You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

วันที่ 5 กรกฎาคม

เฉียวซางมานั่งที่ลานประลองสัตว์อสูรในตำแหน่งเดิมที่เคยนั่งเมื่อสองวันก่อน และก็ไม่แปลกใจเลยที่เห็นไป๋อวิ๋นเหมี่ยวมานั่งอยู่ด้วย

ในเมื่อไป๋อวิ๋นเหมี่ยวมาเพื่อซาตั๋ว งั้นต่อให้พ่อแม่ไม่ได้ทะเลาะกัน เธอก็คงหาข้ออ้างอื่นมาที่ลานประลองอยู่ดี

“เอากระจกมาไหม?” เฉียวซางนั่งลงแล้วเอ่ยถาม

“เอามาสิ” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวหยิบกระจกออกจากกระเป๋ายื่นให้ พลางมองดูเฉียวซางที่กำลังส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอย่างแปลกใจ “คุณอัจฉริยะเฉียว ทำไมจู่ๆ เธอถึงมาห่วงภาพลักษณ์ขึ้นมาล่ะเนี่ย?”

ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนเฉียวซางไม่สนใจภาพลักษณ์หรอกนะ

เพียงแต่ปกติเธอก็มัดผมหางม้าธรรมดาๆ แถมตอนนั่งรถเมล์มาที่สวนโซ่วเค่อ เธอก็ชอบนั่งริมหน้าต่างรับลมซะด้วย

ผลก็คือพอมาถึงลานประลองสัตว์อสูร ถึงจะมัดหางม้าไว้ แต่ผมหน้าม้าก็ปลิวชี้ฟูไม่เป็นทรง

เมื่อนำไปเทียบกับคนอื่นๆ ที่แต่งตัวมาอย่างประณีต มันก็เลยเกิดเป็นภาพความแตกต่าง ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าเธอไม่ค่อยใส่ใจเรื่องภาพลักษณ์เท่าไหร่

หลังจากที่เฉียวซางยืนยันจากในกระจกแล้วว่าตัวเองก็ไม่ได้ดูต่างไปจากปกติ เธอจึงพูดอย่างลังเลว่า “ไม่รู้ว่าฉันหลงตัวเองไปหรือเปล่านะ แต่ฉันรู้สึกเหมือนวันนี้มีคนแอบจ้องฉันเยอะมากเลย”

พอหมาเขี้ยวไฟที่อยู่ข้างๆ เห็นผู้ฝึกอสูรของมันวางกระจกลง ก็ใช้กรงเล็บคว้ามากางส่องดูตัวเองบ้าง

“โฮ่งโฮ่ง”

หมาเขี้ยวไฟส่องกระจกไปพลางพยักหน้าเห็นด้วยไปพลาง

ก็มีคนแอบจ้องมันเยอะเหมือนกันแหละ

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวเข้าใจสถานการณ์ทันที จึงหัวเราะออกมา “เมื่อวานซาตั๋วอุตส่าห์ออกปากชมเธอซะขนาดนั้น คนอื่นจะหันมาสนใจเธอมันก็เป็นเรื่องปกตินี่ ข่าวเมื่อเช้าก็ลงบทความถึงเธอไปตั้งหลายสำนักเลยนะ”

“พลังคนดังมันน่ากลัวขนาดนี้เชียว?” เฉียวซางถาม

“ของเธอนี่ถือว่าจิ๊บจ้อยนะ คนอื่นอย่างมากก็แค่มองเธอสองสามแวบเท่านั้นแหละ คราวก่อนมีผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่คนนึงโดนหวังเตี้ยนอ้าวชมออกสื่อ ผลคือมีคนไปสืบหาที่อยู่บ้าน แล้วก็ไปดักรอขอท้าดวลถึงหน้าประตูเลย” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวเล่าพร้อมกับถอนหายใจ “นั่นมันท้าดวลที่ไหนกันล่ะ หมาหมู่สลับหน้ากันเข้ามาท้าประลองชัดๆ โดนดักอยู่หน้าบ้านเป็นอาทิตย์เลยนะ”

เฉียวซางอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “โชคดีนะที่ซาตั๋วยังไม่ดังเท่าหวังเตี้ยนอ้าวน่ะ”

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยว: “…”

……

ผู้เข้าแข่งขันในการแข่งขันร้อยหน้าใหม่เหลือเพียง 8 คนเท่านั้น

ระยะเวลาในการแข่งขันของผู้ฝึกอสูรระดับ F นั้นค่อนข้างสั้น ต่อให้มีนักแสดงสัตว์อสูรมาคอยช่วยยืดเวลา ก็ไม่มีทางที่จะจัดการแข่งขันแค่วันละ 4 คู่เพื่อหาผู้เข้ารอบ 4 คนสุดท้ายได้หรอก

ทางผู้จัดงานได้ประกาศกำหนดการแข่งขันออกมาก่อนหน้านี้แล้ว

เช้าวันที่ 5 กรกฎาคม จะเป็นการแข่งขันเพื่อหาผู้เข้ารอบ 4 คนสุดท้าย และในช่วงบ่ายก็จะทำการแข่งขันเพื่อหาผู้เข้ารอบ 3 คนสุดท้ายไปเลย

วันนี้คือวันสุดท้ายของการแข่งขันร้อยหน้าใหม่

เมื่อเวลาค่อยๆ ล่วงเลยไป ผู้คนก็เริ่มทยอยกันเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

เฉียวซางมองดูอัฒจันทร์รอบลานประลองที่ตอนนี้ไม่มีที่นั่งว่างเหลือเลยแม้แต่ที่เดียว จึงอดไม่ได้ที่จะอุทาน “ไม่รู้ว่าทางผู้จัดไปเกณฑ์คนดูมาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย”

เมื่อวานที่นั่งยังว่างไปตั้งหนึ่งในสี่เลยแท้ๆ

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวหันมามองแล้วถาม “นี่เธอไม่เคยตามข่าวสารบ้านเมืองเลยใช่ไหมเนี่ย?”

เธอยังจำได้ดีว่าตอนที่เพิ่งจะแอดเฟรนด์คุณอัจฉริยะเฉียวคนนี้ไป ทักแชทไปก็ไม่ยอมตอบ

พอมาเจอกันอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า บนโลกนี้ยังมีคนที่สามารถทนไม่ดูโทรศัพท์มือถือได้อยู่ด้วย

“ก็ดูอยู่นะ แต่เมื่อวานไม่ได้ดูต่างหาก” เฉียวซางตอบ

เวลาของเธอเอาไปทุ่มให้กับการดูแลหมาเขี้ยวไฟฝึกซ้อมและวิเคราะห์คู่แข่งหมดแล้ว

“เมื่อวานทางแพลตฟอร์มประกาศว่า วันนี้เชิญเกาซวี่ลู่กับซาตั๋วมาแข่งกระชับมิตรกัน แล้วพอแข่งเสร็จก็จะสุ่มผู้โชคดีจากผู้ชม 5 คนขึ้นไปถ่ายรูปและขอลายเซ็นบนเวทีด้วยน่ะสิ” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวอธิบาย

เฉียวซางถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมคนถึงมากันเยอะขนาดนี้

เกาซวี่ลู่ก็เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่เข้าร่วมการแข่งขันระดับภูมิภาคอวี้หัวในปีนี้เช่นกัน

ถึงแม้เธอจะไม่ได้ติดท็อป 10 แต่ก็คว้าอันดับมาได้ไม่เลวเลยทีเดียว

และที่สำคัญที่สุดก็คือ ซาตั๋วพ่ายแพ้ให้กับเกาซวี่ลู่นี่แหละ

ผู้จัดงานนี่ช่างมีหัวการค้าซะจริงๆ

เฉียวซางมองไปที่โต๊ะผู้บรรยาย

ก็พบว่าจากเดิมที่นั่งกันอยู่สองคน ตอนนี้กลับกลายเป็นสามคนแล้ว

ทางซ้ายมือของพิธีกรวัยกลางคน มีหญิงสาวผมสั้นสีน้ำตาลเกาลัดเพิ่มมาอีกหนึ่งคน

นั่นก็คือเกาซวี่ลู่นั่นเอง

……

เมื่อพิธีเปิดจบลง รูปภาพบนหน้าจอยักษ์เหนือลานประลองก็เริ่มสลับสับเปลี่ยนกันไปมา

ไม่นาน รายชื่อผู้เข้าแข่งขันกลุ่มแรกก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

