You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“หน้าตาก็ดีนะ แต่ฉันว่าผีเสื้อหิมะปาเสวี่ยสวยกว่า” เฉียวซางตอบกลับอีกครั้ง

ผีเสื้อหิมะปาเสวี่ยกับผีเสื้อพิษปาล้วนวิวัฒนาการมาจากหนอนปล้องฝ้าย จึงง่ายมากที่ผู้คนจะนำทั้งสองตัวนี้มาเปรียบเทียบกัน

ผีเสื้อพิษปามีสีสันฉูดฉาด ปีกมีลวดลายหลากสี มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพิษ

ส่วนปีกของผีเสื้อหิมะปาเสวี่ยนั้นโปร่งใสราวกับผ้าโปร่งบาง ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์และสง่างาม

ฟางซือซือเหลือบมองหนอนปล้องฝ้ายแวบหนึ่ง ในหัวจินตนาการถึงภาพของผีเสื้อหิมะปาเสวี่ย

ผีเสื้อหิมะปาเสวี่ยสวยกว่าจริงๆ ด้วย…

สิ่งที่หนอนปล้องฝ้ายไม่รู้ก็คือ ผู้ฝึกอสูรของมันถูกผีเสื้อพิษปาบนลานประลองตกเข้าให้แล้ว จนเกือบจะเปลี่ยนใจให้มันวิวัฒนาการไปเป็นสายนั้นแทน

การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

“ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 105 พานเจียซู่…”

“ฉันไปรอที่ห้องพักก่อนนะ” เฉียวซางเอ่ยขึ้น

ดูจากความรวดเร็วขนาดนี้ อีกประมาณสิบนาทีก็คงถึงคิวของเธอแล้ว

“อืมๆ ไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะอัดวิดีโอความเท่ของหมาเขี้ยวไฟไว้ให้เอง” ฟางซือซือพยักหน้ารับ

พอหมาเขี้ยวไฟได้ยินแบบนั้น ก็รีบยกกรงเล็บขึ้นมาขยับแว่นตากันแดดของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางทันที

……

เฉียวซางมาถึงห้องพักนักกีฬารอได้ไม่นาน พนักงานที่สวมหูฟังก็เรียกชื่อเธอให้เตรียมตัวออกไปที่ลานประลอง

“ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 123 เฉียวซางครับ”

เฉียวซางเดินออกจากอุโมงค์ทางเดินมาหยุดยืนอยู่บนลานประลอง เธอรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ

มุมมองจากที่นั่งคนดูกับการลงมายืนเป็นผู้เข้าแข่งขันอยู่กลางลานประลองนี่มันให้ความรู้สึกแตกต่างกันจริงๆ…

หมาเขี้ยวไฟเองก็รู้สึกมึนงงเช่นกัน

ทำไมถึงมีคนจ้องมองมันเยอะแยะขนาดนี้ล่ะ…

มันแอบยืดอกขึ้นอย่างเงียบๆ พยายามยืนให้ดูสง่าผ่าเผยมากขึ้นอีกนิด

“สัตว์อสูรของผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางคือหมาเขี้ยวไฟครับ! การที่ผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่อายุ 15 ปีจะทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุไฟเป็นตัวแรกนั้นถือว่าหาได้ยากมากๆ เลยนะครับ! ซาตั๋ว คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ?” พิธีกรวัยกลางคนผมเรียบแปล้เอ่ยถาม

“ใช่ครับ การตัดสินใจของผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางนั้นกล้าหาญมาก ถ้าเป็นผมตอนอายุ 15 ปี ผมคงไม่กล้าไปยุ่งกับสัตว์อสูรธาตุไฟแน่ๆ” ซาตั๋วพูดติดตลกแซวตัวเอง

“ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของผู้เข้าแข่งขันซุนเจี๋ยจะไม่ค่อยสู้ดีนักนะครับ ไม่ทราบว่าสัตว์อสูรของเขาคือตัวอะไร?” พิธีกรวัยกลางคนมองดูสถานการณ์บนลานประลองแล้วเอ่ยขึ้น

