ตอนที่ 47 ปีศาจน้อยดูดจ๊วบ
แปลโดย เนสยังขณะที่ผู้ประกาศข่าวสาวกำลังรายงานข่าว ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอก็ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิด
กล้องวงจรปิดตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากปากซอกซอย จึงถ่ายให้เห็นเพียงแค่เงาคนลางๆ พอกดซูมเข้าไปก็ยิ่งเบลอ
แต่ก็ยังพอจะดูออกว่าเป็นภาพของเด็กสาวคนหนึ่งกับสัตว์อสูรสีแดง
แม่จ้องมองทีวีแล้วหรี่ตาลง ถามขึ้น “ทำไมคนนี้ถึงดูหน้าตาคล้ายๆ แกเลยล่ะ?”
เฉียวซางพยายามปั้นหน้าให้ดูปกติที่สุด “ก็คนสวยๆ หน้าตาก็คล้ายๆ กันหมดนั่นแหละค่ะ”
แม่: “…”
หมาเขี้ยวไฟดื่มน้ำในแก้วจนหมดเกลี้ยง พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นภาพที่กำลังฉายอยู่บนทีวีพอดี
“โฮ่งๆ!”
“โฮ่งๆ!”
หมาเขี้ยวไฟใช้กรงเล็บชี้ไปที่ทีวีด้วยความประหลาดใจสุดขีด
มันไปอยู่ในทีวีได้ยังไงเนี่ย?!
แม่เห็นดังนั้นก็ถามขึ้น “หมาเขี้ยวไฟพูดว่าอะไรน่ะ?”
เฉียวซางตอบกลับหน้าตาเฉย “มันบอกว่าคนในทีวีสวยดีค่ะ”
“โฮ่งๆ!”
“โฮ่งๆ!”
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟใช้เสียงแหบแห้งของมันพยายามอธิบายอย่างบ้าคลั่ง
มันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น!
แต่มันกับผู้ฝึกอสูรของมันไปอยู่ในทีวีต่างหากล่ะ!
แม่หันมามอง
เฉียวซางรีบทำหน้าที่ล่ามแปลภาษาทันที “มันบอกว่ามันเห็นด้วยกับหนูค่ะ”
หมาเขี้ยวไฟ: “…”
……
เฉียวซางกลับเข้าห้องมา นับเงินที่เหลืออยู่ทั้งหมด
4,663 เหรียญพันธมิตร
ตั้งแต่ได้กำไรจากการแทงพนันครั้งที่สองในเว็บไซต์สตาร์คัพ เฉียวซางก็ถอนเงินออกมาเป็นเงินสดทั้งหมด เพราะกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ไหวแล้วเผลอเอาไปแทงพนันอีก
เงินแค่นี้ คงพอจะเอาไปซ่อมกำแพงได้อยู่มั้ง…
เฉียวซางคำนวณดูในใจ กำแพงที่หมาเขี้ยวไฟพ่นไฟใส่จนพัง มีแค่ส่วนตรงกลางเท่านั้น ถึงเวลาแค่ซ่อมเฉพาะตรงกลางก็น่าจะพอแล้วล่ะ
คิดได้ดังนั้น เธอก็หยิบเงิน 1,000 เหรียญพันธมิตรออกมาจากกองเงิน 4,663 เหรียญพันธมิตร แล้ววางแยกไว้อีกกอง
หลังจากประเมินค่าเสียหายเรียบร้อย เฉียวซางก็หยิบกระดาษกับปากกามานั่งเขียนจดหมายขอโทษความยาวประมาณ 500 คำ ใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง
จากนั้นก็นำจดหมายขอโทษและเงินอีก 3,500 เหรียญพันธมิตรใส่ซองจดหมาย แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเรียกใช้บริการ ตีตี๋เดลิเวอรี่
ตีตี๋เดลิเวอรี่ เป็นบริการจัดส่งสิ่งของภายในเมืองที่ทั้งสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ไม่ว่าจะเป็นการส่งอาหารหรือสิ่งของ ก็สามารถจัดส่งถึงมือผู้รับได้อย่างรวดเร็ว
แตกต่างจากพนักงานส่งของในชาติก่อน ผู้ที่ลงทะเบียนเป็นพนักงานส่งของของตีตี๋เดลิเวอรี่ล้วนเป็นผู้ฝึกอสูรที่มีเวลาว่างทั้งสิ้น
ผู้ฝึกอสูรบางคนก็ใช้เวลาว่างมารับงานพิเศษหาเงินเข้ากระเป๋า
แน่นอนว่างานพวกนี้ส่วนใหญ่ก็ให้สัตว์อสูรเป็นคนไปส่งให้ ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ฝึกอสูรไปส่งเองหรอก
ถ้าโชคดีเจอพนักงานที่มีสัตว์อสูรสายพลังจิตรับออเดอร์ไปล่ะก็ อาจจะใช้เวลาแค่ 10 วินาทีก็ส่งของถึงที่หมายได้อย่างแม่นยำเลยทีเดียว
สองนาทีต่อมา
“ก๊าซซซซ!!!”
