ตอนที่ 57 หมูจอมพลัง
แปลโดย เนสยังเฉียวซางไม่ได้อยากให้คอมเมนต์พวกนี้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของหมาเขี้ยวไฟ
ขอแค่หมาเขี้ยวไฟรู้สึกมีความสุขด้วยตัวเองก็พอแล้ว
เฉียวซางหันกลับมาสนใจทีวีต่อ
ในทีวี สัตว์อสูรขนาดยักษ์สองตัวกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
คะแนนตอนนี้อยู่ที่ 5 ต่อ 4 เป็นจุดตัดสิน (Match Point) พอดี
คืนนี้มีการแข่งขันสตาร์คัพซึ่งมีผลต่อเงินในกระเป๋าของเธอ เฉียวซางจึงมานั่งเฝ้าหน้าจอรอตั้งนานแล้ว
และตอนนี้ คนที่ขึ้นนำก็คือเฉินโม่
เมื่อเห็นว่ามังกรเพลิงมายาของพาสซอลกำลังไล่ต้อนมังกรฟันเฟืองสองหัวของเฉินโม่ เฉียวซางก็เริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา
เธอรีบคว้าตัวหมาเขี้ยวไฟที่กำลังถือโทรศัพท์ชื่นชมผลงานตัวเองอยู่มาไว้ในอ้อมกอด
“เร็วเข้า ช่วยเชียร์มังกรเพลิงมายาตัวนี้หน่อย”
“โฮ่ง?”
หมาเขี้ยวไฟเอียงคอสงสัย
“ก็สัตว์อสูรของผู้ฝึกอสูรที่แกเลือกเมื่อวานไง” เฉียวซางอธิบาย
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟเข้าใจทันที มันชูขาหน้าขึ้นฟ้า
“โฮ่งๆ!”
“โฮ่งๆ!”
“โฮ่ง!”
กว่า 20 นาทีผ่านไป เฉียวซางก็ยิ้มออกเมื่อมังกรฟันเฟืองสองหัวพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยชนะไปได้
……
……
วันรุ่งขึ้น
ณ โซน C ที่นั่งเดิม เฉียวซางเห็นไป๋อวิ๋นเหมี่ยวที่กลับมาแต่งตัวตามปกติอีกครั้ง
“อย่าบอกนะว่าเธอตั้งใจมาดูฉันแข่งโดยเฉพาะน่ะ” เฉียวซางอุ้มหมาเขี้ยวไฟไปนั่งข้างๆ เธอแล้วเอ่ยแซว
“ฮ่าๆ ฉันตั้งใจมาดูเธอโดยเฉพาะเลยแหละ” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวหัวเราะ
เฉียวซางอึ้งไปเล็กน้อย
การแข่งขันร้อยหน้าใหม่จัดขึ้นที่ลานประลองในสวนโซ่วเค่อ ซึ่งอยู่แถวชานเมือง ถึงแม้จะไม่ไกลมาก แต่การจะเดินทางจากในเมืองมาก็ต้องใช้เวลาไม่ใช่น้อย
คนที่ตกรอบไปแล้วส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ยอมเสียเวลามาที่นี่อีก
อย่างเช่นฟางซือซือ เป็นต้น
เธอไม่คิดเลยว่าไป๋อวิ๋นเหมี่ยวที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่นาน จะยอมสละเวลามาดูเธอแข่งแบบนี้…
เฉียวซางรู้สึกซาบซึ้งใจ กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง
ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวก็โพล่งขึ้นมาซะก่อน “ความจริงแล้วเป็นเพราะพ่อแม่ฉันทะเลาะกันน่ะ ฉันไม่อยากอยู่บ้านก็เลยมาที่นี่”
เฉียวซาง: “…”
ซาบซึ้งเก้อซะงั้น…
“พ่อแม่เธอเป็นอะไรกันเหรอ?” เฉียวซางถาม
“ก็ยังเป็นเรื่องเมื่อวานนั่นแหละ ก็คือฉันไปถามความเห็นของเถาวัลย์โปรยทองว่าอยากจะวิวัฒนาการเป็นเถาวัลย์กลิ่นหวาน ฉันก็เลยไปบอกพ่อกับแม่ แต่พ่อดันบอกว่าเป็นเพราะแม่นั่นแหละ ฉันถึงได้ตัดสินใจแบบนี้ แล้วสองคนนั้นก็เลยทะเลาะกัน” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวอธิบาย
เฉียวซาง: “…”
ชีวิตคู่ของสามีภรรยานี่ช่างเรียลจริงๆ…
เธอยังไม่ทันจะนึกหาคำมาปลอบใจ ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวก็เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ “คุณอัจฉริยะเฉียว ทำไมฉันรู้สึกว่าวันนี้เธอดูไม่ค่อยเหมือนเมื่อสองวันก่อนเลยล่ะ?”
