You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“แล้วทำไมถึงมาจบลงที่หนอนปล้องฝ้ายล่ะ?” เฉียวซางถามต่อ

“ฉันตั้งใจจะให้มันวิวัฒนาการเป็นผีเสื้อหิมะปาเสวี่ยน่ะสิ โคตรสวยเลย” ฟางซือซือพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กะจะค้นหารูปผีเสื้อหิมะปาเสวี่ยให้เฉียวซางดู

“ฉันรู้ แต่ถ้าเธออยากให้มันวิวัฒนาการเป็นผีเสื้อหิมะปาเสวี่ย เธอก็ต้องพามันไปที่เขตเป่ยหลุนไม่ใช่เหรอ?” เฉียวซางพูดขึ้น

เขตเป่ยหลุนอยู่ห่างจากเขตอวี้หัวที่พวกเธออาศัยอยู่ไกลโขเลยนะ

หนอนปล้องฝ้ายมีร่างวิวัฒนาการที่ค้นพบแล้ว 5 แบบด้วยกัน ซึ่งผีเสื้อหิมะปาเสวี่ยนั้นจำเป็นต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมถึงจะวิวัฒนาการได้

และเขตเป่ยหลุนก็คือสภาพแวดล้อมที่ว่านั่นเอง

“ไม่ต้องหรอก ฉันไปถามนักเพาะพันธุ์มาแล้ว ขอแค่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิติดลบ 40 องศาเซลเซียสสักหนึ่งชั่วโมงก็พอแล้ว ถึงตอนนั้นฉันก็แค่จ้างสัตว์อสูรธาตุน้ำแข็งมาสร้างสภาพแวดล้อมให้ก็จบเรื่อง” ฟางซือซืออธิบาย

พอเห็นว่าฟางซือซือคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว เฉียวซางก็พยักหน้ารับ แล้วยิงคำถามยอดฮิตที่ทุกคนต้องถามกันหลังสอบเสร็จ “คราวนี้เธอสอบเป็นไงบ้างล่ะ?”

ฟางซือซือยักไหล่ ตอบอย่างจนใจ “304 คะแนน เข้าได้แค่โรงเรียนอาชีวะแหละ”

เฉียวซางยังไม่ทันนึกหาคำมาปลอบใจ ฟางซือซือก็เป็นฝ่ายถามกลับมาซะก่อน “แล้วเธอล่ะ?”

“359 คะแนน” เฉียวซางตอบ

“จริงหรือหลอกเนี่ย?!” ฟางซือซือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“เดี๋ยวใบรายงานผลการเรียนออกแล้วฉันเอาให้เธอดูเองแหละน่า” เฉียวซางยิ้ม

ฟางซือซือยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ จู่ๆ ภายในห้องเรียนก็เกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครมขึ้นมา

ที่แท้ก็เป็นฉินโส่วที่อุ้มลาโอซือของเขาเข้ามานั่นเอง

ตอนที่เฉียวซางอุ้มหมาเขี้ยวไฟเข้ามา ทุกคนยังเลือกที่จะมองอยู่ห่างๆ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าสัตว์อสูรธาตุไฟอารมณ์ไม่ค่อยดี การเข้าใกล้เกินไปมันไม่ค่อยปลอดภัย

แต่ลาโอซือเนี่ยสิ นิสัยใจคอเป็นยังไงไม่มีใครรู้ ขอแค่รู้ว่าเป็นสัตว์อสูรหายากจากต่างประเทศก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาแตกตื่นกันได้แล้ว

เฉียวซางมองตามไป ก็เห็นว่าฉินโส่วถูกเพื่อนๆ รุมล้อมจนแน่นขนัด อย่าว่าแต่ลาโอซือเลย ขนาดตัวฉินโส่วเองก็ยังโดนบังจนมิด

กัวหลินเจ๋อที่คราวก่อนยังพูดจาถากถางอยู่เลย ก็วิ่งเข้าไปแจมด้วย “ลูกพี่โส่ว! ลูกพี่โส่ว! ขอดูหน่อยสิ!”