“เกิดอะไรขึ้น เป็นอะไร?!” เฉียวซางตกใจสะดุ้ง
หมาเขี้ยวไฟตัวสั่นเทา ใช้กรงเล็บชี้ไปที่ขอบหน้าต่างห้อง
เฉียวซางมองตามไป
ก็เห็นสัตว์อสูรสีดำตัวกลมๆ ขนาดเท่าลูกฟุตบอลตัวหนึ่งเกาะอยู่ตรงหน้าต่าง ดวงตาสีแดงเข้มจ้องมองมาที่เธอเขม็ง
พอเห็นเฉียวซางมองมา มันก็แสยะยิ้มกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวสีขาววับ
จากนั้นร่างที่ไร้แขนขาของมันก็งอกมือที่มีเพียงสองนิ้วออกมา เคาะกระจกหน้าต่างก๊อกๆ
เฉียวซางตั้งสติได้ อ้อ ที่แท้ก็ ปีศาจน้อยดูดจ๊วบ นี่เอง
ในฐานะที่เป็นสัตว์อสูรสายภูตผี การปรากฏตัวแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงแบบนี้มันก็น่ากลัวอยู่หรอก แต่ปฏิกิริยาของหมาเขี้ยวไฟนี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยหรือเปล่า
ตามหลักแล้ว หมาเขี้ยวไฟไม่น่าจะเป็นพวกขี้ขลาดขนาดนี้นี่นา
เฉียวซางเดินไปเปิดหน้าต่าง
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟวิ่งปรู๊ดไปแอบอยู่ข้างเตียง โผล่มาแค่หัวเพื่อแอบดูปีศาจน้อยดูดจ๊วบ
ปีศาจน้อยดูดจ๊วบลอยเข้ามาข้างใน แสยะยิ้มโชว์เขี้ยวอีกครั้ง แล้วใช้มือสองนิ้วล้วงเข้าไปในร่างกายของมัน ค้นหาของอยู่พักหนึ่ง
ไม่นานก็หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งออกมา
มันกดโทรศัพท์สองสามที หน้าแอปของเฉียวซางก็เด้งข้อความแจ้งเตือนว่าพนักงานจัดส่งพัสดุมาถึงแล้ว
เฉียวซางยื่นซองจดหมายพร้อมเงิน 150 เหรียญพันธมิตรให้ไป
ตีตี๋เดลิเวอรี่ให้ผู้ใช้บริการกำหนดค่าบริการได้เอง หากอีกฝ่ายตกลงก็จะรับงาน เฉียวซางตั้งค่าบริการไว้ที่ 150 เหรียญพันธมิตร
สถานที่ที่เธอจะส่งพัสดุไปก็คือสำนักงานเขตถนนเจียงอี๋ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเธอไม่ไกลเท่าไหร่นัก
ปีศาจน้อยดูดจ๊วบรับซองจดหมายและเงินพันธมิตรไป แล้วยัดเข้าไปในร่างกายของมัน
มันแสยะยิ้มโชว์เขี้ยวทักทายตามมารยาทอีกครั้ง ก่อนจะลอยจากไป
“โฮ่ง!”
“โฮ่งๆ!”
พอเห็นปีศาจน้อยดูดจ๊วบไปแล้ว หมาเขี้ยวไฟถึงยอมโผล่ตัวออกมา แล้วเห่าโวยวายใส่ผู้ฝึกอสูรของมันยกใหญ่
ไอ้ตัวน่ากลัวแบบนั้น ทำไมมันถึงมาโผล่ที่นี่ได้ล่ะ!
เฉียวซางฟังคำพูดของหมาเขี้ยวไฟแล้วก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
เธอนึกออกแล้ว ปีศาจน้อยดูดจ๊วบก็คือสัตว์อสูรในหนังผีที่เธอเคยเปิดให้หมาเขี้ยวไฟดูเมื่อตอนนั้นนี่นา…
นี่มันยังจำฝังใจมาจนถึงตอนนี้เลยเหรอ?
หมาเขี้ยวไฟดูเหมือนจะเป็นพวกขวัญอ่อนแฮะ…
แบบนี้ถ้าอนาคตต้องไปเจอสัตว์อสูรสายภูตผี จะสู้ไหวได้ยังไง
หรือว่าเธอควรจะให้หมาเขี้ยวไฟดูหนังผีบ่อยๆ เพื่อฝึกความกล้า หรือไม่ก็พามันไปเที่ยวบ้านผีสิงดูบ้างดี…
หมาเขี้ยวไฟรู้สึกหนาวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ จนเผลอสั่นตัวไปนิดนึง
……
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
เฉียวซางตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเห่าของหมาเขี้ยวไฟ
“โฮ่งๆ!”
“โฮ่งๆ!”
หมาเขี้ยวไฟเห่าอย่างกระปรี้กระเปร่า ไม่เหลือคราบหมาขี้ตกใจและหวาดกลัวแบบเมื่อคืนเลยสักนิด
เฉียวซางพลิกตัว “ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยเถอะ”
อุตส่าห์สอบเข้ามัธยมปลายเสร็จ ได้หยุดพักผ่อนทั้งที ถ้าไม่ตื่นสายตามใจชอบ ชีวิตนี้มันจะไปมีความหมายอะไร
“โฮ่งๆ!”
