัวทางขวาถูกพื้นที่เพิ่งจะถล่มลงมากลืนหายไปในพริบตา
ส่วนหมาเขี้ยวไฟตัวทางซ้ายอาศัยแรงส่งจากการกระโดดเหยียบหลังนั้น ลอยตัวขึ้นไปในอากาศ
“หมาเขี้ยวไฟอาศัยร่างเงาช่วยในการกระโดดหลบหลีกท่าแผ่นดินแยกไปได้! แต่ว่าลำดับต่อไป…”
พิธีกรหยุดชะงักไปชั่วขณะ
เพราะหมาเขี้ยวไฟที่ลอยอยู่กลางอากาศ อาศัยก้อนหินที่ยังถล่มลงมาไม่หมดเป็นที่หยั่งเท้า พุ่งเข้าใส่เต่าบกหางคู่อย่างรวดเร็ว
“ความคล่องตัวไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย” แขกรับเชิญคนหนึ่งเอ่ยชม
“แต่ทำไมถึงไม่โจมตีตั้งแต่ตอนที่พื้นยังดีๆ อยู่ล่ะ? ตอนนี้เพิ่งจะมาโจมตีมันต่างกับตอนแรกยังไง?” แขกรับเชิญอีกคนตั้งข้อสังเกต
“ต่างกันสิ หลังจากเต่าบกหางคู่ใช้ท่าแผ่นดินแยก มันจะต้องใช้เวลาประมาณ 10 วินาทีถึงจะสามารถใช้ทักษะอื่นได้อีก” ซ่งหยวนที่มองดูสถานการณ์บนลานประลองค่อยๆ อธิบาย
“ซ่งหยวน ในที่สุดเธอก็ยอมพูดแล้วเหรอ”
ซ่งหยวน: “…”
“นี่มันท่าพุ่งชนเปลวเพลิงนี่นา!” จังหวะนั้น แขกรับเชิญข้างๆ ก็ร้องอุทานขึ้นมา
บนลานประลอง หมาเขี้ยวไฟอาศัยก้อนหินที่กระจัดกระจายในการพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่พุ่งตัวอยู่นั้น เปลวเพลิงก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของมัน ห่อหุ้มตัวมันไว้ทั้งตัว
พุ่งชนเปลวเพลิง
เป็นทักษะระดับกลางที่มีอานุภาพร้ายแรงมาก ผสมผสานทั้งการโจมตีทางกายภาพและพลังเวทเข้าด้วยกัน และยังมีโอกาสที่จะทำให้คู่แข่งติดสถานะเผาไหม้ได้อีกด้วย
“รีบหดเข้ากระดองเร็ว!”
เฉินเชี่ยนรีบสั่งการรับมือทันที
เธอรู้ดีว่าหลังจากใช้ท่าแผ่นดินแยก เต่าบกหางคู่จะสูญเสียพลังโจมตีไปประมาณ 10 วินาที แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร
ตราบใดที่พลังป้องกันของเต่าบกหางคู่ยังแข็งแกร่งพอ การยืนนิ่งๆ ให้คู่แข่งโจมตีไปก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา?
ถ้าอีกฝ่ายหวังจะฉวยโอกาสในช่วง 10 วินาทีนี้ล่ะก็ คงต้องผิดหวังซะแล้วล่ะ
รัศมีของเปลวเพลิงที่ห่อหุ้มตัวหมาเขี้ยวไฟไม่ได้ใหญ่มากนัก แถมสีก็ยังเป็นสีส้มเหลือง ดูออกเลยว่ายังอยู่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น
เต่าบกหางคู่หดหัวและขาทั้งสี่เข้าไปในกระดองอย่างว่าง่าย
เฉินเชี่ยนโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง ในหัวเริ่มคิดถึงทักษะที่เต่าบกหางคู่จะใช้โต้กลับในอีก 10 วินาทีข้างหน้า
“ปัง!”
เฉินเชี่ยนมองภาพตรงหน้าแล้วก็ต้องอ้าปากค้าง
ท่าพุ่งชนเปลวเพลิงของหมาเขี้ยวไฟไม่ได้พุ่งเข้าใส่ตัวเต่าบกหางคู่ แต่กลับพุ่งไปกระแทกพื้นดินข้างหน้าเต่าบกหางคู่แทน!
พื้นดินที่มีรอยปริแตกจากท่าแผ่นดินแยกเมื่อครู่นี้ ก็ยิ่งแตกกว้างออกไปอย่างรวดเร็ว
แรงกระแทกจากท่าพุ่งชนเปลวเพลิง ทำให้พื้นดินบริเวณที่เต่าบกหางคู่อยู่ทรุดตัวลงทันที
เต่าบกหางคู่เสียหลัก โซเซไปมาตามพื้นดินที่ยุบตัวลง ก่อนที่กระดองจะไปติดแหง็กอยู่กับก้อนหิน เผยให้เห็นหน้าท้องสีขาวจั๊วะ
เยี่ยมมาก!