ความวุ่นวายนี้ดำเนินไปสิบกว่านาที กว่าครูประจำชั้นจะเดินเข้ามา ทุกคนถึงได้สงบลงแล้วกลับไปนั่งที่ของตัวเอง

จังหวะนี้เอง เฉียวซางถึงได้เห็นรูปร่างหน้าตาของลาโอซืออย่างชัดเจน

ส่วนสูงประมาณ 80 เซนติเมตร

บนหัวมีเขากระทิงงอกอยู่สองข้าง ดวงตาสีแดงอ่อนมีลวดลายคล้ายครีบปลาอยู่รอบๆ ดูเหมือนอายแชโดว์ มันกำลังตัวสั่นเทาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของฉินโส่ว ดูเหมือนว่าเมื่อกี้นี้จะโดนทุกคนทำให้ตกใจกลัวเข้าให้แล้ว

ครูประจำชั้นกำลังแจกใบรายงานผลการเรียน

“เซี่ยเจียอี๋ไปไหนล่ะ?” เฉียวซางกระซิบถาม

เซี่ยเจียอี๋คือคนที่นั่งโต๊ะหน้าของฟางซือซือ คราวก่อนยังชวนให้ทุกคนไปสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายสายผู้ฝึกอสูรเฮ่ามู่ด้วยกันอยู่เลย

ฟางซือซือมองที่นั่งว่างเปล่าข้างหน้า แล้วหันหน้ามากระซิบตอบ “วันปลุกห้วงสมองคราวก่อนเธอไม่ได้มาก็เลยไม่รู้ เซี่ยเจียอี๋ปลุกห้วงสมองไม่สำเร็จน่ะสิ”

เฉียวซางอึ้งไปครู่หนึ่งและไม่ได้ตอบอะไร

ในแต่ละปี จะมีผู้เข้าสอบที่ปลุกห้วงสมองสำเร็จเพียง 73% เท่านั้น ส่วนอีก 27% ไม่สามารถปลุกได้ สัดส่วนนี้พอกระจายไปตามโรงเรียนต่างๆ แล้ว การที่ห้องของพวกเธอจะมีสักสองสามคนที่ปลุกไม่สำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

พ่อแม่ของเซี่ยเจียอี๋ต่างก็เป็นผู้ฝึกอสูรกันทั้งคู่ ตามหลักแล้วโอกาสที่จะปลุกห้วงสมองสำเร็จก็น่าจะสูง การที่คราวนี้ปลุกไม่สำเร็จก็คงส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธอไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ความเป็นจริงบางครั้งมันก็ไม่แน่นอนแบบนี้แหละ อย่างไต้ซูซูที่เป็นลูกของคนธรรมดายังสามารถตื่นรู้ด้วยตนเองได้สำเร็จเลย ในขณะที่เซี่ยเจียอี๋ซึ่งเป็นลูกของผู้ฝึกอสูรแท้ๆ กลับปลุกห้วงสมองล้มเหลวซะอย่างนั้น

ไม่นานครูประจำชั้นก็เรียกชื่อเฉียวซาง

ตอนที่เธอเดินขึ้นไปรับใบรายงานผลการเรียน ออกแรงดึงแล้วแต่ก็ยังดึงไม่หลุดจากมือครู

เฉียวซางเงยหน้าขึ้นมา มองครูประจำชั้นด้วยความงุนงง

เห็นเพียงครูประจำชั้นยิ้มหน้าบานเป็นดอกเบญจมาศ วิกผมบนหัวสั่นไหวไปตามเสียงหัวเราะของเขา จากนั้นเขาก็จับตัวเธอให้หันหน้าไปทางเพื่อนๆ ในห้อง แล้วประกาศเสียงดังฟังชัด “ครูมีข่าวดีจะบอกให้ทุกคนรู้ นักเรียนเฉียวซางห้องเรา ขยันขันแข็งตั้งใจเรียนอย่างหนัก! ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง! สอบติดมัธยมเซิ่งสุ่ยแล้ว!”

ทันทีที่สิ้นเสียง ทั้งห้องก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน

ขยันขันแข็งตั้งใจเรียนอย่างหนักเนี่ยนะ?

เฉียวซางคนที่ปกติชอบหลับในห้อง สอบก็ตก แถมช่วงนี้ยังเอาแต่ลาหยุดไม่ยอมมาโรงเรียนเนี่ยนะ?