ผู้ฝึกอสูรระดับ F ส่วนใหญ่ที่เพิ่งจะมีสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นเพียงตัวเดียว มักจะพาสัตว์อสูรติดตัวไว้เสมอเพื่อแสดงตัวตนว่าเป็นผู้ฝึกอสูร

แต่ก็มีบางคนที่ชอบเก็บสัตว์อสูรไว้ในคัมภีร์อสูรเพื่อสร้างความลึกลับ

ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 124 ซุนเจี๋ย ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นประเภทหลัง มาถึงลานประลองตั้งนานแล้วก็ยังไม่ยอมอัญเชิญสัตว์อสูรของตัวเองออกมา ทำตัวลึกลับสุดๆ

“ขอให้ทั้งสองฝ่ายอัญเชิญสัตว์อสูรของตนออกมาครับ” กรรมการเห็นผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 124 นิ่งเฉยจึงเอ่ยเตือน

ซุนเจี๋ยอิดออดอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็อัญเชิญสัตว์อสูรของตัวเองออกมา

ร่างที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉียวซาง

มันคือหนอนปล้องฝ้าย…

ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางที่เป็นเด็กสาวร่างบอบบางกลับมีสัตว์อสูรเป็นหมาเขี้ยวไฟ ส่วนผู้เข้าแข่งขันซุนเจี๋ยที่เป็นเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่กว่า 180 เซนติเมตร กลับทำสัญญากับหนอนปล้องฝ้าย

การจับคู่ที่ขัดแย้งกันสุดขั้วแบบนี้ สร้างความตื่นตะลึงทางสายตาให้กับผู้ชมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“ดูเหมือนว่าการแข่งขันนัดนี้ของผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางจะไม่มีอะไรให้ต้องลุ้นแล้วนะครับ”

สิ้นเสียงของพิธีกร หมาเขี้ยวไฟก็พ่นวังวนเปลวเพลิงออกไป จัดการปิดเกมการแข่งขันลงอย่างหมดจด

“ผู้เข้าแข่งขันซุนเจี๋ยก็โชคร้ายไปหน่อยนะครับ ถ้าคู่แข่งไม่ใช่ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซาง บางทีเขาอาจจะยังพอสู้ไหวก็ได้”

พิธีกรพยายามพูดกู้หน้าให้ผู้เข้าแข่งขันซุนเจี๋ยเล็กน้อย

การแข่งขันร้อยหน้าใหม่ไม่ได้มีแค่ผู้ชมในสนามเท่านั้น แต่ยังมีการถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มให้ชาวเน็ตได้ชมด้วย

[นี่มันเอาผู้ใหญ่มาตบเด็กชัดๆ]

[ทำไมถึงมีคนทำสัญญากับหนอนปล้องฝ้ายเยอะจัง?]

[ก็เพราะมันถูกไง]

[ภายในหนึ่งวินาที ฉันขอลิงก์แว่นตากันแดดของหมาเขี้ยวไฟตัวนี้หน่อย!]

[ขอลิงก์ด้วย +1]

[ขอลิงก์ด้วย +10001]

[ขอลิงก์ด้วย +10002]

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟพอกลับมาถึงที่นั่ง ก็แทบจะอดใจรอไม่ไหว รีบทวงวิดีโอจากฟางซือซือทันที

มันอยากจะดูความเท่ของตัวเองบนลานประลองเมื่อกี้!

ถึงแม้ฟางซือซือจะฟังภาษาของหมาเขี้ยวไฟไม่ออก แต่เธอก็พอจะเดาจากท่าทางของมันได้

เธอหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อทันที “ฮ่าๆ เมื่อกี้จู่ๆ โทรศัพท์ฉันก็มีสายเข้าพอดีน่ะ”

แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่

ความจริงก็คือ ตอนที่เธอเพิ่งจะเริ่มอัดวิดีโอ จู่ๆ ก็มีเมล็ดเห็ดซิ่งที่เธอชอบเดินผ่านทางเดินมาพอดี เธอทนความน่ารักไม่ไหวก็เลยเผลอแพนกล้องไปถ่ายมัน กว่าเมล็ดเห็ดซิ่งจะเดินลับสายตาไป แล้วเธอหันกล้องกลับมาที่ลานประลอง การแข่งขันก็จบลงซะแล้ว…

หางที่กำลังแกว่งไกวอย่างร่าเริงของหมาเขี้ยวไฟหยุดชะงักลงทันที

แว่นตากันแดดอาจจะช่วยบดบังแววตาที่ผิดหวังของมันเอาไว้ได้ แต่เฉียวซางก็ยังสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้นอยู่ดี

“ถ้าแกอยากดู เดี๋ยวพอกลับบ้านเราค่อยไปดูย้อนหลังเอาก็ได้ ในแพลตฟอร์มเขามีให้ดูย้อนหลังอยู่แล้ว” เฉียวซางเอ่ยปลอบใจ

หางของหมาเขี้ยวไฟกลับมาแกว่งไกวอย่างร่าเริงอีกครั้งทันที

ฟางซือซือมองดูภาพนั้นด้วยความเลื่อมใส

สมกับเป็นคนที่กล้าทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุไฟเป็นตัวแรกจริงๆ เธอรับมือกับหมาเขี้ยวไฟได้อยู่หมัดเลย

……

ถึงแม้การแข่งขันของผู้ฝึกอสูรระดับ F จะดูน่าเบื่อและไม่มีอะไรโดดเด่นนัก แต่เฉียวซางก็นั่งดูอยู่ที่ลานประลองจนจบวัน

สำหรับทุกเรื่อง เธอเป็นคนที่ติดนิสัยชอบเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ

เวลา 19.20 น.

เฉียวซางกำลังนั่งดูข้อมูลที่จดไว้ในแอปพลิเคชันจดบันทึกของโทรศัพท์มือถือ

บนนั้นมีรายชื่อผู้ฝึกอสูรบันทึกไว้ทั้งหมด 21 คน

นอกจากผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 67 ที่มีมังกรเขาเล็กแล้ว ที่เหลือก็ล้วนแต่เป็นผู้ฝึกอสูรระดับ F ที่มีสัตว์อสูรระดับกลางกันทั้งนั้น

ผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่รุ่นราวคราวเดียวกับเฉียวซางส่วนใหญ่ ก็มักจะมาจบเส้นทางลงแค่รอบแรกเท่านั้นแหละ

นักเรียนชั้น ม.3 ห้อง 7 ที่เพิ่งจะเรียนจบมาด้วยกัน นอกจากเฉียวซางแล้ว เพื่อนร่วมชั้นอีก 4 คนที่ลงแข่งก็ตกรอบแรกกันไปหมดแล้ว

[เฉียวซาง เธอต้องสู้ๆ นะ!]

[ห้องเราเหลือเธอเป็นความหวังหมู่บ้านแค่คนเดียวแล้วนะ]

[ถ้าเธอเจอคู่แข่งที่ชื่อจ้าวไห่ล่ะก็ ฝากแก้แค้นแทนฉันด้วยนะ!]

ถึงแม้จะเรียนจบกันไปแล้ว แต่แชทกลุ่มของห้องก็ยังไม่ได้ถูกยุบ พวกเพื่อนๆ ที่ตกรอบต่างก็พากันแท็กชื่อเฉียวซางในกลุ่ม

แต่เฉียวซางก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรในกลุ่มเลย

เธอกำลังยุ่งอยู่กับการวิเคราะห์คู่แข่งและวางแผนการรบร่วมกับหมาเขี้ยวไฟ

หลังจากวิเคราะห์ผู้ฝึกอสูรทั้ง 21 คนในบันทึกจนครบ และกลับไปดูวิดีโอที่ถ่ายไว้อีกรอบ เฉียวซางก็ค้นหาวิดีโอย้อนหลังของการแข่งขันวันนี้มาให้หมาเขี้ยวไฟดู