เมื่อเห็นผู้ฝึกอสูรของมันยังไม่ยอมลุก หมาเขี้ยวไฟก็ใช้ปากคาบผ้าห่มดึงออกไป
หลังจากโดนก่อกวนอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเฉียวซางก็ไม่ได้สัมผัสกับความหมายของชีวิตแต่อย่างใด
……
กลับมาที่ลานฝึกสัตว์อสูรแบบเปิดโล่งที่เดิมเมื่อวาน
หมาเขี้ยวไฟกัดปีกไก่ย่างรสเผ็ดวิปริตสุดยอดไร้เทียมทานเข้าไปหนึ่งคำ แล้วก็เริ่มฝึกพ่นไฟ
เฉียวซางยืนดูอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกผิดในใจ ความหงุดหงิดที่โดนปลุกแต่เช้าปลิวหายวับไปหมด
สัตว์อสูรของตัวเองอุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามาฝึกฝน แถมยังมาปลุกเธออีก ยิ่งไปกว่านั้น ยังยอมทนความทรมานจากความเผ็ดสุดขีดเพื่อที่จะเรียนรู้ทักษะฝนสะเก็ดไฟที่เธอแต่งเรื่องหลอกมันอีก
นี่มันทำให้ผู้ฝึกอสูรอย่างเธอรู้สึกละอายใจจริงๆ
เฉียวซางคิดหาทางออกไม่ออกเลย
หมาเขี้ยวไฟมุ่งมั่นอยากจะเรียนทักษะฝนสะเก็ดไฟให้สำเร็จให้ได้ แต่การที่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นจะเรียนรู้ทักษะระดับสูงได้นั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
การเรียนรู้ทักษะใหม่ไม่เหมือนกับการเพิ่มระดับความชำนาญ เธอไม่มีนิ้วทองคำมาช่วยในเรื่องนี้
ทุกอย่างต้องอาศัยความพยายามของมันเองล้วนๆ
หลังจากหมาเขี้ยวไฟใช้พลังงานในร่างกายไปจนเกือบหมด มันก็แลบลิ้นเดินเข้ามาหาผู้ฝึกอสูรของมัน
เฉียวซางกะจังหวะได้พอดี ยื่นนมฉีหยวนไปให้หนึ่งขวด
วันนี้นมฉีหยวนซื้อมาแค่สามขวด หลังจากจ่ายค่าซ่อมกำแพงไป 3,500 เหรียญพันธมิตร ทรัพย์สินของเธอก็เหลือเพียง 1,013 เหรียญพันธมิตรเท่านั้น
พอซื้อปีกไก่ย่างกับนมฉีหยวนเสร็จ ก็เหลือเงินแค่ 689 เหรียญพันธมิตร
เงินแค่นี้ เต็มที่ก็ใช้ชีวิตได้แค่สองวันเท่านั้นแหละ
เฉียวซางทำได้แค่ฝากความหวังไว้กับการแข่งขันร้อยหน้าใหม่เท่านั้น
นั่นก็คือการแข่งขันในวันที่ 30 มิถุนายน ที่เปิดรับเฉพาะผู้ฝึกอสูรระดับ F ให้เข้าร่วม
เฉียวซางลงทะเบียนออนไลน์ไปตั้งแต่เมื่อคืน เธออ่านเงื่อนไขและกติกาแล้ว ก็ไม่ได้หวังว่าจะได้ที่หนึ่งมาครองหรอก
การแข่งขันร้อยหน้าใหม่ เปิดให้ผู้ฝึกอสูรระดับ F ทุกคนเข้าร่วมได้
นั่นหมายความว่า ต่อให้ผู้ฝึกอสูรคนนั้นจะปลุกคัมภีร์อสูรครั้งที่สองแล้ว และสัตว์อสูรทั้งสองตัวก็วิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรระดับกลางแล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้ไปสอบเลื่อนขั้นเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ E กับสมาพันธ์ ก็ยังมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันนี้ได้
ถ้าเป็นแบบนี้ พวกผู้เข้าสอบที่เพิ่งจะสอบเข้ามัธยมปลายเสร็จและเพิ่งจะเป็นผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่หมาดๆ พอมาลงแข่งก็คงได้แค่มาเดินเล่นเป็นตัวประกอบเท่านั้นแหละ
ส่วนใหญ่ก็คงมาช่วยสร้างสีสันให้การแข่งขันร้อยหน้าใหม่ครึกครื้นขึ้นเท่านั้น
เฉียวซางไม่ได้หวังที่หนึ่ง แต่ก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องติดท็อป 10 ให้ได้
ก็แหม นอกเหนือจากอันดับ 1-3 แล้ว พวกอันดับ 4-10 ก็ยังมีเงินรางวัลปลอบใจตั้งคนละหมื่นเหรียญพันธมิตรเลยนะ ขืนหลุดท็อป 10 ไปล่ะก็ แม้แต่เศษเงินก็คงไม่ได้แอ้มหรอก…

0 Comments