พวกเขาไม่เคยไปตั้งความหวังอะไรกับเฉียวซางเลยสักนิด

แล้วก็นะ มัธยมเซิ่งสุ่ยเหรอ?

ใครนะ?

ยัยคนที่รั้งตำแหน่งรองบ๊วยอันดับสามของห้องมาตลอดศกเนี่ยนะ?!

เฉียวซาง: “???”

……

ชิงเฉิงเจียหยวน

เฉียวซางกลับถึงบ้านด้วยสภาพเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ

แม่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีอยู่ในห้องของตัวเอง

เฉียวซางผลักประตูห้องนอนแม่เข้าไป ก็เห็นว่าทั้งบนเตียงและบนพื้นมีเสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้าหลากหลายแบบวางกองเต็มไปหมด

“แกกลับมาพอดีเลย รีบมาช่วยแม่ดูหน่อยสิว่าชุดไหนสวยกว่ากัน” แม่พูดพร้อมรอยยิ้ม

“แม่คะ นี่แม่แอบไปมีใครหรือเปล่าเนี่ย?” เฉียวซางมองดูสภาพภายในห้องแล้วก็เผลอลืมไปเลยว่าตัวเองจะเข้ามาทำไม

“ไปๆๆ พูดจาเหลวไหลอะไรของแก แกสอบติดมัธยมเซิ่งสุ่ยไม่ใช่หรือไง แม่ก็เลยเชิญคนรู้จักไปกินเลี้ยงฉลองกันที่โรงแรมอวี้จิ่งมะรืนนี้น่ะสิ แกช่วยดูหน่อยสิว่าวันนั้นแม่จะใส่ชุดไหนดี” แม่อธิบาย

เฉียวซาง: “…”

“แม่คะ มันไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง”

“จะไม่ขนาดนั้นได้ยังไงกันล่ะ นานๆ ทีจะมีวันให้ได้เชิดหน้าชูตาแบบนี้ แน่นอนว่าก็ต้องจัดโต๊ะจีนฉลองให้มันสมเกียรติสิ อ้อ จริงสิ แม่กะจะทำป้ายไวนิลไปติดด้วยนะ แกคิดว่าควรจะเขียนข้อความว่ายังไงดี?” แม่ถามขณะเอาเสื้อผ้ามาทาบดูหน้ากระจก

เฉียวซางรู้สึกจนใจกับแม่ของเธอ พอเห็นแบบนี้ก็รู้คำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่ก็ยังอยากจะยืนยันให้แน่ใจ “เรื่องที่หนูสอบติดมัธยมเซิ่งสุ่ย แม่เป็นคนเอาไปบอกครูประจำชั้นใช่ไหมคะ?”

“แน่นอนสิ ก็ต้องโทรไปขอบคุณครูประจำชั้นของแกหน่อยสิ ที่ช่วงโค้งสุดท้ายแกช่วยเคี่ยวเข็ญจนคะแนนแกดีขึ้นมาได้น่ะ แม่ยังชวนครูแกให้มากินเลี้ยงฉลองมะรืนนี้ด้วยนะ” แม่ยอมรับแต่โดยดี

เฉียวซางจะพูดอะไรได้ล่ะ ในเมื่อแม่มีความสุขก็ปล่อยแม่ไปเถอะ

แต่ว่าความเร็วระดับนี้นี่มันไวเป็นบ้าเลย คงจะโทรไปอวดคนรู้จักจนครบทุกคนแล้วล่ะมั้งเนี่ย…

เวลาต่อจากนั้นเฉียวซางก็คอยช่วยแม่เลือกเสื้อผ้า จับคู่ชุดนู้นชุดนี้อยู่นานสองนาน สุดท้ายก็มาลงเอยที่ชุดเดรสสีแดงเพลิงที่สีคล้ายกับขนของหมาเขี้ยวไฟ จากการที่หมาเขี้ยวไฟใช้กรงเล็บจิ้มเลือกให้เป็นคำขาด

ช่วงบ่าย แม่ก็ออกไปทำสวยที่ร้านเสริมสวย ส่วนเฉียวซางก็ถือใบรายงานผลการเรียนนั่งรถไฟใต้ดินไปที่โรงเรียนมัธยมเซิ่งสุ่ยเพื่อยืนยันสิทธิ์เข้าเรียน