การแข่งขันร้อยหน้าใหม่ไม่ได้เป็นรายการใหญ่โตอะไรนัก แต่ในช่วงที่เด็ก ม.3 เพิ่งจะสอบเข้ามัธยมปลายเสร็จแบบนี้ มันก็พอจะมีกระแสความสนใจอยู่บ้าง

ผู้เข้าแข่งขันคนไหนที่มีผลงานโดดเด่น ก็มักจะถูกตัดคลิปไฮไลต์มาลงแยกต่างหาก ซึ่งคลิปที่เฉียวซางเปิดให้หมาเขี้ยวไฟดูก็คือคลิปไฮไลต์สั้นๆ ของมันเองนั่นแหละ

คอมเมนต์วิ่งผ่านหน้าจอจนแทบจะบังคลิปมิด

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟเห่าอย่างร้อนใจ

เฉียวซางเอื้อมมือไปปิดคอมเมนต์ หมาเขี้ยวไฟถึงได้ยอมดูวิดีโออย่างพึงพอใจ

พอดูจบมันก็เห่าขึ้นมา เฉียวซางก็กดเล่นซ้ำให้มันดูอีกรอบ

จนกระทั่งเฉียวซางกดเล่นซ้ำให้เป็นรอบที่สาม หมาเขี้ยวไฟก็เลิกเรียกร้อง

พอวิดีโอจบลงอีกครั้ง หมาเขี้ยวไฟก็ใช้กรงเล็บจิ้มไปที่หน้าจอ

มันดูผู้ฝึกอสูรของมันกดมาตั้งหลายรอบจนจำวิธีเล่นซ้ำได้เองแล้ว

……

วันรุ่งขึ้น

สวนโซ่วเค่อ

บริเวณหน้าทางเข้าลานประลองสัตว์อสูร

เฉียวซางเพิ่งจะมาถึงก็โดนดักหน้าไว้ซะแล้ว

“ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางคะ ฉันเป็นนักข่าวจากสำนักพิมพ์รุ่ยซินค่ะ สะดวกสละเวลาให้สัมภาษณ์สักสองสามนาทีได้ไหมคะ?”

ในการแข่งขันแต่ละรายการ ไม่ว่าจะจัดขึ้นที่ไหน ก็มักจะมีผู้เข้าแข่งขันสองสามคนที่ตกเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอ

จากผลพวงของการถ่ายทอดสดเมื่อวาน เฉียวซางก็ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่ถูกพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไม่ใช่เพราะฝีมือการประลองที่เฉียบขาดอะไรหรอก แต่เป็นเพราะในฐานะผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่ เธอกลับกล้าทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุไฟเป็นตัวแรกต่างหากล่ะ

“ขอโทษด้วยนะคะ ฉันต้องรีบเข้าไปแข่งแล้ว” เฉียวซางปฏิเสธ

“เมื่อวานนี้ ทุกคนต่างก็ทึ่งในความกล้าหาญของคุณที่ทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุไฟ รวมถึงความเท่ของหมาเขี้ยวไฟตอนเปิดตัวด้วยค่ะ ใครๆ ก็อยากทำความรู้จักคุณกับหมาเขี้ยวไฟให้มากขึ้น หวังว่าผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางจะไม่ปฏิเสธนะคะ” นักข่าวจากสำนักพิมพ์รุ่ยซินส่งสายตาเว้าวอนและพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจสุดๆ

“อย่างนั้นเหรอคะ…”

“โฮ่ง~”

ทั้งเฉียวซางและหมาเขี้ยวไฟต่างก็เริ่มรู้สึกเขินอายขึ้นมา

“งั้นพวกคุณก็…”

“นั่นผู้เข้าแข่งขันลู่โย่วนี่!” ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา

นักข่าวและทีมงานที่เมื่อกี้ยังทำหน้าจริงใจอยู่เลย กลับพากันหายวับไปจากตรงหน้าเฉียวซาง แล้ววิ่งกรูกันไปทางทิศที่มีคนตะโกนชื่อลู่โย่วทันที

เฉียวซาง: “…”

หมาเขี้ยวไฟ: “…”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note