ตอนที่ 48 การแข่งขันร้อยหน้าใหม่
แปลโดย เนสยัง“โฮ่ง!”
เสียงเห่าของหมาเขี้ยวไฟดึงสติของเฉียวซางกลับมา
พอก้มลงมอง ก็เห็นว่านมฉีหยวนทั้งขวดถูกดื่มจนเกลี้ยงแล้ว
หมาเขี้ยวไฟจ้องมองผู้ฝึกอสูรของมันตาแป๋ว หวังจะได้กินอีกสักขวด
เฉียวซางยื่นน้ำเปล่าที่เตรียมไว้ให้ไปแทน
ในตอนที่ทรัพย์สินร่อยหรอจนเหลือแค่หลักร้อยแบบนี้ นมกับน้ำก็ต้องกินสลับกันไป ไม่งั้นกว่าจะถึงวันแข่งการแข่งขันร้อยหน้าใหม่ เงินคงหมดเกลี้ยงซะก่อน
หมาเขี้ยวไฟไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้
มันดื่มน้ำอึกใหญ่ กัดปีกไก่ย่างรสเผ็ดวิปริตสุดยอดไร้เทียมทานไปอีกสองคำ แล้วก็หันหลังกลับไปฝึกซ้อมต่อทันที
เฉียวซางมองด้วยความรู้สึกซับซ้อน
หมาเขี้ยวไฟดูท่าทางอยากจะเรียนรู้ทักษะฝนสะเก็ดไฟให้ได้จริงๆ
เฉียวซางจ้องมองหมาเขี้ยวไฟที่พ่นไฟไม่หยุดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาสถาบันฝึกสอนทักษะฝนสะเก็ดไฟในเมืองหางกั่ง
ไม่นาน หน้าเว็บก็แสดงรายชื่อสถาบันฝึกสอนทักษะหลายแห่งขึ้นมา
หนึ่งในนั้นอยู่ห่างจากจุดที่เธออยู่ไปแค่สามช่วงถนน
เฉียวซางคลิกเข้าไปดู
【ติวเข้มแบบตัวต่อตัว ประดุจพี่เลี้ยงดูแล】
【หนึ่งในสถาบันฝึกสอนทักษะสัตว์อสูรธาตุไฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ】
【ทีมผู้ฝึกสอนกว่า 500 คน ประกอบด้วยผู้ฝึกอสูรระดับ A 1 คน, ระดับ B 12 คน และระดับ C 122 คน】
【ฝึกสอนทักษะสำเร็จกว่า 2 หมื่นครั้งต่อปี】
ข้อมูลที่เขียนบรรยายไว้ดูเวอร์วังอลังการไปหน่อย ถ้าเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจริงๆ ต่อท้ายยอดผู้ฝึกสอนสำเร็จ 2 หมื่นครั้งต่อปี มันก็ควรจะเติมศูนย์เข้าไปอีกสักตัวด้วยซ้ำ
แต่ถ้ามีผู้ฝึกอสูรระดับ A เป็นผู้ฝึกสอนอยู่ในสถาบันนี้จริงๆ อย่างที่โฆษณาไว้ล่ะก็ สถาบันนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
เฉียวซางกดเข้าไปปรึกษากับพนักงานต้อนรับออนไลน์ สอบถามราคาคอร์สฝึกสอนทักษะฝนสะเก็ดไฟ
ไม่นานอีกฝ่ายก็ส่งราคามาให้
เฉียวซางเห็นแล้วหน้ามืดไปชั่วขณะ
ศูนย์เยอะแยะตาแป๊ะไก่ไปหมด…
หน่วย, สิบ, ร้อย, พัน, หมื่น, แสน, ล้าน…
เฉียวซางทนดูต่อไปไม่ไหว รีบปิดหน้าเว็บแล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าทันที
ปล่อยให้หมาเขี้ยวไฟฝึกเองต่อไปแบบนี้นี่แหละดีแล้ว เรื่องไปจ้างคนมาสอนอะไรนั่นลืมไปได้เลย…
……
วันที่ 30 มิถุนายน
เฉียวซางนั่งรถเมล์สาย 63 แต่เช้าตรู่ มาที่ลานประลองสัตว์อสูรในสวนโซ่วเค่อ
ที่หน้าทางเข้ามีคนต่อแถวรอคิวกันยาวเหยียด ส่วนใหญ่ก็ดูรุ่นราวคราวเดียวกับเฉียวซางทั้งนั้น
มีนักข่าวสองสามคนถือไมค์คอยสุ่มสัมภาษณ์ผู้เข้าแข่งขันอยู่ประปราย
เฉียวซางอุ้มหมาเขี้ยวไฟแกล้งเดินอ้อมไปเข้าแถวที่ประตู 2 เพราะกลัวจะถูกนักข่าวตาดีเรียกไปสัมภาษณ์
ก็แหม หมาเขี้ยวไฟของเธอเล่นใส่แว่นตากันแดดซะเด่นหราขนาดนี้ ท่ามกลางหมู่ผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่รุ่นเดียวกัน ยังไงก็ต้องเป็นเป้าสายตาอยู่แล้ว
หมาเขี้ยวไฟใส่แว่นตากันแดดมางานนี้ ไม่ใช่มันอยากใส่เองหรอก แต่เฉียวซางเป็นคนใส่ให้มันต่างหาก
หลายวันมานี้ที่ฝึกทักษะฝนสะเก็ดไฟแล้วไม่เห็นความคืบหน้าอะไรเลย หมาเขี้ยวไฟก็ดูเหมือนจะสูญเสียความมั่นใจไปนิดหน่อย พูดน้อยลงเยอะ เฉียวซางก็เลยจับมันใส่แว่นตากันแดดซะเลย
พอใส่แว่นตากันแดดปุ๊บ ถึงหมาเขี้ยวไฟจะยังพูดน้อยเหมือนเดิม แต่สภาพจิตใจก็ดูคึกคักขึ้นมาทันตาเห็น
ต่อคิวอยู่ประมาณยี่สิบนาที ยืนยันรายชื่อและรับป้ายหมายเลขประจำตัวผู้เข้าแข่งขันเสร็จ เฉียวซางก็เดินไปที่โซน D แถวที่ 11
“เฉียวซาง!”