เรื่องการเข้าเรียนมัธยมเซิ่งสุ่ยก็ถือเป็นอันสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

……

วันที่ 26 มิถุนายน

โรงแรมอวี้จิ่ง

“เฉียวซาง มานี่สิ นี่คุณน้าผิงผิงของแกไง ตอนเด็กๆ น้าเขาเคยอุ้มแกด้วยนะ” แม่ที่สวมชุดเดรสสีแดงเพลิงและเกล้าผมอย่างประณีต กวักมือเรียกเฉียวซางให้เดินเข้าไปหา

“สวัสดีค่ะคุณน้า” เฉียวซางทักทายอย่างมีมารยาท

การแต่งตัวของเฉียวซางไม่ได้ต่างจากปกติเท่าไหร่นัก แต่หมาเขี้ยวไฟในอ้อมกอดของเธอนี่สิที่ถูกจับแต่งตัวมาอย่างดี

ขนสีแดงเพลิงถูกหวีสางมาอย่างพิถีพิถัน ที่คอมีหูกระต่ายสีดำสวมไว้อย่างมีระดับ เข้าคู่กับแว่นตากันแดดทรงสามเหลี่ยมสีดำที่สวมอยู่บนหน้า ดูหล่อเหลาเอาการสุดๆ ไปเลย

“เฉียวซางโตเป็นสาวขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย” คุณน้าผิงผิงคุยกับเฉียวซางไป แต่สายตากลับละไปจากหมาเขี้ยวไฟไม่ได้เลย

ยังคุยกันได้ไม่กี่ประโยค แม่ก็ลากเฉียวซางไปที่อีกโต๊ะหนึ่ง โต๊ะนี้มีคนรู้จักของเฉียวซางนั่งอยู่ด้วย

“สวัสดีค่ะคุณครู” เฉียวซางยิ้มทักทาย

“เฉียวซาง ตั้งแต่ครั้งแรกที่ครูเจอเธอ ครูก็รู้เลยว่าเธอเป็นคนมีหัวคิดเรื่องเรียน ครูสอนนักเรียนมาตั้งหลายรุ่น มีแค่เธอคนเดียวเนี่ยแหละที่ตื่นรู้ด้วยตนเองได้ ไม่ทำให้ครูผิดหวังจริงๆ สอบติดโรงเรียนมัธยมปลายที่ดีที่สุดในเมืองหางกั่งของเราเลยนะเนี่ย” ครูประจำชั้นลุกขึ้นยืนแล้วพูดพร้อมกับรอยยิ้ม

เฉียวซางยังไม่ทันได้พูดอะไร แม่ที่อยู่ข้างๆ ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “แหม ไม่หรอกค่ะ ก็เป็นเพราะครูประจำชั้นสอนมาดีนั่นแหละค่ะ ก่อนหน้านี้แกยังสอบได้ศูนย์คะแนนอยู่เลย ถ้าไม่ใช่เพราะครูไม่ยอมแพ้ในตัวแก คอยอบรมสั่งสอนอย่างจริงจัง การสอบเข้ามัธยมปลายคราวนี้แกจะสอบได้ดีขนาดนี้ได้ยังไงล่ะคะ”

“แหมๆๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ เป็นเพราะเธอตั้งใจเรียนด้วยตัวเองนั่นแหละครับ คะแนนถึงได้กระเตื้องขึ้นมา”

“ครูประจำชั้นก็อย่าถ่อมตัวไปเลยค่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะครูคอยเคี่ยวเข็ญ แกจะทำคะแนนได้ดีขนาดนี้ได้ยังไงล่ะคะ”

“อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ช่วงหลังๆ เธอเล่นลาหยุดไปตั้งเกือบสองสัปดาห์ ผมจะไปเอาเวลาที่ไหนมาเคี่ยวเข็ญเธอให้เรียนหนังสือล่ะครับ”

บรรยากาศเงียบกริบลงทันตาเห็น

ผ่านไปไม่กี่วินาที แม่ก็หันมาจ้องหน้าเฉียวซางแล้วเอ่ยถามเสียงเย็น “ลาหยุด… เกือบสองสัปดาห์งั้นเหรอ?”

เฉียวซาง: “…!”

เชี่ยแล้วไง เธอลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย!

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note