โหวเซี่ยงอวี่ ปะทะ หยางฉี

ทั้งสองคนต่างก็เป็นผู้ฝึกอสูรที่มีสัตว์อสูรระดับกลางในครอบครองถึงสองตัว และเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ในรายการนี้

เฉียวซางตั้งใจดูอย่างจดจ่อ

ทั้งสองคนมาเจอกันแบบนี้ ต้องงัดกลยุทธ์อะไรออกมาสู้กันเยอะแน่ๆ

ก่อนหน้านี้ด้วยความห่างชั้นของฝีมือ การแข่งขันของพวกเขาก็แทบจะเป็นการไล่ต้อนคู่แข่งอยู่ฝ่ายเดียว

ทำให้มองไม่เห็นศักยภาพที่แท้จริงของสัตว์อสูร จึงไม่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์เป็นข้อมูลได้เลย

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เฉียวซางไม่ค่อยมั่นใจเวลาต้องเจอกับพวกเขานัก

ทว่าเฉียวซางก็ไม่ได้ตั้งใจดูนานนักหรอก

เพราะผ่านไปแค่หนึ่งนาที กรรมการก็ประกาศผลการแข่งขันซะแล้ว

หยางฉีที่เคยไล่ต้อนคนอื่นมาตลอด กลับโดนโหวเซี่ยงอวี่ไล่ต้อนจนแพ้ราบคาบซะงั้น…

ตุ๊กตาควบคุมสมดุลของโหวเซี่ยงอวี่ใช้ลำแสงมายาแค่ครั้งเดียว ก็ทำให้นกศรัทธาของหยางฉีตกอยู่ในสภาวะสับสนได้แล้ว

จากนั้นก็อาศัยจังหวะที่นกศรัทธากำลังสับสน ใช้พลังจิตจับมันฟาดลงกับพื้น การแข่งขันก็จบลงทันที

เฉียวซางตกอยู่ในห้วงความคิด

ลำแสงมายาเป็นทักษะที่มีเฉพาะในสัตว์อสูรสายพลังจิตเท่านั้น

มันสามารถสร้างความเสียหายให้กับคู่แข่ง และมีโอกาสที่จะทำให้คู่แข่งตกอยู่ในสภาวะสับสนได้ แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นก็ไม่ได้สูงมากนัก

การที่สามารถทำให้สัตว์อสูรระดับเดียวกันติดสถานะได้เร็วขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายดวงซวย ก็แสดงว่าทักษะลำแสงมายานี้น่าจะได้รับการฝึกฝนมาจนถึงขั้นชำนาญแล้ว

การที่ทักษะนี้จะโจมตีเข้าเป้าหรือไม่นั้น ส่วนใหญ่ก็คงต้องพึ่งดวงนั่นแหละ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ลำแสงมายาก็ไม่ใช่ทักษะที่การันตีได้ 100% ว่าจะทำให้คู่แข่งสับสนได้เสมอไป

แต่ว่านะ…

ดวงของหมาเขี้ยวไฟนี่สิ…

เฉียวซางนึกถึงวีรกรรมของหมาเขี้ยวไฟที่ชี้ใครคนนั้นก็แพ้รวด แล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้

การแข่งขันจบลงใน 1 นาที แต่ต้องมานั่งดูโชว์คั่นเวลาอีกครึ่งชั่วโมง นี่แหละคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

เนื่องจากการแข่งขันคู่แรกจบลงเร็วเกินไป ทางผู้จัดจึงต้องให้นักแสดงสัตว์อสูรช่วยยืดเวลาทำการแสดงออกไปอีก