เฉียวซางชะงักไปนิดนึง ก่อนจะถามกลับ “ไม่เหมือนยังไงเหรอ?”
“สีหน้าไม่เหมือนเดิมน่ะสิ เมื่อสองวันก่อนเธอยังดูเป็นยอดฝีมือที่สุขุมเยือกเย็นอยู่เลย แต่วันนี้กลับดูมีออร่าความสุขเปล่งประกายออกมาเชียว” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วยิ้มถาม “เจอเรื่องอะไรดีๆ มาใช่ไหมล่ะ?”
“นี่เธอดูออกด้วยเหรอเนี่ย” เฉียวซางตอบอย่างจนใจ
“เรื่องอะไรเหรอ?” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวทำหน้าอยากรู้อยากเห็นสุดๆ
“เมื่อวานเพื่อจะพุ่งชนเครื่องทดสอบแรงให้พัง…” เฉียวซางเว้นจังหวะไปนิดนึง
สายตาของไป๋อวิ๋นเหมี่ยวก็เผลอเลื่อนไปหยุดอยู่ที่หมาเขี้ยวไฟที่สวมแว่นตากันแดดโดยอัตโนมัติ
สมกับที่เป็นสัตว์อสูรธาตุไฟ นิสัยแบบนี้คงมีแต่คุณอัจฉริยะเฉียวคนเดียวเท่านั้นแหละที่รับมือไหว ถ้าเป็นเธอคงไม่เอาแน่ๆ
หลังจากนี้ ต่อให้ห้วงสมองของเธอจะพัฒนาไปอีกขั้นจนสามารถทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองได้ เธอก็จะไม่เลือกธาตุไฟเด็ดขาด…
“มันก็เลยเรียนรู้ทักษะพุ่งชนเปลวเพลิงได้น่ะสิ” เฉียวซางพูดต่อให้จบ
“เชี่ย!” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
สัตว์อสูรธาตุไฟแบบนี้ ขอสักหมื่นตัวเลยได้ไหม!
การแข่งขันรอบ 16 คนสุดท้าย เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันมีน้อยและเวลาเหลือเฟือ จึงไม่ได้ใช้วิธีแสดงรายชื่อการจับคู่ทั้งหมดบนหน้าจอเหมือนสองวันแรก
แต่จะใช้วิธีแสดงรายชื่อคู่แข่งขันทีละคู่เมื่อการแข่งขันคู่ก่อนหน้าจบลง
และผู้เข้าแข่งขันก็ไม่ต้องไปต่อคิวรอที่ห้องพักนักกีฬาล่วงหน้าด้วย
เพราะระหว่างเปลี่ยนคู่แข่งขัน จะมีนักแสดงสัตว์อสูรมาทำการแสดงคั่นเวลา เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชม
หลังจากเสียงพลุสัญญาณและนักแสดงสัตว์อสูรแสดงเสร็จสิ้น
เมื่อพิธีกรและแขกรับเชิญกล่าวเปิดรายการจบ หน้าจอยักษ์เหนือลานประลองก็เริ่มสุ่มสลับรูปถ่าย
5 วินาทีต่อมา รูปถ่ายคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“รายชื่อคู่แข่งขันกลุ่มแรกออกมาแล้วครับ! นั่นก็คือผู้เข้าแข่งขันลู่โย่วที่มาพร้อมกับมังกรเขาเล็ก สัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งและพลังอำนาจ! ปะทะกับผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางที่กล้าหาญทำสัญญากับหมาเขี้ยวไฟเป็นสัตว์อสูรตัวแรก!” พิธีกรประกาศด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเร้าใจ

0 Comments