คนที่นั่งอยู่แถวที่ 11 ที่นั่ง 5 โบกไม้โบกมือเรียก
เฉียวซางเดินไปนั่งลงข้างๆ ฟางซือซือ แล้วถามว่า “นอกจากเธอแล้ว มีเพื่อนในห้องเรามาอีกกี่คนเหรอ?”
เมื่อคืนฟางซือซือทักแชทมาคุยกับเฉียวซาง คุยไปคุยมาถึงได้รู้ว่าพวกเธอต่างก็ลงสมัครการแข่งขันร้อยหน้าใหม่ในวันที่ 30 มิถุนายนเหมือนกัน ก็เลยนัดมาเจอกันที่นี่
“ไม่เยอะหรอก น่าจะประมาณ 4-5 คนได้ การแข่งขันร้อยหน้าใหม่รอบนี้มันดันไปชนกับตารางแข่งสตาร์คัพพอดี ทุกคนก็เลยไม่อยากพลาดดูถ่ายทอดสดสตาร์คัพน่ะสิ” ฟางซือซือตอบพลางจ้องมองหมาเขี้ยวไฟตาเป็นมัน
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอได้เห็นหมาเขี้ยวไฟใส่แว่นตากันแดด
โคตรเท่เลย!
ฟางซือซือคิดว่าเท่ ก็เลยพูดชมหมาเขี้ยวไฟออกมาตรงๆ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน พอได้ยินคนชมตัวเอง หมาเขี้ยวไฟคงยืดอกขึ้นแล้วเห่าตอบรับด้วยความภูมิใจไปแล้ว
แต่ตอนนี้มันทำได้แค่ยืดอก แต่ไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมา
มันก็อยากจะเห่าอวดความหล่ออยู่หรอก
แต่ทำไงได้ล่ะ ช่วงนี้มันเล่นกินปีกไก่ย่างรสเผ็ดวิปริตสุดยอดไร้เทียมทานเข้าไปซะเยอะ
เจ็บคอ…
“หนอนปล้องฝ้ายของเธอฝึกมาได้ไม่เลวเลยนี่ ดูตัวใหญ่ขึ้นกว่าคราวก่อนตั้งเยอะ” เฉียวซางเอ่ยชม
ความจริงแล้วเธออยากจะบอกว่า ‘อ้วน’ ขึ้นต่างหากล่ะ…
แค่ห้าวันผ่านไป หนอนปล้องฝ้ายก็ตัวกลมดิ๊กขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง
แต่พวกสัตว์อสูรสายแมลงอย่างหนอนปล้องฝ้ายก็มีวงจรการเจริญเติบโตที่สั้นอยู่แล้ว ขอแค่กินอิ่มนอนหลับ ก็จะโตไวกว่าสัตว์อสูรชนิดอื่นๆ มาก
การเปลี่ยนแปลงแบบนี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลย
“เมี้ยน~”
พอได้ยินคนชม หนอนปล้องฝ้ายก็เขินอาย บิดตัวหันหลังให้เฉียวซาง
“ใหญ่ขึ้นเหรอ? ฉันไม่เห็นรู้สึกเลยนะ” ฟางซือซือพูดพลางเอื้อมมือไปอุ้มหนอนปล้องฝ้ายขึ้นมาลองกะน้ำหนักดู “เหมือนจะหนักขึ้นเยอะเลยแฮะ”
หนอนปล้องฝ้าย: “…”
ถึงความหมายมันจะเหมือนกันก็เถอะ แต่ทำไมพอได้ยินจากปากผู้ฝึกอสูรของตัวเองแล้วมันรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เลยล่ะ…
นั่งคุยกันไปยี่สิบกว่านาที ที่นั่งรอบๆ ก็เริ่มมีคนมานั่งจนเต็ม
เมื่อเสียงพลุดังสนั่นขึ้น การแข่งขันร้อยหน้าใหม่ก็ถือเป็นอันเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
“เธอได้หมายเลขอะไรเหรอ?” ฟางซือซือถาม
“123 แล้วเธอล่ะ?” เฉียวซางถามกลับ