โชคดีที่เหล่านักแสดงสัตว์อสูรล้วนมีความเป็นมืออาชีพ จึงไม่ปล่อยให้บรรยากาศกร่อยลงไป

การแข่งขันคู่ที่สองคือ เวยเหวินย่า กับ หลัวซินหลิน

เวยเหวินย่าก็คือหนึ่งในสามผู้เข้าแข่งขันที่มีสัตว์อสูรระดับกลางถึงสองตัวเป็นคนสุดท้าย

เมื่อต้องรับมือกับพิราบบ้านตุ้ยนุ้ยของหลัวซินหลิน เวยเหวินย่าก็ส่งแมวสายฟ้าจอมซน สัตว์อสูรธาตุไฟฟ้าที่ข่มธาตุบินได้ออกมาสู้

ความได้เปรียบของการมีสัตว์อสูรระดับกลางถึงสองตัวถูกแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนในวินาทีนี้

ผู้ฝึกอสูรที่มีสัตว์อสูรเพียงตัวเดียวไม่มีทางเลือก แต่ผู้ฝึกอสูรที่มีสัตว์อสูรสองตัวสามารถเลือกส่งสัตว์อสูรที่ได้เปรียบกว่าออกไปสู้ได้

และผลก็ไม่พลิกล็อกแต่อย่างใด

เวยเหวินย่าเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไปได้

หลังจากนักแสดงสัตว์อสูรทำการแสดงคั่นเวลาเสร็จ รายชื่อคู่แข่งขันกลุ่มที่สามก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอยักษ์

เฉินเชี่ยน ปะทะ เฉียวซาง

ณ ที่นั่งแขกรับเชิญ

“ซ่งหยวน ตาถึงใช้ได้เลยนะเนี่ย หมาเขี้ยวไฟตัวนี้ใส่แว่นตากันแดดแล้วก็ดูเท่ดีจริงๆ ด้วย วันนี้มีสื่อมวลชนมาเยอะซะด้วย ถ้าหมาเขี้ยวไฟทำผลงานได้ดี ก็คงจะช่วยเรียกลูกค้าเข้าร้านแว่นตาออนไลน์ร้านใหม่ของเธอได้ไม่น้อยเลยล่ะ”

“สัตว์อสูรของเฉินเชี่ยนคนนี้คือเต่าบกหางคู่ ระดับก็ข่มกันอยู่เห็นๆ งานนี้น่าจะหินอยู่นะ”

“เฉียวซางเคยมีประวัติเอาชนะสัตว์อสูรระดับกลางแบบข้ามระดับมาแล้วนะ เต่าบกหางคู่ของเฉินเชี่ยนก็เพิ่งจะวิวัฒนาการได้ไม่นาน น่าจะพอสู้กันได้สูสีอยู่” แขกรับเชิญที่ติดตามการแข่งขันร้อยหน้าใหม่มาตั้งแต่รอบแรกๆ แสดงความคิดเห็น

“จริงสิ ซ่งหยวน เมื่อวานที่เธอติดต่อไปหาเฉียวซาง เธอตอบตกลงว่ายังไงบ้างล่ะ? ค่าจ้างไลฟ์สดนี่คิดเป็นรอบ หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายล่ะ?”

“ซ่งหยวน?”

“ซ่งหยวน ทำไมเธอไม่พูดล่ะ?”

ซ่งหยวน: “…”

เธอบอกเลยว่าเธอไม่อยากจะพูดอะไรทั้งนั้นแหละ…

ขืนบอกพวกเขาไปว่าโดนตัดสายทิ้งไปตั้งหลายรอบแถมยังโดนบล็อกเบอร์อีก มีหวังโดนหัวเราะเยาะเย้ยจนหน้าชาแน่ๆ…

บนลานประลอง

ทั้งสองฝ่ายต่างยืนประจำที่ของตนเอง

สิ้นเสียงนกหวีดของกรรมการ เต่ากระดองสีน้ำตาลขนาดเกือบสองเมตร มีหางสองแฉก ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเฉียวซาง

(จบตอน)

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note