เฉียวซางอดไม่ได้ที่จะร้องชมอยู่ในใจ
พลังป้องกันของเต่าบกหางคู่นั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่มันไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากันหมดทั้งตัวหรอกนะ
หน้าท้องของมันก็คือจุดที่เปราะบางที่สุดนั่นเอง
แค่โจมตีเข้าที่จุดนี้ หมาเขี้ยวไฟก็สามารถทำลายพลังป้องกันและสร้างความเสียหายให้กับมันได้แล้ว
ถึงตอนนี้ ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้เป๊ะเลย
ตอนนี้ก็แค่ฉวยโอกาสนี้กระหน่ำโจมตีเข้าที่หน้าท้องของเต่าบกหางคู่ก็พอแล้ว
เฉียวซางจ้องมองด้วยสายตาคาดหวัง
แต่หมาเขี้ยวไฟกลับลังเลไปนิดนึงเมื่อเห็นเต่าบกหางคู่ติดแหง็กอยู่กับก้อนหิน
ผู้ฝึกอสูรของมันบอกว่า ต้องจับไอ้หมอนี่พลิกหงายท้องแล้วค่อยโจมตีหน้าท้องของมัน
แต่ตอนนี้ไอ้หมอนี่มันโดนหินขัดไว้ ถึงจะเห็นหน้าท้องแล้วแต่มันยังไม่ได้หงายท้องเต็มร้อยนี่นา
หมาเขี้ยวไฟไม่ได้ลังเลอยู่นานนัก มันพ่นท่าประกายไฟออกไปโจมตีกระดองเต่าบกหางคู่… บริเวณที่พิงหินอยู่ ท่ามกลางสายตาคาดหวังของเฉียวซาง
ความคิดของเฉียวซางหยุดชะงักไปชั่วขณะ
หมาเขี้ยวไฟมองดูเต่าบกหางคู่ที่กระดองพลิกคว่ำหน้าท้องหงายขึ้นฟ้าอย่างพึงพอใจ
ทีนี้ท่าทางของเจ้านี่ก็เหมือนกับที่ผู้ฝึกอสูรของมันบอกไว้เป๊ะเลย
“รีบลุกขึ้นเร็วเข้า!” เฉินเชี่ยนร้องสั่งอย่างร้อนรน
ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไร!
เต่าบกหางคู่ได้ยินคำสั่ง ก็ยื่นหัวกับขาทั้งสี่ออกมาจากกระดอง
ออกแรงพลิกตัว
ขยับไม่ได้เลย
พลิกอีกรอบ
ก็ยังขยับไม่ได้…
เต่าบกหางคู่หมดหวังแล้ว
กระดองบนหลังมันหนักเกินไป พลิกตัวไม่ไหวจริงๆ!
หมาเขี้ยวไฟกระโดดขึ้นไปบนหน้าท้องของเต่าบกหางคู่ สลับพ่นท่าประกายไฟกับวังวนเปลวเพลิงใส่หน้าท้องของเต่าบกหางคู่อย่างไม่ยั้ง
“ลู่ผา!!!”
เต่าบกหางคู่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดในพริบตา
“รีบลุกขึ้นสิ!”
เฉินเชี่ยนร้อนใจจนเหงื่อแตกพลั่ก
“ลู่ผา!!!”
ก็มันลุกไม่ขึ้นไงเล่า!
เต่าบกหางคู่ก็สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์อสูรที่มีพลังป้องกันเป็นเลิศจริงๆ
ต่อให้โดนโจมตีเข้าที่จุดอ่อนอย่างหน้าท้อง หมาเขี้ยวไฟก็ต้องใช้เวลากระหน่ำโจมตีอยู่ถึง 2 นาทีเต็ม กว่าจะทำให้มันสลบไปได้
โชคดีที่ปกติหมาเขี้ยวไฟฝึกพ่นทักษะรัวๆ อยู่แล้ว การปล่อยทักษะต่อเนื่อง 2 นาทีเลยไม่ได้ทำให้มันรู้สึกเหนื่อยเท่าไหร่นัก
“ผู้ชนะคือ ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซาง!”
หมาเขี้ยวไฟวิ่งหน้าตั้งไปหาผู้ฝึกอสูรของมันด้วยความดีใจ แต่เพราะรู้ตัวว่ามีคนกำลังจ้องมองอยู่เยอะ ก็เลยพยายามเก๊กหน้านิ่ง ไม่ยอมให้รอยยิ้มหลุดออกมา
เฉียวซางรับหมาเขี้ยวไฟที่วิ่งเข้ามาหาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
การแข่งขันนัดนี้มันก็เป็นไปตามที่เธอคิดไว้นั่นแหละ แต่ก็มีความแตกต่างอยู่นิดหน่อย
อย่างเช่น
ถ้ารู้แต่แรกว่าเต่าบกหางคู่พลิกตัวไม่ขึ้น แถมยังจะหดหัวกับขาทั้งสี่โผล่ออกมาให้เห็นอีก แล้วจะไปโจมตีหน้าท้องมันทำไมล่ะ?
โจมตีหัวมันตรงๆ เลยก็จบเรื่องแล้วไม่ใช่หรือไง?!
สัตว์อสูรของเธอนี่มันเชื่อฟังคำสั่งกันเกินไปแล้ว…
(จบตอน)

0 Comments