“11” ฟางซือซือตอบ
เฉียวซาง: “…”
“นี่เธอไม่ควรจะไปเตรียมตัวที่ห้องพักนักกีฬาเหรอ ฉันว่าใกล้จะถึงคิวเธอแล้วนะ” เฉียวซางอดเตือนไม่ได้
การประลองรอบคัดเลือกของการแข่งขันร้อยหน้าใหม่ไม่ได้ใช้วิธีสุ่มจับคู่ แต่จะเรียงตามหมายเลขไปเลย คือ 1 สู้กับ 2, 3 สู้กับ 4 ไปเรื่อยๆ
“ไม่หรอกน่า ยังเหลืออีกตั้งห้าคู่นะ ฉันกะจะรอให้คู่ที่ 5 เริ่มแข่งก่อนแล้วค่อยไปหลังเวที อยากจะดูการแข่งขันอีกสักหน่อยน่ะ” ฟางซือซือบอก
ถึงเฉียวซางจะรู้สึกว่ามันแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร
ที่ฟางซือซือพูดมันก็มีเหตุผลอยู่ รอให้พิธีกรบรรยายแนะนำการแข่งขันเสร็จ แล้วค่อยแข่งไปสักสองสามคู่ มันก็น่าจะใช้เวลาพอสมควร
16 นาทีต่อมา
“เชี่ย! ทำไมมันเร็วขนาดนี้! เฉียวซาง ฉันคุยด้วยไม่ได้แล้ว ฉันต้องรีบไปแล้ว!” ฟางซือซืออุ้มหนอนปล้องฝ้ายแล้วลุกพรวดจากที่นั่งทันที
วิ่งหน้าตั้งไปทางเดินหลังเวทีสุดชีวิต
ในเวลา 16 นาที พิธีกรใช้เวลาบรรยายแนะนำไปซะ 10 นาทีแล้ว
เวลาที่เหลือ ก็แทบจะแข่งกัน 1 นาทีต่อ 1 คู่เลยทีเดียว
ผู้ฝึกอสูรระดับ F ที่ขึ้นไปประลองบนเวทีก็มีแต่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นทั้งนั้น ท่าโจมตีก็มีจำกัด ขอแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโจมตีเข้าเป้าก่อน ก็แทบจะปิดเกมได้ในสามกระบวนท่า
ตอนแรกเฉียวซางยังคิดว่า กว่าจะถึงคิวตัวเองก็คงช่วงบ่ายหรือไม่ก็พรุ่งนี้เลย
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ช่วงเช้านี้ถึงคิวเธอร้อยเปอร์เซ็นต์…
“หมายเลข 11 ผู้เข้าแข่งขัน ฟางซือซือ”
“หมายเลข 11 ผู้เข้าแข่งขัน ฟางซือซือ”
พิธีกรในสนามเรียกชื่อฟางซือซือสองครั้งติด แต่เธอก็ยังไม่ปรากฏตัว
“ขอแสดงความยินดีกับ…” พิธีกรเตรียมจะประกาศให้หมายเลข 12 ชนะผ่านเข้ารอบไปเลย แต่จู่ๆ ก็มีเสียงกระซิบสั่งการดังมาจากหูฟัง
“ขอแสดงความยินดีกับหมายเลข 11 ผู้เข้าแข่งขันฟางซือซือที่เปิดตัวอย่างสง่างาม!”
ตั้งแต่เริ่มการแข่งขันร้อยหน้าใหม่มา พิธีกรก็ทำหน้าที่ประกาศแค่หมายเลขกับชื่อผู้เข้าแข่งขันแบบเรียบๆ มาตลอด นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีการเติมคำว่า ‘สง่างาม’ ต่อท้ายการเปิดตัวของผู้เข้าแข่งขัน
ทำเอาคนดูบนอัฒจันทร์อดไม่ได้ที่จะตั้งตารอคอยขึ้นมานิดๆ
3 วินาทีต่อมา
ฟางซือซือวิ่งกระหืดกระหอบมาปรากฏตัวบนลานประลอง
ข้างๆ มีหนอนปล้องฝ้ายตัวอ้วนกลมที่พยายามบิดตัวกระดึ๊บตามมาอย่างยากลำบาก…

0 Comments